จีนแสดงความกังวล หลังสหรัฐเข้มงวดการลงทุนเอกชนจีน
นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า “สำหรับประเด็นเกี่ยวกับการคัดค้านเข้าซื้อกิจการของ บริษัท Ant Financial ว่า เรารู้สึกเสียใจที่เห็นว่า การลงทุนทางธุกิจและการควบรวมกิจการทั่วไปของบริษัทจีนในสหรัฐถูกขัดขวางอีกครั้ง เนื่องด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ” เขากล่าวอีกว่า “เราจะไม่คัดค้านเลย หากการพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับการลงทุนจากต่างประเทศเป็นไปตามแผนความปลอดภัย แต่เรากังวลเรื่องพฤติกรรมการสร้างกำแพงเพื่อจำกัดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยอ้างเรื่องความมั่นคงของชาติ” โดยการแสดงความคิดเห็นของนาย เกา เฟิง เกิดขึ้นภายหลังรัฐบาลสหรัฐมีมติคัดค้านข้อเสนอของ Ant Financial จากจีนในการเข้าซื้อกิจการ บริษัท MoneyGram วงเงิน 1.2 พันล้านดอลลาร์ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ ในสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ แอนท์ ไฟแนนเชียล เป็นบริษัทในเครือของอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง ซึ่งมีนายแจ็ค หม่า เป็นประธานกรรมการ
แบงก์ชาติจีนเดินหน้าอัดฉีดเงินเข้าระบบอีก 3 หมื่นล้านหยวนวันนี้
ธนาคารกลางจีนอัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดการเงินในวันนี้ (11 ม.ค.) ผ่านข้อตกลงการขายพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) อายุ 7 วัน มูลค่า 3 หมื่นล้าหยวน (4.6 พันล้านดอลลาร์) และข้อตกลง reverse repo อายุ 14 วัน มูลค่า 3 หมื่นล้านหยวน ทั้งนี้ เมื่อหักลบกับข้อตกลง reverse repo มูลค่า 3 หมื่นล้านหยวนที่ครบกำหนดไถ่ถอนแล้ว ก็เท่ากับว่า ธนาคารกลางจีนได้อีดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดการเงินสุทธิ 3 หมื่นล้านหยวนข้อตกลง reverse repo เป็นกระบวนการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อหลักทรัพย์จากธนาคารพาณิชย์ด้วยข้อตกลงที่จะขายคืนในอนาคต สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทางการจีนจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินปี 2561 ไว้ในกรอบที่รอบคอบและเป็นกลางต่อไป เนื่องจากจีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกนั้น มีเป้าหมายที่จะรักษาสมดุลระหว่างการขยายตัวกับการป้องกันความเสี่ยง
ผู้หญิงที่รวยที่สุดของจีนรวยหุ้นขึ้น$2,100ล้านใน4วันแรกของปี2018
Yang Huiyan รองประธานของบริษัทCountry Garden Holdings Co รวยหุ้นขึ้น$2,100ล้านในเพียง4วันทำการของตลาดในปี2018นี้ หวางมีอายุเพียง36ปี แต่กลายเป็นผู้หญิงที่รวยที่สุดในจีน และติดอันดับคนที่รวยอันดับ5ของจีน โดยมีทรัพย์สิน$25,600ล้่าน คุณพ่อของหยาง คือYang Guoqiang ผู้ร่วมก่อตั้งCountry Gardenในปี1992 เขาได้โอนหุ้นในบริษัทให้ลูกสาวในปี2005 เพื่อว่าเธอจะได้เรียนรู้งาน และทำหน้าที่ดูแลธุรกิจแทนครอบครัว Country Gardenเป็นบริษุัทอสังหาริมทรัพย์ มีสำนักงานใหญ่ที่จังหวัดกวางตุ้งของจีน ที่ผ่านมาได้พัฒนามากกว่า200โครงการบ้านในตลาดไฮเอ็นด์ทั้งในจีน มาเลย์เซีย และออสเตรเลีย ได้ขายบ้านให้ลูกค้ากว่า1.5ล้านราย และมีการจ้างพนักงาน70,000คนทั่วโลก
นักวิจัยแบงก์ชาติจีนส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆนี้ หวังแก้ปัญหาฟองสบู่-หนี้สิน
หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี ของทางการจีน รายงานว่า นักวิจัยของธนาคารกลางจีน (PBOC) มีความเห็นตรงกันว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นเครื่องมือควบคุมภาวะฟองสบู่และปัญหาหนี้สิน โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากราคาภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับศักยภาพการทำกำไรของภาคธุรกิจ รายงานดังกล่าวยังระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยผนวกกับมาตรการจัดการกับการผลิตส่วนเกินนั้น จะช่วยควบคุมไม่ให้หนี้สินขยายตัว และทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นในท้ายที่สุด อนึ่งเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) และอัตราดอกเบี้ย reverse repo ขึ้น 0.05% หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.
