จีนเอาจริงเตรียมสกัดซื้อขายเงินดิจิทัลผ่านแอพพลิเคชั่น
สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าทางการจีนวางแผนสกัดการเข้าถึงแพลทฟอร์มและแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล โดยการสกัดกันดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจีนยังคงเดินหน้ากวาดล้างการซื้อขายสกุลเงินบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลประเภทอื่นๆ เนื่องจากทางการจีนมองว่า สกุลเงินดิจิทัล เป็นต้นตอของความเสี่ยงในระบบการเงิน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรัฐบาลจีนได้รับรายงานการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นบนแพลทฟอร์มที่ตั้งขึ้นโดยชาวจีนและต่างชาติ แม้รัฐบาลจะสั่งระงับการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเมื่อปีที่แล้ว ภายใต้กฎห้ามการระดมทุนด้วยสกุลเงินดิจิทัล (Initial Coin Offering: ICO) รวมทั้งปิดการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลในหลายตลาด และจำกัดการขุดเหมืองเพื่อหาบิตคอยน์
หมดยุคลอกเลียนแบบ จีนขึ้นแท่นผู้นำด้านเทคโนโลยี
บริษัทจีนได้ข้ามพ้นการเป็นผู้ลอกเลียนแบบด้านเทคโนโลยีด้านต่างๆของผู้อื่นไปแล้ว หลังจากจีนได้กว้าขึ้นมาเป็นผู้นำเศรษฐกิจอันดับสองของโลกในด้านต่างๆ Raymund Chao ประธาน PwC’s chairman ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและจีนแผ่นดินใหญ่ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “ถึงแม้ทุกวันนี้ ยังคงมีความเชื่อที่ว่าจีนคือ copycat แต่นั่นไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป” จีนได้กลายเป็นผู้นำที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมหลายด้าน ซึ่งรวมถึง เทคโนโลยีด้านการเงิน หรือ ฟินเทค โดรน เอไอ และโมบายเพย์เมนท์ เขากล่าวว่า ในกลุ่มอุตสหกรรมแบบดั่งเดิม (traditional sectors) เริ่มปรับตัวนำเอานวัตกรรมมาใช้ในภาคการผลิต
พัฒนาการของ ESG ในจีน (ตอนที่1)
By… เศรณี นาคธน ESG ในจีนยังอยู่ในระดับต่ำ หลังเร่งขยายสังคมเมืองกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา MSCI ซึ่งเป็นบริษัทจัดทำดัชนีระดับโลกได้พิจารณาเพิ่มบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่จำนวน 222 บริษัท ในตลาด A-Share ของจีนเข้าร่วมคำนวณใน MSCI Emerging Markets Index จนถึงปัจจุบัน มีสัดส่วนของจีนในดัชนีทยอยเพิ่มขึ้นมาสู่ 30% นับเป็นความสำเร็จก้าวหนึ่งในการเปิดเสรีทางการเงินของจีนและช่วยจูงใจให้นักลงทุนหันมาสนใจลงทุนในตลาดการเงินของจีนมากขึ้น แต่หากพิจารณาในแง่มุมของ ESG พบว่า MSCI Emerging Markets SRI Index ซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวมบริษัทต่างๆในตลาดเกิดใหม่ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม สังคม และมีการจัดการที่มีธรรมภิบาล บริษัทจีนที่ผ่านเกณฑ์เพื่อเข้าร่วมดัชนีกลับมีสัดส่วนเพียงแค่ราว 4% ของดัชนีเท่านั้น สาเหตุที่ทำให้เกิดส่วนต่างมากขนาดนี้ มาจากการขยายของสังคมเมือง (Urbanization) ผนวกกับการเร่งขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในช่วงก่อนหน้า ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมลภาวะ ทั้งจากการเร่งตัวของการก่อสร้าง การใช้พลังงานมากขึ้น ขณะที่พลังงานหลักของประเทศมาจากถ่านหินซึ่งยิ่งใช้ยิ่งส่งผลเสียต่อมลภาวะทางอากาศ ในด้านของสังคม บริษัทจีนส่วนมากยังไม่มีมาตรฐานและนโยบายในเรื่องของแรงงาน รวมถึงสภาพความเป็นอยู่และสวัสดิการของแรงงานที่อยู่ในระดับต่ำ จะเห็นได้จากข่าวเรื่องการเกิดอุบัติเหตุจากการปฎิบัติงานบ่อยครั้งในประเทศจีนเมื่อเทียบกับประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ และในแง่ของผู้ถือหุ้น บริษัทจีนยังคงมีการเปิดเผยข้อมูลในระดับค่อนข้างต่ำ […]
จีนคุมเข้มภาคธนาคาร นักวิเคราะห์เตือนแบงก์ขนาดเล็กเร่งปรับตัว
