BF Mobile App เพื่อนักลงทุนยุคดิจิทัล
งาน Money Expo ที่จะจัดขึ้นที่เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต กองทุนบัวหลวง เตรียมเปิดตัว Application ใหม่สำหรับนักลงทุนยุคดิจิทัล “BF Mobile Application” Application ตัวนี้เกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างกองทุนบัวหลวงและ FundRadars จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และมุมมองด้านการลงทุน ได้สะดวก และรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังมีการใช้ AI อย่าง Chatbot มาช่วยในการตอบคำถามแก่ลูกค้า และยังเชื่อมต่อกับระบบการซื้อขายหน่วยลงทุนต่างๆ เช่น บัวหลวงไอแบงกิ้ง หรือ B-Channel เป็นต้น
รู้จักกับพันธบัตรสีเขียว (Green Bond)
แนวโน้มการลงทุนในปัจจุบันที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ทำให้หลายประเทศเริ่มมีการออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พันธบัตรกรีนบอนด์ เป็นสินทรัพย์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม พลังงานหมุนเวียน การก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน ซึ่งได้มีการออกเสนอขายครั้งแรกเมื่อปี 2007 มูลค่า 600 ล้านยูโร และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนปัจจุบันมีมูลค่ารวมถึง 232 พันล้านเหรียญสหรัฐ ตราสารหนี้ที่จะถือเป็นพันธบัตรสีเขียวจะมีขั้นตอนในการจัดทำ 4 ขั้นตอน ตามมาตรฐาน Green Bond Principles ดังนี้ Use of Proceeds กำหนดให้ผู้ออกตราสารจะต้องนำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน Process for Project Evaluation and Selection กำหนดแนวทางการประเมินผลและคัดเลือกโครงการ รวมทั้งการให้ข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบ Management of Proceeds กำหนดแนวทางในการบริหารเงิน โดยกระบวนการดังกล่าวต้องสามารถตรวจสอบได้ และจัดสรรเงินให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงิน Reporting ต้องกำหนดให้มีการจัดทำรายงานการใช้เงินรายงวดและรายโครงการ จนกว่าจะมีการจัดสรรเงินครบถ้วน รวมทั้งจัดทำรายงานประสิทธิภาพของโครงการ ทางเลือกใหม่ในการลงทุน แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่มีการระดมเงินผ่านพันธบัตประเภทนี้ แต่เชื่อว่าจากการที่ประเทศต่างๆทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน […]
หลังครบ 1 ปีกับการยกเลิกธนบัตรอินเดีย (ต่อ)
นโยบายยกเลิกธนบัตรของรัฐบาลโมดี้ในช่วง 1 ปีเต็มที่ผ่านมาอาจจะทำให้เศรษฐกิจมีการชะลอตัวลงบ้าง แต่ตลาดหุ้นอินเดียเดินหน้าไปในทิศทางขาขึ้น ดัชนี Nifty 50 Index ซึ่งเป็นเบนช์มาร์คของ National Stock Exchange ของอินเดียทะยานสูงขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว Nilesh Shah กรรมการผู้จัดการของ Kotak Mutual Fund ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้าที่มีการใช้นโยบายยกเลิกธนบัตรเก่าเพื่อแลกธนบัตรใหม่เพื่อแก้ปัญหาการเลี่ยงภาษี หรือตลาดมืด คนอินเดียส่วนมากเก็บเงินเอาไว้ที่บ้าน ซุกใต้หมอน หรือใต้เตียง แต่หลังจากที่มีการใช้นโยบายยกเลิกธนบัตรเก่า คนอินเดียเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงพฤฒิกรรมด้วยการโยกเงินสดเข้าไปในกองทุนรวมต่างๆ ทำให้กองทุนรวมมีการเจริญเติบโต และมีผลทำให้มีเม็ดเงินใหม่ๆ ไหลเข้าตลาดหุ้น เขาบอกว่า ผลกระทบอีกประการหนึ่งของนโยบายยกเลิกธนบัตรคือทำให้คนอินเดียเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงิน และตลาดการเงินมากยิ่งขึ้น โดยที่พวกเขาได้เรียนรู้ว่าการลงทุนในกองทุนรวมช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และให้ผลตอบแทนโดยที่นักลงทุนไม่ต้องกังวลใจอะไรมาก The Financial Times รายงานในบทความชื่อ “India’s stock market learns to live without foreigners” ในวันที่ […]
