คาดราคาน้ำมัน WTI ครึ่งปีหลัง 2018 อยู่ในกรอบ 65-77 ดอลลาร์/บาร์เรล

คาดราคาน้ำมัน WTI ครึ่งปีหลัง 2018 อยู่ในกรอบ 65-77 ดอลลาร์/บาร์เรล

Upside Risk ระยะสั้นของราคาน้ำมันจากปัญหา Geopolitics นับจากนี้ไปจนถึงปลายปี ราคาน้ำมันมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากปัจจัยกดดันด้านปัญหา Geopolitics ในกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ส่งผลให้ Supply น้ำมันปรับตัวลดลง และไปกดดันราคาน้ำมันให้เพิ่มขึ้นในระยะสั้น ยกตัวอย่างเช่น การถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือราว 4.0% ของ Supply น้ำมันโลกทั้งหมด และปัญหาในเวเนซุเอลาที่ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลายังคงปรับลดลงต่อเนื่อง มาแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี ที่ราว 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นต้น นอกจากนี้ ความกังวลว่า ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก มีแนวโน้มปรับเพิ่มกำลังการผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไปในการประชุมเดือน มิ.ย. นี้ หากตลาดน้ำมันเริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลมากขึ้น ก็นับเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาน้ำมันในช่วงครึ่งหลังของปี สำหรับในครึ่งปีหลังของ 2018 นี้เรามองว่าราคาน้ำมัน WTI จะอยู่ในกรอบ 65-77 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตามอง ได้แก่ 1) การผ่อนคลายข้อตกลงลดการผลิตของ ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก, […]

โอเปกผลิตน้ำมัน มี.ค. ลดลง ต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี

โอเปกผลิตน้ำมัน มี.ค. ลดลง ต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของสมาคมประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปกในเดือนมีนาคมลดลง 170,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ 32.04 ล้านบาร์เรล/วัน ต่ำสุดนับแต่เดือนเมษายนปี 2017 ซึ่งอยู่ที่ 31.9 ล้านบาร์เรล/วัน โดยในเดือนดังกล่าว ปริมาณการผลิตน้ำมันของเวเนซูเอล่าลดลง 100,000 บาร์เรล/วัน มาอยู่ที่ 1.51 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ ไออีเอเตือนว่า เวเนซูเอล่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดที่จะทำให้อุปทานน้ำมันขาดแคลน หลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ ส่วนการผลิตน้ำมันในอัลจีเรียลดลง 40,000 บาร์เรล/วัน มาอยู่ที่ 1 ล้านบาร์เรล/วัน หลังปิดซ่อมบำรุง ในหลายแห่งผลิตในเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การผลิตน้ำมันในลิเบียอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรล/วัน หลังปิดแหล่งผลิตบางแห่ง

ความต้องการใช้น้ำมันยังแข็งแกร่งถึง 2020 จนกว่า EV จะตีตื้น

ความต้องการใช้น้ำมันยังแข็งแกร่งถึง 2020 จนกว่า EV จะตีตื้น

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แบงก์ออฟอเมริกาคาดว่า ความต้องการใช้น้ำมันของโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจนถึงปี 2020 Francisco Blanch ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ จาก Bank of America กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กว่า ความต้องการใช้น้ำมันของโลกจะยังคงขยายตัวได้ดีจนถึงปี 2020 โดยเขามองว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังคงใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกลายมาเป็นรถยนต์กระแสหลักและมีผลต่อความต้องการใช้น้ำมัน เขากล่าวว่า การพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง และสามารถกำหนดราคาจำหน่ายที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถซื้อได้ยังเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ปี โดยจีนจะเป็นประเทศที่กำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด และหากการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีความแพร่หลายมากขึ้นจะกระตุ้นให้ผู้ผลิตรถยนต์เร่งพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง

แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ3ป

แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ3ป

เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่มีการใช้งาน มีจำนวนเพิ่มขึ้น 1 แท่น สู่ระดับ 799 แท่นในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2558 และพบว่าจำนวนแท่นเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนมีแท่นขุดเจาะน้ำมันเพียง 602 แท่น แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยเป็นครั้งแรกที่มีการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 5 สัปดาห์นับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว

OPEC ยันรัสเซียไม่หักหลังเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน แม้ราคาตลาดฟื้นตัว

OPEC ยันรัสเซียไม่หักหลังเพิ่มกำลังผลิตน้ำมัน แม้ราคาตลาดฟื้นตัว

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Mohammed Barkindo เลขาธิการสมาคมประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก (OPEC) เปิดเผยว่า รัสเซียให้คำมั่นว่า จะไม่ฝ่าฝืนข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันที่ลงนามไว้กับโอเปก แม้ราคาน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นก็ตาม โดยนายเบอร์คินโดกล่าวว่า Vladimir Putin ประธานาธิบดี และ Alexander Novak รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรัสเซียได้ให้คำมั่นดังกล่าวไว้ การเปิดเผยดังกล่าวของเลขาธิการโอเปกมีขึ้น หลังนักลงทุนกังวลว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะทำให้รัสเซียเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมัน เช่นเดียวกับสหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้ทำข้อตกลงดังกล่าวด้วย ได้เพิ่มการผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่องนับแต่ราคาน้ำมันในตลาดฟื้นตัว ทั้งนี้ ความกังวลเกี่ยวกับอุปทานส่วนเกินที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 60 ดอลลาร์/บาร์เรล

