ส่องเส้นทางสู่โปรกอล์ฟที่ไม่แตกต่างจากวิถีการลงทุน (ตอนแรก)

ส่องเส้นทางสู่โปรกอล์ฟที่ไม่แตกต่างจากวิถีการลงทุน (ตอนแรก)

By…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ ในงาน BUALUANG FUND INVESTMENT FORUM TOWARDS 2019 นั้น คุณพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กองทุนบัวหลวง ก็ได้กล่าวไว้แล้วว่า นักลงทุนควรลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าตลาดจะอยู่ในช่วงใดของวงจรการลงทุนก็ตาม ควรมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายระยะยาวของตัวเอง พร้อมควบคุมสติไม่ให้ถูกครอบงำโดยข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ รายวัน จะได้ไม่ถูกปัจจัยในช่วงสั้นมาทำให้ไขว้เขว เพราะการที่นักลงทุนยังคงลงทุนอยู่ในตลาดในระยะยาวจะทำให้เกิดพลังของผลตอบแทนที่ทบต้น อย่างไรก็ตาม หากใครยังเห็นภาพไม่ชัดว่า การคงอยู่ในตลาดระยะยาว จะให้ผลตอบแทนทบต้นอย่างไร ก็สามารถพิจารณาจากเรื่องราวต่อไปนี้ที่แม้ไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยตรง แต่ผลลัพธ์ที่จากการคงอยู่ในวงจรตลาดระยะยาวนั้นไม่ได้แตกต่างจากเรื่องการลงทุนเลย เช่น กีฬากอล์ฟ ที่หากต้องการไปถึงขั้นเป็นโปร สร้างรายได้จากการเล่นกอล์ฟได้ ก็ไม่ใช่ว่า ฝึกเล่นประเดี๋ยวประด๋าวแล้วจะไปถึงได้ทันที ทุกอย่างล้วนต้องอาศัยเวลา ประสบการณ์ ความอดทนที่มากพอ ดังเรื่องราวของ คุณวิรดา นิราพาธพงศ์พร หรือโปรอุ๋ย นักกอล์ฟหญิงไทยคนแรกใน LPGA ที่มาเล่าให้ทุกคนฟังผ่านหัวข้อ “PUTTING YOUR GOLF AND INVESTING GAME INTO […]

ตกใจง่าย ทยอยลงทุนช่วยได้

ตกใจง่าย ทยอยลงทุนช่วยได้

By…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่นักลงทุนมักถามกันเสมอ คือ จะนำเงินก้อนหนึ่งมาลงทุนทีเดียวดี หรือจะทยอยลงทุน (DCA- Dollar Cost Average) เมื่อครั้งที่มีงาน Mutual Fund Day ครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ภายใต้แนวคิด “วางแผนลงทุนเพื่อชีวิตดี๊ดีวัยเกษียณสุข” และมีสัมมนาหัวข้อ “วัยเก๋าอยากสบาย ต้องรู้จักเลือกสไตล์ลงทุน” คุณวศิน วัฒนวรกิจกุล Managing Director, Head of Business Distribution กองทุนบัวหลวง หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา ได้ให้ข้อแนะนำที่น่าสนใจไว้ว่า จะเลือกทางไหนก็ล้วนดีหมด อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ลงทุนเลยแน่นอน อย่างไรก็ดี แนวคิดของการทยอยลงทุนหรือลงทุนครั้งเดียวด้วยเงินก้อนใหญ่ก็มีข้อดีที่แตกต่างกันไป การลงทุนในกองทุนรวมรูปแบบทยอยลงทุน แนวคิด คือ ค่อยๆ ลงทุนไปเรื่อยๆ ข้อดีคือ เมื่อเราทยอยลงทุน ความเสี่ยงก็จะลดลง โดยเฉพาะคนที่กังวลใจง่าย ตกใจง่าย ทางนี้น่าจะเหมาะสม เพราะการทยอยลงทุนช่วยลดความกังวลของเราลงได้ ไม่ต้องมานั่งตกใจว่า ฉันซื้อกองทุนช่วงที่ราคาสูงแล้วราคาก็ลงเอาๆ […]