หลังครบ 1 ปีกับการยกเลิกธนบัตรอินเดีย (ต่อ)
นโยบายยกเลิกธนบัตรของรัฐบาลโมดี้ในช่วง 1 ปีเต็มที่ผ่านมาอาจจะทำให้เศรษฐกิจมีการชะลอตัวลงบ้าง แต่ตลาดหุ้นอินเดียเดินหน้าไปในทิศทางขาขึ้น ดัชนี Nifty 50 Index ซึ่งเป็นเบนช์มาร์คของ National Stock Exchange ของอินเดียทะยานสูงขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว Nilesh Shah กรรมการผู้จัดการของ Kotak Mutual Fund ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้าที่มีการใช้นโยบายยกเลิกธนบัตรเก่าเพื่อแลกธนบัตรใหม่เพื่อแก้ปัญหาการเลี่ยงภาษี หรือตลาดมืด คนอินเดียส่วนมากเก็บเงินเอาไว้ที่บ้าน ซุกใต้หมอน หรือใต้เตียง แต่หลังจากที่มีการใช้นโยบายยกเลิกธนบัตรเก่า คนอินเดียเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงพฤฒิกรรมด้วยการโยกเงินสดเข้าไปในกองทุนรวมต่างๆ ทำให้กองทุนรวมมีการเจริญเติบโต และมีผลทำให้มีเม็ดเงินใหม่ๆ ไหลเข้าตลาดหุ้น เขาบอกว่า ผลกระทบอีกประการหนึ่งของนโยบายยกเลิกธนบัตรคือทำให้คนอินเดียเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงิน และตลาดการเงินมากยิ่งขึ้น โดยที่พวกเขาได้เรียนรู้ว่าการลงทุนในกองทุนรวมช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และให้ผลตอบแทนโดยที่นักลงทุนไม่ต้องกังวลใจอะไรมาก The Financial Times รายงานในบทความชื่อ “India’s stock market learns to live without foreigners” ในวันที่ […]
ประเทศไหนจะเป็นจ้าวตลาด e-commerce ในอาเซียน
หลายสำนักชี้ว่า e-commerce ในอาเซียนมีการเติบโตสูง และเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้ประเทศ ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม ต่างบูมธุรกิจด้านนี้อย่างมาก Google เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2017 ยอดขายของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเอเชีย-แปซิฟิก มีสัดส่วนอยู่ถึง 40% ของยอดขายอีคอมเมิร์ซทั่วโลก ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยอดขายอยู่ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์ ตลาด e-commerce ใหญ่ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย ทั้งนี้ Google ยังคาดการณ์ว่า ปี 2018 ตลาด e-commerce ในภูมิภาคนี้รวมกันจะอยู่ที่ 13,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มเป็น 88,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 บริษัท iPrice เปิดเผยผลวิจัยใน 7 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุว่า 3 ชาติที่มีการแข่งขันในธุรกิจ […]
ช้อปช่วยชาติ 23 วัน สรรพากรคาดใช้สิทธิฯ กว่า 2.25 หมื่นล้าน
นางแพตริเซีย มงคลวนิช รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า มาตรการภาษีช้อปช่วยชาติ ที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในวันที่ 7 พฤศจิกายน กำหนดให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นำค่าใช้จ่ายเท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้า หรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคมปีนี้ มาหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาทนั้น คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนในปีนี้คิดเป็นมูลค่าภาษีราว 22,500 ล้านบาท และคาดว่าจะส่งผลให้กรมสรรพากรเสียรายได้ภาษีราว 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนเป็นมูลค่าราว 15,000 ล้านบาท สูญเสียรายได้ภาษีราว 1,800 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในประเทศในช่วงปลายปี 2560 ซึ่งจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ทั้งนี้ สำหรับสินค้าและบริการที่จะใช้ลดหย่อนภาษีตามมาตรการนี้ได้ จะต้องมีการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบโดยผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี VAT เท่านั้น ซึ่งกรณีสินค้าจะยกเว้นการซื้อสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ […]
