เรย์ ดาลิโอ แนะว่าที่ปธ.เฟด ยังไม่ควรลดดอกเบี้ย ขณะศก.เข้าสู่ Stagflation
เรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ออกโรงเตือนว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้เข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือสภาวะที่เงินเฟ้อพุ่งสูง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่า หาก เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะถือเป็นความผิดพลาด ดาลิโอ วิเคราะห์ว่า แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อควบคู่ไปกับการเติบโตที่ถดถอย เป็นสถานการณ์ที่บีบให้ผู้ดำเนินนโยบายต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ “Money Movers” ของ CNBC ว่า “เราอยู่ในภาวะ Stagflation อย่างแน่นอน เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อระยะสั้นในปัจจุบันยังพุ่งสูงและอยู่ห่างจากตัวเลขเป้าหมายของเฟดมาก” นอกจากนี้ ดาลิโอยังแสดงความกังวลว่า หาก เควิน วอร์ช ที่จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ในช่วงกลางเดือนพ.ค. นี้ เลือกที่จะลดดอกเบี้ยทันที อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของธนาคารกลางในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญ “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาลดดอกเบี้ย เพราะหากฝืนทำ เฟดจะสูญเสียความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ยังไม่มีใครกล้าปรับลดดอกเบี้ยเลย […]
สงครามอิหร่านเปลี่ยนทิศหุ้นเอเชีย จับตาทางรอดกลุ่มเทคฯ vs ทางตันกลุ่มพึ่งน้ำมัน
ตลาดเอเชียแตกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน โดยเอเชียเหนือได้แรงหนุนจากกระแส AI และห่วงโซ่การผลิตชิป ขณะที่ เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เงินเฟ้อ และความอ่อนแอของค่าเงิน ซึ่งสะท้อนการไหลของเงินทุนไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น เอเชียเหนือได้แรงหนุนจากชิปและ AI ตลาดในเอเชียกำลังสะท้อนภาพที่แตกต่างราวกับมีสองโลก โดยเอเชียเหนือได้รับแรงหนุนจากความสนใจในเทคโนโลยีการผลิตชิปและบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่ ภูมิภาคอื่นๆ ถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น การแยกตัวดังกล่าวสะท้อนเรื่องราวที่แข่งขันกันในตลาดโลก นักลงทุนลงโทษเศรษฐกิจที่ใช้พลังงานสูง ขณะเดียวกันกลับมองข้ามความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น หากมีโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญของการเติบโตในอนาคต ตลาดเอเชียเหนือมีเสถียรภาพมากขึ้น จากผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตชิประดับโลก ซึ่งเป็นรากฐานของกระแส AI และมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์น้อยกว่า ราคาน้ำมันกดดันเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ เศรษฐกิจในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อและค่าเงิน ทำให้ผู้กำหนดนโยบายมีข้อจำกัดในการตอบสนอง นับตั้งแต่เกิดสงครามในอิหร่าน ตลาดหุ้นเอเชียเคยถูกเทขายในวงกว้าง แต่เมื่อเริ่มประเมินผลของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ตลาดเอเชียเหนือฟื้นตัวได้รวดเร็ว เช่น ดัชนี Taiex ของไต้หวันปรับขึ้นเกือบ 10% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม ขณะที่ดัชนี Nifty 50 ของอินเดียลดลงราว 5% ในตลาดเงินตรา ดอลลาร์ไต้หวันและหยวนจีนมีเสถียรภาพ ขณะที่ สกุลเงินของอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญแรงกดดัน ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการแยกตัวของตลาดครั้งนี้ คือ ความเสี่ยงด้านพลังงานที่สูงขึ้นในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ […]
ฤดูท่องเที่ยวยุโรปจ่อสะดุด – IEA หวั่นขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินใน 6 สัปดาห์
