หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกัญชาขึ้นยกแผง
แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐล่าสุดในวันจันทร์ที่ผ่านมาที่อนุญาตให้มีการขายกัญชาได้ ทำให้นักลงทุนมีความคึกคักในการซื้อหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา Market Watch รายงานว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาในอเมริกาเหนือส่วนมากจะมาจากแคนาดา เพราะว่าแคนาดายกเลิกกฎหมายควบคุมกัญชาตั้งแต่ปี 2001 ในวันอังคารที่ผ่านมา หุ้นของบริษัท Canopy Growth Corp ขึ้น 8.8% บริษัทนี้อยู่ที่เมืองออนตารีโอ โดยทำธุรกิจซับไพลกัญชาตั้งแต่ปี 2009 หุ้นของบริษัท Horizons Marijuana Life Sciences Index ขึ้น 12% โดยบริษัทนี้เข้าเทรดในตลาดหุ้น Toronto Stock Exchange ในเดือนที่แล้ว บริษัทนี้ลงทุนในบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา 20 กว่าบริษัทในอเมริกาเหนือ หุ้นบริษัท Supreme Cannabis Co. Inc. จากโตรอนโตขึ้น 19% โดยบริษัทนี้ทำธุรกิจพัฒนา และส่งสินค้ากัญชาในทางการแพทย์ และหุ้นบริษัท Aurora Cannabis จากแวนคูเวอร์ขึ้น 24% ในสหรัฐอเมริกา การเสพ […]
ราคาน้ำมันอาจจะแตะ $80 ปี 2018 นี้
เปิดฉากมาปีใหม่ 2018 ปรากฎว่าราคาน้ำมันขยับขึ้นไปแตะ $60ต่อบาเรลล์ ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2014 แต่นาย Yoon Chou Chong หัวหน้าฝ่ายหุ้นเอเชียของ Natisix Asset Management คาดการว่าราคาน้ำมันอาจจะทะลุไปถึง $80ต่อบาเรลล์ก็ได้ในปี 2018 นี้ โดยที่ปีนี้อาจจะเป็นปีของสินค้าโภคภัณฑ์ก็ได้ ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงในปีนี้คือการที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันมีการจำกัดการผลิต และมีความพยายามที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันก่อนที่ Saudi Aramco บริษัทรัฐวิสาหกิจของซาอุดิ อาราเบียจะทำไอพีโอ ราคาน้ำมัน ทั้งจากตลาด West Texas และตลาดBrentต่างทำระดับสูงขึ้นถึง $60ต่อบาเรลล์ในช่วงที่ผ่านมา เพราะว่ามีการจำกัดการผลิตโดยกลุ่มโอเปค และมีการประท้วงในประเทศอิหร่าน ครั้งสุดท้ายที่ราคาน้ำมันแตะ$80ต่อบาเรลล์คือในเพือนพฤศจิกายนปี2014 ก่อนที่จะตกลงมาที่ระดับ $30ในเดือนมกราคมปี 2016 จากการความต้องการที่อ่อนตัวลง ค่าเงินดอลล่าร์ที่แข็งค่าขึ้น และสหรัฐมีการผลิตน้ำมัน Shale Oil & Shale Gas เพิ่มขึ้น
บินแล้วสบายใจ
ปี2017การเดินทางทางอากาศปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์การบิน รายงานของ To70 บริษัทที่ปรึกษาของดัทช์และ Aviation Safety Networkระบุว่า ไม่มีเหตุร้ายเครื่องบินโดยสารตกเลยในปี2017 แม้ว่าจำนวนเที่ยวบินทั้งโลกจะเพิ่มขึ้นก็ตาม อย่างไรก็ตาม ทาง To70เตือนว่า ถึงแม้ว่าเครื่องบินโดยสารจะมีความเปลอดภัยเพิ่ม แต่อัตราอุบัติเหตุที่ต่ำอย่างผิดปกติให้มองว่าเป็นเรื่องของโชคดีด้วย แม้ว่าจะไม่มีเครื่องบินตกปีที่แล้ว แต่ก็มีอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินโดยสาร 10 ครั้งมีผลทำให้คนเสียชีวิต 79 คน เทียบกับ อุบัติเหตุ 16 ครั้ง คนตาย 303 คนในปี 2016
ค่าเงินที่แข็งค่าสุดของเอเชียในปี 2017 คือ เงินวอน
