ครม.เคาะค่าแรงขั่นต่ำใหม่ขึ้น 5-22 บาท คลอดมาตรการอุ้มผู้ประกอบการายย่อย

ครม.เคาะค่าแรงขั่นต่ำใหม่ขึ้น 5-22 บาท คลอดมาตรการอุ้มผู้ประกอบการายย่อย

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ที่ 5-22 บาท ตามแต่พื้นที่ในแต่ละจังหวัดที่ทุกจังหวัดให้ความเห็นชอบแล้ว โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 พร้อมออกมาตรการคุ้มครองผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 3 มาตรการ คือ 1.มาตรการลดหย่อนภาษี โดยให้ผู้ประกอบการนำรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าแรงให้ลูกจ้างมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.15 เท่า โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนไปจนถึงสิ้นปีนี้ เงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการที่จะลดหย่อนได้คือ บริษัทต้องมีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท และมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน คาดว่ารัฐจะเสียงบประมาณ 5,400 ล้านบาท 2.การช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ด้วยวงเงิน 5,000 กว่าล้านบาท โดยให้มีการจัดตั้งคณะทำงานประกอบด้วยหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่คัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการจัดสัมมนาและอบรมในการพัฒนาสถานประกอบการ จากการประเมินพบว่าการขึ้นค่าแรงจะส่งผลต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 0.5-1% แต่จากการอบรมเข้าโครงการจะช่วยลดต้นทุนเอสเอ็มอี 10% คาดว่าจะมีเอสเอ็มอีเข้าร่วม 50,000 แห่ง […]

กองทุน ETF (Exchange Traded Fund)

กองทุน ETF (Exchange Traded Fund)

กองทุน ETF กองทุนรวมที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ (เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์) โดยมุ่งสร้างผลตอบแทนให้อยุ่ในระดับเดียวกับเกณฑ์เทียบวัด(Benchmark)ของหลักทรัพย์นั้น กองทุนหุ้น ETF อาจใช้ดัชนีตลาดหุ้น เช่น SET Index/ SET50 Index หรือ ดัชนีของหุ้นรายกลุ่ม เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน สื่อสาร เป็นเกณฑ์เทียบวัด การลงทุนใน ETF นักลงทุนจึงคาดหวังผลตอบแทนตามภาวะของหลักทรัพย์แต่ละประเภท ไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาด จากฝีมือของผู้จัดการกองทุนในการคัดเลือกหลักทรัพย์ (Stock selection) หรือ การจับจังหวะซื้อขาย (Market timing) ดังนั้น ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน ETF จะถูกกว่ากองทุนทั่วไป จึงเป็นการประหยัดต้นทุน กองทุน ETF จะถูกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้นักลงทุนซื้อ-ขายได้ตลอดเวลาตามราคาตลาด ต่างจากกองทุนทั่วไปที่ต้องซื้อขายผ่านตัวแทนของกองทุน โดยใช้มูลค่าทรัพย์สุทธิของกองทุน (Net asset value : […]

ฮาวายเร่งสอบกรณีเตือนภัยขีปนาวุธ ผิดพลาด

ฮาวายเร่งสอบกรณีเตือนภัยขีปนาวุธ ผิดพลาด

นายเดวิด ไอกี ผู้ว่าการฮาวายได้ทวีตข้อความในเวลา 2.34 น. ตามเวลาท้องถิ่น วันที่ 14 ม.ค. โดยระบุว่า “ผมจะเข้าประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานจัดการภัยฉุกเฉินฮาวาย ในช่วงเช้าวันนี้ เพื่อค้นหาสาเหตุความผิดพลาดของระบบเตือนภัยและเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกครั้ง” ก่อนหน้านี้มีการรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศว่า ระบบเตือนภัยขีปนาวุธได้ส่งสัญญาณเตือนฉุกเฉินว่าขีปนาวุธกำลังพุ่งตรงไปยังเกาะฮาวายในช่วงเช้าประมาณ 8.07 เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (เวลา 1.07 น. ของวันอาทิตย์ที่ 14 ม.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) ส่งผลให้ประชาชนเร่งหาที่หลบภัยกันชุลมุน ก่อนที่จะพบว่าสัญญาณเตือนดังกล่าวเป็นความผิดพลาด ของเจ้าหน้าที่ซึ่งประจำสำนักงานบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน (EMA) กดปุ่มผิดพลาดขณะรีบผลัดเปลี่ยนเวรปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นความผิดโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่มีเจตนาร้าย แต่ อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวไม่ควรจะเกิดขึ้นและจะมีการดูแลป้องกันไม่ให้เหตุเกิดซ้ำรอยอีก ด้าน ขณะที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประกาศว่าจะสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยละเอียด

ความท้าทายของจีนในปี2018

ความท้าทายของจีนในปี2018

จีนจะยังคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลายเป็นมหาอำนาจเบอร์1ของโลกในอีก10ปีข้างหน้าได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรการการปฏิรูปโครงสร้างในปัจจุบันที่กำลังดำเนินไปอยู่ นี้คือเนื้อหาหลักของงานสัมนา dbAccess China Conference 2018จัดโดยดอยช์แบงก์ ที่กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่8-10มกราคม2018 ซึ่งมีเนื้อหาหลัก4-5ประเด็นที่สำคัญคือ 1.) จีนจะสามารถปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจที่เคยเติบโตสูงมาเป็นเศรษฐกิจที่โตอย่างมีคุณภาพได้หรือไม่ โดยที่ตัวเลขจีดีพีจะไม่ได้เป็นเป้าหมายที่สำคัญเหมือนในอดีตที่จีนต้องการเงินลงทุนและการส่งออกที่มากๆเพื่อไล่ให้ทันโลกตะวันตก และเพื่อรองรับการจ้างงาน และรัฐบาลจีนเป็นผู้นำในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดันจีดีพี 2.) จีนจะสามารถบริหารความเสี่ยงได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการกู้หนี้ยืมสินที่เกินตัวของรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อที่จะลงทุนและดันดีจีดีพีของมณฑลของตัวเองให้มีเศรษฐกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่สูง การลดหนี้และบริหารความเสี่ยงจากเครดิตที่สูงเกินไปจะเป็นงานหลักของการปฏิรูป 3.) จีนจะพึ่งพาการบริโภคภายในเพื่อดันจีดีพี พร้อมทั้งการนำเอาซับไพลไซด์มาเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ การเพิ่มภาคบริการ นวัตกรรม รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี่มาใช้ 4.) ความเร็วในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจะทันการหรือไม่ เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีอัตราการเจริญเติบโตในระดับที่ยอมรับได้ โดยไม่จำเป็นต้องโตมากนัก 5.) นายWerner Steinmueller กรรมการผู้จัดการใหญ่เอเชียแปซิฟิค และกรรมการของบอร์ดของดอยช์แบงก์เชื่อมั่นว่าอีก5-10ปีข้างหน้าเศรษฐกิจจีนมีโอกาสที่จะแซงหน้าเศรษฐกิจสหรัฐได้ ทำให้เปิดโอกาสของการลงทุนในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นจีนมีขนาด$7.3ล้านล้านใหญ่อันดับ2ของโลกแล้ว ส่วนตลาดบอนด์ของจีนมีขนาด$9.4ล้านล้านหรือใหญ่อันดับ3ของโลก เขาเชื่อมั่นว่ามาตรการการเปิดเสรีเศรษฐกิจและภาคการเงินของรัฐบาลจีน และความต้องการมืออาชีพมาบริหารทางด้านการเงินเพิ่มมากขึ้นจะดึงดูดและเปิดโอกาสให้นักลงทุนให้มาลงทุนในจีนในระยะยาว

หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกัญชาขึ้นยกแผง

หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกัญชาขึ้นยกแผง

แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐล่าสุดในวันจันทร์ที่ผ่านมาที่อนุญาตให้มีการขายกัญชาได้ ทำให้นักลงทุนมีความคึกคักในการซื้อหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา Market Watch รายงานว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาในอเมริกาเหนือส่วนมากจะมาจากแคนาดา เพราะว่าแคนาดายกเลิกกฎหมายควบคุมกัญชาตั้งแต่ปี 2001 ในวันอังคารที่ผ่านมา หุ้นของบริษัท Canopy Growth Corp ขึ้น 8.8% บริษัทนี้อยู่ที่เมืองออนตารีโอ โดยทำธุรกิจซับไพลกัญชาตั้งแต่ปี 2009 หุ้นของบริษัท Horizons Marijuana Life Sciences Index ขึ้น 12% โดยบริษัทนี้เข้าเทรดในตลาดหุ้น Toronto Stock Exchange ในเดือนที่แล้ว บริษัทนี้ลงทุนในบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา 20 กว่าบริษัทในอเมริกาเหนือ หุ้นบริษัท Supreme Cannabis Co. Inc. จากโตรอนโตขึ้น 19% โดยบริษัทนี้ทำธุรกิจพัฒนา และส่งสินค้ากัญชาในทางการแพทย์ และหุ้นบริษัท Aurora Cannabis จากแวนคูเวอร์ขึ้น 24% ในสหรัฐอเมริกา การเสพ […]

