มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหุ้นไทย

มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหุ้นไทย

ประเด็นเด่น ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงจะยังคงได้รับแรงหนุนจากสภาพคล่องในระบบ ตลาดหุ้นไทย Upside ในช่วงสั้นอาจจะไม่ได้ขึ้นแรง แต่ Downside เองก็มีจำกัดเช่นกัน นับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนส.ค. 2563 มียอดเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ใหม่รวมกัน 3 แสนกว่าบัญชี จำนวนเงินฝากเพิ่มขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ (ส.ค. 2563 = 14.39 ล้านล้านบาท)

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผล

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผล

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC)

หุ้นกลุ่ม ESG เปลี่ยนมุมมองการลงทุน

หุ้นกลุ่ม ESG เปลี่ยนมุมมองการลงทุน

โดย พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM กองทุนบัวหลวง จากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ทำให้พิสูจน์ได้ว่า เหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่สามารถสร้างผลกระทบที่รุนแรงนั้นเกิดขึ้นได้จริง โดยปัจจุบันแม้ว่ายังไม่มีบทสรุปของโควิด-19 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมโลกตอนนี้ คือ การตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น  เพราะทุกคนตระหนักดีแล้วว่า หากเราไม่ใส่ใจดูแลเรื่องพวกนี้กันอย่างจริงจัง โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์คล้ายกันนี้ในอนาคตก็ยังเป็นไปได้เสมอ ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการเงิน เศรษฐกิจ และการเมือง โดยเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ในสถานการณ์นี้เองทำให้บริษัทเอกชนต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เร่งจัดทำมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีมิติมากกว่าแค่ผู้ถือหุ้น โดยครอบคลุมไปถึงคู่ค้าทางธุรกิจ และลูกค้าด้วย จึงถือเป็นโอกาสในการแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ และการยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล โดยส่งต่อคุณค่าของบริษัทให้เกิดขึ้นต่อส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม ยกตัวอย่าง บางบริษัทที่จัดตั้งโรงงานหรือเปลี่ยนสายการผลิตเป็นหน้ากากอนามัย  หน้ากากเฟสชิว  หรือ ชุดหมี PPE  รวมถึงการดูแลสวัสดิการพนักงานด้านสุขภาพและความปลอดภัย  ซึ่งเป็นการให้น้ำหนักกับการประเมินความเสี่ยงในด้านสังคม (Social) กันมากขึ้น จากเดิมที่บริษัทมักเน้นเรื่องการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) เนื่องจากภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่เราได้รับผลกระทบอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน  อากาศที่เป็นพิษ  หรือฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง รวมถึงด้านธรรมาภิบาล (Good […]

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2020 INVESTMENT THEMES  “เครือข่ายครอบคลุมสร้างความแข็งแกร่ง บรรษัทแข็งแรงสร้างความยั่งยืน” ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนสูงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยหลังจากการปรับตัวลงแรงในเดือนมีนาคม ตลาดก็สามารถปรับตัวฟื้นขึ้นมาได้จากระดับต่ำสุดมากกว่า 20% ในเดือนเมษายน จากการที่เหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ได้รับการรับมือที่เข้มข้นมากขึ้นจากประเทศต่างๆ ผ่านมาตรการของภาครัฐในภาคสาธารณสุขและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการช่วยเหลือภาคธุรกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน เพื่อรักษาสภาพคล่องและกลไกตลาดให้ยังทำงานเป็นปกติได้ บรรยากาศการลงทุนในเดือนเมษายนนี้จึงเป็นไปในทิศทางเชิงบวก โดยถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่มีประกาศออกมาจะเป็นไปในเชิงลบ แต่ก็เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว นักลงทุนจึงหันมาให้น้ำหนักกับพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับของการแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ ความหวังของการพัฒนายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการกลับมาคลายล็อคดาวน์หลังจากที่สถานการณ์นั้นดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วมากขึ้น ด้านตลาดน้ำมันนั้น นอกจากจะถูกกดดันจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานอันทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำแล้ว ยังลามไปจนเกิดภาวะติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเป็นสาเหตุเพิ่มเติมจากภาวะขาดแคลนพื้นที่จัดเก็บ และสภาพคล่องที่น้อยในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ในช่วงที่สัญญาใกล้หมดอายุ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันก็ค่อยๆกลับมาสู่ภาวะปกติมากขึ้น ด้านตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 175.8 จุด สู่ระดับ 1,301.66 […]

กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทย

กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทย เริ่มส่งสัญญาณลบอีกครั้ง ปัญหาราคาน้ำมันที่ถูกกดดัน ทั้งอุปสงค์ที่ลดลงจากไวรัส COVID-19 รวมทั้งการประชุมระหว่างรัสเซีย กับ OPEC+ ที่ตกลงกันไม่ได้ ปัจจัยรุมเร้าต่างๆ ที่เข้ามาพร้อมกัน กดดันดัชนีลงแรงมาก จนน่าจะสะท้อนผลลบไปในระดับหนึ่งแล้ว แม้มีปัจจัยรุมเร้า แต่ก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แนะนำทยอยลงทุนในกองทุนรวมหุ้น ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสูง เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF) และกองทุนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นราคาน้ำมันที่ผันผวน  รวมถึงได้รับประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยขาลง เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงธนคม (BTK) หรือได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เช่น กองทุนตระกูลปัจจัย 4 เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 เพื่อการเลี้ยงชีพ (BBASICRMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 หุ้นระยะยาวปันผล (BBASICDLTF) สำหรับ ปัจจัยราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงมาค่อนข้างแรงกดดันตลาดหุ้นไทยโดยรวม ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวเกิดจาก ผลกระทบจากไวรัส COVID-19* นำไปสู่การปรับลดอัตราการเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกในปี 2020E และหลังจากที่การประชุมกลุ่มโอเปกที่ไม่ได้ข้อสรุปอะไร […]

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

ตลาดหุ้นไทย เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น ประเด็นที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยเริ่มดีขึ้นช่วงนี้ หลายประเทศร่วมมือกันออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสู้วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งก็เป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย  รัฐบาลเตรียมออกมาตรการเร่งด่วน กระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ดอกเบี้ยไทย คาดว่าจะลงได้อีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วงที่เหลือของปีนี้ แนะนำทยอยลงทุนในกองทุนหุ้นที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นปันผลสูง เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF) ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว หลายประเทศทั่วโลก จึงเร่งออกมาตรการกระตุ้นออกมาอย่างเร่งด่วน เช่น      สหรัฐอเมริกา: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมผลักดันให้สภาคองเกรสอนุมัติงบฉุกเฉิน 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 79,500 ล้านบาท) เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดหมายว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยลงเพิ่มอีกราว 0.25% ในเดือน เม.ย.นี้ หลังจากประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแบบ “ฉุกเฉิน” ไปแล้ว […]

ลงทุนเพื่อรายรับสม่ำเสมอดีจริงหรือ ?

ลงทุนเพื่อรายรับสม่ำเสมอดีจริงหรือ ?

โดย     พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ปัจจุบันทางเลือกในการลงทุนมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์การลงทุน นโยบายลงทุนที่มี ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสไตล์การลงทุนของแต่ละแห่งซึ่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ข้อดีของความหลากหลายคือ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคลได้อย่างลงตัวมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มีคำถามหนึ่งที่นักลงทุนมักจะสงสัยกันนั่นคือ เราจะเลือกลงทุนอย่างไรดี? ระหว่าง ลงทุนไปเรื่อยๆ พอใจผลตอบแทนเมื่อไรก็ทำการขายคืนด้วยตัวเอง หรือ ลงทุนแบบที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางเพื่อสร้างรายรับสม่ำเสมอ สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับแบบแรกคือ ลงทุนไปเรื่อยๆ พอใจผลตอบแทนเมื่อไรก็ทำการขายคืนด้วยตัวเอง รูปแบบนี้อาจเหมาะกับนักลงทุนที่ขยันซื้อ ขยันขาย พอมีเวลาติดตามตลาดลงทุนอยู่บ้างและยอมรับความผันผวนของราคาได้ค่อนข้างมาก ข้อดี คือ ผลกำไรที่ได้รับมาระหว่างทางจะไม่ได้ถูกนำออกไปใช้  แต่จะถูกนำไปลงทุนต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ข้อด้อย คือ ความผันผวนของราคาระหว่างทาง ทำให้มีโอกาสขาดทุนเนื่องจากไม่ได้นำเงินกำไรบางส่วนออกมา ด้วยเหตุนี้ ในช่วงที่การลงทุนมีความผันผวน  นักลงทุนจึงเริ่มสนใจลงทุนแบบที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางเพื่อสร้างรายรับสม่ำเสมอกันมากขึ้น สังเกตได้จากการที่นักลงทุนจำนวนหนึ่งเริ่มสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อรับค่าเช่า รวมถึงเริ่มสนใจลงทุนในหุ้นปันผล กองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล กองทุนรวมมีการทยอยจ่ายคืนเงินต้นพร้อมผลตอบแทน (Auto Redemption) หรือกองทุนรวมที่สามารถกำหนดวันขายคืนล่วงหน้ารายเดือนได้  เป็นต้น ข้อดี คือ การจ่ายเงินคืนระหว่างทางเป็นเครื่องมือในการสร้างกระแสเงินสดปัจจุบัน และลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนกำไรจากความไม่แน่นอนมีอาจเกิดขึ้นในอนาคต  […]