ภาวะพลังงานขาดแคลนในขณะนี้ ซึ่งสืบเนื่องจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนของยุโรป หากสายการบินไม่สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติมได้เพียงพอและอาจนำไปสู่การระงับการให้บริการเที่ยวบินในช่วงดังกล่าว ซึ่งมีความต้องการใช้บริการสูงกว่าปกติ ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยกับสำนักข่าว CNBC ว่า โดยปกติแล้วความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในเดือนส.ค. จะสูงกว่าความต้องการในเดือนมี.ค. ถึง 40% ยุโรปจึงจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสำรอง เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกยังคงถูกปิด หากอุปทานน้ำมันยังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน ความท้าทายจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน ยุโรปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจากตะวันออกกลางเป็นหลักในสัดส่วนที่สูงถึง 75% ทว่าขณะนี้ ปริมาณอุปทานจากแหล่งดังกล่าวกลับลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ บิโรลกล่าวว่า ส่วนที่เหลือมาจากประเทศขนาดใหญ่ในเอเชียบางแห่งซึ่งใช้มาตรการจำกัดการส่งออก ทำให้ยุโรปต้องจัดหาน้ำมันจากสหรัฐฯ และไนจีเรียแทน หากยุโรปไม่สามารถเพิ่มการนำเข้าจากประเทศเหล่านั้นได้ จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ผอ.IEA เตือนว่ายุโรปอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการบางอย่างเพื่อลดการเดินทางทางอากาศ ซึ่งส่งผลให้สายการบินบางแห่งรวมถึง Lufthansa และ SAS เริ่มปรับลดเที่ยวบินลงแล้ว เช่นเดียวกับที่นักวิเคราะห์ ก่อนหน้านี้ เขาได้ออกมาเตือน ยุโรปอาจขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในอีก 6 สัปดาห์ “เรากำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงทางพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” หลายประเทศในยุโรปพึ่งพาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มาจากการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน ข้อมูลจาก ACI Europe ระบุว่าการเดินทางทางอากาศสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศให้กับเศรษฐกิจยุโรปถึง […]
ก.ล.ต.-ป.ป.ช. ผนึกผนึกตลาดทุน คุมเข้มทุจริตบจ.-บริษัทเครือข่าย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผนึกกำลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เร่งผลักดันการบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันการทุจริตและการส่งเสริมบรรษัทภิบาลในตลาดทุน รวมทั้งแนวทางการดำเนินการให้บริษัทจดทะเบียนมีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ สำนักงาน ป.ป.ช. นำโดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าพบและประชุมหารือกับ ก.ล.ต. โดย นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ พร้อมด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดย นายพรหเมศร์ เบ็ญจรงค์กิจ ผู้อำนวยการโครงการ CAC ในการยกระดับความร่วมมือการป้องกันการทุจริตในตลาดทุนและมาตรการป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งส่งเสริมการรับรู้ เพื่อป้องกันการป้องกันการทุจริตและการส่งเสริมธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนรวมถึงบริษัทในเครือ ในการหารือครั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในบูรณาการความร่วมมือและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในการป้องกันการทุจริตและมาตรการป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 176 โดยผ่านกลไกการควบคุมภายในที่เหมาะสมและการส่งเสริมธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ที่ผ่านมา […]
สมรภูมิสินเชื่อบ้านเวียดนามเดือด! รัฐบาลแตะเบรก ตั้งเป้าโตไม่เกิน 15%
ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเวียดนามกำลังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมคนรุ่นใหม่ที่ยอมรับการก่อหนี้เพื่อซื้อบ้านมากขึ้น แม้ดอกเบี้ยในระบบยังอยู่ในระดับสูงและราคาที่อยู่อาศัยเร่งตัว โดยรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าคุมการเติบโตสินเชื่อในปี 2026 ให้อยู่ต่ำกว่า 15% หลังจากปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 17.87% ซึ่งสะท้อนทั้งโอกาสของภาคธนาคารและความเสี่ยงด้านความสามารถชำระหนี้ของผู้กู้ กรณีของถาว เหงียน วัย 32 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดในโฮจิมินห์ซิตี้ สะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเธอตัดสินใจซื้อคอนโดและรับภาระผ่อนชำระสินเชื่อบ้านระยะเวลา 25 ปี