กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2020 INVESTMENT THEMES  “เครือข่ายครอบคลุมสร้างความแข็งแกร่ง บรรษัทแข็งแรงสร้างความยั่งยืน” ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนสูงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยหลังจากการปรับตัวลงแรงในเดือนมีนาคม ตลาดก็สามารถปรับตัวฟื้นขึ้นมาได้จากระดับต่ำสุดมากกว่า 20% ในเดือนเมษายน จากการที่เหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ได้รับการรับมือที่เข้มข้นมากขึ้นจากประเทศต่างๆ ผ่านมาตรการของภาครัฐในภาคสาธารณสุขและการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการช่วยเหลือภาคธุรกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดการเงิน เพื่อรักษาสภาพคล่องและกลไกตลาดให้ยังทำงานเป็นปกติได้ บรรยากาศการลงทุนในเดือนเมษายนนี้จึงเป็นไปในทิศทางเชิงบวก โดยถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่มีประกาศออกมาจะเป็นไปในเชิงลบ แต่ก็เป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว นักลงทุนจึงหันมาให้น้ำหนักกับพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับของการแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ ความหวังของการพัฒนายาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการกลับมาคลายล็อคดาวน์หลังจากที่สถานการณ์นั้นดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วมากขึ้น ด้านตลาดน้ำมันนั้น นอกจากจะถูกกดดันจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานอันทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำแล้ว ยังลามไปจนเกิดภาวะติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยเป็นสาเหตุเพิ่มเติมจากภาวะขาดแคลนพื้นที่จัดเก็บ และสภาพคล่องที่น้อยในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ในช่วงที่สัญญาใกล้หมดอายุ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันก็ค่อยๆกลับมาสู่ภาวะปกติมากขึ้น ด้านตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 175.8 จุด สู่ระดับ 1,301.66 […]

กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทย

กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทย เริ่มส่งสัญญาณลบอีกครั้ง ปัญหาราคาน้ำมันที่ถูกกดดัน ทั้งอุปสงค์ที่ลดลงจากไวรัส COVID-19 รวมทั้งการประชุมระหว่างรัสเซีย กับ OPEC+ ที่ตกลงกันไม่ได้ ปัจจัยรุมเร้าต่างๆ ที่เข้ามาพร้อมกัน กดดันดัชนีลงแรงมาก จนน่าจะสะท้อนผลลบไปในระดับหนึ่งแล้ว แม้มีปัจจัยรุมเร้า แต่ก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แนะนำทยอยลงทุนในกองทุนรวมหุ้น ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลสูง เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF) และกองทุนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นราคาน้ำมันที่ผันผวน  รวมถึงได้รับประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยขาลง เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงธนคม (BTK) หรือได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เช่น กองทุนตระกูลปัจจัย 4 เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 เพื่อการเลี้ยงชีพ (BBASICRMF) และกองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 หุ้นระยะยาวปันผล (BBASICDLTF) สำหรับ ปัจจัยราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงมาค่อนข้างแรงกดดันตลาดหุ้นไทยโดยรวม ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวเกิดจาก ผลกระทบจากไวรัส COVID-19* นำไปสู่การปรับลดอัตราการเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกในปี 2020E และหลังจากที่การประชุมกลุ่มโอเปกที่ไม่ได้ข้อสรุปอะไร […]

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

ตลาดหุ้นไทย เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น ประเด็นที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยเริ่มดีขึ้นช่วงนี้ หลายประเทศร่วมมือกันออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสู้วิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งก็เป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย  รัฐบาลเตรียมออกมาตรการเร่งด่วน กระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ดอกเบี้ยไทย คาดว่าจะลงได้อีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วงที่เหลือของปีนี้ แนะนำทยอยลงทุนในกองทุนหุ้นที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นปันผลสูง เช่น กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF) ผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว หลายประเทศทั่วโลก จึงเร่งออกมาตรการกระตุ้นออกมาอย่างเร่งด่วน เช่น      สหรัฐอเมริกา: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมผลักดันให้สภาคองเกรสอนุมัติงบฉุกเฉิน 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 79,500 ล้านบาท) เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดหมายว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยลงเพิ่มอีกราว 0.25% ในเดือน เม.ย.นี้ หลังจากประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงแบบ “ฉุกเฉิน” ไปแล้ว […]

ลงทุนเพื่อรายรับสม่ำเสมอดีจริงหรือ ?

ลงทุนเพื่อรายรับสม่ำเสมอดีจริงหรือ ?