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

ปัจจัยบวกหุ้นไทย นโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่ยังมีช่องว่างให้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยต่อจีดีพีอยู่ที่ 42% ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จึงมีโอกาสที่จะใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา นโยบายรัฐจะเน้น “บรรเทา” เช่น กลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือเลือกช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจก่อน ดังนั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ มีความเป็นไปได้ที่จะทำในกลุ่มที่ยังมีกำลังจับจ่าย เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้จ่ายให้กลุ่มคนชั้นกลาง ลูกจ้างประจำ สภาอนุมัติ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 ซึ่งน่าจะทำให้ความเชื่อมั่นในประเทศผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะเริ่มเบิกจ่ายได้ในปลายเดือน ก.พ. หรือต้นเดือน มี.ค. ซึ่งงบดังกล่าว จะถูกเร่งรัดใช้ให้หมดภายในเดือน ก.ย. ดังนั้น งบจะถูกอัดฉีดเข้าไปในระบบภายใน 6 เดือน ซึ่งจะเป็นงบที่มาบรรเทาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวระยะสั้นได้ สหรัฐฯ และจีน ได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกอย่างเป็นทางการ ทำให้ในระยะสั้นคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้า และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวไปได้บ้าง ท่องเที่ยว ยังมีแนวโน้มเติบโต จากนักท่องเที่ยวจีน โดยช่วง 2 เดือนนี้นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาอย่างชัดเจน และประเทศไทยยังเป็นจุดหมายหลัก คือเป็น “จุดหมาย” อันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีน นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ประโยชน์ระยะสั้นจากเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกง […]

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยยังคงผันผวน ท่ามกลางความเสี่ยงที่ก่อตัวมากขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ดำเนินไป ได้ทำให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลง และเริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ โดยล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ หดตัวลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี และเศรษฐกิจจีนในไตรมาสสองเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 27 ไตรมาส ด้านเศรษฐกิจยุโรปยังคงฟื้นตัวช้า โดยถ้าหากเยอรมนีซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เศรษฐกิจติดลบต่อในไตรมาสสาม จะทำให้เกิดสถานการณ์ ‘Technical Recession’ รวมถึงความเสี่ยง Brexit ที่ยังคงไร้ทางออกที่ชัดเจน ด้วยความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ ธนาคารกลางหลักจึงพร้อมเพรียงกันดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทั้งการหยุดการลดขนาดงบดุลของ Fed และการกลับมาทำ QE ของ ECB ทำให้สภาพคล่องทางการเงินโลกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยคาดว่า อิทธิพลจากนโยบายการเงินในรอบนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า สภาพคล่องทางการเงินโลกที่ล้นในปัจจุบันนี้ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

BSIRICG และ BSIRIRMF เด่น เมื่อแบงก์ชาติ เซอร์ไพรส์ตลาด ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ผลออกมาค่อนข้างเซอร์ไพรส์ตลาด เนื่องจาก ที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากเดิม 1.75% เหลือ 1.50% ประเด็นสำคัญที่ต้องปรับลดในครั้งนี้ อาจเพราะมีแรงฉุดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะจากต่างประเทศ ทั้งการปรับลดดอกเบี้ยในหลายๆประเทศทั่วโลก ประเด็นที่อังกฤษจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (BREXIT) ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุน และข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนจีนต้องปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่ามาเกิน 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแน่นอนจากเมื่อต้นปี ค่าเงินบาทต่อหยวน 4.7 บาทต่อหยวน แต่ ปัจจุบัน (วันที่ 7 ส.ค. 2562) อยู่ที่ 4.38 บาทต่อหยวน […]