โลกอ่วมวิกฤตพลังงาน! อุปทานหดหนัก ชี้มาตรการเฉพาะหน้ายังไม่เพียงพอ

โลกอ่วมวิกฤตพลังงาน! อุปทานหดหนัก ชี้มาตรการเฉพาะหน้ายังไม่เพียงพอ

ผู้บริหารและรัฐมนตรีพลังงานจากประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงาน CERAWeek ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส เตือนว่า วิกฤตการณ์พลังงานโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ มาตรการรับมือฉุกเฉินของรัฐบาลทั่วโลกไม่สามารถชดเชยการขาดแคลนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปริมาณมหาศาลที่เกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านได้ ต้นทุนด้านพลังงาน ปุ๋ย และปิโตรเคมีกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โลกต้องสูญเสียปริมาณน้ำมันดิบจากกลุ่มผู้ผลิตในตะวันออกกลาง สูงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวได้ลามเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานอย่างรวดเร็ว United Airlines ระบุว่า อาจต้องปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารสูงถึง 20% ขณะที่ ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ด้านผู้บริหารน้ำมันและรัฐมนตรีพลังงาน กล่าวในการประชุมว่า แรงกระแทกด้านอุปทานพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูง จะลุกลามไปยังยุโรปในเดือนเม.ย. หลายประเทศในเอเชียเริ่มออกมาตรการลดการใช้พลังงาน เช่น การลดเวลาทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ ขอความร่วมมือประชาชนจำกัดการเดินทาง และใช้บันไดแทนลิฟต์ ขณะเดียวกัน รัฐบาลทั่วโลกได้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์รวมกันเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรลสู่ตลาด ขณะที่ สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วนของอิหร่านและรัสเซีย เพื่อให้โรงกลั่นที่ขาดแคลนอุปทานสามารถจัดหาน้ำมันได้ – ชีค นาวาฟ อัล-ซาบาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร […]

จีนขึ้นราคาน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมาตรการฉุกเฉินเอาไม่อยู่

จีนขึ้นราคาน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมาตรการฉุกเฉินเอาไม่อยู่

จีนปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นครั้งที่สองในเดือนนี้ และเป็นการปรับขึ้นในอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการฉุกเฉิน เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเบนซินก็ตาม ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ที่สืบเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ปรับเพดานราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1,160 หยวนต่อตัน คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของการปรับขึ้น 2,205 หยวนตามกลไกปกติ โดยระบุว่า เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นผิดปกติ เพื่อลดภาระของผู้ใช้และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่จีนประกาศใช้ระบบกำหนดราคาปัจจุบัน เมื่อปี 2013 ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ข้อมูลของ Wind ระบุว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ ซึ่งมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันจันทร์ ยังเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่จีนเริ่มใช้กลไกราคาน้ำมันในประเทศโยงกับราคาตลาดโลกเมื่อปี 2000 และสูงกว่าการปรับขึ้น 695 หยวนต่อตันเมื่อวันที่ 9 มี.ค. และมากกว่าการปรับขึ้น 1,000 หยวนในเดือนมิ.ย. 2008 แม้จีนจะมีโครงสร้างพลังงานที่หลากหลาย รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจช่วยลดผลกระทบได้บางส่วน แต่ราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องคาดว่า จะเพิ่มต้นทุนให้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ทั้งนี้ NDRC จะทบทวนราคาน้ำมันทุก 10 วันทำการ โดยการปรับขึ้นรอบล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 5 ในปีนี้ […]

IMF เตือนโลกเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง-ศก.ชะลอตัว หากพลังงานยังแพงยาว

IMF เตือนโลกเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง-ศก.ชะลอตัว หากพลังงานยังแพงยาว

