กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME)

กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME)

สรุปประเด็นเด่น กองทุน B-INCOME มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2563 อัตรา 0.105936 บาทต่อหน่วย  ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติรวม 1.106719 บาทต่อหน่วย (จัดตั้งกองทุนเมื่อ 18 พ.ค. 2560) อัตราผลตอบแทนพันธบัตร จะมีความผันผวนมากขึ้น ตราสารหนี้ภาคเอกชนมีความเสี่ยงด้านเครดิตและสภาพคล่องเพิ่มขึ้น กองทุนเน้นลงทุนโดยคัดเลือกผู้ออกหุ้นกู้ที่ได้รับผลกระทบด้านกระแสเงินสดในระดับต่ำ และมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับภาระหนี้ที่จะครบกำหนดในระยะสั้น เพื่อลดความเสี่ยงด้านการระดมทุนเพื่อต่ออายุหุ้นกู้ แนวโน้มการลงทุนในตราสารทุนอยู่ที่การฟื้นตัวทางปัจจัยพื้นฐานว่าจะฟื้นขึ้นเร็วมากน้อยกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้กองทุนลงทุนแบบ Selective เน้นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เห็นสัญญาณของรายได้กลับมาในเวลาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีเงินปันผลที่สม่ำเสมอ การลงทุนในกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF)และ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ยังน่าสนใจเพราะมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ มุมมองบวกต่อกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนในหมวดนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงหมวดอาคารสำนักงาน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวช้ากว่าอุตสาหกรรมอื่น และหลีกเลี่ยงการลงทุนในหมวดโรงแรม 

ลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายกับ B-INCOMESSF

ลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายกับ B-INCOMESSF

โดย…เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ SSF เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการเก็บออมเงินไว้ใช้ในวันข้างหน้าที่มีการคาดหมายว่าระบบสวัสดิการต่างๆ ที่มีอยู่จะไม่เพียงพอสำหรับการดูแลประชากรในอนาคต การสนับสนุนให้เกิดการออมด้วยตนเองจึงเป็นทางออกที่สำคัญ โดยรัฐสนับสนุน ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับ SSF สำหรับ กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัมเพื่อการออม หรือ B-INCOMESSF เป็นกองทุน SSF ใหม่ ที่มีความลงตัวในการกระจายลงทุนเหมาะสมกับผู้ต้องการลงทุนระยะยาวที่ไม่ต้องการความเสี่ยงที่สูงเกินไปแต่มีโอกาสรับผลตอบแทนดีๆ ในอนาคต ทั้งนี้ B-INCOMESSF กับกองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME) จะว่าไปก็เหมือนกองทุนเดียวกัน เพราะ B-INCOMESSF จะระดมทุนแล้วนำเงินไปลงทุนใน B-INCOME เลย ซึ่งการนำเงินไปลงทุนในกองทุนอีกทีแบบนี้ ผู้ลงทุนไม่ต้องห่วงว่าจะเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน เพราะการลงทุนในกองทุนรวมของบริษัทจัดการเดียวกันเอง มีเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชัดเจน ไม่ให้คิดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน เมื่อ B-INCOMESSF ระดมเงินไปลงทุนใน B-INCOME เราจึงขอทบทวนนโยบายการลงทุนของ B-INCOME ให้ผู้ลงทุนรับทราบกันอีกครั้ง โดย […]

กองทุนบัวหลวงพร้อมเสนอขาย SSF 2 กองใหม่ วันที่ 15-21 ก.ค.นี้ ชู B-FUTURESSF เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการเติบโตไปกับสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม

กองทุนบัวหลวงพร้อมเสนอขาย SSF 2 กองใหม่ วันที่ 15-21 ก.ค.นี้ ชู B-FUTURESSF เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการเติบโตไปกับสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม

กองทุนบัวหลวงเสนอขาย IPO กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) 2 กองใหม่ วันที่ 15-21 กรกฎาคม 2563 นี้ ได้แก่ B-FUTURESSF และ B-INCOMESSF B-FUTURESSF สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการคว้าโอกาสเติบโตไปพร้อมสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรม  ส่วน B-INCOMESSF เหมาะเป็นทางเลือกให้ผู้ที่อยากกระจายการลงทุนอย่างรอบคอบ ผู้ลงทุนมอบความไว้วางใจให้กองทุนบัวหลวงดูแลเงินลงทุนใน RMF-LTF-SSF กว่า 1.75 แสนล้านบาท นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ Head of Business Distribution บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวงเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) 2 กองใหม่ 2 สไตล์ ระหว่างวันที่ 15-21 กรกฎาคม 2563 นี้ […]