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า คณะกรรมการกำกับดูแลภาคธนาคาร (China Banking Regulatory Commission : CBRC) เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลภาคธนาคารมากขึ้นในปีนี้ โดยแผนงานกำกับดูแลภาคธนาคารที่สำคัญประกอบด้วย · การตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินของผู้ถือหุ้นธนาคาร และตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้นว่าเป็นไปตามกฎระเบียบหรือไม่ · ตรวจสอบการปฏิบัติตามเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รัฐบาลท้องถิ่น และอุตสาหกรรมอื่นๆที่มีการกำหนดต้นทุนที่สูงเกินไป · พร้อมตรวจสอบการทำธุรกรรมระหว่างธนาคาร และการดำเนินธุรกิจบริการทางการเงินให้กับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง (wealth management businesses) ของธนาคารด้วย โดยจะดำเนินการทางกฎหมายกับธนาคารที่ไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล ฝ่าฝืนเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ และลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูง แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่หน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารของจีนที่เริ่มเอาจริงเอาจังกับการออกมาตรการที่น่าตื่นเต้นต่างๆอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2018 ด้าน นาย Huang Wentao นักวิเคราะห์จาก China Securities Co. กล่าวว่า “มาตรการกำกับดูแลใหม่ที่เข้มงวดขึ้นครอบคลุมทุกส่วนของระบบธนาคาร และแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานกำกับดูแลเข้มงวดกับการแก้ปัญหาที่เกิดจากภาคการเงิน จริงจัง ซึ่งธนาคารหลายแห่ง โดยเฉพาะธนาคารขนาดเล็ก จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจภายใต้เกณฑ์การกำกับดูแลใหม่นี้”
เปิดรายชื่อ 10 บริษัทขายอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่สูงกำลังมีบทบาทที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเศรษฐกิจจีน ทำให้ช่วยประคับประคองเศรษฐกิจจีนไม่ให้โตช้าลงกว่าที่ควรเป็น Xianchun Xu อาจารย์มหาวิทยาลัยซินหัว และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน ช่วยเติมว่า กล่าวในงานสัมนา dbAccess China Conference จัดโดยดอยช์แบงก์ที่ปักกิ่ง 2018 ว่าค่อนข้างชัดเจนว่าเศรษฐกิจใหม่มีความสำคัญต่อการปรับโครงสร้างของจีน ที่กำลังเห็นความสำคัญที่ลดลงของเศรษฐกิจเก่า (old economy) เขายอมรับว่า ยังไม่มีคำจำกัดความที่ชัดเจนสำหรับเศรษฐกิจใหม่ แต่เป็นที่เข้าใจว่าเศรษฐกิจใหม่มีพื้นฐานจากนวัตกรรมของไฮเทคด้านข้อมูล การใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสังคมผ่านปัจจัยของเศรษฐกิจ การปรับปรุงระบบอุตสาหกรรมผ่านการผลิตที่ฉลาดขึ้น การแบ่งแรงงานที่มีประสิทธิภาพขึ้นผ่านความหลายหลากของสินค้าและบริการ ส่วนเศรษฐกิจเก่าของจีนที่กำลังผ่านการปฎิรูปเพื่อความอยู่รอด คืออุตสาหกรรมเหล็ก ถ่านหิน สินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เสื้อผ้า ฯลฯ Xianchuan บอกว่าเศรษฐกิจใหม่ช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของจีน ยกระดับการพัฒนา ทำให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มคุณภาพ และประสิทธิภาพของเศรษฐกิจ และช่วยยกระดับการเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น” เขากล่าว ในปี 2016 มูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมการผลิตไฮเทคเติบโต10.8% หรือมีสัดส่วน 4.8% สูงกว่ามูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมทั่วไป นอกจากนี้ ในปี 2016 […]
มูดี้ส์เผยเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้น ดันความน่าเชื่อถือปีนี้ มีเสถียรภาพ
รายงานจากมูดี้ส์ระบุแนวโน้มความน่าเชื่อถือของยูโรโซนในปี 2018 มีเสถียรภาพ ปัจจัยสนับสนุนมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจตามวัฏจักร ซึ่งสามารถชดเชยการปฏิรูปที่เป็นไปอย่างจำกัด สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิสยังระบุอีกว่า ความคืบหน้าในการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการรับมือกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ยังไม่สอดคล้องกันทั่วภูมิภาค แม้เศรษฐกิจยูโรโซนยังคงมีโอกาสปรับตัวสู่ช่วงขาขึ้นก็ตาม คาดการณ์การขยายตัวโดยเฉลี่ยของเศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2018 จะอยู่ที่ 2.0% ก่อนที่จะชะลอตัวลงสู่ระดับ 1.7% ในปี 2019 พร้อมระบุว่า อุปสงค์ภายในประเทศ (domestic demand) จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี
บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟน Xiaomi เตรียมทำไอพีโอปีนี้
Xiaomi บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนของจีนเตรียมที่จะทำไอพีโอในปีนี้ โดยคาดการว่ามูลค่าตลาดรวมของบริษัทจะอยู่ที่ $100,000 ล้าน เสี่ยวหมีกำลังอยู่ในขั้นตอนเลือกบริษัทที่จะมาดูแลการทำไอพีโอ โดยมีข่าวว่า Citic Securities, Goldman Sachs และMorgan Stanley เสี่ยวหมีเป็นบริษัทอีเลคโทรนิกส์และซอฟแวร์ของจีน มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงปักกิ่ง บริษัทนี้มีธุรกิจออกแบบ พัฒนาและขายสมาร์ทโฟน โมไบแอ็ป แล็ปท็อป และสินค้าอีเลคโทรนิกส์อื่นๆ เสี่ยวหมีเป็นบริษัทที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง โดยในปี 2014 บริษัทมีมูลค่า $46,000 ล้าน แต่ปีนี้จะมีมูลค่า $100,000 ล้าน
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดบวกกว่า 12จุด อยู่ที่ 1,822.66 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (15 ม.ค. 61) ที่ระดับ 1,822.66 จุด เพิ่มขึ้น 12.47 จุด หรือ 0.69% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,830.68 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,818.15 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 16.46น. อยู่ที่ 94,100.59 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.EA ปิดที่ 68.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7,583.94 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 71.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,957.73 […]
ค่าพีอี (P/E ratio) ตอนที่ 1
P/E เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่คำนวนจาก ราคาตลาดของหุ้น (Price) เทียบกับกำไรต่อหุ้น (Earning per share) มีหน่วยเป็นเท่า แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าน่าลงทุนของหุ้นบริษัทนั้น ตัวอย่าง หุ้นราคา 30 บาท กำไรต่อหุ้น 2 บาท ได้ค่า P/E 15 เท่า แปลว่าราคาหุ้นมีมูลค่าเป็น 15 เท่าของกำไร ถ้าให้ความหมายกันอย่างตรงๆ คงแปลได้ว่า เราลงทุนในบริษัทนี้จะใช้เวลาถึง 15 ปี จึงได้ทุนคืนจากผลกำไร (โดยสมมุติว่ากำไรทั้งหมดถูกจ่ายเป็นเงินปันผลให้นักลงทุน) P/E คำนวนได้ทั้งแบบย้อนหลังหรือมองไปข้าง · Trailing P/E ใช้กำไรปัจจุบันคือกำไรต่อหุ้นของสี่ไตรมาสที่ผ่านมา เป็นการคิดแบบ conservative ใช้กำไรจริงที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน · Forward P/E ใช้กำไรที่คาดว่าบริษัทจะทำได้ใน 12 เดือนข้างมาคำนวน ซึ่งจะเป็นวิธีแบบ Progressive โดยคิดว่าการลงทุนในหุ้นก็เพื่อได้รับผลกำไรที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ใช่กำไรในอดีตที่ผ่านไปแล้ว แต่การใช้ […]
ก.ล.ต.เตรียมชงร่างแก้ไขพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ 4 เรื่อง เข้าครม.ภายในต้น ก.พ.นี้
รายงานข่าวจากสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ระบุว่า นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวในงานสัมมนา: “SEC Conference 2018 : Capital Market for All” ว่า ก.ล.ต. เตรียมเสนอ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีการแก้ไขใน 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย •การจัดตั้งกองทุน ส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน หรือ CMDF •ความอิสระของ บลจ. •ความคาดหวังต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย •อิเล็กทรอนิกส์แพลทฟอร์ม (ETP) หลังจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จ ก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในกลางเดือน ม.ค. ไม่เกินต้นเดือน ก.พ.นี้ หากผ่านคณะรัฐมนตรี ก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป พร้อมสรุปเกณฑ์กำกับดูแล Initial Coin Offering (ICO) ภายในไตรมาส 1 ปีนี้ หลังครบกำหนดเวลาเปิดรับฟังความเห็