หลังครบ 1 ปีกับการยกเลิกธนบัตรอินเดีย
หนึ่งปีหลังจากที่รัฐบาลโมดี้ประกาศยกเลิกธนบัตรจำนวน 18 ล้านล้านรูเบิ้ล หรือ 86% ของเงินรูปีทั้งหมดที่หมุนเวียนในระบบ ปรากฎว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจอินเดียของมาตรการนี้ยังคงมีอยู่ นายกรัฐมนตรี นาเรนดรา โมดี้ ต้องการใช้นโยบายยกเลิกธนบัตรเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาตลาดมืด การเลี่ยงการจ่ายภาษี ธนบัตรปลอม รวมทั้งการเร่งสู่ระบบการชำระเงินแบบออนไลน์ แต่นโยบายนี้สร้างความปั่นป่วนพอสมควรให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคชนบทที่คนยังไม่เข้าถึงธนาคาร หรืออินเทอร์เน็ต วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้จะเป็นวันครบรอบ 1 ปีที่นโยบายยกเลิกธนบัตรได้ประกาศใช้ โดยบังคับให้ประชาชนเอาธนบัตรเก่ามาแลกธนบัตรใหม่ ตอนนี้สถานการณ์เริ่มกลับคืนสู่สภาพปกติ โดยมีธนบัตรใหม่กลับเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 15.89 ล้านล้านรูปี นอกจากมาตรยกเลิกธนบัตรแล้ว นโยบายภาษีใหม่ (Goods and Services Tax) ที่รัฐบาลโมดี้ประกาศใช้ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็ทำให้เกิดความอลเวงพอสมควรในการจัดเก็บภาษีที่บังคับใช้ทั่วประเทศเพื่อให้ทุกรัฐของอินเดียมีระบบภาษีรูปแบบเดียวกัน นับว่าเป็นความกล้าหาญของโมดี้ที่ใช้นโยบายยกเลิกธนบัตร และนโยบายภาษีใหม่ ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นที่นิยม และอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วงแรก โดยเศรษฐกิจในไตรมาสระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายนปี 2017 มีอัตราเติบโตที่ 5.7% เทียบกับ 6.1%ในไตรมาสแรกระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม อย่างไรก็ตาม ทาง DBS Bank ของสิงคโปร์มีรายงานว่า แม้ว่าการใช้นโยบายยกเลิกธนบัตรอาจจะมีผลกระทบระยะแรก […]
หุ่นยนต์ที่ปรึกษาการเงิน (Robo-Advisor) ยังไงก็สู้คนไม่ได้
นักบริหารเงิน หรือผู้จัดการกองทุนเริ่มมีความกังวลใจกันมากขึ้นว่า งานที่ตัวเองทำจะถูกทดแทนด้วยหุ่นยนต์ (Robo-Advisor) แต่ Robert Merton ศาสดาจารย์ทางด้านไฟแนนซ์จากมหาวิทยาลัย MIT และเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลทางเศรษฐศาสตร์ออกมาบอกว่า เรื่องนี้ไม่น่ากังวลใจ เพราะว่าโปรแกรมที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อที่จะช่วยให้คำแนะนำการบริหารเงินแก่นักลงทุนไม่มีความสามารถพื้นฐานที่คนมี “สิ่งที่เราต้องทำให้เทคโนโลยีทำงานให้ได้คือสร้างความน่าเชื่อถือ แต่เทคโนโลยีสร้างความน่าเชื่อถือด้วยตัวเองไม่ได้” Merton กล่าว Merton บอกต่อไปว่า เนื่องจากเทคโนโลยีไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ จะทำให้เกิดปัญหาหรือความปั่นป่วนในการบริหารความมั่งคั่ง เพราะว่านักลงทุน หรือลูกค้าไม่ทราบได้ว่าหุ่นยนต์ที่ให้คำปรึกษามีวาระแอบแฝงอะไร เราไม่รู้ว่าหุ่นยนต์ใช้ข้อมูลอะไรในการให้คำแนะนำ Merton บอกว่า นอกจากนี้ นักลงทุนอาจจะมีปัญหาในการเลือก Robo-Advisor ที่ถูกใจจากโมเดลของปัญญาประดิษฐ์ที่มีอยู่มากมาย เราจะรู้โมเดลที่ใช้ไม่ได้ในไฟแนนซ์ก็ต่อเมื่อมันสายเกินไปเสียแล้ว Merton บอกว่า สถานการณ์เช่นนี้สร้างโอกาสให้กับที่ปรึกษาการเงินที่เป็นคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เล่นกับความน่าเชื่อถือจะไปได้ดี แม้ว่าอุตสาหกรรมทางการเงินจะพัฒนาเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ (automation) มากยิ่งขึ้น “ถ้าหากว่าผมให้การรับรองเทคโนโลยี หรือหุ่นยนต์ว่าเหมาะที่จะให้คำแนะนำทางการเงินกับคุณ คุณเชื่อใจผม แต่ไม่ได้เชื่อหุ่นยนต์” Merton กล่าว
