กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX), กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE), กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX), กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE), กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

Highlight แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ไทยในระยะต่อไป กองทุนบัวหลวงคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 2 ปี จะทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังมีความเสี่ยงที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ กลยุทธ์การลงทุนยังคง Selective เน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีการปรับตัวทางธุรกิจที่ดี รวมถึงหุ้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัว ตราสารหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% โดยกรรมการฯ ส่วนใหญ่เห็นว่ามาตรการการเงินจะมีประสิทธิผลมากกว่าการลดอัตราดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ยังปรับลดคาดการณ์ GDP ลงเหลือ +0.7% ในปีนี้ และ +3.7% ในปีหน้า โดยปรับลดลงตามการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมากในปีนี้และแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากในปีหน้า แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ไทยในระยะต่อไป กองทุนบัวหลวงคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 2 ปี จะทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังมีความเสี่ยงที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ […]

กองทุนบัวหลวงแนะนำผู้ลงทุนที่ชอบสไตล์ลงทุนแบบปล่อยหมัดเก็บแต้ม เลือก B-ACTIVE กองทุนผสมยืดหยุ่นสูง จับจังหวะลงทุนหุ้นได้ 0-100%

กองทุนบัวหลวงแนะนำผู้ลงทุนที่ชอบสไตล์ลงทุนแบบปล่อยหมัดเก็บแต้ม เลือก B-ACTIVE กองทุนผสมยืดหยุ่นสูง จับจังหวะลงทุนหุ้นได้ 0-100%

ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Release นายสันติ ธนะนิรันดร์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ลงทุนมีกระแสความต้องการลงทุนในกองทุนทริกเกอร์ที่กองทุนบัวหลวงเสนอขายอย่างมาก โดยเฉพาะ 2 กองทุนล่าสุดที่เสนอขายไป ได้รับความสนใจจองซื้อหน่วยลงทุนจากผู้ลงทุนเป็นจำนวนมาก ทำให้ขนาดกองทุนที่ออกเสนอขายเต็มจำนวนที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนตั้งแต่ไม่กี่นาทีแรกของการเปิดขายในวันแรก กองทุนบัวหลวงจึงขอแนะนำกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE) เป็นกองทุนรวมผสมที่มีสไตล์การลงทุนคล้ายกองทริกเกอร์ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ชื่นชอบสไตล์การจับจังหวะลงทุน ทยอยสะสมกำไร เหมือนนักมวยที่ปล่อยหมัดเก็บสะสมแต้มไปเรื่อยๆ สำหรับ กองทุน B-ACTIVE มีความแตกต่างจากกองทริกเกอร์เรื่องเดียว คือ เป็นกองทุนเปิดทั่วไปที่สามารถซื้อหรือขายได้ทุกวันทำการ ทำให้นักลงทุนเข้าลงทุนได้ตามเวลาที่ต้องการ ลงทุนเพิ่มเติมได้เรื่อยๆ รวมทั้งขายออกได้ตามช่วงเวลาที่ต้องการ และกลับเข้ามาลงทุนใหม่อีกครั้งได้เช่นกัน ขณะที่กองทุนทริกเกอร์จะเป็นกองทุนปิดที่ซื้อได้ในช่วงเวลาที่กำหนด โดยที่มีการกำหนดเป้าหมายผลตอบแทนและระยะเวลาลงทุนไว้ชัดเจน ทำให้นักลงทุนเข้าใจว่า มีกองแบบเดียวที่เน้นเรื่องการจับจังหวะเวลาในการลงทุน (Timing) เป็นสำคัญ แต่จริงๆ แล้ว ยังมีกองทุนอีกประเภทที่มีนโยบายการลงทุนที่เน้นการแสวงหาผลตอบแทนจากราคาหุ้นในระยะสั้น หรือให้ความสำคัญกับเรื่อง Timing “จุดเด่นของ B-ACTIVE คือ มีความยืดหยุ่นลงทุนในหุ้นไทยได้ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 25 (BMAPS25), กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 55 (BMAPS55) และกองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 100 (BMAPS100)

กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 25 (BMAPS25), กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 55 (BMAPS55) และกองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 100 (BMAPS100)