Asset Allocation จำเป็นแค่ไหน

Asset Allocation จำเป็นแค่ไหน

โดย…เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center การจัดสรรการลงทุนในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท หรือ Asset Allocation เป็นการกระจายความเสี่ยงและจัดสรรสัดส่วนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และเป้าหมายผลตอบแทนของแต่ละคน ปัจจุบันผู้มีเงินออมจำนวนมากได้ทำ Asset Allocation กันอยู่แล้ว แต่อาจไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น เก็บเงินไว้ที่ธนาคาร ซื้อหุ้นกู้ ซื้อกองทุนรวม ซื้อทองคำ หรือแม้แต่เล่นหุ้นเอง การแบ่งเงินไปฝาก/ ลงทุนที่หลากหลาย ก็นับว่าเป็น Asset Allocation อยู่แล้ว แต่ผู้ลงทุนควรพิจารณาว่า Asset Allocation ที่มีอยู่นั้นเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของตนเองหรือไม่ ทั้งนี้ เวลาดูทรัพย์สินลงทุน เราไม่ควรดูแค่กองทุนรวม หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) อย่างเดียว ควรต้องพิจารณาเงินลงทุนทั้งหมดไปพร้อมๆ กัน แต่ต้องอิงตามเป้าหมายด้วย ทุกคนควรทำ Asset Allocation ใช่หรือไม่? คำตอบคือ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME)

กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME)

สรุปภาพรวมตลาดตราสารทุน ภาพรวมการลงทุนในไตรมาสแรกของปีนั้น เต็มไปด้วยความผันผวน โดยหลังจากที่ตลาดหุ้นโลกได้ทำจุดสูงสุดในช่วงกลางเดือน ก.พ. แล้วปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ -30% นับจากต้นปี จนถึงเดือน มี.ค. และเป็นการเข้าสู่ตลาดหมีหรือเป็นการลดลงจากจุดสูงสุดมากกว่า 20% ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้กลายเป็นการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก ทุกประเทศต้องใช้มาตรการต่างๆ ในการรับมือ ทั้งการปิดเมือง การจำกัดการเดินทางและการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดภาวะชะงักงัน และมีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างแน่นอนแล้ว ในปีนี้ ซึ่งความต้องการบริโภคที่หายไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงกว้าง รวมถึงสงครามราคาน้ำมันระหว่าง บรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักที่ไม่สามารถเจรจาลดกำลังผลิตได้ ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง ภาวะดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่เศรษฐกิจของทั่วโลกนั้นมีการเชื่อมโยงกันสูง ทำให้เกิด ผลกระทบค่อนข้างมาก การตอบสนองของรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกในเวลานี้ จึงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน โดยผู้ที่มีอิทธิพลหลักอย่าง เฟด ได้ลดดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วจนใกล้ศูนย์ เป็นการลดที่เร็วกว่าการถดถอยครั้งไหนๆ รวมทั้งใช้การอัดฉีด สภาพคล่องเพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่จากภาครัฐบาล ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก ซึ่งช่วยลดความกลัวของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการล้มละลายของบริษัทจำนวนมากลงไปได้ ด้านตลาดหุ้นไทยในปี 2020 นี้ ปรับตัวลงมาแล้วราว 30% YTD […]

ลงทุนเพื่อรายรับสม่ำเสมอดีจริงหรือ ?

ลงทุนเพื่อรายรับสม่ำเสมอดีจริงหรือ ?