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนหากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นเป็นเวลานาน อาจกระตุ้นเงินเฟ้อและฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทางทะเล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดย IMF ยังไม่ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ แต่พร้อมให้การสนับสนุนประเทศสมาชิก จูลี โคแซค โฆษก IMF ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังหารือกับรัฐมนตรีคลัง ธนาคารกลาง และองค์กรระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจโลก โคแซคระบุว่า ผลกระทบของสงครามจะขึ้นอยู่กับระยะเวลา ความรุนแรง และขอบเขต โดย IMF จะนำปัจจัยดังกล่าวไปสะท้อนในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับปรับปรุง ซึ่งจะเผยแพร่ในช่วงกลางเดือนเม.ย.  ระหว่างการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF และธนาคารโลก “ราคาน้ำมันและก๊าซปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ แตะระดับกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ การขนส่งปุ๋ยยังหยุดชะงัก รวมถึงปัญหาด้านการขนส่งอื่นๆ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาอาหารจะปรับตัวขึ้น และอาจสูงขึ้นอย่างมาก ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของสถานการณ์” ขณะที่สงครามซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบสามสัปดาห์ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด […]

เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด-ส่งสัญญาณลดครั้งเดียวปีนี้ เตือนเงินเฟ้อเสี่ยงพุ่งจากสงคราม-ราคาน้ำมัน

เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด-ส่งสัญญาณลดครั้งเดียวปีนี้ เตือนเงินเฟ้อเสี่ยงพุ่งจากสงคราม-ราคาน้ำมัน

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมล่าสุด โดยคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น และส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลาง สหรัฐฯ (เฟด) แถลงหลังการประชุมว่า แนวโน้มดังกล่าวมีความไม่แน่นอนสูงมาก ขณะที่ ผู้กำหนดนโยบายการเงินกำลังประเมินผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน โดยราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะผลักดันเงินเฟ้อโดยรวม แต่ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินขอบเขตและระยะเวลาของผลกระทบต่อเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่า ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมาก หรือน้อยเพียงใด ทั้งนี้ สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงแสดงความเห็นต่าง โดยลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับมติครั้งนี้และสนับสนุนให้ลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ การคาดการณ์แนวโน้มดอกเบี้ยรอบใหม่ คณะกรรมการเฟดโดยรวมยังคงคาดว่า จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งโดยรวมไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือนธ.ค. 2025 อย่างไรก็ตาม พาวเวลล์ระบุว่า การคาดการณ์รายบุคคลสะท้อนว่า มีผู้กำหนดนโยบายจำนวนหนึ่งที่มองว่า การผ่อนคลายนโยบายในปีนี้จะน้อยกว่าที่ประเมินไว้เมื่อสามเดือนก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ประธานเฟด […]

S&P เตือนแบงก์กลุ่มอ่าวอาหรับเสี่ยงเงินฝากไหลออก 3.07 แสนล้านดอลล์ หากสงครามยืดเยื้อ

S&P เตือนแบงก์กลุ่มอ่าวอาหรับเสี่ยงเงินฝากไหลออก 3.07 แสนล้านดอลล์ หากสงครามยืดเยื้อ

S&P Global Ratings เตือนว่า ธนาคารในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับอาจเผชิญความเสี่ยงเงินฝากไหลออกภายในประเทศสูงถึง 307,000 ล้านดอลลาร์ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการไหลออกของเงินทุน ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศจากระบบธนาคารในภูมิภาคก็ตาม แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจทำให้เกิดการย้ายเงินฝากไปยังธนาคารที่มีความมั่นคงมากกว่าในระบบเดียวกัน รวมถึงการไหลออกของเงินทุนทั้งในและต่างประเทศในวงกว้าง S&P Global Ratings ประเมินกรณีฐานว่า ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านจะรุนแรงมากที่สุดนั้น จะกินเวลาราว 2-4 สัปดาห์ แม้ยอมรับว่า ผลกระทบจะลุกลามและสถานการณ์ด้านความมั่นคงอาจยืดเยื้อนานกว่านั้น สถานการณ์สงครามย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานและการขนส่งทั่วโลก ขณะที่ การโจมตียังเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายครั้งในดูไบและประเทศอื่นในอ่าวอาหรับ ซึ่งถือเป็นการทดสอบระบบธนาคารในภูมิภาคอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศบางแห่งปิดให้บริการลูกค้าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นส่วนใหญ่ หลังหน่วยพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านขู่โจมตีศูนย์กลางเศรษฐกิจและธนาคารที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล กรณีสมมติฐานที่สถานการณ์เข้าขั้นตึงเครียด S&P Global Ratings ประเมินว่า เงินฝากในระบบธนาคารของ สมาชิกกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ทั้ง 6 ประเทศ อาจไหลออกสูงถึง 307,000 ล้านดอลลาร์ จากข้อมูลสิ้นปี […]