ราคาน้ำมันอาจจะแตะ $80 ปี 2018 นี้

ราคาน้ำมันอาจจะแตะ $80 ปี 2018 นี้

เปิดฉากมาปีใหม่ 2018 ปรากฎว่าราคาน้ำมันขยับขึ้นไปแตะ $60ต่อบาเรลล์ ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014 แต่นาย Yoon Chou Chong หัวหน้าฝ่ายหุ้นเอเชียของ Natisix Asset Management คาดการว่าราคาน้ำมันอาจจะทะลุไปถึง $80ต่อบาเรลล์ก็ได้ในปี 2018 นี้ โดยที่ปีนี้อาจจะเป็นปีของสินค้าโภคภัณฑ์ก็ได้ ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงในปีนี้คือการที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันมีการจำกัดการผลิต และมีความพยายามที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันก่อนที่ Saudi Aramco บริษัทรัฐวิสาหกิจของซาอุดิ อาราเบียจะทำไอพีโอ ราคาน้ำมัน ทั้งจากตลาด West Texas และตลาดBrentต่างทำระดับสูงขึ้นถึง $60ต่อบาเรลล์ในช่วงที่ผ่านมา เพราะว่ามีการจำกัดการผลิตโดยกลุ่มโอเปค และมีการประท้วงในประเทศอิหร่าน ครั้งสุดท้ายที่ราคาน้ำมันแตะ$80ต่อบาเรลล์คือในเพือนพฤศจิกายนปี2014 ก่อนที่จะตกลงมาที่ระดับ $30ในเดือนมกราคมปี 2016 จากการความต้องการที่อ่อนตัวลง ค่าเงินดอลล่าร์ที่แข็งค่าขึ้น และสหรัฐมีการผลิตน้ำมัน Shale Oil & Shale Gas เพิ่มขึ้น

บินแล้วสบายใจ

บินแล้วสบายใจ

ปี2017การเดินทางทางอากาศปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน รายงานของ To70 บริษัทที่ปรึกษาของดัทช์และ Aviation Safety Networkระบุว่า ไม่มีเหตุร้ายเครื่องบินโดยสารตกเลยในปี2017 แม้ว่าจำนวนเที่ยวบินทั้งโลกจะเพิ่มขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม ทาง To70เตือนว่า ถึงแม้ว่าเครื่องบินโดยสารจะมีความเปลอดภัยเพิ่ม แต่อัตราอุบัติเหตุที่ต่ำอย่างผิดปกติให้มองว่าเป็นเรื่องของโชคดีด้วย แม้ว่าจะไม่มีเครื่องบินตกปีที่แล้ว แต่ก็มีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินโดยสาร 10 ครั้งมีผลทำให้คนเสียชีวิต 79 คน เทียบกับ อุบัติเหตุ 16 ครั้ง คนตาย 303 คนในปี 2016

ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในปี 2018

ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในปี 2018

นักลงทุนระดับโลกมองความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ประกอบในการลงทุน หรือในการเทรดในปี 2018 โดยประเด็นใหญ่ที่ทางซีเอ็นบีซีหยิบยกขึ้นมามีทั้งการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวที่เกาหลี การแข่งขันฟุตบอล World Cup ที่รัสเซีย ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ความคืบหน้าของการเจรจา Brexit การปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน การเลือกตั้งมิดเทอมในสหรัฐอเมริกา ทางเกาหลีใต้ได้ประกาศว่าพร้อมเจรจากับเกาหลีเหนือในวันที่ 9 มกราคมเพื่อหารือความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะส่งทัพนักกีฬามาร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งทางเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัด คิมจองอันผู้นำเกาหลีเหนือมาไม้อ่อนสลับไม้แข็งในช่วงปีใหม่ด้วยการขู่สหรัฐฯว่า มีขีปนาวุธที่สามารถยิงถึงอเมริกา แต่พร้อมเจรจาหาลู่ทางสันติกับเกาหลีใต้ และพร้อมกับส่งทัพนักกีฬาเกาหลีเหนือไปร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ David Roche นักยุทธศาสตร์แห่ง Independent Strategy บอกว่า ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯจะยอมรับความเป็นมหาอำนาจทางนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือหรือไม่ ถ้า สหรัฐฯบุกเกาหลีเหนือเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์. แสดงว่าจีนไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับเกาหลีเหนือ และสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯและจีนจะตามมา รัสเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก World Cupในเดือนสิงหาคม แต่ยังไม่แน่ว่าจะจัดงานได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หรือจะถูกบอยคอทหรือไม่ เพราะว่าทั้งยุโรปและสหรัฐฯยังคงมีมาตรการแซงชั่นรัสเซียอยู่จากกรณีวิกฤติยูเครน นอกจากนี้ Russiagate ยังคงดำเนินต่อในการเมืองสหรัฐญที่กล่าวหารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงที่ผ่านมา ความคืบหน้าของการเจรจา Brexit คงต้องมีความคืบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าอังกฤษเสียเปรียบจะมีผลทำให้สถาบันการเงินหรือบริษัทย้ายสำนักงานออกไปอยู่ในอียู ถ้า Brexit ราบรื่นดี จะไม่มีผลกระทบเศรษฐกิจของอังกฤษมาก จีนอาจจะเจอกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ […]

เศรษฐกิจเอเชียแซงหน้าตะวันตกใน 10 ปี

เศรษฐกิจเอเชียแซงหน้าตะวันตกใน 10 ปี

รายงานของ Centre for Economics and Business Research อยู่ที่กรุงลอนดอนรายงานว่าอินเดียจะแซงหน้าเศรษฐกิจของอังกฤษและฝรั่งเศสในปีหน้า โดยจะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 5 ของโลกในรูปตัวเงินดอลลาร์ อินเดีย ซึ่งขณะนี้มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 7% ต่อปีจะขยับฐานะสูงขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 3 ของโลกในปี 2027 โดยจะแซงหน้าเยอรมัน ในปี 2032 ทาง Centre for Economics and Business Research ประเมินว่า 3 ใน 4 เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะอยู่ในเอเชีย คือจีน อินเดียและญี่ปุ่น เมื่อถึงเวลานั้น จีนจะแซงหน้าสหรัฐฯกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แต่อินเดียจะไม่หยุดเพียงนั้น คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจอินเดียจะแซงหน้าจีนในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 21 ในขณะเดียวกันในปี 2032 เกาหลีใต้ และอินโดนีเซียจะติดอันดับเศรษฐกิจท็อป 10 ของโลก โดยจะเบียดอิตาลีและแคนาดาตกขอบไป

ผู้ก่อตั้งเงินคริปโต Litecoin เทขายหมดพอร์ต

ผู้ก่อตั้งเงินคริปโต Litecoin เทขายหมดพอร์ต

นายชาร์ลี ลี ผู้ก่อตั้ง Litecoin ได้ขายไลท์คอยน์ของเขาออกหมดพอร์ต หลังจากที่ราคาของไลท์คอยน์พุ่งถึง 75 เท่าในปีนี้ นายลีเป็นวิศวกรซอฟแวร์และอาศัยที่เมืองซานฟรานซิสโกได้พัฒนาไลท์คอยน์ในปี 2011 ซึ่งได้กลายเป็นเงินคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ใหญ่อันดับ 5 ของโลก เขาบอกว่า เขาตัดสินใจขายไลท์คอยน์ที่ครอบครองอยู่ทั้งหมด เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะว่าเขาต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการถกเงินคริปโตในโซเซี่ยลมีเดีย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคา ค่าของเงินคริปโตไลท์คอยน์อยู่ที่ระดับ 319 ดอลลาร์ในการเทรดในวันที่ 21 ธันวาคม โดยมีราคาสูงขึ้นถึง 75 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่แล้ว มูลค่าตลาดรวมของไลท์คอยน์อยู่ที่ 17,500 ล้านดอลลาร์ นายลีไม่บอกว่าเขาถือไลน์คอยท์เป็นจำนวนเท่าใด ขายไปทั้งหมดได้ราคาเท่าใด เพียงแต่บอกว่าเขายังเหลืออยู่ 2-3 เหรียญเป็นที่ระลึก และเขาจะยังคงทำงานให้กับไลน์คอยน์ต่อไปโดยไม่มีเรื่องของราคามาให้เป็นที่รบกวนใจ