หุ้น Laggard

หุ้น Laggard

By… ศรศักดิ สร้อยแสงจันทร์ BF Knowledge Center หุ้น Laggard หมายถึงหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นตัวอื่นในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจประเภทเดียวกัน และยังหมายถึงหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคาขึ้นช้ากว่าดัชนีตลาดหรือกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นในช่วงตลาดขาขึ้น   สาเหตุที่หุ้นบางตัวหรือบางกลุ่มขึ้นช้ามีได้หลายประการ หุ้นดังกล่าวมีปัจจัยพื้นฐานที่ไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นในกลุ่มเดียวกัน จึงทำให้นักลงทุนไม่ค่อยสนใจ หรือบางครั้งหุ้นตัวอื่นมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่ดึงดูดนักลงทุนมากกว่า เช่น การเปิดตลาดใหม่/สินค้าตัวใหม่ การเพิ่มทุน ขยายการลงทุน หรือ มีผุ้ร่วมทุนรายใหม่ที่มีศักยภาพ หุ้นในกลุ่ม Laggard เป็นหุ้นที่ยอดขายและกำไรฟื้นตัวหรือเติบโตช้ากว่าธุรกิจอื่นตามวงจรของเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มธนาคารจะฟื้นตัวในช่วงกลางของวงจรตามความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นหรือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากที่สูงขึ้น ในขณะที่ธุรกิจส่งออกและท่องเที่ยวฟื้นตัวขึ้นเร็วกว่าจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อจากต่างประเทศ นักวิเคราะห์มักจะแนะนำให้ลงทุนในหุ้น Laggard หลังจากที่ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นเต็มที่และราคาหุ้นตัวหรือกลุ่มที่นำตลาดได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว หากเป็นหุ้นกลุ่ม Laggard ตามวงจรเศรษฐกิจ หรือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีแต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของบริษัทที่น่าสนใจ ก็มีโอกาสที่ราคาหุ้น Laggard จะมีราคาสูงขึ้นตามมา เนื่องจากนักลงทุนเห็นว่าราคายังถูกเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นที่ขึ้นไปสูงแล้ว แต่นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานของหุ้นแต่ละบริษัทด้วย เพราะบริษัทที่อยู่ในธุรกิจที่ล้าหลังหรือตัวบริษัทมีฐานะการเงินที่ไม่ดี ยอดขายและกำไรตกต่ำลดลงแม้เศรษฐกิจจะดีขึ้นก็ตาม หุ้นประเภทหลังนี้อาจดูเหมือนหุ้น Laggard แต่มีโอกาสน้อยที่ราคาจะเพิ่มขึ้นตามตลาด

ครม.ไฟเขียวร่างกม.คุมตลาดหุ้น-เงินดิจิตอล

ครม.ไฟเขียวร่างกม.คุมตลาดหุ้น-เงินดิจิตอล

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับใหม่ เพราะ พ.ร.บ.ฉบับเก่าล้าสมัยไม่บูรณาการไม่ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และไม่สามารถคุ้มครองประโยชน์ของผู้ลงทุน โดยปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมครอบคลุมไปถึงการระดมทุนผ่านสกุลเงินดิจิตอลต่างๆ เช่น กรณีบิตคอยน์ และยังปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของของคณะกรรมการการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใหม่ พร้อมทั้งให้จัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (ซีเอ็มดีเอฟ) เพื่อพัฒนากลไกตลาดทุนของประเทศ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวต้องเสนอให้กับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ ก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้ปรับปรุงบทนิยามของการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีการเพิ่มประเภทหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุน รวมทั้งกำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วขั้นต่ำ เช่น การกำหนดบทนิยามเพื่อให้กฎหมายยืดหยุ่นครอบคลุมมากขึ้น พร้อมทั้งสนับสนุนการให้บริษัทบางแห่งเข้ามาร่วมในศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน พร้อมปรับปรุงทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทหลักทรัพย์ใหม่ให้ช่วยสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี (สตาร์ตอัพ) เพราะเดิมได้กำหนดทุนจดทะเบียนไว้สูง ขณะเดียวกันยังกำหนดให้ ก.ล.ต. มีอำนาจสั่งให้กรรมการ ผู้บริหาร เลขานุการบริษัท หรือบุคคลใดๆ จัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในกรณีบริษัทมีการบริหารกิจการที่อาจทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชน เช่น กรณีของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทะเลาะกันแล้วมายอมจัดประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงให้ก.ล.ต. มีอำนาจเรียกประชุม รวมทั้งยังให้บริษัทหลักทรัพย์ที่มีหน้าที่ในการจัดการกองทุนรวม ต้องซื่อสัตย์สุจริต […]

6 ขั้นตอนแก้หนี้ ทำไม่ยากหากตั้งใจจริง (ตอนที่2)

