ทำเนียบขาวคอนเฟิร์ม! ‘ทรัมป์’ เยือนจีนพ.ค. นี้ หลังสงครามอิหร่านทำเลื่อน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมร่วมการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค. ซึ่งเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม เนื่องจากสถานการณ์ในอิหร่าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันกำหนดการใหม่ พร้อมระบุว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีแผนจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในปีนี้ด้วย เดิมทีทรัมป์มีกำหนดการเยือนจีนในวันที่ 31 มี.ค.นี้ แต่ตัดสินใจเลื่อนการประชุมออกไปเพื่อติดตามสถานการณ์สงครามกับอิหร่าน ซึ่งสร้างความตึงเครียดรอบใหม่ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามประคับประคองประเด็นค้างคาจากข้อตกลงสงบศึกทางการค้าเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงความขัดแย้งเรื่องไต้หวันก็ตาม ทั้งนี้ อิหร่านถือเป็นคู่ค้าหลักของจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก เลวิตต์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ คาดการณ์กรอบเวลาของความขัดแย้งไว้ที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ เมื่อถูกถามว่ากำหนดการใหม่นี้เป็นสัญญาณว่าทรัมป์ต้องการยุติสงครามภายในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งเธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามว่าการยุติสงครามเป็นเงื่อนไขก่อนที่การเริ่มเจรจารอบใหม่จะเริ่มต้นหรือไม่ “มีการหารือเรื่องการปรับเปลี่ยนตารางเวลาการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทั้งสอง ซึ่งประธานาธิบดีสีเข้าใจดีว่าการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องอยู่ที่นี่ในช่วงการปฏิบัติการทางทหารเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ท่านเข้าใจคำขอเลื่อนการประชุมและตอบรับด้วยดี จึงเป็นที่มาของกำหนดการใหม่ในครั้งนี้” เลวิตต์กล่าว แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะพยายามลดกระแสเชิงลบจากการเลื่อนประชุม โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางการค้าหรือความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอิหร่าน แต่การเลื่อนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการต่างประเทศของทรัมป์อย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยเตือนว่าอาจเลื่อนการประชุมหากจีนไม่ให้คำมั่นที่จะช่วยดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ที่มา: Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
จีนขึ้นราคาน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมาตรการฉุกเฉินเอาไม่อยู่
จีนปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นครั้งที่สองในเดือนนี้ และเป็นการปรับขึ้นในอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการฉุกเฉิน เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเบนซินก็ตาม ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ที่สืบเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ปรับเพดานราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1,160 หยวนต่อตัน คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของการปรับขึ้น 2,205 หยวนตามกลไกปกติ โดยระบุว่า เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นผิดปกติ เพื่อลดภาระของผู้ใช้และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่จีนประกาศใช้ระบบกำหนดราคาปัจจุบัน เมื่อปี 2013 ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ข้อมูลของ Wind ระบุว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ ซึ่งมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันจันทร์ ยังเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่จีนเริ่มใช้กลไกราคาน้ำมันในประเทศโยงกับราคาตลาดโลกเมื่อปี 2000 และสูงกว่าการปรับขึ้น 695 หยวนต่อตันเมื่อวันที่ 9 มี.ค. และมากกว่าการปรับขึ้น 1,000 หยวนในเดือนมิ.ย. 2008 แม้จีนจะมีโครงสร้างพลังงานที่หลากหลาย รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจช่วยลดผลกระทบได้บางส่วน แต่ราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องคาดว่า จะเพิ่มต้นทุนให้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ทั้งนี้ NDRC จะทบทวนราคาน้ำมันทุก 10 วันทำการ โดยการปรับขึ้นรอบล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 5 ในปีนี้ […]
จีนเปิดฉากประชุมสองสภา จับตาแผนกระตุ้นศก.-ประกาศเป้า GDP