เงินวอนของเกาหลีใต้กลายเป็นเงินสกุลที่แข็งค่ามากที่สุด หรือtop performerในเอเชียในปี 2017 โดยแข็งค่าขึ้น 13% เมื่อเทียบกับดอลล่าร์ แม้ว่าจะมีปัญหาความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี แต่เงินวอนแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเชื่อว่าจะมีความคลี่คลาย โดยเฉพาะหลังจากผู้นำเกาหลีเนือแย้มว่าต้องการส่งทัพนักกีฬามาร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ในเดือนกุมภาพันธ์ ค่าเงินวอนได้รับแรงหนุนจากการนส่งออกสินค้าเทคโนโลยี่ การขยายตัวของเศรษฐกิจ และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางเกาหลีจะดำเนินนโยบายตึงตัวขึ้น
หุ้นบลูชิป (Blue chip stock)
บลูชิปคือชิปสีน้ำเงินที่ใช้แทนเงินในบ่อนการพนันโดยเป็นชิปที่มีมูลค่าสูงที่สุด วงการตลาดหุ้นในอดีตจึงยืมมาใช้เรียกหุ้นที่มีราคาสูง แต่ในปัจจุบันหุ้นบลูชุปมีความหมายกว้างกว่านั้น โดยหมายถึงหุ้นของบริษัทที่มีชื่อเสียงรู้จักกันทั่วไป มีความมั่นคงและมีอายุยาวนาน สินค้าและบริการมีคุณภาพเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้จักนิยม เป็นผู้นำหรือมีส่วนแบ่งการตลาดระดับต้นๆ มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง หนี้สินไม่สูงเกินไป ยอดขายเติบโต มีกำไรและจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ ในยามเศรษฐกิจผันผวนหรือตกต่ำ บริษัทประเภทนี้สามารถรักษากิจการให้ผ่านพ้นภาวะต่างๆ โดยอยู่รอดปลอดภัยมาได้ตลอดทุกยุคสมัย หุ้นบลูชิพจึงเป็นที่นิยมของนักลงทุนสถาบันต่างๆ เช่น กองทุนรวม กองทุนบำเหน็จบำนาญ พอร์ตประกันชีวิต ที่ต้องมีติดพอร์ตไว้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ราคาหุ้นอาจจะไม่ขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มีความผันผวนค่อนข้างต่ำกว่าหุ้นประเภทอื่น และมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนบุคคลที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง (Conservative) มักชอบลงทุนในหุ้นบลูชิปเช่นเดียวกัน โดยส่วนใหญ่จะถือลงทุนระยะยาว หรือเข้าซื้อเก็บในช่วงที่ราคาตกลงตามภาวะตลาด ถ้าให้ยกตัวอย่างหุ้นบลูชิปไทย คงไม่พัน ปตท ปูนซินเมนต์ไทย เจริญโภคภัณฑ์ ธนาคารใหญ่ๆ เช่น ธนาคารกรุงเทพ
ความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในปี 2018
นักลงทุนระดับโลกมองความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ประกอบในการลงทุน หรือในการเทรดในปี 2018 โดยประเด็นใหญ่ที่ทางซีเอ็นบีซีหยิบยกขึ้นมามีทั้งการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวที่เกาหลี การแข่งขันฟุตบอล World Cup ที่รัสเซีย ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ความคืบหน้าของการเจรจา Brexit การปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน การเลือกตั้งมิดเทอมในสหรัฐอเมริกา ทางเกาหลีใต้ได้ประกาศว่าพร้อมเจรจากับเกาหลีเหนือในวันที่ 9 มกราคมเพื่อหารือความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะส่งทัพนักกีฬามาร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งทางเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัด คิมจองอันผู้นำเกาหลีเหนือมาไม้อ่อนสลับไม้แข็งในช่วงปีใหม่ด้วยการขู่สหรัฐฯว่า มีขีปนาวุธที่สามารถยิงถึงอเมริกา