‘Oil Shock’ ฉุดอุปทานน้ำมันดิบสะดุด ดีเซล-น้ำมันเครื่องบินกระทบหนักสุด

‘Oil Shock’ ฉุดอุปทานน้ำมันดิบสะดุด ดีเซล-น้ำมันเครื่องบินกระทบหนักสุด

Goldman Sachs คาดว่า ภาวะราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป อย่างน้ำมันเครื่องบินและดีเซล มากกว่าน้ำมันดิบ นักวิเคราะห์ของ Goldman ระบุว่า ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปหลายชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำมันดิบ ขณะที่การหยุดชะงักอย่างรุนแรงของอุปทานน้ำมันดิบประเภทปานกลาง-หนัก เสี่ยงทำให้การผลิตน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเตาลดลง ตลาดพลังงานโลกเผชิญความปั่นป่วนจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก และยังเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันต้องลดกำลังการผลิตและระงับการดำเนินงานของโรงกลั่นบางแห่ง แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่การโจมตีครั้งแรก โดยน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันบางชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในบางพื้นที่ของเอเชีย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่ เกาหลีใต้ จีน และไทย ต่างออกมาตรการจำกัดการส่งออกเพื่อปกป้องตลาดภายในประเทศ นักวิเคราะห์ ยังระบุว่า ไม่มีภูมิภาค หรือผลิตภัณฑ์น้ำมันใดที่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ สงครามส่งผลต่อความสามารถในการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้โรงกลั่นต้องหยุดดำเนินงาน และทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่เหมาะสำหรับการกลั่นเป็นเชื้อเพลิง เช่น ดีเซล ลดลง ทั้งนี้ น้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียราว 60% เป็นน้ำมันดิบประเภทปานกลางและหนัก ซึ่งมักใช้ในการผลิตน้ำมันเครื่องบิน […]

ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ตกที่นั่งลำบาก หลังสหรัฐฯ กดดันส่งเรือรบคุ้มกันฮอร์มุซ

ญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ตกที่นั่งลำบาก หลังสหรัฐฯ กดดันส่งเรือรบคุ้มกันฮอร์มุซ

เกาหลีใต้กำลังพิจารณาทางเลือก หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้หลายประเทศเข้าร่วมปฏิบัติการกับสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยยังมีท่าทีระมัดระวังในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในสงครามอิหร่าน ด้านรัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ระบุว่า ยังไม่มีแผนส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ หลังถูกกดดันจากสหรัฐฯ เช่นกัน กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ระบุในแถลงการณ์ว่า “เราจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ” ซึ่งหมายถึงข้อความที่ทรัมป์โพสต์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์โพสต์เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ รวมถึงจีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่งเรือเข้าร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อคุ้มกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า อาจเลื่อนการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนในช่วงปลายเดือนนี้ และเตือนพันธมิตรในยุโรปว่า จะเผชิญอนาคตที่เลวร้ายอย่างยิ่ง หากไม่ให้ความช่วยเหลือในช่องแคบฮอร์มุซ ข้อเรียกร้องดังกล่าวทำให้เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ และมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ประมาณ 28,500 นาย ตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีใต้พยายามหลีกเลี่ยงการสร้างความไม่พอใจให้กับทรัมป์ ขณะเดียวกันก็ต้องการหลีกเลี่ยงการส่งกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในช่วงที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหลายครั้ง ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ขณะเดียวกัน ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น […]

KTC ชี้คนไทย 2 ใน 3 ไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน แนะวางแผนการเงิน–ชีวิต รับเหตุไม่คาดคิด