แม้อัตราดอกเบี้ยทั่วไปในเวียดนามจะอยู่เหนือ 10% การตัดสินใจนี้ต่างจากค่านิยมของคนรุ่นก่อนที่นิยมซื้อบ้านด้วยเงินสดเต็มจำนวน และกำลังกลายเป็นรูปแบบหลักของการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ JLL ระบุว่า ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 2 พันล้านล้านด่ง ในไตรมาส 3 ปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 1.1 พันล้านล้านด่ง ในปี 2020 ขณะที่ รัฐบาลรายงานว่า ราคาคอนโดทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 20%-30% ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเมืองโฮจิมินห์ที่ราคาที่อยู่อาศัยพุ่งขึ้น 23% และมีราคาเฉลี่ย 111 ล้านด่งต่อตารางเมตร ส่งผลให้คอนโดขนาด […]
ทิม คุก เตรียมวางมือ ส่งไม้ต่อ จอห์น เทอร์นัส ทายาทสายฮาร์ดแวร์ คุมบังเหียน มีผล 1 ก.ย.นี้
Apple ประกาศว่า ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เตรียมลงจากตำแหน่งและส่งไม้ต่อให้แก่จอห์น เทอร์นัส หัวหน้าทีมวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ ในวันที่ 1 ก.ย. นี้ หลังจากอยู่ในตำแหน่งมานาน 15 ปี และนำพาบริษัทไปสู่ธุรกิจระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์ แถลงการณ์ของ Apple ระบุว่า จอห์น เทอร์นัส จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในวันที่ 1 ก.ย. นี้ ขณะที่ ทิม คุก จะไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของบริษัท ปัจจุบัน จอห์น เทอร์นัส วัย 50 ปี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ มาตั้งแต่ปี 2021 และมีประสบการณ์ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซึ่งก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า จอห์น เทอร์นัส ได้รับการวางตัวจากทิม คุก ให้ก้าวขึ้นมาเป็นซีอีโอคนต่อไป การเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอของจอห์น […]
ผู้นำการเงินโลกยอมรับข้อจำกัดแก้วิกฤตพลังงาน-ศก. ชี้หวังพึ่งสหรัฐฯ ไม่ได้เหมือนเดิม
บรรดาผู้นำภาคการเงิน-การคลังทั่วโลกที่เข้าร่วมการประชุม Spring Meetings 2026 ซึ่งจัดโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ยอมรับถึงข้อจำกัดในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง พร้อมระบุว่า การพึ่งพาอิทธพลของสหรัฐฯ ในการยุติความขัดแย้งในเวทีโลกนั้นไม่อาจสร้างหลักประกันอย่างที่เคยเป็นเหมือนในอดีต สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า การประชุมในปีนี้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 13–18 เม.ย. ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยบรรยากาศสลับไปมาระหว่างความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากวิกฤตพลังงานและความหวังว่า อิหร่านอาจยุติการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะช่วยให้การไหลเวียนของน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปุ๋ย และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นดังกล่าวเริ่มจางหายไปในช่วงวันเสาร์ ท่ามกลางเหตุการณ์โจมตีการเดินเรือระลอกใหม่ IMF และธนาคารโลกให้คำมั่นที่จะสนับสนุนเงินทุนรอบใหม่ รวมมูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน พร้อมทั้งแสดงความยินดีต่อการกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลรักษาการของเวเนซุเอลาหลังระงับไปนานถึงเจ็ดปี ทั้งสององค์กรยังได้เตือนนานาประเทศไม่ให้กักตุนน้ำมัน และไม่ให้ใช้นโยบายอุดหนุนราคาพลังงานที่สูงเกินไปโดยไม่ตรงเป้าหมาย ด้าน จอช ลิปสกี ประธานด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศแห่งสภาแอตแลนติก (Atlantic Council) กล่าวว่า […]
สายการบินจีนเร่งเพิ่มเที่ยวบินยุโรป รับอานิสงส์สงครามอิหร่านดันต้นทุนคู่แข่งพุ่ง