ผู้กำหนดนโยบายระดับสูงของจีนเตรียมประกาศเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประจำปี ในการประชุมสองสภา (Two Session) ที่จะเริ่มขึ้นในวันนี้ (4 มี.ค.) การประชุมสองสภา ประกอบด้วยการประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ (CPPCC) ซึ่งจะเริ่มในวันนี้ และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ซึ่งจะเปิดฉากในวันพฤหัสบดี โดยคาดว่า หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี เตรียมประกาศเป้าหมายเศรษฐกิจชุดใหม่ต่อที่ประชุม NPC ซึ่งส่วนใหญ่ได้ข้อสรุปไปแล้ว ตั้งแต่การประชุม เมื่อเดือนธ.ค. 2025 การประชุมปีนี้ คาดว่า ทางการจีนจะเปิดเผยรายละเอียดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นฉบับที่ 15 นับตั้งแต่จีนเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ด้านนักลงทุนจับตาเพื่อหาสัญญาณว่า รัฐบาลจีนมีแนวทางอย่างไรในการผลักดันเป้าหมายด้านเทคโนโลยีในประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าจีนจะกำหนดเป้าหมายการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในปีนี้ ไว้ที่ราว 4.5–5% ขณะที่เป้าหมายเงินเฟ้อยังคงเดิมที่ระดับ 2% และตั้งเป้าขาดดุลงบประมาณที่ 4% ของ GDP นักลงทุนยังจับตาการแถลงข่าวของผู้นำระดับสูงของจีน รวมถึง หวัง […]
ภาษีทรัมป์พลิกเกม สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าจีนต่ำสุดในรอบ 20 ปี
สหรัฐฯ ขาดดุลกับจีนปี 2025 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี ขณะเดียวกัน การขาดดุลกับเม็กซิโกและเวียดนามกลับขยายตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมาตรการภาษีนำเข้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก ตัวเลขการขาดดุลกับจีน อยู่ที่ราว 202,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 ขณะเดียวกัน ยอดเกินดุลการค้าของแคนาดากับสหรัฐฯ ลดลงเช่นกัน เนื่องจากความปั่นป่วนด้านการขนส่ง แม้จะทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ตั้งแต่สมัยแรกที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งก็ตาม ขณะที่ ไต้หวันมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในปีที่ผ่านมา จากการนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่พุ่งสูงขึ้น ส่วนใหญ่เพื่อรองรับกระแสการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยผู้ส่งออกจากไต้หวันได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษีศุลกากร ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ทรัมป์ใช้มาตรการภาษีนำเข้าเป็นเครื่องมือหลัก เพื่อลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าต่างประเทศ กระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ และแก้ไขปัญหาการจ้างงานภาคการผลิตที่ลดลงต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ ปัจจุบัน อัตราภาษีนำเข้าที่แท้จริงต่อสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ อยู่ที่ 13.6% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1940 (ไม่นับช่วงหลังปี 2025) ตามข้อมูลของ Bloomberg Economics ขณะเดียวกัน ดุลการค้าเกินดุลของจีนกับสหรัฐฯ ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง […]
ต่างชาติเที่ยวไทยพุ่ง 1.3 แสนคน/วัน ทัวริสต์จีนฟื้นชัดรับเทศกาลตรุษจีน
“กระทรวงการท่องเที่ยวฯ” เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยพุ่งกว่า 1.3 แสนคน/วัน ตลาด “จีน” ฟื้นตัวชัดเจน รับโกลเด้นวีคหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนดูแลต้อนรับทัวริสต์ สร้างความเชื่อมั่นแก่ภาคท่องเที่ยวไทย นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า สถิติย้อนหลังตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกกลุ่มประเทศ แตะระดับหลักแสนคนต่อวันมาโดยตลอด และช่วงนี้มีมากกว่า 130,000 คน/วัน อย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ในระดับที่น่าพอใจ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามอง คือ สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีน หลังจากปีที่แล้วมีจำนวนลดลงจากหลายปัจจัย ทั้งนโยบายของจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ประเด็นด้านความปลอดภัยทำให้นักท่องเที่ยวลังเล อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยไม่ได้เพิกเฉย ได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งด้านการตลาด การส่งเสริมการท่องเที่ยว การศึกษาความต้องการ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมประมาณ 10,000 คน/วัน ปัจจุบันแตะเกือบ 30,000 คน/วัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในระดับภูมิภาค กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า คาดการณ์ช่วง ม.ค.-ก.พ. 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 1,040,321 คน […]