ความท้าทายของจีนในปี2018
จีนจะยังคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลายเป็นมหาอำนาจเบอร์1ของโลกในอีก10ปีข้างหน้าได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรการการปฏิรูปโครงสร้างในปัจจุบันที่กำลังดำเนินไปอยู่ นี้คือเนื้อหาหลักของงานสัมนา dbAccess China Conference 2018จัดโดยดอยช์แบงก์ ที่กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่8-10มกราคม2018 ซึ่งมีเนื้อหาหลัก4-5ประเด็นที่สำคัญคือ 1.) จีนจะสามารถปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจที่เคยเติบโตสูงมาเป็นเศรษฐกิจที่โตอย่างมีคุณภาพได้หรือไม่ โดยที่ตัวเลขจีดีพีจะไม่ได้เป็นเป้าหมายที่สำคัญเหมือนในอดีตที่จีนต้องการเงินลงทุนและการส่งออกที่มากๆเพื่อไล่ให้ทันโลกตะวันตก และเพื่อรองรับการจ้างงาน และรัฐบาลจีนเป็นผู้นำในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดันจีดีพี 2.) จีนจะสามารถบริหารความเสี่ยงได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการกู้หนี้ยืมสินที่เกินตัวของรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อที่จะลงทุนและดันดีจีดีพีของมณฑลของตัวเองให้มีเศรษฐกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่สูง การลดหนี้และบริหารความเสี่ยงจากเครดิตที่สูงเกินไปจะเป็นงานหลักของการปฏิรูป 3.) จีนจะพึ่งพาการบริโภคภายในเพื่อดันจีดีพี พร้อมทั้งการนำเอาซับไพลไซด์มาเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ การเพิ่มภาคบริการ นวัตกรรม รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี่มาใช้ 4.) ความเร็วในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจะทันการหรือไม่ เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีอัตราการเจริญเติบโตในระดับที่ยอมรับได้ โดยไม่จำเป็นต้องโตมากนัก 5.) นายWerner Steinmueller กรรมการผู้จัดการใหญ่เอเชียแปซิฟิค และกรรมการของบอร์ดของดอยช์แบงก์เชื่อมั่นว่าอีก5-10ปีข้างหน้าเศรษฐกิจจีนมีโอกาสที่จะแซงหน้าเศรษฐกิจสหรัฐได้ ทำให้เปิดโอกาสของการลงทุนในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นจีนมีขนาด$7.3ล้านล้านใหญ่อันดับ2ของโลกแล้ว ส่วนตลาดบอนด์ของจีนมีขนาด$9.4ล้านล้านหรือใหญ่อันดับ3ของโลก เขาเชื่อมั่นว่ามาตรการการเปิดเสรีเศรษฐกิจและภาคการเงินของรัฐบาลจีน และความต้องการมืออาชีพมาบริหารทางด้านการเงินเพิ่มมากขึ้นจะดึงดูดและเปิดโอกาสให้นักลงทุนให้มาลงทุนในจีนในระยะยาว
ทรัมป์เตรียมเล่นงานจีนทางการค้า
สื่อPoliticoรายงานว่า ทำเนียบขาวกำลังเตรียมมาตรการทางภาษีที่จะเล่นงานจีนที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐค่อนข้างสูง สินค้านำเข้าเหล็กจากจีนอาจจะโดนกำแพงภาษีเล่นงานก่อน รวมทั้งมาตรการตอบโต้จีนที่ถูกกล่าวหาจากสหรัฐว่าละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทอเมริกัน เส้นตายที่ทรัมป์จะใช้ใช้มาตรการตอบโต้จีนทางการค้าคือก่อนสิ้นเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่ทรัมป์เสนอนโยบายต่อที่ประชุมสภาร่วม(State of the Union Address) ในเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์บอกว่าการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเป็นไปรูปแบบข้างเดียวที่จีนได้ประโยชน์ และไม่แฟร์ การค้าแบบนี้ไม่ยั่งยืน จีนเดินดุลการค้าสหรัฐปีหนึ่งมากกว่า$360,000ล้าน ทำให้ทรัมป์ใช้เป็นข้ออ้างในการใช้มาตรการทางภาษี หรือรูปแบบอื่นของลัทธิกีดกันการค้ามาตอบโต้
แบงก์ชาติจีนมองสภาพคล่องในระบบยังสูง ระงับอัดฉีดเงินติดต่อกันเป็นวันที่ 11
ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า ในวันนี้ธนาคารกลางจีนยังคงระงับการอัดฉีดเงิน ผ่านการดำเนินงานทางตลาดเงิน (Open Market Operations – OMO) ซึ่งนับเป็นการระงับอัดฉีดเงินติดต่อกันเป็นวันที่ 11 เหตุสภาพคล่องในระบบธนาคารยังอยู่ในระดับสูง ข้อตกลง reverse repo วงเงิน 4 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 6.17 พันล้านดอลลาร์) ได้ครบกำหนดไถ่ถอนในวันนี้ ซึ่งหมายความว่า สภาพคล่องในตลาดจะปรับตัวลดลง ขณะที่รายงานยังระบุว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้ระบายสภาพคล่องออกจากตลาดการเงินทั้งสิ้น 5.10 แสนล้านหยวน