แต่พร้อมเจรจาหาลู่ทางสันติกับเกาหลีใต้ และพร้อมกับส่งทัพนักกีฬาเกาหลีเหนือไปร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวที่เกาหลีใต้ David Roche นักยุทธศาสตร์แห่ง Independent Strategy บอกว่า ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯจะยอมรับความเป็นมหาอำนาจทางนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือหรือไม่ ถ้า สหรัฐฯบุกเกาหลีเหนือเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์. แสดงว่าจีนไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับเกาหลีเหนือ และสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯและจีนจะตามมา รัสเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก World Cupในเดือนสิงหาคม แต่ยังไม่แน่ว่าจะจัดงานได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หรือจะถูกบอยคอทหรือไม่ เพราะว่าทั้งยุโรปและสหรัฐฯยังคงมีมาตรการแซงชั่นรัสเซียอยู่จากกรณีวิกฤติยูเครน นอกจากนี้ Russiagate ยังคงดำเนินต่อในการเมืองสหรัฐญที่กล่าวหารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงที่ผ่านมา ความคืบหน้าของการเจรจา Brexit คงต้องมีความคืบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าอังกฤษเสียเปรียบจะมีผลทำให้สถาบันการเงินหรือบริษัทย้ายสำนักงานออกไปอยู่ในอียู ถ้า Brexit ราบรื่นดี จะไม่มีผลกระทบเศรษฐกิจของอังกฤษมาก จีนอาจจะเจอกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ […]
เศรษฐกิจไทยปี 2018 จะแผ่วลงเล็กน้อยเมื่อเทียบปี 2017
บลูมเบิร์กรายงานว่า มองย้อนกลับไปในปี 2017 จะพบว่าเศรษฐกิจไทยดีที่สุดในรอบ 7 ปี โดยมีอัตราเจริญเติบโต 3.8% แต่ในปี 2018 นี้ การเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะแผ่วลงเหลือ 3.7% ก่อนที่จะอ่อนตัวลงอีกเล็กน้อยเป็น 3.6% ในปี 2019 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตต่ำกว่าเพื่อนบ้านมาก เมื่อเทียบกับทั้งเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่มีอัตราเติบโตกว่า 6% ด้วยกันทั้ง 2 ประเทศ นายRahul Bajoria แห่ง Barclays Plc ที่สิงคโปร์ กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2017 และ 2018 ดีกว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่ภาคอุตสาหกกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตยังคงโตต่ำกว่าที่ควรเป็น เขาบอกว่า สิ่งที่ขาดสำหรับเศรษฐกิจประเทศไทยคือการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปร่างก่อนที่ไทยจะได้เห็นอัตราเติบโตที่ระดับ 5%
แชมป์ตลาดหุ้นโลกในปี2017
ตลาดหุ้นของอาร์เจนติน่าเป็นแชมป์เปี้ยนตลาดหุ้นโลกในปี2017 โดยโต77% หรือโตมากกว่าตลาดหุ้นทั้งโลก ปี2016ตลาดหุ้นอาร์เจนติน่าโต45% จากแรงส่งของการขยายตัวของเศรษฐกิจ และนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีMauricio Macri ตลาดหุ้นที่เติบโตสูงสุดรองลงมาจาตลาดหุ้นอาร์เจนติน่าในปี2017คือ ตลาดหุ้นไนจีเรีย ซึ่งโต42% แม้ว่าจะมีปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ การโจมตีของพวกก่อการร้าย ค่าเงินที่อ่อนลง และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบล่าในช่วงที่ผ่านมา แต่ราคาน้ำมันได้ดีดตัวสูงขึ้น