‘สี จิ้นผิง’ วางพิมพ์เขียวศก.ใหม่ ชูดีมานด์ในประเทศ รับมือความเสี่ยงโลก
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรียกร้องให้จีนหันมาให้ความสำคัญกับอุปสงค์ภายในประเทศ ในฐานะแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจ ระหว่างการประชุมงานเศรษฐกิจส่วนกลาง (Central Economic Work Conference) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนธ.ค. 2025 เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจประจำปี วารสาร Qiushi ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เผยแพร่สุนทรพจน์ของผู้นำจีน ซึ่งย้ำว่า จีนควรผสานการกระตุ้นการบริโภคและการขยายการลงทุนเข้าด้วยกัน พร้อมใช้ข้อได้เปรียบของขนาดตลาดที่ใหญ่เป็นพิเศษให้เต็มที่ รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการเติบโตในอนาคต และรักษาเสถียรภาพการลงทุน แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น หลังจากทำสถิติเกินดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้จะเผชิญกับสงครามภาษีของสหรัฐฯ ถ้อยคำของผู้นำจีนยังสะท้อนความมุ่งมั่นในการผลักดันการบริโภคของประเทศที่มีประชากร 1,400 ล้านคน ขณะที่สินค้าราคาถูกจากจีนเผชิญแรงต้านจากทั่วโลก เนื่องจากผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศของตนเอง ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูง อาทิ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการเปิดตลาดภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้า ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนขยายตัว 5% ในปี 2025 โดยภาคการส่งออกซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ช่วยชดเชยการชะลอตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนที่ลดลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเติบโตที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักอาจไม่ยั่งยืน ท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น จีนจึงมุ่งยกระดับภาคการบริโภคให้เป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ […]
ไทยจ่อทวงแชมป์ปลายทางยอดนิยม-รับหยุดยาวตรุษจีน คาดยอดเดินทางปีนี้ทุบสถิติ
บริษัทท่องเที่ยวคาดว่า นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ยาวเป็นพิเศษในปีนี้ โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ รัสเซีย ออสเตรเลีย ไทย และเกาหลีใต้ ขณะที่ ญี่ปุ่นได้รับความนิยมน้อยลงจากข้อพิพาทเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตามธรรมเนียม ชาวจีนหลายล้านคนจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อเยี่ยมครอบครัวในช่วงตรุษจีน ส่งผลให้การใช้จ่ายในร้านค้า โรงภาพยนตร์ และร้านอาหารทั่วประเทศ รวมถึงในต่างแดน คึกคักเป็นพิเศษ สำหรับเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. โดยมีวันหยุดเพิ่ม 1 วัน รวมเป็น 9 วัน จีนคาดว่า ยอดการเดินทางในช่วงกรอบ 40 วันปีนี้ จะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 9,500 ล้านเที่ยว เพิ่มขึ้นจาก 9,020 ล้านเที่ยวในปี 2025 โดยหวังว่า การขยายวันหยุดในปีนี้จะกระตุ้นให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศหรือออกไปต่างประเทศมากขึ้น โจว เหว่ยหง จากบริษัท Spring Tour ธุรกิจท่องเที่ยวของสายการบินต้นทุนต่ำ Spring Airlines กล่าวว่า […]
อสังหาฯ จีนยังดิ่งลึก! S&P หั่นคาดการณ์ ยอดขายปีนี้ อาจร่วง 10–14%
S&P Global Ratings บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ปรับลดคาดการณ์ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ของจีนในปีนี้ โดยระบุว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ในตลาดแรก (Primary Market) มีแนวโน้มลดลง 10-14% แย่กว่าคาดการณ์เดิมที่ประเมินไว้เมื่อเดือนต.ค. 2025 ว่า จะลดลง 5-8% นักวิเคราะห์มองว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์จีนอยู่ในช่วงขาลงมานาน จนมีเพียงรัฐบาลเท่านั้นที่สามารถเข้ามาดูดซับที่อยู่อาศัยค้างสต็อก โดยอาจเข้าซื้อเพื่อนำไปทำเป็นที่อยู่อาศัยราคาย่อมเยา แม้จะดำเนินการมาแล้ว แต่ก็ยังขาดความต่อเนื่องและไม่ครอบคลุม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสี่ของขนาดเศรษฐกิจ มียอดขายรายปีลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งภายในเวลาแค่ 4 ปี โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดเริ่มทรุดตัวมาจากการที่รัฐบาลจีนปราบปรามการออกหนี้ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ อุปสงค์ฝั่งผู้บริโภคยังไม่ฟื้น บรรดานักเศรษฐศาสตร์เตือนถึงปัญหาการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ล้นตลาดในจีน ขณะที่ บริษัทอสังหาฯ ยังคงเดินหน้าก่อสร้างต่อไป แม้ยอดขายจะซบเซา ส่งผลให้บ้านค้างสต็อกเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน นักวิเคราะห์ของ S&P มองว่า “อุปทานส่วนเกินของที่อยู่อาศัยในตลาดแรกของจีน ทำให้การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม แรงกดดันจากอุปทานล้นตลาดจะทำให้ราคาบ้านปรับลดลงอีก 2–4% ในปีนี้ หลังจากลดลงในอัตราใกล้เคียงกันมาแล้วเมื่อปีก่อน” รายงานของ S&P ยังระบุว่า […]
