กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX), กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE), กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX), กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE), กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

Highlight แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ไทยในระยะต่อไป กองทุนบัวหลวงคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 2 ปี จะทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังมีความเสี่ยงที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ กลยุทธ์การลงทุนยังคง Selective เน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีการปรับตัวทางธุรกิจที่ดี รวมถึงหุ้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัว ตราสารหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% โดยกรรมการฯ ส่วนใหญ่เห็นว่ามาตรการการเงินจะมีประสิทธิผลมากกว่าการลดอัตราดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ยังปรับลดคาดการณ์ GDP ลงเหลือ +0.7% ในปีนี้ และ +3.7% ในปีหน้า โดยปรับลดลงตามการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมากในปีนี้และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากในปีหน้า แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ไทยในระยะต่อไป กองทุนบัวหลวงคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 2 ปี จะทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังมีความเสี่ยงที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ […]

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

Highlight กองทุนบัวหลวงคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ตลอดทั้งปี 2564 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวได้ในกรอบจำกัด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวมีโอกาสผันผวนในทิศทางที่ปรับเพิ่มขึ้น กลยุทธ์การลงทุนในตราสารทุนระยะข้างหน้า ยังต้องมีความ Selective ในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเปิดประเทศในอนาคต และหุ้นที่มีแนวโน้มของผลประกอบการที่ดี ตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ มีกังวลด้านการปรับเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อและการปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรของ Fed โดยตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2021 ถึงเดือน พ.ค. อัตราผลตอบแทน UST10Y ปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 70 bps ตลาดคาดการณ์ว่าการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ในระยะสั้นจะทรงตัว แต่ในระยะยาวมีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยมีทิศทางตามการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ และมีปัจจัยในประเทศจากการประกาศ พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโควิด-19 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท (เบื้องต้นวงเงินไม่เกิน 7 แสนล้านบาท ตามที่ประกาศในวันที่ 18 พ.ค.) ทำให้ตลาดมีความกังวลถึงการกู้เงินผ่านเครื่องมือทางการเงินต่างๆ รวมถึงการออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพคล่องและราคาตราสารหนี้ จึงมีการขายพันธบัตรระยะยาวออกมา […]

กองทุนผสม (B-FLEX, B-ACTIVE, B25RMF และ BFLRMF)

กองทุนผสม (B-FLEX, B-ACTIVE, B25RMF และ BFLRMF)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF) Highlight อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มปรับขึ้น ทำให้ผลตอบแทนตราสารหนี้ไม่จูงใจนัก Theme การลงทุนปี 2564 ‘ผ่านพ้นอุปสรรค เปิดรับ New Normal’ เน้นลงทุนในบริษัทที่ปรับตัวได้ดีและทนทานต่อการดิสรัปชัน และกระจายการลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศ เพื่อโอกาสในการได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของแต่ละประเทศคาดว่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการฟื้นตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในระยะถัดไปจะมาจากปัจจัยภายนอกประเทศมากกว่าปัจจัยภายในประเทศ ทำให้อัตราผลตอบแทนมีแนวโน้มปรับขึ้นตามสหรัฐฯ โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว ทำให้ผลตอบแทนของตราสารหนี้ไม่จูงใจนัก ผู้จัดการกองทุนคาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ตลอดทั้งปี จะเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการอื่นที่ให้ผลเฉพาะจุดมากกว่า เช่น การขยายเวลาพักชำระหนี้ เป็นต้น ตราสารหนี้ภาคเอกชนยังคงน่าสนใจลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนเลือกลงทุนโดยพิจารณาจากคุณภาพของผู้ออกตราสารและอัตราผลตอบแทนกับความเสี่ยงที่เหมาะสม ตราสารทุน มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จากการที่ประเทศต่างๆ เริ่มกลับมาผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ และการเริ่มฉีดวัคซีน ความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวเพิ่มขึ้น สร้างความกังวลว่า เฟดอาจลดการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเร็วขึ้น และส่งผลกดดันต่อระดับ Valuation ของตลาด […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

