กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ (B-FUTURE)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ (B-FUTURE)

ภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นมาต่อเนื่องมายังเดือน พ.ย. โดยตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มเฮลธ์แคร์ ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและยุโรปปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบปี ตอบรับข่าวเรื่องความคืบหน้าในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่คาดว่าจะสามารถลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกร่วมกันได้ในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปแล้วทั้งสองฝ่ายยังคงไม่สามารถลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรกันได้และการที่ ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามร่างกฎหมายสนับสนุนผู้ชุมนุมในฮ่องกง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อการเจรจาทางการค้าอีกครั้งและกดดันตลาดหุ้นในช่วงปลายเดือน พ.ย. ต่อเนื่องมายังต้นเดือน ธ.ค. ในแง่ของผลกำไรบริษัทจดทะเบียนใน S&P 500 ในไตรมาส 3 ลดลง -0.4% เมื่อเทียบรายปี ฉุดโดยผลกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงานที่ลดลงมากที่สุด ด้วยแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ลดลงจากช่วงปีก่อนหน้า ขณะที่บริษัทในกลุ่มเฮลธ์แคร์มีอัตราการเติบโตของผลกำไรสูงที่สุด สำหรับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่กองทุน B-FUTURE ลงทุน โดยในช่วงเดือน ต.ค. หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเมื่อวัดจากดัชนี MSCI World Information Technology Index สร้างผลตอบแทนได้ +4.22% มากกว่าดัชนีตลาดหุ้นโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น +2.76% ทำให้ตั้งแต่ช่วงต้นปีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นไปแล้วมากกว่า +34% แม้ว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐในช่วงไตรมาส 3/2019 จะปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าที่ -2% แต่ทว่า บริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่มสามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF)

สรุปภาวะตลาดหุ้นอาเซียนในช่วง ต.ค. 2019 ในช่วงเดือน ต.ค. ต่อมาถึงเดือน พ.ย. บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกผ่อนคลายมากขึ้น จากปัจจัยความเสี่ยงต่างๆที่ตลาดจับตามองนั้น มีพัฒนาการออกมาในเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่ใกล้จะบรรลุข้อตกลงเฟสแรกร่วมกันได้ รวมถึง Brexit ที่สามารถเลื่อนกำหนดเส้นตายออกไปได้อีก 3 เดือน และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ การผ่อนคลายของนโยบายการเงินจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะ FED ที่ในปีนี้ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาแล้วถึง 3 ครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงจากพัฒนาการเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันเงินเฟ้อที่อ่อนแอ ด้านตลาดหุ้นอาเซียน ในเดือน ต.ค. เมื่อพิจารณาจากดัชนี MSCI AC ASEAN Index กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ +2.35% เมื่อเทียบรายเดือน นำโดยตลาดหุ้นสิงคโปร์ที่ +3.5% ด้วยสถานการณ์เรื่องการค้าโลกที่ดีขึ้น รองลงมาได้แก่ ฟิลิปปินส์ที่ +2.6% หนุนโดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงรวมถึงปรับลดอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่อง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นอาเซียนในเดือน […]

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)

กลยุทธ์การลงทุน ในด้านของตราสารทุน ผู้จัดการกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่ศักยภาพในการเติบโต (Growth Stock) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่มีระดับความเสี่ยงมากกว่าดัชนี ประเทศ โดยในช่วงเดือน ต.ค. ผู้จัดการกองทุนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงน้ำหนักการลงทุนในหุ้น มีการลดระดับความเสี่ยงของพอร์ตออกไปบ้าง ด้วยการขายหุ้นบางบริษัทที่คาดว่าถึงระดับเต็มมูลค่าแล้วออกมาบางส่วน เช่น กลุ่มพลังงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนยังคงเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทคุณภาพที่มีรูปแบบธุรกิจที่เข้มแข็ง มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงิน แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูง โดยมุ่งเน้นไปยังหุ้นที่อิงกับนโยบายภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศเพื่อลดทอนผลกระทบจากความผันผวนภายนอกประเทศ เช่น กลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มธนาคาร กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น สำหรับกองทุน B-FLEX ตราสารหนี้ยังคงเป็นสินทรัพย์หลักที่มีคุณค่าสำหรับพอร์ตการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนยังคงมุ่งหวังผลตอบแทนระยะสั้นถึงกลางให้สูงกว่าดัชนีชี้วัดโดยเน้นการลงทุนทั้งในตราสารภาครัฐและเอกชนที่ให้ผลตอบแทนสอดคล้องและเหมาะสมกับความเสี่ยง ด้วยอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ประมาณ 1.8 ปี ทั้งนี้ ในส่วนของหุ้นกู้ภาคเอกชน ผู้จัดการกองทุนยังคงเลือกที่ผู้ออกมีฐานะทางการเงินมั่นคงที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ A- ขึ้นไป รวมถึงได้ Credit spread ที่น่าจูงใจเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง โดยเน้นการลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี มุมมองต่อการลงทุนของทีมผู้จัดการกองทุน ผู้จัดการกองทุนยังคงมีมุมมองที่ค่อนข้างระมัดระวังต่อการลงทุน ด้วยเชื่อว่า […]

กองทุนเปิดบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ เอ็กซ์ตร้า (B-SENIOR-X)

กองทุนเปิดบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ เอ็กซ์ตร้า (B-SENIOR-X)

กลยุทธ์การลงทุน ผลการดำเนินงานของกองทุนตั้งแต่ต้นปี 2019 ปรับตัวขึ้นได้เป็นอย่างดีที่ 4.11% และมากกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ 0.52% ตราสารทุนสามารถยังคงสร้างผลตอบแทนได้ดีแม้ว่าจะเผชิญกับสภาวะตลาดผันผวน โดยอุตสาหกรรมที่กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนสูง ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มขนส่ง กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มพาณิชย์สามารถปรับตัวขึ้นดี อีกทั้ง กองทุนมีการลงทุนใน PF/REITs/IFF ทำให้ได้รับประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของดัชนีกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนประมาณครึ่งหนึ่งมาจากสัดส่วนของตราสารหนี้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาผูจัดการกองทุนได้มีการขายทำกำไรในหุ้นกู้ภาคเอกชนบางส่วน โดยตราสารหนี้เป็นส่วนที่ช่วยบริหารความเสี่ยงทางขาลงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวน ในด้านของตราสารทุน ผู้จัดการกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่ศักยภาพในการเติบโต (Growth Stock) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่มีระดับความเสี่ยงมากกว่าดัชนีประเทศ โดยในช่วงเดือน ต.ค. ผู้จัดการกองทุนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงน้ำหนักการลงทุนในหุ้น โดยมีการลดระดับความเสี่ยงของพอร์ตออกไปบ้างโดยขายหุ้นบางบริษัทที่คาดว่าถึงระดับเต็มมูลค่าแล้วออกมาบางส่วน เช่น กลุ่มปิโตรเคมิคอล เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนยังคงเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทคุณภาพที่มีรูปแบบธุรกิจที่เข้มแข็ง มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงิน แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูง โดยมุ่งเน้นไปยังหุ้นที่อิงกับนโยบายภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศเพื่อลดทอนผลกระทบจากความผันผวนภายนอกประเทศ เช่น กลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มธนาคาร กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น อีกทั้ง ผู้จัดการกองทุนยังได้ปันเงินลงทุนบางส่วนเข้าลงทุนใน กลุ่มสินทรัพย์ PF/REITs/IFF […]

กองทุนเปิดบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR)

กองทุนเปิดบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR)

กลยุทธ์การลงทุน ผลการดำเนินงานของกองทุนตั้งแต่ต้นปี 2019 ปรับตัวขึ้นได้เป็นอย่างดีที่ 4.28% แต่มากกว่าเกณฑ์มาตรฐานเล็กน้อยที่ 4.12% ตราสารทุนสามารถยังคงสร้างผลตอบแทนได้ดีแม้ว่าจะเผชิญกับสภาวะตลาดผันผวน โดยอุตสาหกรรมที่กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนสูง ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มขนส่ง กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงกลุ่มพาณิชย์สามารถปรับตัวขึ้นดี อีกทั้ง กองทุนมีการลงทุนใน PF/REITs/IFF และทองคำอยู่ส่วนหนึ่ง ทำให้ได้รับประโยชน์จากการปรับตัวขึ้นของดัชนีกลุ่มนี้และราคาทองคำโลกเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนประมาณครึ่งนึงมาจากสัดส่วนของตราสารหนี้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาผูจัดการกองทุนได้มีการขายทำกำไรในหุ้นกู้ภาคเอกชนบางส่วน โดยตราสารหนี้เป็นส่วนที่ช่วยบริหารความเสี่ยงทางขาลงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวน ในด้านของตราสารทุน ผู้จัดการกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่ศักยภาพในการเติบโต (Growth Stock) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่มีระดับความเสี่ยงมากกว่าดัชนีประเทศ โดยในช่วงเดือน ต.ค. ผู้จัดการกองทุนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงน้ำหนักการลงทุนในหุ้น โดยมีการลดระดับความเสี่ยงของพอร์ตออกไปบ้างโดยขายหุ้นบางบริษัทที่คาดว่าถึงระดับเต็มมูลค่าแล้วออกมาบางส่วน เช่น กลุ่มพลังงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนยังคงเน้นการลงทุนในหุ้นของบริษัทคุณภาพที่มีรูปแบบธุรกิจที่เข้มแข็ง มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงิน แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูง โดยมุ่งเน้นไปยังหุ้นที่อิงกับนโยบายภาครัฐและการบริโภคภายในประเทศเพื่อลดทอนผลกระทบจากความผันผวนภายนอกประเทศ เช่น กลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มธนาคาร กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น อีกทั้ง ผู้จัดการกองทุนยังได้ปันเงินลงทุนบางส่วนเข้าลงทุนใน กลุ่มสินทรัพย์ […]

กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME)

กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME)

กลยุทธ์การลงทุน ผลการดำเนินงานของกองทุนตั้งแต่ต้นปี 2019 จนถึง ณ สิ้นเดือน ต.ค. ปรับตัวขึ้นได้เป็นอย่างดีที่ 7.54% และสามารถสร้างผลตอบแทนชนะเกณฑ์มาตรฐานที่ 4.02% โดยได้รับแรงหนุนจากทุกประเภทสินทรัพย์ โดยสินทรัพย์ประเภทกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (มีสัดส่วนการลงทุนประมาณ 19%) ให้ผลตอบแทนสูงสุดแก่กองทุนโดยเฉพาะกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของไทย ด้วยดัชนี SETPREIT และดัชนี FTSE ST REIT ที่ปรับขึ้นมามากกว่า 20% ตั้งแต่ช่วงต้นปี ซึ่งนับว่าผลการดำเนินที่ดีในช่วงที่ผ่านมามาจาก Asset Allocation อย่างแท้จริง ซึ่งแม้ว่าผลการดำเนินงานจะปรับขึ้นมาได้ดี แต่กองทุนยังคงสามารถรักษาระดับความผันผวนให้ไม่สูงจนเกินไปด้วยลักษณะของตราสารและบริษัทที่ลงทุน ในด้านของตราสารทุน ผู้จัดการกองทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่ 1) มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ 2) มีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ในระดับสูง 3) มองเห็นแนวโน้มการเจริญเติบโตของธุรกิจและเงินปันผล มีรูปแบบธุรกิจที่เข้มแข็ง มีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงิน แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดสูง โดยมุ่งเน้นไปยังหุ้นที่อิงกับการบริโภคภายในประเทศเพื่อลดทอนผลกระทบจากความผันผวนภายนอกประเทศ โดยในช่วงเดือน ต.ค. […]

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์ฟันด์ (BGOLD) และกองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BGOLDRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์ฟันด์ (BGOLD) และกองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BGOLDRMF)

สรุปภาวะการลงทุนในทองคำ ทองคำนับเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดีประมาณ 18% นับตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงสิ้นเดือน ต.ค. 2019 และปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีที่ราว 1,540 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ภายหลังจากเดือน ต.ค. ราคาทองคำปรับตัวลดลงเคลื่อนไหวที่กรอบประมาณ 1,452-1,508 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) ผลจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่ส่งผลกระทบกับสภาวะ Risk On และ Risk Off ในตลาดการเงิน 2.) ความคาดหวังของตลาดที่มีต่อทิศทางนโยบายการเงิน 3.) ความกังวลด้านการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก 4.) ความเสี่ยงทางการเมืองอื่นๆ เช่น Brexit และการประท้วงในฮ่องกง 5.) การเข้าซื้อทองคำของบรรดาธนาคารกลางต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตเงินทุนสำรองของประเทศ โดยเฉพาะฟากฝั่งของจีนและรัสเซีย ทั้งนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ตลาดมีความหวังว่าธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือตลาดมีความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่มักจะส่งผลให้ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง จะส่งผลต่อราคาทองคำให้ขยับตัวขึ้นไปได้ดี แต่ในทิศทางตรงข้ามหากสองปัจจัยนี้ขาดแรงผลักดัน เช่น ธนาคารกลางตัดสินใจไม่ลดดอกเบี้ย ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอล (B-GLOBAL) และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOBALRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอล (B-GLOBAL) และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOBALRMF)