HIGHLIGHT การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังคงมีปัจจัยบวกจากสภาพคล่องในระบบ และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ที่ผ่านมาตลาดผันผวนจากการรับรู้ปัจจัยลบเรื่องการลดวงเงินเข้าซื้อสินทรัพย์ของเฟดแล้วบางส่วน เริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนเข้ากลุ่ม Defensive เช่น เฮลธ์แคร์มากขึ้น ขณะที่เงินไหลออกจากกลุ่มเทคโนโลยีเบาบางลง ในช่วงที่ผ่านมา กองทุนเข้าลงทุนใน B-SIP /B-BHARATA/B-NIPPON นอกจากนี้ผู้จัดการกองทุนยังมีการถือเงินสดหรือกองทุนสภาพคล่องไว้บางส่วน เพื่อเข้าลงทุนเพิ่มหากตลาดหุ้นปรับฐานในช่วงที่ FED ออกมาสื่อสารเรื่องวงเงินการซื้อสินทรัพย์ และการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้นี้  การทำ Asset Allocation มีความสำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงเช่นปีนี้ กองทุน BMAPS ทั้ง 3 กองทุน ยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธันวาคม 2564 และค่าธรรมเนียมการจัดการไม่เรียกเก็บซ้ำซ้อน ภาพรวมตลาด การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังคงมีปัจจัยบวกจากสภาพคล่องในระบบ  และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ที่ผ่านมาตลาดผันผวนจากการรับรู้ปัจจัยลบเรื่องการลดวงเงินเข้าซื้อสินทรัพย์ของเฟดแล้วบางส่วน เริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนเข้ากลุ่ม Defensive เช่น เฮลธ์แคร์มากขึ้น ขณะที่เงินไหลออกจากกลุ่มเทคโนโลยีเบาบางลง ตลาดสหรัฐฯ มีปัจจัยบวกจากความรวดเร็วในการฉีดวัคซีน และเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดจีนปรับลดลงตั้งแต่ตรุษจีนที่ผ่านมา ด้วยนโยบายของรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง และมาตรการเข้มงวดกับบริษัทเทคโนโลยี แต่ปัจจุบันความกังวลในเรื่องดังกล่าวผ่อนคลายลงมากแล้ว และมีปัจจัยบวกจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากโควิดได้เร็วกว่าประเทศอื่น ตลาดญี่ปุ่น […]

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)

Highlight กองทุนบัวหลวงคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ตลอดทั้งปี 2564 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นปรับตัวได้ในกรอบจำกัด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวมีโอกาสผันผวนในทิศทางที่ปรับเพิ่มขึ้น กลยุทธ์การลงทุนในตราสารทุนระยะข้างหน้า ยังต้องมีความ Selective ในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเปิดประเทศในอนาคต และหุ้นที่มีแนวโน้มของผลประกอบการที่ดี ตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ มีกังวลด้านการปรับเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อและการปรับลดปริมาณการซื้อพันธบัตรของ Fed โดยตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2021 ถึงเดือน พ.ค. อัตราผลตอบแทน UST10Y ปรับเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 70 bps ตลาดคาดการณ์ว่าการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ในระยะสั้นจะทรงตัว แต่ในระยะยาวมีความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยมีทิศทางตามการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ และมีปัจจัยในประเทศจากการประกาศ พรก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโควิด-19 เพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท (เบื้องต้นวงเงินไม่เกิน 7 แสนล้านบาท ตามที่ประกาศในวันที่ 18 พ.ค.) ทำให้ตลาดมีความกังวลถึงการกู้เงินผ่านเครื่องมือทางการเงินต่างๆ รวมถึงการออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพคล่องและราคาตราสารหนี้ จึงมีการขายพันธบัตรระยะยาวออกมา […]

กองทุนผสม (B-FLEX, B-ACTIVE, B25RMF และ BFLRMF)

กองทุนผสม (B-FLEX, B-ACTIVE, B25RMF และ BFLRMF)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF) Highlight อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มปรับขึ้น ทำให้ผลตอบแทนตราสารหนี้ไม่จูงใจนัก Theme การลงทุนปี 2564 ‘ผ่านพ้นอุปสรรค เปิดรับ New Normal’ เน้นลงทุนในบริษัทที่ปรับตัวได้ดีและทนทานต่อการดิสรัปชัน และกระจายการลงทุนไปยังหุ้นต่างประเทศ เพื่อโอกาสในการได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของแต่ละประเทศคาดว่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการฟื้นตัวเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ความเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในระยะถัดไปจะมาจากปัจจัยภายนอกประเทศมากกว่าปัจจัยภายในประเทศ ทำให้อัตราผลตอบแทนมีแนวโน้มปรับขึ้นตามสหรัฐฯ โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว ทำให้ผลตอบแทนของตราสารหนี้ไม่จูงใจนัก ผู้จัดการกองทุนคาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% ตลอดทั้งปี จะเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการอื่นที่ให้ผลเฉพาะจุดมากกว่า เช่น การขยายเวลาพักชำระหนี้ เป็นต้น ตราสารหนี้ภาคเอกชนยังคงน่าสนใจลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนเลือกลงทุนโดยพิจารณาจากคุณภาพของผู้ออกตราสารและอัตราผลตอบแทนกับความเสี่ยงที่เหมาะสม ตราสารทุน มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จากการที่ประเทศต่างๆ เริ่มกลับมาผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ และการเริ่มฉีดวัคซีน ความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวเพิ่มขึ้น สร้างความกังวลว่า เฟดอาจลดการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเร็วขึ้น และส่งผลกดดันต่อระดับ Valuation ของตลาด […]