โดย     พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ปัจจุบันทางเลือกในการลงทุนมีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์การลงทุน นโยบายลงทุนที่มี ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสไตล์การลงทุนของแต่ละแห่งซึ่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ข้อดีของความหลากหลายคือ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคลได้อย่างลงตัวมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม มีคำถามหนึ่งที่นักลงทุนมักจะสงสัยกันนั่นคือ เราจะเลือกลงทุนอย่างไรดี? ระหว่าง ลงทุนไปเรื่อยๆ พอใจผลตอบแทนเมื่อไรก็ทำการขายคืนด้วยตัวเอง หรือ ลงทุนแบบที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางเพื่อสร้างรายรับสม่ำเสมอ สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับแบบแรกคือ ลงทุนไปเรื่อยๆ พอใจผลตอบแทนเมื่อไรก็ทำการขายคืนด้วยตัวเอง รูปแบบนี้อาจเหมาะกับนักลงทุนที่ขยันซื้อ ขยันขาย พอมีเวลาติดตามตลาดลงทุนอยู่บ้างและยอมรับความผันผวนของราคาได้ค่อนข้างมาก ข้อดี คือ ผลกำไรที่ได้รับมาระหว่างทางจะไม่ได้ถูกนำออกไปใช้  แต่จะถูกนำไปลงทุนต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ข้อด้อย คือ ความผันผวนของราคาระหว่างทาง ทำให้มีโอกาสขาดทุนเนื่องจากไม่ได้นำเงินกำไรบางส่วนออกมา ด้วยเหตุนี้ ในช่วงที่การลงทุนมีความผันผวน  นักลงทุนจึงเริ่มสนใจลงทุนแบบที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางเพื่อสร้างรายรับสม่ำเสมอกันมากขึ้น สังเกตได้จากการที่นักลงทุนจำนวนหนึ่งเริ่มสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อรับค่าเช่า รวมถึงเริ่มสนใจลงทุนในหุ้นปันผล กองทุนรวมที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล กองทุนรวมมีการทยอยจ่ายคืนเงินต้นพร้อมผลตอบแทน (Auto Redemption) หรือกองทุนรวมที่สามารถกำหนดวันขายคืนล่วงหน้ารายเดือนได้  เป็นต้น ข้อดี คือ การจ่ายเงินคืนระหว่างทางเป็นเครื่องมือในการสร้างกระแสเงินสดปัจจุบัน และลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนกำไรจากความไม่แน่นอนมีอาจเกิดขึ้นในอนาคต  […]

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

ปัจจัยบวกหุ้นไทย นโยบายการเงินและนโยบายการคลังที่ยังมีช่องว่างให้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยต่อจีดีพีอยู่ที่ 42% ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จึงมีโอกาสที่จะใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา นโยบายรัฐจะเน้น “บรรเทา” เช่น กลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือเลือกช่วยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจก่อน ดังนั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ มีความเป็นไปได้ที่จะทำในกลุ่มที่ยังมีกำลังจับจ่าย เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้จ่ายให้กลุ่มคนชั้นกลาง ลูกจ้างประจำ สภาอนุมัติ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2563 ซึ่งน่าจะทำให้ความเชื่อมั่นในประเทศผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะเริ่มเบิกจ่ายได้ในปลายเดือน ก.พ. หรือต้นเดือน มี.ค. ซึ่งงบดังกล่าว จะถูกเร่งรัดใช้ให้หมดภายในเดือน ก.ย. ดังนั้น งบจะถูกอัดฉีดเข้าไปในระบบภายใน 6 เดือน ซึ่งจะเป็นงบที่มาบรรเทาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวระยะสั้นได้ สหรัฐฯ และจีน ได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกอย่างเป็นทางการ ทำให้ในระยะสั้นคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้า และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวไปได้บ้าง ท่องเที่ยว ยังมีแนวโน้มเติบโต จากนักท่องเที่ยวจีน โดยช่วง 2 เดือนนี้นักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาอย่างชัดเจน และประเทศไทยยังเป็นจุดหมายหลัก คือเป็น “จุดหมาย” อันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีน นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ประโยชน์ระยะสั้นจากเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกง […]

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย (จ่ายปันผล)

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยยังคงผันผวน ท่ามกลางความเสี่ยงที่ก่อตัวมากขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ดำเนินไป ได้ทำให้เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลง และเริ่มส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ โดยล่าสุด ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐ หดตัวลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 3 ปี และเศรษฐกิจจีนในไตรมาสสองเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 27 ไตรมาส ด้านเศรษฐกิจยุโรปยังคงฟื้นตัวช้า โดยถ้าหากเยอรมนีซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เศรษฐกิจติดลบต่อในไตรมาสสาม จะทำให้เกิดสถานการณ์ ‘Technical Recession’ รวมถึงความเสี่ยง Brexit ที่ยังคงไร้ทางออกที่ชัดเจน ด้วยความเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ ธนาคารกลางหลักจึงพร้อมเพรียงกันดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ทั้งการหยุดการลดขนาดงบดุลของ Fed และการกลับมาทำ QE ของ ECB ทำให้สภาพคล่องทางการเงินโลกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยคาดว่า อิทธิพลจากนโยบายการเงินในรอบนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้า สภาพคล่องทางการเงินโลกที่ล้นในปัจจุบันนี้ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)