6 ขั้นตอนแก้หนี้ ทำไม่ยากหากตั้งใจจริง (ตอนที่2)

BF Knowledge Center สามข้อแรกของการจัดการหนี้สิน เป็นขั้นตอนสำคัญที่มักถูกมองข้าม ข้อแรก จัดระเบียบหนี้สิน  บางคนเป็นหนี้โดยไม่เคยรู้เลยว่ามีหนี้อยู่เท่าไรที่ไหนบ้าง ดอกเบี้ยเท่าไรคิดยังไง บางคนไม่เคยรู้เลยวิธีคิดดอกเบี้ยของหนี้แต่ละอย่างไม่เท่ากัน อย่างเช่นอัตราดอกเบี้ยบ้านคิดแบบลดต้นลดดอก แต่ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถยนต์หรือผ่อนชำระสินค้าที่คิดแบบ flat rate มันไม่ลดต้นลดดอก อัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่จ่ายจึงมากกว่าอัตรคาดอกเบี้ยลดต้นลดดอกประมาณเท่านึง ต้องเขียนหรือพิมพ์ใส่คอมพ์ออกเลย อย่าแค่จำมันจะลืม เงินกู้ตอนเริ่มต้นเท่าไร กู้จากไหน มีหนี้กับธนาคารไหน บริษัทไหน หรือยืมเพื่อนพ้องพี่น้องคนไหนมาบ้าง อัตราดอกเบี้ยเท่าไร จ่ายเงินต้น ดอกเบี้ยยังไง เดือนละเท่าไร เงื่อนไขเป็นอย่างไร เขียนออกมาให้หมดเลย ใครทำ excel เป็น แนะให้ทำไว้เลยจะเปรียบเทียบง่าย พอรู้สถานะหนี้ทั้งหมดที่มี ทีนี้ก็จะง่ายในการวางแผนจัดการ ข้อสอง ประเมินสถานะการเป็นหนี้  พอเรารู้หนี้สินที่มีแล้ว ให้เอาไปเทียบกับรายได้เพื่อประเมินสถานะความเป็นหนี้ของเราว่าอยู่ในระดับใด คือ 1.) มีหนี้แต่ยังสบายๆ 2.) มีหนี้ตึงมือ หรือ 3.) มีหนี้ขั้นวิกฤต ถ้ารายได้แต่ละเดือน เพียงพอจ่ายดอกเบี้ย และเงินต้นได้ตามสัญญา […]

ภาพรวมตลาดหุ้น มกราคม 2561

ภาพรวมตลาดหุ้น มกราคม 2561

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในเดือนแรกของปี 2561 ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว นำโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งหนุนด้วยราคาน้ำมันในตลาดโลก และหุ้นกลุ่มพาณิชย์บางตัวด้วยความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ขณะที่มีการขายทำกำไรหุ้นบางตัวที่ราคาปรับขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า เช่น กลุ่มท่องเที่ยว หรือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งกลุ่มธนาคารพาณิชย์นั้นผลประกอบการในไตรมาส 4/60 ที่ประกาศออกมาค่อนข้างต่ำกว่าที่ตลาดคาด ในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดเริ่มมีการปรับฐานลงหลังจากที่การเลือกตั้งในประเทศมีแนวโน้มจะถูกเลื่อนออกไปจากเดิมที่คาดกันว่าจะถูกจัดขึ้นภายในปีนี้ และยังมีประเด็นความกังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯเร็วกว่าที่คาด ทำให้เกิดแรงขายหนักในตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯและจีน ซึ่งเชื่อว่า แรงขายทำกำไรนี้น่าจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศหลักๆ ทั้งประเทศทางฝั่งตะวันตกและฝั่งเอเชีย ยังแสดงถึงการขยายตัวที่ดี แม้จะมีการปรับฐานบ้างแล้ว ระดับ P/E ตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับประมาณการกำไรปี 2561 ยังอยู่ที่ระดับมากกว่า 16.5 เท่า นับว่าตึงตัวพอสมควร แต่ว่าระดับ Valuation ของหุ้นในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นมีความแตกต่างกัน จึงมีหุ้นไทยบางส่วนที่ยังมีความน่าสนใจลงทุนอยู่ ขณะที่บางกลุ่มก็มีราคาแพงเกินพื้นฐาน การเลือกลงทุนหุ้นเป็นรายตัวจึงมีความสำคัญมาก ซึ่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นน่าจะมีโมเมนตัมต่อเนื่อง และหนุนให้การคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะหลังจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ดี และควรต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงเกินไปให้มากขึ้น