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

สรุปภาพรวมการลงทุน สรุปภาพรวมตลาดตราสารหนี้ เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือน ก.ย. ปรับตัวในลักษณะแบนราบมากขึ้น (Flattening) เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นอายุไม่เกิน 3 ปี ปรับเพิ่มขึ้นในช่วง +1 ถึง +4 bps ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปีขึ้นไปปรับลดลงในช่วง -1 ถึง -16 bps ภายหลังจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยแผนการประมูลพันธบัตรรัฐบาลไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2564 รวมทั้งแนวโน้มการประมูลพันธบัตรรัฐบาลทั้งปีงบประมาณ 2564 ออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้นักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตร สำหรับนักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทย 2.4 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 2.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น 2.5 พันล้านบาท และมีพันธบัตรครบกำหนด (Expired) 1.3 พันล้านบาท ธนาคารกลางทั่วโลกมีการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย  เพิ่มมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ […]

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

สรุปภาพรวมตลาดตราสารหนี้ เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือน มิ.ย. ปรับตัวในทิศทางที่ชันขึ้นเล็กน้อยจากเดือน พ.ค. โดยอัตราผลตอบแทนสำหรับพันธบัตรอายุ 5 ปี ลงมาปรับตัวลดลง 1-11 bps จากการที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกนับจากเดือน ก.พ. เนื่องด้วยประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ต่ำ สนับสนุนให้มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายล็อคดาวน์ได้เร็ว จึงมีการเข้ามาเก็งกำไรผ่านการซื้อพันธบัตร ในขณะเดียวกัน นักลงทุนในประเทศยังมีการคาดการณ์ถึงการทำ Bond Switching ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ จำนวนประมาณ 1-1.2 แสนล้านบาท โดยมี Source Bond เป็นพันธบัตรในกลุ่มอายุไม่เกิน 4 ปี ส่งผลให้พันธบัตรในช่วงอายุดังกล่าวมีแรงซื้อจำนวนมาก ขณะที่แรงซื้อในพันธบัตรระยะยาวมีปริมาณที่เบาบาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรุ่นอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นมาอยูที่ระดับ 1.28% (+4 bps MTD)  ส่วนอัตราผลตอบแทน US Treasury 10 ปี อยู่ที่ระดับ 0.66% (+ […]

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

สรุปภาพรวมตลาดตราสารทุน ภาพรวมการลงทุนในไตรมาสแรกของปีนั้น เต็มไปด้วยความผันผวน โดยหลังจากที่ตลาดหุ้นโลกได้ทำจุดสูงสุดในช่วงกลางเดือน ก.พ. แล้วปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว โดยตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดที่ประมาณ -30% นับจากต้นปี จนถึงเดือน มี.ค. และเป็นการเข้าสู่ตลาดหมีหรือเป็นการลดลงจากจุดสูงสุดมากกว่า 20% ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้กลายเป็นการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก ทุกประเทศต้องใช้มาตรการต่างๆ ในการรับมือ ทั้งการปิดเมือง การจำกัดการเดินทางและการหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกเกิดภาวะชะงักงัน และมีโอกาสที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างแน่นอนแล้ว ในปีนี้ ซึ่งความต้องการบริโภคที่หายไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงกว้าง รวมถึงสงครามราคาน้ำมันระหว่าง บรรดาประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักที่ไม่สามารถเจรจาลดกำลังผลิตได้ ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง ภาวะดังกล่าวนี้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่เศรษฐกิจของทั่วโลกนั้นมีการเชื่อมโยงกันสูง ทำให้เกิด ผลกระทบค่อนข้างมาก การตอบสนองของรัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกในเวลานี้ จึงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน โดยผู้ที่มีอิทธิพลหลักอย่าง เฟด ได้ลดดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วจนใกล้ศูนย์ เป็นการลดที่เร็วกว่าการถดถอยครั้งไหนๆ รวมทั้งใช้การอัดฉีด สภาพคล่องเพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่จากภาครัฐบาล ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก ซึ่งช่วยลดความกลัวของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการล้มละลายของบริษัทจำนวนมากลงไปได้ ด้านตลาดหุ้นไทยในปี 2020 นี้ ปรับตัวลงมาแล้วราว 30% YTD […]

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

สรุปภาพรวมตลาดตราสารทุน  ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนอย่างมากในปีนี้ และปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จากประเทศจีนกลายเป็นการแพร่ระบาดทั่วโลก แม้ว่าประเทศจีนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนกลับมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศอิตาลี เกาหลีใต้ อิหร่าน รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดต่างๆ อยู่ในโหมด Risk-off  นักลงทุนขายสินทรัพย์เพื่อถือครองเงินสด จากความกังวลต่อผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจโลก ถึงแม้ว่า  Fed มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นการเร่งด่วนลง 2 ครั้ง ครั้งแรกปรับลดลง 0.5% สู่ระดับ 1.00-1.25% และครั้งที่สอง ปรับลดลง 1% สู่ระดับ 0% และมีมาตรการอัดฉีดเงินเพิ่มเติมแต่ตลาดยังคงตอบรับในเชิงลบ ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงแนวโน้มความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลานี้ และอีกหนึ่งปัจจัยหนึ่ง คือ สถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีการปรับตัวลงอย่างแรงและรวดเร็ว หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตร่วมกันได้ กลายเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามราคาน้ำมันเข้ามาเพิ่มขึ้น ด้านเศรษฐกิจไทย เผชิญกับความกดดันมากขึ้นในทุกภาคส่วน โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง ภาคการส่งออกยังคงมีความชะลอตัวจากห่วงโซ่การผลิตของจีน รวมถึงภาคการบริโภคในประเทศ ที่คนระมัดระวังการใช้จ่ายและออกนอกบ้านน้อยลง โดยความอ่อนแอลงทางเศรษฐกิจของไทยนี้ สะท้อนผ่านค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วนับจากต้นปี และการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยที่ลดลงมากกว่าประเทศอื่น ๆ […]

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

กลยุทธ์การลงทุน ในด้านของตราสารทุน ผู้จัดการกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่ศักยภาพในการเติบโต (Growth Stock) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่มีระดับความเสี่ยงมากกว่าดัชนี ประเทศ โดยในช่วงเดือน ต.ค. ผู้จัดการกองทุนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงน้ำหนักการลงทุนในหุ้น มีการลดระดับความเสี่ยงของพอร์ตออกไปบ้าง ด้วยการขายหุ้นบางบริษัทที่คาดว่าถึงระดับเต็มมูลค่าแล้วออกมาบางส่วน เช่น กลุ่มพลังงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนยังคงเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทคุณภาพที่มีรูปแบบธุรกิจที่เข้มแข็ง มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงิน แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูง โดยมุ่งเน้นไปยังหุ้นที่อิงกับนโยบายภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศเพื่อลดทอนผลกระทบจากความผันผวนภายนอกประเทศ เช่น กลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มธนาคาร กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น สำหรับกองทุน B-FLEX ตราสารหนี้ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักที่มีคุณค่าสำหรับพอร์ตการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนยังคงมุ่งหวังผลตอบแทนระยะสั้นถึงกลางให้สูงกว่าดัชนีชี้วัดโดยเน้นการลงทุนทั้งในตราสารภาครัฐและเอกชนที่ให้ผลตอบแทนสอดคล้องและเหมาะสมกับความเสี่ยง ด้วยอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ประมาณ 1.8 ปี ทั้งนี้ ในส่วนของหุ้นกู้ภาคเอกชน ผู้จัดการกองทุนยังคงเลือกที่ผู้ออกมีฐานะทางการเงินมั่นคงที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A- ขึ้นไป รวมถึงได้ Credit spread ที่น่าจูงใจเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง โดยเน้นการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี มุมมองต่อการลงทุนของทีมผู้จัดการกองทุน ผู้จัดการกองทุนยังคงมีมุมมองที่ค่อนข้างระมัดระวังต่อการลงทุน ด้วยเชื่อว่า […]