ดูอาเซียนผ่านละคร
ความคล้ายกันของประชากรชาวอาเซียน นอกจากเรื่องของสภาพอากาศ วัฒนธรรม ประเพณี ยังรวมไปถึงรสชาติอาหารและรสนิยมการบริโภคสื่อด้วย สังเกตได้จากรสชาติอาหารประจำชาติในแต่ละชาติที่มีรสชาติจัด เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ครบรส อย่าง Adobo ของประเทศฟิลิปปินส์ Satay ของประเทศอินโดนีเซีย ต้มยำกุ้งของประเทศไทย หรือ Pho จากประเทศเวียดนาม ความคล้ายคลึงกันนี้ส่งผลต่อมายังรสนิยมในการบริโภคสื่อ เราพบว่า ประชากรในภูมิภาคอาเซียนบริโภคสื่อผ่านโทรทัศน์สูงสุด ในอินโดนีเซียและไทย มีอัตราการเข้าถึงโทรทัศน์ 65-70%ต่อครัวเรือนทั้งหมด ขณะที่เวียดนามสูงถึง 88%ต่อครัวเรือนทั้งหมด ในขณะที่ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 17%ต่อครัวเรือนทั้งหมด ผลพวงมาจากการที่ประชากรจำนวนหนึ่งยังอาศัยอยู่ตามเกาะที่ห่างไกลและออกไปทำงานนอกประเทศ รูปแบบเนื้อหาส่วนใหญ่ที่ผู้บริโภคชื่นชอบคือ ละคร โดยเราพบว่า ละครที่เรตติ้งสูงสุดในประวัติศาสตร์ของประเทศฟิลิปปินส์คือ Esperanza ทำเรตติ้งสูงสุดที่ 67% (% ต่อจำนวนผู้รับชมสื่อโทรทัศน์ทั้งหมด) เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการตามหาครอบครัวที่แท้จริงของนางเอก โดยครอบครัวบุญธรรมที่เลี้ยงดูตัวนางเอกมาเลี้ยงราวเธอกับเป็นทาสในบ้าน แต่เรื่องราวกลับเป็นโศกนาฎกรรมมากกว่านั้น เมื่อที่สุดแล้วเธอก็ได้สูญเสียสมาชิกในครอบครัวที่เธอรักมากไปหนึ่งคน ถัดมาคือประเทศอินโดนีเซีย คือเรื่อง Anak Jalanan (ปัจจุบันยังฉายอยู่และผลิตมาแล้วกว่า 770ตอน)เรื่องราวเกี่ยวกับชายหนุ่มในแก๊งค์มอเตอร์ไซค์แห่งจาการ์ต้าที่ช่วยชีวิตหญิงสาวมาจากแก๊งค์อันธพาล […]
สิงคโปร์ เตือน เสี่ยง “ฟองสบู่ฟินเทค”
CNBC รายงานอ้างข้อมูลของฝ่ายวิจัย KPMG ที่ระบุว่า ปัจจุบันเอเชียเป็นสนามประลองสำคัญของธุรกิจฟินเทค เนื่องจากจำนวนประชากรจำนวนมาก ทั้งยังเป็นตลาดเกิดใหม่ที่การแข่งขันยังมีไม่มาก งานวิจัยระบุว่า ประชากรเอเชียจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารปกติ แต่ด้วยมีการใช้สมาร์ทโฟนในภูมิภาคนี้มากกว่า 1 พันล้านคน จึงเป็นช่องว่างที่ทำให้ฟินเทคในเอเชียเติบโต ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2015 มีเงินลงทุนในธุรกิจฟินเทคในเอเชียมูลค่าถึง 4,500 ล้านดอลลาร์ มากกว่ายุโรปถึง 3 เท่า ล่าสุด ประธานธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) “ราวี เมนอน” ออกมาส่งสัญญาณเตือน “ฟองสบู่ฟินเทค” “ผมเริ่มเห็นสัญญาณของฟองสบู่ในฟินเทค เพราะบางโมเดลธุรกิจดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้เลยในโลกความเป็นจริง และเกิดการลงทุนที่เกินตัวไปมาก” ลักษณะดังกล่าวคล้ายคลึงกับยุค “ฟองสบู่ดอตคอม” ในช่วงการเปลี่ยนผ่านศตวรรษ ประธานธนาคารกลางสิงคโปร์ ยังแสดงความกังวลต่อฟินเทคประเภท “peer-to-peer lending” ซึ่งเป็นการให้กู้ยืมเงินจับคู่ตรงระหว่างผู้ที่ต้องการกู้กับผู้ปล่อยกู้ โดยเจ้าของแพลตฟอร์มจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากทั้งสองฝ่ายเป็นรายได้หลัก ในประเทศจีนถือว่ามีการเติบโตสูงสุด ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงมากที่สุดเช่นกัน เพราะปัจจุบันมีแพลตฟอร์มประเภทนี้ปิดตัวไปแล้วถึง 4,000 แห่ง โดยมีคดีรุนแรงที่สุดคือกรณีบริษัท Ezubo ซึ่งถือว่าเป็นผู้ให้บริการ P2P Lending […]