โดย     พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ปัจจุบันทางเลือกในการลงทุนมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์การลงทุน นโยบายลงทุนที่มี ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสไตล์การลงทุนของแต่ละแห่งซึ่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ข้อดีของความหลากหลายคือ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคลได้อย่างลงตัวมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มีคำถามหนึ่งที่นักลงทุนมักจะสงสัยกันนั่นคือ เราจะเลือกลงทุนอย่างไรดี? ระหว่าง ลงทุนไปเรื่อยๆ พอใจผลตอบแทนเมื่อไรก็ทำการขายคืนด้วยตัวเอง หรือ ลงทุนแบบที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางเพื่อสร้างรายรับสม่ำเสมอ สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับแบบแรกคือ ลงทุนไปเรื่อยๆ พอใจผลตอบแทนเมื่อไรก็ทำการขายคืนด้วยตัวเอง รูปแบบนี้อาจเหมาะกับนักลงทุนที่ขยันซื้อ ขยันขาย พอมีเวลาติดตามตลาดลงทุนอยู่บ้างและยอมรับความผันผวนของราคาได้ค่อนข้างมาก ข้อดี คือ ผลกำไรที่ได้รับมาระหว่างทางจะไม่ได้ถูกนำออกไปใช้  แต่จะถูกนำไปลงทุนต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ข้อด้อย คือ ความผันผวนของราคาระหว่างทาง ทำให้มีโอกาสขาดทุนเนื่องจากไม่ได้นำเงินกำไรบางส่วนออกมา ด้วยเหตุนี้ ในช่วงที่การลงทุนมีความผันผวน  นักลงทุนจึงเริ่มสนใจลงทุนแบบที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางเพื่อสร้างรายรับสม่ำเสมอกันมากขึ้น สังเกตได้จากการที่นักลงทุนจำนวนหนึ่งเริ่มสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อรับค่าเช่า รวมถึงเริ่มสนใจลงทุนในหุ้นปันผล กองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล กองทุนรวมมีการทยอยจ่ายคืนเงินต้นพร้อมผลตอบแทน (Auto Redemption) หรือกองทุนรวมที่สามารถกำหนดวันขายคืนล่วงหน้ารายเดือนได้  เป็นต้น ข้อดี คือ การจ่ายเงินคืนระหว่างทางเป็นเครื่องมือในการสร้างกระแสเงินสดปัจจุบัน และลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนกำไรจากความไม่แน่นอนมีอาจเกิดขึ้นในอนาคต  […]

เผชิญความท้าทายด้วยกองทุน B-INCOME

เผชิญความท้าทายด้วยกองทุน B-INCOME

โดย…ศรศักดิ์ สร้อยแสงจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ภาวะการลงทุนในปีนี้ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย ได้แก่ เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวลง อาจส่งผลให้การส่งออกไม่ดี สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่สงบศึกชั่วคราว แต่ยังไม่ถือว่าจบสิ้น ไวรัสโคโรน่าระบาดที่เมืองจีน แต่ส่งผลสะเทือนถึงเมืองไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ภัยแล้งที่กำลังคืบคลานมา กระทบภาคเกษตรและประชาชนระดับกลางถึงล่าง ภายใต้ความไม่แน่นอนเช่นนี้  การลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท จะสามารถช่วยรองรับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยง  โดยมีได้ผลตอบแทนพอสมควร และให้เงินลงทุนได้มีโอกาสเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่องหากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น กองทุนบัวหลวงขอแนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตลงทุนให้มีสินทรัพย์หลากหลายประเภท  หรือเลือกใช้กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนแบบผสม   ซึ่งเรื่องนี้กองทุนบัวหลวงได้คิดเผื่อไว้แล้ว  โดยเรามี กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม หรือ B-INCOME  ที่มีนโยบายกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย   ทั้งตราสารหนี้ที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ กองทุนอสังหาริมทรัพย์-โครงสร้างพื้นฐานเป็นสินทรัพย์เสี่ยงปานกลาง และสินทรัพย์เสี่ยงสูงคือหุ้น  โดยกองทุนนี้มีสัดส่วนลงทุนใน ตราสารหนี้ ประมาณ 50 – 60% ของพอร์ตลงทุน   ถึงแม้ในตอนนี้ดอกเบี้ยจะต่ำ แต่ข้อดีของตราสารหนี้มูลค่าผันผวนน้อย ลดแรงกระแทกจากภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนได้ดี จึงเป็นสินทรัพย์หลักของกองทุน กองทุนอสังหาริมทรัพย์-โครงสร้างพื้นฐาน ประมาณ 20 – 25% ของพอร์ตลงทุน   ถึงแม้ราคากองทุนจะมีความผันผวนอยู่บ้างแต่ก็ยังผันผวนต่ำกว่าหุ้น โดยมีข้อดีคือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอในอัตรา 4 […]