BSIRICG และ BSIRIRMF เด่น เมื่อแบงก์ชาติ เซอร์ไพรส์ตลาด ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ผลออกมาค่อนข้างเซอร์ไพรส์ตลาด เนื่องจาก ที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากเดิม 1.75% เหลือ 1.50% ประเด็นสำคัญที่ต้องปรับลดในครั้งนี้ อาจเพราะมีแรงฉุดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะจากต่างประเทศ ทั้งการปรับลดดอกเบี้ยในหลายๆประเทศทั่วโลก ประเด็นที่อังกฤษจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (BREXIT) ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุน และข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนจีนต้องปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่ามาเกิน 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแน่นอนจากเมื่อต้นปี ค่าเงินบาทต่อหยวน 4.7 บาทต่อหยวน แต่ ปัจจุบัน (วันที่ 7 ส.ค. 2562) อยู่ที่ 4.38 บาทต่อหยวน […]

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนรวมหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES  “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ในเดือน พ.ค. ตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เนื่องจากความคืบหน้าของสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนไม่เป็นไปตามคาด หลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้เพิ่ม Huawei เข้าสู่บัญชีดำการซื้อขาย ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถซื้อชิ้นส่วนหรือสินค้าจากสหรัฐฯ ได้ ซึ่งทางจีนได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้สหรัฐฯ มีท่าทีอ่อนลงโดยการยืดระยะเวลาการคว่ำบาตรสินค้า Huawei ออกไป 3 เดือน ความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของน้ำมันดิบ ทำให้ทิศทางราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อ่อนตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้น ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มส่งสัญญาณการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับการแยกตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป […]

กองทุนบัวหลวง ประกาศจ่ายเงินปันผล ‘BSIRICG’ ครั้งที่ 20 หน่วยลงทุนละ 0.55 บาท ตอกย้ำความตั้งใจบริหารกองทุน เพื่อผลตอบแทนที่สม่ำเสมอสำหรับการลงทุนในระยะยาว

กองทุนบัวหลวง ประกาศจ่ายเงินปันผล ‘BSIRICG’ ครั้งที่ 20 หน่วยลงทุนละ 0.55 บาท ตอกย้ำความตั้งใจบริหารกองทุน เพื่อผลตอบแทนที่สม่ำเสมอสำหรับการลงทุนในระยะยาว

กองทุนบัวหลวงประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล หรือ BSIRICG ครั้งที่ 20 หน่วยลงทุนละ 0.55 บาท จากผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม จนถึง 31 มีนาคม 2562 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันนี้ (17 เม.ย. 2562) ตอกย้ำความตั้งใจในการบริหารกองทุน เพื่อให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอสำหรับการลงทุนในระยะยาว นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวงกำหนดจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) ในอัตรา 0.55 บาทต่อหน่วยลงทุน โดยปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน ในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา และจ่ายเงินปันผลในวันนี้ (17 เมษายน 2562) “เงินปันผลที่จ่ายมาจากผลการดำเนินงานของ BSIRICG ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 มีนาคม 2562 […]

กองทุนหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนหุ้นที่จ่ายปันผลของกองทุนบัวหลวง

กองทุนเปิดบัวแก้วปันผล (BKD) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES : “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” ตลาดหุ้นไทยในเดือน ม.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงระดับ 1,641 จุด ปรับตัวขึ้นประมาณ 5% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดต่างประเทศ หลังจากที่เมื่อปลายปีที่แล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงแรงทำให้ระดับ Valuation ถูกลงจนมีความน่าสนใจ ประกอบกับข้อมูลที่ออกมาของสหรัฐฯ (ซึ่งเป็นประเทศหลักที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ) ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไตรมาส 4/2018 ที่ประกาศมาแล้ว ส่วนใหญ่ค่อนข้างดีกว่าหรือใกล้เคียงกับตลาดคาด ทำให้ตลาดสหรัฐฯ สามารถรีบาวด์กลับขึ้นมาอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งแรงกดดันต่อตลาดทุนที่สำคัญนั้นลดลง หลังจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและปรับแผนการลดขนาดงบดุลโดยขึ้นกับความเหมาะสมต่อสภาวะเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน นั้นเชื่อว่า จะยังคงยืดเยื้อต่อไป แต่ทั้งสองประเทศน่าจะสามารถเจรจาประนีประนอมไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงมากนัก และคาดว่านักลงทุนจะค่อยๆ ลดความกังวลต่อเรื่องนี้ลง แม้อาจจะมีข่าวที่ทำให้ตลาดเกิดความกังวลบ้าง โดยเฉพาะช่วงใกล้ถึงเส้นตายที่สหรัฐฯ […]