สายการบินจีนเตรียมเพิ่มเที่ยวบินไปยุโรปอีกหลายพันเที่ยวในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่ สงครามอิหร่านสร้างความได้เปรียบให้กับอุตสาหกรรมการบินของจีน เนื่องจากสายการบินอื่นต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางบินที่ไกลขึ้น ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้ในตะวันออกกลาง สายการบินที่ให้บริการเส้นทางยุโรป-เอเชียต้องเผชิญข้อจำกัดด้านเส้นทางบินมากขึ้น เนื่องจากน่านฟ้าของรัสเซียและยูเครนยังคงปิดใช้งาน แต่สำหรับสายการบินจีนที่ยังสามารถบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียได้ นั่นคือ โอกาสทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ลินุส บาวเออร์ จากบริษัทที่ปรึกษาด้านการบิน BAA & Partners กล่าวว่า สายการบินจีนยังคงมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในเส้นทางยุโรป-เอเชีย เนื่องจากสามารถบินตามเส้นทางที่ใกล้ที่สุดผ่านรัสเซีย ขณะที่ สายการบินยุโรปต้องอ้อมลงทางใต้ การบินอ้อมดังกล่าวทำให้ต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นราว 8,000-20,000 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง และเมื่อรวมต้นทุนอื่นๆ แล้ว ต้นทุนต่อเที่ยวบินจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15,000-30,000 ดอลลาร์ การตรวจสอบเบื้องต้นบนเว็บไซต์ของ British Airways สำหรับการเดินทางในเดือนมิ.ย. พบว่า สายการบินให้บริการเที่ยวบินตรงไปปักกิ่ง ผ่านการร่วมเที่ยวบินกับ China Southern Airlines เท่านั้น ขณะที่แพลตฟอร์ม Skyscanner […]
FTSE ไฟเขียวเวียดนาม เลื่อนชั้นตลาดเกิดใหม่ มีผล 21 ก.ย. ลุ้นเข้า MSCI ต่อ
FTSE Russell ประกาศเลื่อนสถานะตลาดหุ้นเวียดนาม จากตลาดหุ้นชายขอบ (Frontier market) เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging market) มีผลวันที่ 21 ก.ย. นี้ เปิดทางเงินทุนต่างชาติไหลเข้า พร้อมปูทางลุ้นเข้าดัชนี MSCI Emerging Markets การปรับสถานะได้รับการยืนยันหลังการปรับทวนในเดือนมี.ค. เพื่อประเมินว่า เวียดนามมีความพร้อมมากพอที่จะเปิดให้โบรกเกอร์ต่างชาติเข้าถึงตลาด ซึ่งมีความสำคัญเพื่อให้บริษัทลงทุนทั่วโลกสามารถจัดสรรหุ้นเวียดนามเข้าไปอยู่ในกองทุนที่อิงดัชนี FTSE รัฐบาลเวียดนาม ระบุว่า การเลื่อนสถานะครั้งนี้ เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่สุดในการพัฒนาตลาดทุนตลอด 25 ปี และยังมีเป้าหมายที่จะได้รับการจัดอันดับในดัชนี MSCI Emerging Markets ด้วย การอัปเกรดสถานะรอบนี้จะทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามอยู่ในกลุ่มเดียวกับจีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยอินโดนีเซียมีความเสี่ยงที่เงินทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ จะไหลไปยังเวียดนาม หลัง MSCI เตือนถึงความไม่โปร่งใสในโครงสร้างผู้ถือหุ้น และพฤติกรรมการซื้อขายที่เข้าข่ายการปั่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ที่มา: Nikkei Asia, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
จีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 17 สูงสุดในรอบหนึ่งปี แม้สงครามตะวันออกกลางกดดันราคา
ธนาคารกลางของจีน (PBOC) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ของโลก เข้าซื้อทองคำ 160,000 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 5 ตันเมื่อเดือนมี.ค. คิดเป็นปริมาณมากที่สุดในรอบกว่าหนึ่งปี โดยจีนยังคงซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 การเพิ่มทองคำเข้าคลังสำรองของธนาคารกลางจีนอาจช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดทองคำ หลังราคาทองคำร่วงลง 12% เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และนำไปสู่การคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ซึ่งกดดันราคาทองคำ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนยังเทขายทองเพื่อชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์อื่น ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำเคยทำสถิติสูงสุดใกล้แตะ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุดวันนี้ (8 เม.ย.) ราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 4,823 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.49% หลังนักลงทุนตอบรับข้อมูลการเข้าซื้อของธนาคารกลางจีน พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ซึ่งล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยโดยทันที การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางจีนครั้งล่าสุด อาจช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงที่ธนาคารกลางบางแห่งเริ่มขายทองคำ โดยธนาคารกลางตุรกีได้ขายและทำสัญญาแลกเปลี่ยนทองคำราว […]