ยุคนี้ทำไมต้อง Mixed Fund

ยุคนี้ทำไมต้อง Mixed Fund

โดย…อรพรรณ บัวประชุม CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน ถ้าพูดถึง “ผลตอบแทน” ที่ครองใจคนไทยมายาวนาน คงหนีไม่พ้น “ดอกเบี้ย” ซึ่งดอกเบี้ยที่เราคุ้นเคยกันดี ก็คือดอกเบี้ยเงินฝาก หากดูย้อนหลังไป 15 ปี อัตราดอกเบี้ยนโยบายเคยขึ้นไปสูงถึง 5% ในปี 2549 แต่ในปัจจุบันนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีแนวโน้มจะลดลงอีก ดูๆ แล้วโอกาสที่ดอกเบี้ยเงินฝากจะกลับไปสูงเหมือนในอดีตคงเป็นไปได้ยากกับยุคนี้สมัยนี้ แต่การจะปล่อยเงินที่มีอยู่ไปกับการฝากเงินแบบเดิมๆ เงินที่มีอยู่ก็คงจะโตตามเงินเฟ้อไม่ทัน สุดท้ายแล้ว ยิ่งฝาก ค่าของเงินก็ยิ่งลดน้อยลง ดังนั้น การลงทุนในยุค disruption ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวเอง ปรับเปลี่ยนความคิด ปรับเปลี่ยนหัวใจ ต้องเพิ่มความกล้าขึ้นมาอีกนิด เพิ่มความเสี่ยงขึ้นมาอีกหน่อย เอาเท่าที่ใจเรายังสบายๆ ไม่วิตกกังวลกับการลงทุนมากเกินไป เพิ่มส่วนผสมของความเร้าใจเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ อย่างเช่น พันธบัตร หุ้นกู้ การลงทุนในหุ้น การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือแม้แต่การลงทุนในทองคำ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนให้สูงขึ้น แต่การผสมผสานอย่างไรที่จะเหมาะกับเรา […]

กองทุนบัวหลวงแนะนำนักลงทุนให้ขยายโอกาสลงทุนผ่านกองทุนผสม B-INCOME คือ คำตอบในการหารายได้และเป็นทางเลือกเพื่อรับมือในภาวะดอกเบี้ยต่ำ

กองทุนบัวหลวงแนะนำนักลงทุนให้ขยายโอกาสลงทุนผ่านกองทุนผสม B-INCOME คือ คำตอบในการหารายได้และเป็นทางเลือกเพื่อรับมือในภาวะดอกเบี้ยต่ำ

กองทุนบัวหลวงแนะนำผู้ที่เคยลงทุนในตราสารหนี้อย่างเดียว ให้ขยายโอกาสการลงทุนผ่านกองทุนผสม ซึ่งกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม โดย ‘B-INCOME’ คือ คำตอบในการหารายได้และเป็นทางเลือกเพื่อรับมือในภาวะดอกเบี้ยต่ำ นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ Head of Business Distribution บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำต่อเนื่อง จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา เพิ่งมีมติเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% หรือจากเดิม 1.25% มาอยู่ที่ 1% ต่อปี นอกจากนี้ สถานการณ์แวดล้อมในการลงทุนก็มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการกระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้น ทั้งนี้ หากนักลงทุนท่านใดเคยลงทุนผ่านตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว อาจจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนลดลงไปอีก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ดังนั้น หากนักลงทุนมองหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น […]

กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME)

กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME)

กลยุทธ์การลงทุน ผลการดำเนินงานของกองทุนตั้งแต่ต้นปี 2019 จนถึง ณ สิ้นเดือน ต.ค. ปรับตัวขึ้นได้เป็นอย่างดีที่ 7.54% และสามารถสร้างผลตอบแทนชนะเกณฑ์มาตรฐานที่ 4.02% โดยได้รับแรงหนุนจากทุกประเภทสินทรัพย์ โดยสินทรัพย์ประเภทกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (มีสัดส่วนการลงทุนประมาณ 19%) ให้ผลตอบแทนสูงสุดแก่กองทุนโดยเฉพาะกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของไทย ด้วยดัชนี SETPREIT และดัชนี FTSE ST REIT ที่ปรับขึ้นมามากกว่า 20% ตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งนับว่าผลการดำเนินที่ดีในช่วงที่ผ่านมามาจาก Asset Allocation อย่างแท้จริง ซึ่งแม้ว่าผลการดำเนินงานจะปรับขึ้นมาได้ดี แต่กองทุนยังคงสามารถรักษาระดับความผันผวนให้ไม่สูงจนเกินไปด้วยลักษณะของตราสารและบริษัทที่ลงทุน ในด้านของตราสารทุน ผู้จัดการกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่ 1) มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ 2) มีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ในระดับสูง 3) มองเห็นแนวโน้มการเจริญเติบโตของธุรกิจและเงินปันผล มีรูปแบบธุรกิจที่เข้มแข็ง มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงิน แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูง โดยมุ่งเน้นไปยังหุ้นที่อิงกับการบริโภคภายในประเทศเพื่อลดทอนผลกระทบจากความผันผวนภายนอกประเทศ โดยในช่วงเดือน ต.ค. […]