Book Value (มูลค่าทางบัญชี) 

Book Value (มูลค่าทางบัญชี) 

By… ศรศักดิ สร้อยแสงจันทร์ BF Knowledge Center Book value (BV) เป็นการวัดมูลค่าของบริษัทโดยใช้ตัวเลขทางบัญชี วิธีการวัดจะใช้มูลค่าทรัพย์สินของบริษัทตามที่บันทึกไว้ในบัญชีซึ่งได้ปรับปรุงตามมาตรฐานทางบัญชีอยู่เสมอ หักด้วยหนี้สินทั้งหมด ก็จะได้มูลค่าของบริษัทที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น ถ้าหารด้วยจำนวนหุ้นจะได้เป็นมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ถ้าบริษัททำธุรกิจได้ดีเจริญเติบโต ทรัพย์สินก็จะงอกเงยเพิ่มสูงขึ้น มูลค่าทางบัญชีก็จะสูงขึ้นตาม ในทางกลับกัน หากธุรกิจไม่ดีบริษัทประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่อง ทรัพย์สินและมูลค่าทางบัญชีก็ลดลงตาม นักวิเคราะห์การลงทุนใช้ราคาหุ้นหารด้วยมูลค่าทางบัญชีได้ตัวเลข Price to Book value (P/BV) เพื่อเปรียบเทียบความถูกหรือแพงของหุ้น โดยหุ้นที่ P/BV ต่ำถือเป็นหุ้นที่มีราคาถูกน่าลงทุน ส่วนหุ้นที่ P/BV สูงเป็นหุ้นที่ไม่น่าลงทุน คล้ายกับการใช้ค่า P/E การใช้ Book value ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ประการแรกมูลค่าทางบัญชีของทรัพย์สินต่างๆ อาจสูงหรือต่ำกว่าราคาตลาดที่ทรัพย์สินนั้นซื้อขายได้จริง ประการที่สอง ความสามารถการกำไรในอนาคตและการเติบโตของบริษัทไม่ได้สะท้อนอยู่ใน Book value

เงินดิจิทัลเสี่ยงสิ้นค่า อาจเหลือรอดไม่กี่สกุล 

เงินดิจิทัลเสี่ยงสิ้นค่า อาจเหลือรอดไม่กี่สกุล 

สกุลเงินดิจิทัลที่ร่วงลงแรงส่งผลให้มูลค่าตลาด (market value) หายไปเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และสถานการณ์อาจจะยิ่งแย่ลงกว่านี้ก็เป็นได้ หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการลงทุนที่โกลด์แมนแซคส์ (Goldman Sachs Group) กล่าว สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Steve Strongin หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการลงทุนที่โกลด์แมนแซคส์ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้ และนักลงทุนควรเตรียมตัวรับมือการสิ้นค่าของสกุลเงินเหล่านั้น เพราะในอนาคตจะถูกสกุลเงินดิจิทัลใหม่ๆที่เป็นคู่แข่งเข้ามาแทนที่ และในอนาคตจะเหลือเพียงไม่กี่สกุลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ประมาณการระยะเวลาของการเสื่อมค่าลงของสกุลเงินที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่เตือนว่าราคาที่ผันผวนรุนแรงเป็นสองเท่าก็พอที่จะบ่งชี้ได้ว่าแต่ละสกุลเงินคงไม่สามารถที่จะไปถึงเป้าหมายพร้อมกัน คงมีเพียงบางสกุลที่ชนะและอยู่รอดในตลาดนี้ “การปรับฐานของราคาสกุลเงินดิจิทัลทำให้ผมกังวล เนื่องจากสกุลเงินเหล่านั้นไม่มีมูลค่าโดยตัวมันเอง สกุลเงินต่างๆที่ไม่สามารถแข่งขันก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีมูลค่าเป็นศูนย์” Strongin กล่าว เงินดิจิทัลในขณะนี้ขาดกำลังที่จะอยู่รอดได้ในระยะยาว เนื่องจากการทำธุรกรรมที่ใช้เวลานาน ความท้าทายต่างๆเกี่ยวกับความปลอดภัย และมีต้นทุนในการดูแลสูง ขณะที่การเปิดการซื้อขายบิทคอยน์ในตลาดล่วงหน้าไม่ได้ช่วยแก้ความกังวลเหล่านั้นได้