จีนหวังปี 2020 ไร้คนจน เผย 5 ปีผ่านมายอดคนจนลดกว่า 2 ใน 3
นายหลิว หย่งฟู ผู้อำนวยการสำนักงานลดความยากจนและพัฒนาการของสภาแห่งรัฐของจีน กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีมานี้ จีนสามารถลดจำนวนประชากรยากจนมากกว่า 2 ใน 3 โดยตัวเลขล่าสุดเมื่อปลายปี 2017 พบว่าจีนมีประชากรจำนวน 30 ล้านคนที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนแห่งชาติ ลดลงจาก 98.99 ล้านคนเมื่อปี2012 “เรากำลังเข้าใกล้เป้าหมายในการขจัดความยากจนให้หมดสิ้นไปทั่วประเทศ” นายหลิวกล่าว ทั้งนี้ จีนตั้งเป้าที่จะขจัดความยากจนให้หมดสิ้น ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายในปี 2020 เพื่อสร้างสังคมที่มีความมั่งคั่งในระดับปานกลาง
China Economy EU Japan Thailand US
มุมมองเศรษฐกิจใน 5 ประเทศหลัก
US : เศรษฐกิจสหรัฐฯในปี 2017-2018 จะสามารถขยายตัวเกินค่าเฉลี่ยระยะยาวได้ที่ 2.5% ทั้งสองปี ด้วยแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่จะเริ่มผลิตเพื่อเพิ่มสินค้าคงคลังให้พอกับความต้องการบริโภคในประเทศ ส่วนการจ้างงานน่าจะยังเติบโตได้แข็งแกร่ง EU : ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ราคาพลังงานช่วยสนับสนุนการบริโภค ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มกลับมา การใช้สินเชื่อเริ่มดีขึ้นเรามองว่า GDP จะขยายตัวที่ 2.3% JP : เศรษฐกิจญี่ปุ่นสามารถขยายตัวได้อัตรา 1.4% เป็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่มีส่วนช่วยผลักดันได้แก่ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมหรือ Supplementary Budget จากรัฐบาล มีส่วนหนุนการบริโภคภาคเอกชน CH : เศรษฐกิจจีนน่าจะขยายตัวได้ที่ 6.5% โดยเป็นการขยายตัวตามเป้าหมายของทางการที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โครงสร้างเศรษฐกิจจีนค่อยๆขยับเข้าภาคบริการและการบริโภคภาคเอกชน TH : การส่งออกและการใช้จ่ายลงทุนภาเอกชนจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่องที่ 3.8% ในปี 2017-2018
China Electric Vehicle Innovation Sustainability Technology
หวั่นรถยนต์ไฟฟ้าจีน ทะลักเข้าไทย
กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหาแนวทางแก้ปัญหาและลดผลกระทบต่อค่ายรถยนต์ในประเทศ ตามที่ประชุม ครม. ได้มอบหมายเพื่อกำหนดอัตราภาษีนำเข้าที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (บีอีวี) ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน จากที่ไทยจะลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2018 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ความตกลงดังกล่าวได้เกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งขณะนั้นการนำเข้ามักจะเป็นเฉพาะรถกอล์ฟไฟฟ้า แต่เมื่อสถานการณ์การค้า และเทคโนโลยีการผลิตเปลี่ยนไป จึงต้องหารือทุกภาคส่วนอีกครั้งถึงความเหมาะสม ด้าน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ในไทยถึงผลกระทบจากการลดภาษีนำเข้ารถยนต์บีอีวีจากจีนเป็น 0% ซึ่งมีความคิดเห็นที่หลากหลาย มีทั้งกลุ่มที่เห็นว่า รถยนต์บีอีวีราคาถูกที่จากจีนเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดไทย มองว่ารัฐบาลควรมีมาตรการส่งเสริม และคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศด้วยวิธีที่เหมาะสม กลุ่มค่ายยุโรปเห็นต่าง โดยมองว่าตนมีเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงมองว่าจีนไม่ใช่คู่แข่ง เพราะคนละตลาดกัน และเห็นว่าการมีบีอีวีจากจีน จะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อรถบีอีวีในไทย และทำให้ค่ายรถยนต์กล้าผลิตเพื่อจำหน่ายในไทยมากขึ้น