จีนเตรียมเปิดซื้อขายน้ำมันดิบฟิวเจอร์ หวังเพิ่มอำนาจกำหนดราคา-กระตุ้นใช้เงินหยวน

จีนเตรียมเปิดซื้อขายน้ำมันดิบฟิวเจอร์ หวังเพิ่มอำนาจกำหนดราคา-กระตุ้นใช้เงินหยวน

Chang Depeng โฆษกคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) กล่าวในงานแถลงข่าวว่า การเตรียมการซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าว่าใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว จีนเตรียมเปิดการซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2019 ที่ตลาดพลังงานระหว่างประเทศเซี่ยงไฮ้ (Shanghai International Energy Exchange: INE) เพื่อเพิ่มอำนาจของจีนในการกำหนดราคาน้ำมัน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนได้จัดตั้งตลาดซื้อขายน้ำมันขึ้นมาในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 แต่ไม่นานหลังจากนั้นการซื้อขายได้ถูกระงับไป ด้วยเหตุผลด้านการปฏิรูปและปัจจัยตลาด ทั้งนี้ การมีสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าจะช่วยให้จีนพัฒนาดัชนีอ้างอิงของตนเองในการกำหนดราคาน้ำมัน จีนเป็นประเทศที่ใช้น้ำมันมากที่สุดอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ และมีแนวโน้มที่อุปสงค์น้ำมันจะสูงขึ้นในอนาคต เนื่องจากจีนต้องการพลังงานอย่างมากเพื่อขับเคลื่อนภาวะเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกใช้น้ำมันในปริมาณมากกว่าอเมริกาและยุโรป แต่เอเชียแปซิฟิกกลับยังไม่มีดัชนีอ้างอิงราคาน้ำมันที่เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก Dong Dandan นักวิชาการอาวุโสของธนาคารแบงก์ ออฟ คอมมิวนิเคชัน กล่าวว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ฟิวเจอร์ไม่สะท้อนราคาน้ำมันในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบจีนจะช่วยให้บริษัทมีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ซึ่งสะท้อนสภาวะตลาดในเอเชียได้แม่นยำกว่า นอกจากนี้ การเปิดซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบฟิวเจอร์ยังเป็นการกระตุ้นการใช้เงินหยวนในระดับสากลมากขึ้น เนื่องจากสัญญาน้ำมันดิบซื้อขายด้วยสกุลเงินหยวน

ยอดผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯมีสิทธิพุ่งทะลุ 11 ล้านบาร์เรล/วัน ภายใน พ.ย.ปีนี้

ยอดผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯมีสิทธิพุ่งทะลุ 11 ล้านบาร์เรล/วัน ภายใน พ.ย.ปีนี้

ยอดผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯมีสิทธิพุ่งทะลุ 11 ล้านบาร์เรล/วัน ภายใน พ.ย.ปีนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กรมข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐฯคาดว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 11 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปี 2018 ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯอยู่ที่ระดับสูงกว่า 10 ล้านบาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2017 หลังราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยหนุนให้ผู้ผลิตน้ำมันในประเทศเพิ่มการผลิต นอกจากนี้ยังคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 10.59 ล้านบาร์เรล ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 11.18 ล้านบาร์เรลในปี 2018 ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มประมาณการจากครั้งก่อนที่คาดไว้ที่ 10.27 ล้านบาร์เรลในปีนี้ และ 10.85 ล้านบาร์เรลในปีถัดไป ทั้งนี้ กรมฯคาดว่า ราคาน้ำมันดิบไลท์ในปีนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 58.28 ดอลลาร์/บาร์เรล และในปีหน้าจะอยู่ที่ 57.51 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 62.39 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีนี้ ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 61.51 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2019

ซาอุดิ อาราเบียเตรียมแปรรูป Aramco ซึ่งจะกลายเป็นบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ซาอุดิ อาราเบียเตรียมแปรรูป Aramco ซึ่งจะกลายเป็นบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในวันศุกร์ที่แล้ว ได้มีประกาศว่าอารัมโก้ได้เปลี่ยนสถานภาพเป็นบริษัทมหาชนเรียบร้อยแล้ว เพื่อทำให้การซื้อขายหุ้นเป็นไปตามกฎหมายหลักทรัพย์ รัฐบาลซาอุดิ มีแผนที่จะขายหุ้นของอารัมโก้ 5% ผ่านการทำไอพีโอในปีนี้ มีการคาดการว่าไอพีโอของอารัมโก้จะเป็นไอพีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะว่าการขายหุ้น 5% ของอารัมโก้จะทำให้มีเงินเข้ามา $100,000 ล้าน และจะทำให้มาร์เก็ตแค็ปของอารัมโก้มีมูลค่า $2 ล้านล้าน ขนาดของอารัมโก้จะใหญ่กว่าExxon Mobilถึง5เท่า ฝ่ายบริหารของอารัมโก้กำลังพิจารณาว่าจะเอาหุ้นไปจดทะเบียนที่นิวยอร์ค ลอนดอน ฮ่องกง หรือโตเกียว แต่จะจดทะเบียนหุ้นในตลาดหุ้นซาอุดิประเดิมอยู่แล้ว