Carl Icahn เตือนผลิตภัณฑ์ทางการเงินแปลกๆ ที่อาจทำให้ตลาดพังได้

Carl Icahn เตือนผลิตภัณฑ์ทางการเงินแปลกๆ ที่อาจทำให้ตลาดพังได้

Carl Icahn มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดัง ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อซีเอ็นบีซีว่า ความผันผวนของตลาดหุ้นที่ผ่านมาเกิดจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินแปลกๆ เช่น exchange-traded funds หรือ exchange-traded notes ที่กู้เงินมากเกินไปในการเทรด และวันหนึ่งอาจจะทำให้ตลาดหุ้นพังได้ หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นผันหวนหนักในช่วงที่ผ่านมา คือหลักทรัพย์ที่คลุมเคลือ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเดิมพันตลาดหุ้นยามสงบที่ถูกบังคับขาย หลักทรัพย์นี้เรียกชื่อกันว่า VelocityShares Daily Inverse VIX Short-Term exchange-traded note (XIV) ซึ่งพังในชั่วข้ามคืน เพราะว่านักลงทุนที่ใช้มาร์จิ้นสูงถูกบังคับขายเมื่อตลาดตกแรง ด้วยเหตุนี้ Credit Suisse ประกาศในวันอังคารที่ผ่านมาว่า จะเลิกเทรด XIV ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งออกแบบมาให้ได้ผลตอบแทนที่ตรงข้ามกับ Cboe Volatility Index (VIX), หรือรู้จักกันดีว่าเป็นตัววัดความกลัวของตลาด ไอคานบอกว่า ตลาดหุ้นมีการกู้เงินมากเกินไปในการลงทุน ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหายได้ร้ายแรงกว่าปี 1929

ความสัมพันธ์ของเวลา และความเสี่ยง (ตอนจบ) 

ความสัมพันธ์ของเวลา และความเสี่ยง (ตอนจบ) 

By… เสกสรร โตวิวัฒน์, CFP BF Knowledge Center ส่วนการลงทุนระยะกลางและระยะยาว ถือว่านานพอที่จะแบ่งมาลงทุนในหุ้นได้ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อเวลาผ่านไป เวลาลงทุนเหลือน้อยลงต้องมีการปรับปรุงพอร์ตใหม่ ลดสัดส่วนหุ้นเมื่อเวลาลงทุนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ไม่จำเป็นต้องเฝ้าละเอียดยิบปรับลดสัดส่วนทุกปี  โดยเฉพาะการลงทุนระยะกลางที่มักจะนิยมผสมผสานหุ้นในสัดส่วนที่สูง หรือผู้ลงทุนบางคนที่รับความเสี่ยงได้สูงก็อาจจะเลือกลงทุนหุ้นทั้งหมดโดยลืมไปว่า เวลาไม่เคยเหนื่อย เดินไปได้เรื่อยๆ ไม่เคยหยุดรอใคร พอร์ตลงทุนระยะกลางจะกลายเป็นพอร์ตการลงทุนระยะสั้นได้ภายในไม่กี่ปี แต่พอร์ตการลงทุนระยะกลางและระยะยาว ถือว่ามีความยืดหยุ่นกว่าพอร์ตระยะสั้นเพราะเวลาที่นานขึ้น มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้นๆ โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นที่ราคาผันผวนมากอย่างทองคำ ราคาหุ้นในตลาดแต่ละวัน แต่ละเดือน จะถูกกระทบด้วยปัจจัยต่างๆ มากมาย ทั้งความต้องการซื้อ ความต้องการขาย ข่าวลือ ข่าวจริง อารมณ์ ความกลัว ความโลภ การคาดเดาราคาในระยะสั้นจึงทำได้ยากยิ่ง การวิเคราะห์ด้วยปัจจัยทางเทคนิคเป็นเพียงเครื่องมือช่วยที่อาจจะถูก หรือไม่ถูกก็ได้  แต่หากมีระยะเวลาลงทุนนานๆ ราคาจะสะท้อนกลับมาสู่ความเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐาน ผลประกอบการที่ประกาศ เงินปันผลที่จ่าย จะทำให้ราคาหุ้นนั้นๆ กลับมาสู่ความเป็นจริง สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุที่ว่า ทำไมพอร์ตการลงทุนในหุ้นจึงเหมาะกับการลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาและความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนและผู้วางแผนการเงินต้องไม่ลืม ก็คือ เวลาไม่ใช่สิ่งตายตัว การลงทุนระยะยาวสักวันหนึ่งก็จะกลายเป็นการลงทุนระยะกลาง และการลงทุนระยะสั้น […]