สรุปภาพรวมการลงทุน สรุปภาพรวมตลาดตราสารหนี้ เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือน ก.ย. ปรับตัวในลักษณะแบนราบมากขึ้น (Flattening) เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 3 ปี ปรับเพิ่มขึ้นในช่วง +1 ถึง +4 bps ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปีขึ้นไปปรับลดลงในช่วง -1 ถึง -16 bps ภายหลังจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยแผนการประมูลพันธบัตรรัฐบาลไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2564 รวมทั้งแนวโน้มการประมูลพันธบัตรรัฐบาลทั้งปีงบประมาณ 2564 ออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตร สำหรับนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทย 2.4 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 2.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 2.5 พันล้านบาท และมีพันธบัตรครบกำหนด (Expired) 1.3 พันล้านบาท ธนาคารกลางทั่วโลกมีการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย  เพิ่มมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

สรุปประเด็นเด่น อัตราผลตอบแทนพันธบัตร จะมีความผันผวนตามปัจจัยอื่นมากขึ้น ส่วนตราสารหนี้ภาคเอกชน จะมีความเสี่ยงด้านเครดิตและสภาพคล่องเพิ่มขึ้น กองทุนเน้นลงทุนโดยคัดเลือกผู้ออกหุ้นกู้ที่ได้รับผลกระทบด้านกระแสเงินสดในระดับต่ำ และมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับภาระหนี้ที่จะครบกำหนดในระยะสั้น เพื่อลดความเสี่ยงด้านการระดมทุนเพื่อต่ออายุหุ้นกู้ แนวโน้มการลงทุนในตราสารทุนอยู่ที่การฟื้นตัวทางปัจจัยพื้นฐานว่าจะฟื้นขึ้นเร็วมากน้อยกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้กองทุนลงทุนแบบ Selective เน้นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เห็นสัญญาณของรายได้กลับมาในเวลาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ สรุปภาพรวมตลาดตราสารหนี้ เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือน มิ.ย. ปรับตัวในทิศทางที่ชันขึ้นเล็กน้อยจากเดือน พ.ค. โดยอัตราผลตอบแทนสำหรับพันธบัตรอายุ 5 ปี ลงมาปรับตัวลดลง 1-11 bps จากการที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกนับจากเดือน ก.พ. เนื่องด้วยประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ต่ำ สนับสนุนให้มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายล็อคดาวน์ได้เร็ว จึงมีการเข้ามาเก็งกำไรผ่านการซื้อพันธบัตร ในขณะเดียวกัน นักลงทุนในประเทศยังมีการคาดการณ์ถึงการทำ Bond Switching ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ จำนวนประมาณ 1-1.2 แสนล้านบาท โดยมี Source Bond เป็นพันธบัตรในกลุ่มอายุไม่เกิน 4 ปี ส่งผลให้พันธบัตรในช่วงอายุดังกล่าวมีแรงซื้อจำนวนมาก ขณะที่แรงซื้อในพันธบัตรระยะยาวมีปริมาณที่เบาบาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรุ่นอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาอยูที่ระดับ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

สรุปภาพรวมตลาดตราสารทุน ภาพรวมการลงทุนในไตรมาสแรกของปีนั้น เต็มไปด้วยความผันผวน โดยหลังจากที่ตลาดหุ้นโลกได้ทำจุดสูงสุดในช่วงกลางเดือน ก.พ. แล้วปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ -30% นับจากต้นปี จนถึงเดือน มี.ค. และเป็นการเข้าสู่ตลาดหมีหรือเป็นการลดลงจากจุดสูงสุดมากกว่า 20% ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้กลายเป็นการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก ทุกประเทศต้องใช้มาตรการต่างๆ ในการรับมือ ทั้งการปิดเมือง การจำกัดการเดินทางและการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดภาวะชะงักงัน และมีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างแน่นอนแล้ว ในปีนี้ ซึ่งความต้องการบริโภคที่หายไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงกว้าง รวมถึงสงครามราคาน้ำมันระหว่าง บรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักที่ไม่สามารถเจรจาลดกำลังผลิตได้ ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง ภาวะดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่เศรษฐกิจของทั่วโลกนั้นมีการเชื่อมโยงกันสูง ทำให้เกิด ผลกระทบค่อนข้างมาก การตอบสนองของรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกในเวลานี้ จึงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน โดยผู้ที่มีอิทธิพลหลักอย่าง เฟด ได้ลดดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วจนใกล้ศูนย์ เป็นการลดที่เร็วกว่าการถดถอยครั้งไหนๆ รวมทั้งใช้การอัดฉีด สภาพคล่องเพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่จากภาครัฐบาล ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก ซึ่งช่วยลดความกลัวของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการล้มละลายของบริษัทจำนวนมากลงไปได้ ด้านตลาดหุ้นไทยในปี 2020 นี้ ปรับตัวลงมาแล้วราว 30% YTD […]