สรุปผลการดำเนินงานและมุมมองด้านการปรับพอร์ตของกองทุนหลัก Wellington Global Opportunities Equity fund สรุปผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก หุ้นโลก เมื่อวัดจากดัชนี MSCI AC World Net สร้างผลตอบแทนช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. 2019 ทรงตัว 0% พิจารณาจากทั้งหมด 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนีชี้วัด (สาธารณูปโภค สินค้าบริโภคจำเป็น อสังหาริมทรัพย์ ไอที บริการด้านการสื่อสาร สินค้าบริโภคฟุ่มเฟือย อุตสาหกรรม สถาบันการเงิน เฮลธ์แคร์ วัสดุก่อสร้าง พลังงาน) พบว่า มี 6 กลุ่มอุตสาหกรรมให้ผลตอบตอบแทนเป็นลบ (เช่น พลังงาน วัสดุก่อสร้าง) ส่วนอีก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่เหลือให้ผลตอบแทนเป็นบวก (เช่น สาธารณูปโภค สินค้าบริโภคจำเป็น) ขณะที่ กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน -2.5% ช่วงเดือน ก.ค. – […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ)

มุมมองต่อตลาดหุ้นจีน ท่านผู้ถือหน่วยลงทุน คงจะพบว่า ตลาดหุ้นจีนในปีนี้ สามารถปรับตัวขึ้นมาได้เป็นอย่างดี แม้จะเผชิญกับสงครามการค้ารอบสองที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2019 หากเทียบกับปีที่แล้ว (2018) หุ้นจีนที่เคยลดลงมากกว่า -30% ในปีนี้กลับพลิกมาบวก +15.25% (MSCI China All Shares Index: YTD ถึงสิ้นไตรมาสสาม) ได้ โดยมีสาเหตุจากสามปัจจัย คือ 1.สภาพคล่องในระบบ (Liquidity Condition) การเติบโตที่รวดเร็วของสินเชื่อในประเทศจีน โดยเฉพาะสินเชื่อภาคธนาคารท้องถิ่น (Shadow banking) ที่เคยปล่อยกู้ให้กับโครงการที่ไม่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ จนทำให้ทางการจีนต้องเข้ามาควบคุมดูแลภาคสถาบันการเงิน ประเด็นนี้มีความสำคัญสูง เพราะธุรกิจภาคเอกชนประสบกับความลำบากในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจนทำให้เศรษฐกิจจีนเข้าสู่วัฏจักรเศรษฐกิจขาลงในปีที่แล้ว ส่วนในปีนี้ปริมาณหนี้ที่เริ่มลดระดับลง ทำให้ทางการจีนเห็นว่าสามารถใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบต่อไป นโยบายดังกล่าวมีส่วนช่วยให้หุ้นจีนเพิ่มขึ้นในปีนี้ 2.พื้นฐานบริษัทจดทะเบียน (Fundamental) นักลงทุนคาดไว้อยู่แล้วว่าในปีนี้ (2019) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน คงจะออกมาไม่ดี แค่ประคองตัวให้รอดพ้นจากสงครามการค้าก็เป็นที่น่าพอใจอยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือ ผ่านไป 6 เดือน หลังสงครามการค้ารอบสองที่เริ่มในเดือน […]

กองทุนเปิดบัวหลวงมันนี่มาร์เก็ตเพื่อการเลี้ยงชีพ (MM-RMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงมันนี่มาร์เก็ตเพื่อการเลี้ยงชีพ (MM-RMF)

ประเด็นเด่นในตลาดตราสารหนี้ ประเด็นเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่มีท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้น โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงในเบื้องต้น (First Phase of Trade Deal) อันจะส่งผลให้สหรัฐฯ มีการยกเลิกแผนการจัดเก็บภาษีนำเข้า 30% บนสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่ารวม 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่จีนจะนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่ารวม 40,000-50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงจะทบทวนนโยบายการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการบริหารจัดการด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ด้านสหรัฐฯ ผลการประชุมเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2562 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) มีมติ 8-2 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25bps เป็น 1.50%-1.75% ตามที่ตลาดคาด นับเป็นการปรับดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่ 3 รวม 75bps ท่ามกลางความเสี่ยงจากพัฒนาการเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันเงินเฟ้อที่อ่อนแอ ในแถลงการณ์การประชุมรอบนี้ FED ได้นำประโยคที่ว่า “จะปรับเปลี่ยนนโยบายให้มีความเหมาะสมเพื่อหนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อ” ออกจากแถลงการณ์หลังการประชุม ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณว่า […]