และธนาคารกลางของไนจีเรียได้อำนวยความสะดวกในการทำสว๊อปค่าเงิน ส่วนเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวจากภาวะถดถอยแล้ว ตลาดหุ้นที่โตอันดับ3ของโลก คือตลาดหุ้นตุรกี แม้ว่าตุรกีจะมีปัญหาความพยายามที่จะก่อรัฐประหารในปี2016 และมีปัญหาการก่อการร้ายภายในประเทศ แต่ปีที่แล้วตลาดหุ้นเติบโตสูงถึง48% เนื่องจากนโยบายลดภาษีของรัฐบาล การให้การันตีการปล่อยกู้โดยรัฐบาลเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก จีดีพีของตุรกีโต11.1%ในปี2017 ตลาดหุ้นที่โตอันดับ4ของโลกคือ ตลาดฮั่งเส็งของฮ่องกงที่โต36% ฮ่องกงกลายเป็นตลาดหุ้นที่บริษัทเทคโนโลยี่นิยมไปทำไอพีโอแล้วจดทะเบียน ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐยังคงสดใสมากปี2017 โดยดาวโจนส์โต25% ตลาดS&P 500โต19% ส่วนแนสแด็คโตสูงกว่าเพื่อนที่28% ส่วนตลาดหุ้นไทยในปี2017โต12% เทียบกับMSCI World Equity Index ที่โต22%
แบงก์ทั่วทั้งเอเชียกำลังรับพนักงานฟินเทคเพิ่ม
ธุรกิจแบงก์เริ่มมีการจ้างงานเพิ่ม หลังวิกฤติการเงินปี 2008 แต่ตำแหน่งที่ต้องการคือผู้ที่มีความรู้ด้านดิจิทัล หรือฟินเทค นาย Declan O’Sullivan กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทจัดหางาน Kerry Consulting กล่าวว่า อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีด้านแบงกิ้ง หรือดิจิทัลได้เปลี่ยนวิธีการจ้างงานของแบงก์ หลังวิกฤติ 2008 มีซับไพลของคนทำงานแบงก์มากจนล้นตลาดของความต้องการ แต่สถานการณ์กำลังเปลี่ยน เพราะว่าธุรกิจแบงก์ได้ออกจากวิกฤติการเงินแล้ว ตอนนี้แบงก์ต้องการคนที่รู้การทำงานในโลกดิจิทัล หรือฟินเทค นาย O’Sullivan บอกว่ามีการขาดแคลนแรงงานในดิจิทัล และฟินเทคมาก เพราะว่าหาคนที่เชี่ยวชาญจริงๆได้ยาก ด้วยเหตุนี้แบงก์จึงต้องระดมจ้างพนักงานใหม่อย่างเข้มข้น โดยตำแหน่งที่ต้องการมากที่สุดคือนักยุทธศาสตร์ดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญฟินเทค ผู้จัดการข้อมูล และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของไซเบอร์
เศรษฐกิจเอเชียแซงหน้าตะวันตกใน 10 ปี
รายงานของ Centre for Economics and Business Research อยู่ที่กรุงลอนดอนรายงานว่าอินเดียจะแซงหน้าเศรษฐกิจของอังกฤษและฝรั่งเศสในปีหน้า โดยจะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 5 ของโลกในรูปตัวเงินดอลลาร์ อินเดีย ซึ่งขณะนี้มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ย 7% ต่อปีจะขยับฐานะสูงขึ้นเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 3 ของโลกในปี 2027 โดยจะแซงหน้าเยอรมัน ในปี 2032 ทาง Centre for Economics and Business Research ประเมินว่า 3 ใน 4 เศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะอยู่ในเอเชีย คือจีน อินเดียและญี่ปุ่น เมื่อถึงเวลานั้น จีนจะแซงหน้าสหรัฐฯกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก แต่อินเดียจะไม่หยุดเพียงนั้น คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจอินเดียจะแซงหน้าจีนในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 21 ในขณะเดียวกันในปี 2032 เกาหลีใต้ และอินโดนีเซียจะติดอันดับเศรษฐกิจท็อป 10 ของโลก โดยจะเบียดอิตาลีและแคนาดาตกขอบไป