อินเดียอัด 32,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มทุนแบงก์
ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียประกาศว่าจะใช้เงิน 2.11 ล้านล้านรูปี หรือ 32,000 ดอลลาร์ล้านเพื่อเพิ่มทุนระบบธนาคารของรัฐในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า เม็ดเงินมหาศาลที่จะใส่เข้าไปเพื่อเพิ่มทุนระบบธนาคารของรัฐนี้ สูงกว่าที่รัฐบาลโมดีได้ให้สัญญาเอาไว้ถึง 10 เท่า ในการไฟแนนซ์การเพิ่มทุนแบงก์ของรัฐ รัฐบาลอินเดียจะก่อหนี้ด้วยการออกพันธบัตรมูลค่า 1.35 ล้านล้านรูปี ส่วนธนาคารของรัฐจะระดมเงินผ่านงบประมาณที่จะได้รับการสนับสนุนและจากตลาดการเงิน Rajiv Kumar เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลังอินเดียเปิดเผยว่า นอกจากนี้รัฐบาลมีแผนที่จะลงทุน 108,000 ล้านเพื่อที่จะสร้างถนนไฮเวย์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า การเพิ่มทุนของแบงก์รัฐในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้แบงก์มีฐานเงินทุนเพียงพอในการปล่อยกู้เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามทาง Fitch Ratings Ltd. คาดการว่าแบงก์รัฐของอินเดียต้องการเงินทุนอีก 62,000 ล้านดอลาร์ในปี 2019 เพื่อที่จะรองรับความพอเพียงของฐานเงินกองทุนตามกฎของ Basel III ระบบธนาคารของอินเดียยังคงมีหนี้เสียอยู่ทำให้ทางรัฐบาลโมดีต้องเข้าไปจัดการเพิ่มทุน รวมทั้งใช้เงิน 100,000 ล้านรูปีเพื่อซื้อหุ้นแบงก์
ญี่ปุ่นควงแขนพันธมิตร ถ่วงดุลอิทธิพล “จีน”
Taro Kono รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น ประกาศเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ญี่ปุ่นเตรียมจัดเจรจาระดับสูงในเดือนพฤศจิกายน เพื่อ “ส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าภายใต้กรอบการค้าเสรีและความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ” ขึ้นในระหว่างประเทศที่มีอาณาบริเวณติดต่อหรือเชื่อมโยงกับทะเลจีนใต้, มหาสมุทรอินเดีย และเลยไปไกลจนถึงทวีปแอฟริกา นอกจากญี่ปุ่นที่เป็นตัวตั้งตัวตีแล้ว ประเทศที่ได้รับเชิญล้วนเป็นยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ได้แก่ อินเดีย ออสเตรเลีย และแน่นอนว่ามีสหรัฐฯด้วย Kono ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า มีการส่งข้อเสนอให้ “ประเทศนอกภูมิภาค” อย่างฝรั่งเศสและอังกฤษ เข้าร่วมในการก่อตั้งกลุ่มความร่วมมือดังกล่าว ในฐานะ “ประเทศผู้ให้ความร่วมมือ” Kono ให้เหตุผลถึงการดำเนินการครั้งนี้ว่า “เราอยู่ในยุคซึ่งญี่ปุ่นจำเป็นต้องแสดงบทบาททางการทูตระหว่างประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ที่วางเอาไว้ หากทะเลจีนใต้เปิดกว้างและมีเสรีสำหรับทุกคน ผลประโยชน์ย่อมตกอยู่กับทุกประเทศ รวมทั้งจีน และแผนงานโอบีโออาร์ของจีน” ตั้งแต่ปี 2015 เมื่อจีนเมินเฉยต่อเสียงเรียกร้องและการประท้วงของนานาชาติ ในการส่งกำลังเข้าไปในเกาะแก่งหลายแห่งในทะเลจีนใต้ แสดงตนเป็นเจ้าของและพัฒนาสิ่งปลูกสร้างทางทหารขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศที่ร่วมอ้างสิทธิเหนือดินแดนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, มาเลเซีย และบรูไน ต่างยื่นประท้วง ในขณะที่แวดวงประชาคมนานาชาติออกมาประณามการยึดครองฝ่ายเดียว หลายฝ่าย โดยเฉพาะญี่ปุ่นกังวลมากว่า วิธีการทำนองเดียวกันนี้ของจีนอาจนำมาใช้ในอีกหลาย ๆ ที่หลาย […]