สีจิ้นผิง ประกาศ “ได้เวลาแล้วที่จีนจะอยู่ศูนย์กลางของเวทีโลก”
เอเชียเป็นแหล่งอารยธรรมของโลก จากเมโซโปเทเมีย อินเดีย จีน สู่ดินแดนสุวรรณภูมิ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดินแดนตะวันออกได้ให้กำเนิดศาสนา ลัทธิ ปรัชญา วัฒนธรรมชั้นสูง ความรู้และภูมิปัญญา ที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก ยิ่งกว่านั้น ชนชาติในเอเชียยังใช้การพูดภาษาเดียวกัน นั้นคือภาษาของใจที่มีความเมตตา เราได้รับการสอนให้รู้จักการให้มากกว่าการรับ เราได้รับการสอนให้รู้จักการสร้างความสมดุลระหว่างการมุ่งสู่จิตที่บริสุทธิ์มากกว่าการแสวงหาวัตถุ เราได้รับการสอนให้อยู่ในความกลมกลืนกับธรรมชาติ ภูมิปัญญาต้นแบบนี้ได้นำวัฒนธรรมต่างๆของเอเชียมารวมกัน และคำสอนที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดนี้ เราสามารถพบได้ในจีน ซึ่งเป็นบ่อเกิดอารยธรรมของโลก ลัทธิเต๋าเป็นปรัชญาและศาสนาพื้นเพของจีน ซึ่งเน้นการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกลมกลืนกับวิถีชีวิตของเต๋าหรือวิถีของธรรมชาติ สิ่งที่ดีสำหรับเต๋าคือสิ่งที่เรียบง่าย ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย เต๋าสอนให้มีความเมตตา ความสมถะ และความอ่อนน้อมถ่อมตน ลัทธิขงจื้อ เป็นอีกรากฐานทางด้านจริยธรรมและปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ โดยการวางหลักทางสังคมที่มีความกลมเกลียว มีพิธีกรรม การเคารพบูชาบรรพบุรุษ รักษาประเพณี มีความภักดีต่อครอบครัว รวมทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างผู้ปกครองและสมาชิก หนึ่งในกฎทองของขงจื้อคือ : “สิ่งใดที่คุณไม่ต้องการสำหรับตัวคุณเอง คุณก็ไม่ควรทำกับคนอื่นๆ” จีนยอมรับในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่มีการปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายในดินแดนสุวรรณภูมิหรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระพุทธศาสนาสอนให้เรากลายเป็นคนที่ปราศจากอัตตาในตัวเอง สอนให้มีความเมตตาต่อมนุษย์คนอื่นๆ และให้ความสำคัญทางจิตวิญญาณ การสะสมบุญบารมี อริยทรัพย์ การตรัสรู้และการพ้นทุกข์หรือนิพพาน ในประเทศไทย […]
ประเทศไหนจะเป็นจ้าวตลาด e-commerce ในอาเซียน
หลายสำนักชี้ว่า e-commerce ในอาเซียนมีการเติบโตสูง และเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้ประเทศ ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม ต่างบูมธุรกิจด้านนี้อย่างมาก Google เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2017 ยอดขายของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเอเชีย-แปซิฟิก มีสัดส่วนอยู่ถึง 40% ของยอดขายอีคอมเมิร์ซทั่วโลก ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยอดขายอยู่ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์ ตลาด e-commerce ใหญ่ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย ทั้งนี้ Google ยังคาดการณ์ว่า ปี 2018 ตลาด e-commerce ในภูมิภาคนี้รวมกันจะอยู่ที่ 13,000 ล้านดอลลาร์ และเพิ่มเป็น 88,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 บริษัท iPrice เปิดเผยผลวิจัยใน 7 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุว่า 3 ชาติที่มีการแข่งขันในธุรกิจ […]
ASEAN Digital Economy E-Commerce
E-Commerce : ‘จุดเปลี่ยน’ หรือ ‘จุดจบ’ ของโมเดิร์นเทรดอาเซียน
ตลาดค้าปลีกออนไลน์หรือ E-Commerce ในอาเซียนมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ แต่มีศักยภาพการเติบโต โดยได้แรงสนับสนุนจากปัจจัยต่างๆ อาทิ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่สูงขึ้น การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ขยายวงกว้างขึ้น และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางออนไลน์ที่เข้มข้นขึ้น ทั้งหมดกำลังช่วยผลักดันให้ตลาดในภูมิภาคนี้มีอัตราการเติบโตที่สูงต่อไปในอนาคต ตามรายงานของ เอ. ที. เคียร์เน่ บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจชั้นนำของโลก ตลาดค้าปลีกออนไลน์ใน 6 เศรษฐกิจหลักของอาเซียน (ASEAN 6) ซึ่งประกอบด้วย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม มีมูลค่ารวมราว 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสิงคโปร์มีขนาดใหญ่สุดราว 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มาเลเซียและอินโดนีเซียอยู่ในอันดับสองร่วมกันราว 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และไทยมีขนาดตลาดราว 0.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รายงานระบุว่า ตลาดค้าปลีกออนไลน์ในกลุ่ม ASEAN 6 ยังค่อนข้างเล็ก คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของตลาดค้าปลีกออนไลน์ทั้งโลก ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) […]
ออสเตรเลีย ขนเงิน ลงทุนใน “อาเซียน”
หอการค้าออสเตรเลียประจำสิงคโปร์ ได้ร่วมกับหอการค้าออสเตรเลียในกลุ่มประเทศอาเซียน จัดทำรายงานผลสำรวจ “ธุรกิจออสเตรเลียในอาเซียน ประจำปี 2017” เพื่อสำรวจความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรคของการทำธุรกิจของบริษัทชาวออสเตรเลียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Jane Duck เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำอาเซียน ระบุว่าอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง ทั้งอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.5% ต่อปี การขยายตัวของกำลังซื้อ และจำนวนประชากรอายุน้อย ทำให้ตอนนี้อาเซียนเป็นเป้าหมายการลงทุน แต่อาเซียนต้องขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนด้านแรงงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ออสเตรเลียสามารถเข้าร่วมได้อย่างเหมาะเจาะ เนื่องจากออสเตรเลียมีความถนัด เช่น ด้านโลจิสติกส์ เหมืองแร่ การศึกษา ธุรกิจสุขภาพ การเกษตร และการศึกษาที่สามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนออสเตรเลียสนใจในภูมิภาคนี้ ได้แก่ การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมีส่วนถึง 36% การขยายตัวของฐานชนชั้นกลาง มากถึง 61% ขณะที่ปัญหาและอุปสรรคสำคัญต่อการทำธุรกิจ คือ ปัญหาคอร์รัปชั่น 42% การไม่สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ 37% การขาดแคลนแรงงานฝีมือ 35% และช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐาน 22% รายงานเล่มล่าสุดระบุว่า กลุ่มธุรกิจหลักของออสเตรเลียในอาเซียน คือ […]