จีนออกแพ็กเกจ 11 มาตรการ เร่งกระตุ้นใช้จ่ายผู้บริโภค หลังยอดค้าปลีกชะลอตัว
จีน ประกาศแพ็กเกจนโยบายใหม่ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน โดยมุ่งกระชับการประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านพาณิชย์และกำกับดูแลการเงิน ขยายการเข้าถึงสินเชื่อ และส่งเสริมรูปแบบการบริโภคใหม่ๆ มาตรการดังกล่าว มีขึ้นท่ามกลางยอดค้าปลีกที่อ่อนแรงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังซบเซา ซึ่งกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในเดือนที่ผ่านมา สะท้อนความเร่งด่วนของผู้กำหนดนโยบายในการขยายอุปสงค์ภายในประเทศ โดยประเด็นดังกล่าว ถูกยกเป็นวาระสำคัญในการประชุมงานเศรษฐกิจส่วนกลางประจำปีของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและคณะรัฐมนตรีมาแล้ว 2 ปีติดต่อกัน โดยนักวิเคราะห์ มองว่า การสนับสนุนอาจทวีความเข้มข้นขึ้นในปีหน้า ซึ่งจุดเน้นมีแนวโน้มขยับจากสินค้าราคาสูงไปสู่การใช้จ่ายในภาคบริการ แพ็กเกจนโยบาย 11 มาตรการ ประกอบด้วยแนวทางขยายสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเพิ่มเติม และชี้นำสินเชื่อไปยังสาขาที่มีศักยภาพสูง อาทิ การบริโภคด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ดิจิทัล และ “AI Plus” ตามประกาศร่วมของกระทรวงพาณิชย์ ธนาคารกลางจีน (PBOC) และสำนักบริหารกำกับดูแลการเงินแห่งชาติจีน (NFRA) นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้รัฐบาลท้องถิ่นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมใช้ “อั่งเปาดิจิทัล” ในสกุลเงินหยวนดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิผลให้กับมาตรการจูงใจการบริโภค ประกาศยังระบุว่า หน่วยงานพาณิชย์ท้องถิ่น ควรใช้ประโยชน์จากช่องทางเงินทุนที่มีอยู่ให้เต็มที่ เร่งออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค และทำงานประสานกับเครื่องมือสนับสนุนทางการเงิน เพื่อปลดล็อกดีมานด์ในฝั่งผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น สวี่ เทียนเฉิน นักเศรษฐศาสตร์จีนอาวุโสจาก Economist […]
ประชุมโปลิตบูโรชู กระตุ้นอุปสงค์ในประเทศเป้าหมายอันดับแรกในปีหน้า – ย้ำใช้มาตรการกระตุ้นอย่างรอบคอบ
ผู้นำระดับสูงของจีนกำหนดให้การเสริมสร้างอุปสงค์ภายในประเทศเป็นวาระสำคัญทางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งในปี 2026 ขณะเดียวกัน ยังส่งสัญญาณว่าจะใช้แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างระมัดระวัง ในการประชุมกรมการเมือง แห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ในวันนี้ (8 ธ.ค.) การประชุมโปลิตบูโร ซึ่งมีประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นประธานในที่ประชุม ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ได้ให้คำมั่นว่า “เราต้องยึดอุปสงค์ภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพื่อสร้างตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง” รายงานอย่างเป็นทางการ ยังระบุว่า ทางการยังให้คำมั่นว่า จะส่งเสริมขุมพลังใหม่ๆ ที่มีส่วนสำคัญในเชิงการผลิต ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่า รัฐบาลจีนจะไม่ใช้มาตรการที่เข้มงวดเพื่อจำกัดการผลิต อย่างน้อยๆ ในภาคส่วนที่สำคัญ ที่ประชุมยังให้คำมั่นที่จะเสริมสร้างการปรับนโยบายแบบข้ามวัฏจักรเศรษฐกิจ (Cross-cyclical) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใช้คำดังกล่าว ซึ่งมีนัยถึงการวางแผนระยะยาว ปรากฏในรายงานของโปลิตบูโร นับจากเดือนธ.ค. 2023 พร้อมทั้งดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระดับปานกลางต่อไป แจ็กเกอลีน หรง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนของ BNP Paribas SA กล่าวว่า “ภาพรวมของการประชุม คือ ต้องการกระตุ้น ทั้งอุปสงค์และสร้างเสถียรภาพด้านอุปทาน ปักกิ่งส่งสัญญาณว่า กำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่างการผ่อนคลายนโยบายการคลังและการเงิน ไปพร้อมกับการควบคุมความเสี่ยง […]