KTC ชี้คนไทย 2 ใน 3 ไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน แนะวางแผนการเงิน–ชีวิต รับเหตุไม่คาดคิด

KTC สะท้อนความเปราะบางทางการเงินครัวเรือนไทย หลังพบคนไทยส่วนใหญ่มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 3 เดือน แนะวางแผนการเงินเป็นระบบ เร่งสร้างเงินสำรอง 3–6 เดือน ควบคู่ดูแลสุขภาพกาย–ใจ เตรียมแผนชีวิตล่วงหน้า ลดเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิด บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เผยแพร่บทความระบุ ภาวะการเงินครัวเรือนไทยยังเปราะบาง จากผลสำรวจสวนดุสิตโพลล์ปี 68 พบ 48.32% ของคนไทยมีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน และ 35.24% มีเงินสำรองเพียง 1–3 เดือน สะท้อนคนไทย 2 ใน 3 ไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน อาจตั้งรับเหตุฉุกเฉินได้ยาก – ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขระบุ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น มะเร็ง หลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของคนไทย โดยเฉพาะมะเร็งที่คร่าชีวิตเฉลี่ย 227 […]

EU เตือนเงินเฟ้อจ่อทะลุ 3% หวั่นสงครามอิหร่านหนุนราคาพลังงานพุ่งแรง

EU เตือนเงินเฟ้อจ่อทะลุ 3% หวั่นสงครามอิหร่านหนุนราคาพลังงานพุ่งแรง

สหภาพยุโรป (EU) เตือนว่า อัตราเงินเฟ้อของภูมิภาคอาจพุ่งเกิน 3% ในปีนี้ หากสงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยังเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาก๊าซอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน วัลดิส ดอมบรอฟสกิส กรรมาธิการเศรษฐกิจสหภาพยุโรป กล่าวต่อรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม EU ว่า ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปในปี 2026 อาจต่ำกว่าอัตรา 1.4% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อปลายปีที่แล้ว 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ยังคาดว่า ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปจะอยู่ที่ประมาณ 75 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมงตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าระดับ 2.1% ที่เคยคาดการณ์ไว้สำหรับปีนี้ ประมาณ 0.7-1 จุดเปอร์เซ็นต์ การเร่งตัวของเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญอาจบีบให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ขณะ ที่นักลงทุนเพิ่มคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรปอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยการประชุมนโยบายครั้งถัดไปของธนาคารกลางยุโรปจะมีขึ้นในวันที่ 19 มี.ค. แต่ยังไม่คาดว่า จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ ดอมบรอฟสกิส ยังเตือนด้วยว่า เศรษฐกิจอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากผลกระทบของความขัดแย้งที่มีต่อภาคการเงิน การค้า […]

G7 หนุนใช้คลังน้ำมันสำรอง รับมือพลังงานผันผวนจากสงครามอิหร่าน

G7 หนุนใช้คลังน้ำมันสำรอง รับมือพลังงานผันผวนจากสงครามอิหร่าน

ที่ประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 มีมติเห็นชอบในหลักการวันนี้ (11 มี.ค.) พร้อมสนับสนุนการใช้คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์เพื่อรับมือความผันผวนของอุปทานและตลาดน้ำมัน หลังเกิดสงครามในอิหร่าน ทั้งนี้ รัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มได้จัดการประชุมทางไกลร่วมกับองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (10 มี.ค.) เพื่อหารือถึงผลกระทบของสงครามในอิหร่านต่อภาวะตลาดและอุปทานพลังงานโลก ที่ประชุมระบุในแถลงการณ์ว่า “เรากำลังติดตามแนวโน้มตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับ IEA พร้อมทั้งประสานงานภายในกลุ่ม G7 และกับพันธมิตรระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศสมาชิก IEA และประเทศอื่น ๆ” กลุ่มรัฐมนตรีฯ ยังระบุว่า พร้อมสนับสนุนในหลักการต่อ การดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงการใช้คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ที่มา: Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย