มือถือ คอมพิวเตอร์ โดนแฮ็คได้ทุกเครื่อง

มือถือ คอมพิวเตอร์ โดนแฮ็คได้ทุกเครื่อง

นักวิจัยทางความมั่นคงทางไซเบอร์ได้ค้นพบว่า มีจุดบกพร่องในรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลทำให้แฮ็คเก้อร์สามารถขโมยข้อมูลที่อ่อนไหวจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่ใช้ไมโครชิปของบริษัทอินเทล บริษัทแอดแวนซ์ไมโครดีไวซ์ และบริษัทเออาร์เอ็มโฮลดิ้ง ไวรัสตัวหนึ่งเล่นงานเฉพาะชิปของอินเทล ไวรัสอีกตัวจะมีผลกระทบต่อแล็ปท็อป คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต และอินเทอร์เน็ตเชิร์ฟเวอร์ ทั้งบริษัทอินเทล และเออาร์เอ็มออกมาบอกว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากการความผิดพลาดในดีไชน์ของไมโครชิป แต่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดคำสั่งในภาษาเครื่องเพื่อที่จะอัพเดทระบบทำงาน “โทรศัพท์ เครื่องพีซี ทุกอย่างจะได้รับผลกระทบ ขึ้นอยู่กับเครื่องแต่ละอย่าง” นาย Brian Krzanich ซีอีโอของอิลเทลกล่าว นักวิจัยในโครงการ Google Project Zero ของบริษัทอัลฟาเบทได้ร่วมมือกับนักวิจัยจากหลายประเทศได้พบข้อบกพร่องใหญ่ 2 ประเด็นด้วยกัน ข้อพกพร่องแรกเรียกว่า Meltdown ซึ่งมีผลกระทบต่อชิปของอินเทล และเปิดโอกาสให้แฮ็คเก้อร์สามารถข้ามอุปสรรคของฮาร์ดแวร์ระหว่างแอปพลิเคชั่นที่ผู้ใช้ใช้งาน และเมมโมรี่ของคอมพิวเตอร์, ซึ่งทำให้แฮ็คเก้อร์อ่านเมมโมรี่ได้และขโมยรหัสพาสเวิร์ดไป ข้อบกพร่องที่ 2 เรียกว่า Spectre ซึ่งมีผลกระทบกับชิปของอินเทล เอเอ็มดี และเออาร์เอ็ม โดยแฮ็คเก้อร์สามารถหลอกให้แอปพลิเกชั่นที่ดูเหมือนว่าไม่มีข้อผิดพลาดให้ยอมเปิดข้อมูลลับ

มือถือ คอมพิวเตอร์ โดนแฮ็คได้ทุกเครื่อง

มือถือ คอมพิวเตอร์ โดนแฮ็คได้ทุกเครื่อง

นักวิจัยทางความมั่นคงทางไซเบอร์ได้ค้นพบว่า มีจุดบกพร่องในรักษาความปลอดภัยทางข้อมูลทำให้แฮ็คเก้อร์สามารถขโมยข้อมูลที่อ่อนไหวจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่ใช้ไมโครชิปของบริษัทอินเทล บริษัทแอดแวนซ์ไมโครดีไวซ์ และบริษัทเออาร์เอ็มโฮลดิ้ง ไวรัสตัวหนึ่งเล่นงานเฉพาะชิปของอินเทล ไวรัสอีกตัวจะมีผลกระทบต่อแล็ปท็อป คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต และอินเทอร์เน็ตเชิร์ฟเวอร์ ทั้งบริษัทอินเทล และเออาร์เอ็มออกมาบอกว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากการความผิดพลาดในดีไชน์ของไมโครชิป แต่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดคำสั่งในภาษาเครื่องเพื่อที่จะอัพเดทระบบทำงาน “โทรศัพท์ เครื่องพีซี ทุกอย่างจะได้รับผลกระทบ ขึ้นอยู่กับเครื่องแต่ละอย่าง” นาย Brian Krzanich ซีอีโอของอิลเทลกล่าว นักวิจัยในโครงการ Google Project Zero ของบริษัทอัลฟาเบทได้ร่วมมือกับนักวิจัยจากหลายประเทศได้พบข้อบกพร่องใหญ่ 2 ประเด็นด้วยกัน ข้อพกพร่องแรกเรียกว่า Meltdown ซึ่งมีผลกระทบต่อชิปของอินเทล และเปิดโอกาสให้แฮ็คเก้อร์สามารถข้ามอุปสรรคของฮาร์ดแวร์ระหว่างแอปพลิเคชั่นที่ผู้ใช้ใช้งาน และเมมโมรี่ของคอมพิวเตอร์, ซึ่งทำให้แฮ็คเก้อร์อ่านเมมโมรี่ได้และขโมยรหัสพาสเวิร์ดไป ข้อบกพร่องที่ 2 เรียกว่า Spectre ซึ่งมีผลกระทบกับชิปของอินเทล เอเอ็มดี และเออาร์เอ็ม โดยแฮ็คเก้อร์สามารถหลอกให้แอปพลิเกชั่นที่ดูเหมือนว่าไม่มีข้อผิดพลาดให้ยอมเปิดข้อมูลลับ

หุ้นดาวโจนส์พุ่งทะลุ25,000จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

หุ้นดาวโจนส์พุ่งทะลุ25,000จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

หุ้นดาวโจนส์พุ่งทะลุระดับ 25,000 จุด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากตัวเลขการจ้างงานออกมาดี รายงานของADP National Employment Report ระบุว่า เอกชนสหรัฐ มีการจ้างงานเพิ่ม250,000ตำแหน่งในเดือนธันวาคม ทำให้นักลงทุนรู้สึกคึกคัก ตลาดหุ้นS&P500 และตลาดหุ้นแนสแด็คต่างก็อยู่ในแดนบวกเหมือนกัน ส่วน ยิลด์ของพันธบัตรสหรัฐสูงขึ้นหลังรายงานตัวเลขการจ้างงานโดยที่พันธบัตรอายุ10ปีอยู่ที่ 2.48%พันธบัตรอายุ2ปีแตะระดับ1.972%

SET แรงไม่เลิกพุ่งทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตลาดหุ้นปี 37

SET แรงไม่เลิกพุ่งทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตลาดหุ้นปี 37

ดัชนี SET วันนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง ( 4 ม.ค.) ปิดตลาดยืนระดับที่ 1,791.02 จุด เพิ่มขึ้น 12.49 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 90,816 ล้านบาท ขณะที่ระหว่างวันดัชนี SET ไปแตะระดับสูงสุดที่ 1791.39 จุด นับเป็นการทำลายสถิติตั้งแต่เปิดทำการตลาดหลักทรัพย์มาเมื่องวันที่ 5 ม.ค.37 ที่เคยทำสถิติสุดเดิมไว้ที่ 1,789.16 จุด ด้าน นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นปัจจัยหลักผลักดันให้ตลาดปรับตัวขึ้นทำลายสถิติได้ โดยมองว่ามาจาก2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1.ปัจจัยพื้นฐานทั้งมหภาคและจุลภาค ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนและความเข้มแข็งให้ษริษัทจดทะเบียน 2.นักลงทุนคลายคววามกังวลจากปัจจัยการเมื่องในประเทศและการเมืองต่างประเทศ

แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ของเกาหลีใต้ เตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์ที่จะให้บริการแทนคน

แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ของเกาหลีใต้ เตรียมเปิดตัวหุ่นยนต์ที่จะให้บริการแทนคน

ในงานมหกรรมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เมืองลาส เวกัสสัปดาห์หน้า แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้จะเปิดตัวคอนเซ็ปหุ่นยนต์ที่จะทำงานด้านบริการในโรงแรม สนามบินและซุปเปอร์มาร์เก็ตแทนคนมีการทำนาย และรายงานของการศึกษาออกมาอย่างต่อเนื่องว่า ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติจะมีบทบาทแทนแรงงานมนุษย์ และจะมีผลทำให้คนนับร้อยๆล้านคนต้องตกงาน คอนเซ็ปต์หุ่นยนต์แรกจะสามารถเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มให้ลูกค้าที่โรงแรม หรือเลาจ์ของสนามบินได้ โดยหุ่นยนต์นี้จะมาแทนแรงงานคนเสิร์ฟ และสามารถทำงานได้ตลอดเวลา24ชั่วโมง คอนเซ็ปหุ่นยนต์ที่ 2 เป็นหุ่นยนต์ที่จะดูแลเรื่องการเช็คอิน เช็คเอาท์ที่โรงแรม และช่วยขนกระเป๋าสัมภาระไปยังห้องพักได้ เรื่องนี้ไม่เป็นที่หน้าแปลกใจอีกต่อไป เพราะว่ามีโรงแรมที่ญี่ปุ่นใช้พนักงานที่เป็นหุ่นยนต์แล้ว คอนเซ็ปต์หุ่นยนต์ประเภทที่ 3 ของแอลจีจะทำงานร่วมกับลูกค้าที่มาซื้อของที่ห้างซุปเปอร์ โดยบอกราคาสินค้าได้ และพาลูกค้าไปตามทางเดินระหว่างแถวที่วางของได้  แอลจี อิเล็กทรอนิกส์อยู่ในระหว่างการพัฒนาหุ่นยนต์ เพื่อนำโลกก้าวเข้าสู่ยุคหุ่นยนต์อย่างแท้จริง

หุ้น Defensive VS หุ้น Cyclical

หุ้น Defensive VS หุ้น Cyclical

หุ้นทั้งสองประเภทนี้มีลักษณะตรงกันข้าม โดยพิจารณาได้จากความผันผวนของผลประกอบการ รายได้และกำไรของบริษัท แต่ไม่ใช่ที่ราคาหุ้น หุ้น Defensive เป็นบริษัทที่รายได้และกำไรไม่ค่อยผันผวนขึ้น-ลงตามภาวะเศรษฐกิจมากนัก ส่วนมากเป็นบริษัทที่ผลิตสินค้าและบริการที่จำเป็น หรือกินใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร สาธารณูโภค (ไฟฟ้า ประปา ทางด่วน) ในยามที่เศรษฐกิจถดถอยการบริโภคไม่ลงลดมาก ช่วงที่เศษฐกิจเฟี่องฟูการบริโภคก็ไม่เพิ่มขึ้นมากมาย ส่วนหุ้น Cyclical จะมีผลประกอบการผันผวนขึ้นลงสูงตามวงจรเศรษฐกิจ ในช่วงที่เศรษฐกิจดี ยอดขายและกำไรจะเติบโตสูง เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ยอดขายจะลดลงมากจนทำให้บางช่วงอาจขาดทุนได้ โดยหุ้นที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ บริษัทที่ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ที่ราคาผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น น้ำมัน ปิโตรเคมี หรืออีกพวกหนึ่งได้แก่ สินค้าฟุ่มเฟือย อย่างเครื่องประดับ และสินค้าที่มีราคาสูง เช่น รถยนต์ และบ้าน ในยามตลาดหุ้นอยู่ในช่วงซบเซาหรือขาลง หุ้น Defensive มักเป็นที่นิยมลงทุน ในทางกลับกันเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวหรือตลาดขาขึ้น หุ้น Cyclical ก็จะได้รับความสนใจมากกว่า

ปัญหา 3 ข้อ ที่ทำให้คนไทยเริ่มกังวลกับอนาคตวัยเกษียณ

ปัญหา 3 ข้อ ที่ทำให้คนไทยเริ่มกังวลกับอนาคตวัยเกษียณ

แม้ว่าปัจจุบันดูเหมือนคนไทยเริ่มหันมาสนใจเรื่องราวของการเตรียมตัวในวัยเกษียณกันมากขึ้น มีข้อมูลเนื้อหาต่างๆ มากมายให้อ่านให้ศึกษา แต่ก็ยังถือว่าเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทย ประมาณ 66 ล้านคน โดยกลุ่มที่เริ่มสนใจเรื่องนี้มักจะจำกัดอยู่ในกลุ่มที่อยู่ในวัยทำงาน ที่มีรายได้มากกว่ารายจ่าย อาศัยอยู่ในชุมชนเมือง เริ่มเข้าสู่ผู้ใหญ่วัยกลางคน เริ่มมีปัญหาสุขภาพ และมีภาระดูแลผู้สูงวัยโดยตรง ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงเริ่มสนใจเรื่องปัญหาวัยเกษียณ เพราะคนกลุ่มนี้คือผู้ที่ได้สัมผัสกับปัญหาด้านค่าใช้จ่ายของผู้สูงวัยโดยตรง และเริ่มกังวลกับอนาคตของตนเองว่าจะเป็นอย่างไร ในวันที่ตนเองเป็นผู้สูงวัยจะทำอย่างไร 1) ในวันที่ตนเองมีหน้าที่ดูแลพ่อแม่ปู่ย่าตายาย แม้จะวุ่นวายมีหน้าที่การงาน แต่ก็ยังมีพี่น้อง สลับสับเปลี่ยน ช่วยเหลือกัน แต่ตนเองมีลูกเพียง 1-2 คน หรือบางคนก็ไม่มีลูกหลาน รวมถึงไม่ได้แต่งงาน แล้วเมื่อแก่ตัวไปใครจะมาดูแล ทางออกก็หนี้ไม่พ้นการว่าจ้างผู้ดูแล ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่าย 2) วิทยาการทางการแพทย์ที่ดีขึ้นในการดูแลรักษาผู้สูงวัย แม้จะทำให้ผู้สูงวัยมีอายุยืนยาว แต่ก็มาพร้อมค่าใช้จ่าย ไม่เก็บเงินไว้เองจะเอาเงินที่ไหนมารักษาตัวเอง 3) ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายอุปโภคบริโภคต่าง ๆรวมถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นปัจจุบันที่แสวงหาสุขนิยมเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสูงขึ้นตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประการสำคัญคนกลุ่มนี้เริ่มมีฐานะมั่นคงขึ้นตามอัตภาพการดำรงชีวิต มีหน้าที่การงานมั่นคง มีเงินเหลือเพียงพอที่จะเก็บออมและเริ่ม “กลัว” ชีวิตในอนาคตของตนเองทั้งที่จริงๆ เรื่องการเตรียมพร้อมเพื่อวัยเกษียณนี้เป็นสิ่งจำเป็นของคนทุกคนไม่เฉพาะกลุ่มที่พร้อมสำหรับการเก็บออมเท่านั้น และปัญหาใหญ่ทั้ง 3 […]

B-SENIOR เน้นลงทุนตราสารหนี้ แต่ไม่ทิ้งโอกาสเพิ่มผลตอบแทน

B-SENIOR เน้นลงทุนตราสารหนี้ แต่ไม่ทิ้งโอกาสเพิ่มผลตอบแทน

จุดเด่นของ B-SENIOR ช่วยผู้ลงทุนลดภาระการบริหารเงินก้อนในวัยเกษียณ ผู้ลงทุนสามารถวางแผนไถ่ถอนเงินจาก B-SENIOR ให้พอเหมาะกับการใช้จ่ายในแต่ละช่วงได้ โดยแจ้งความประสงค์ขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้าเป็นรายเดือน เน้นลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก แต่ยังแสวงหาโอกาสเพิ่มผลตอบแทน ผ่านการลงทุนในหุ้นและ/หรือสินทรัพย์อื่นๆ ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสมกับนักลงทุนวัยเกษียณ มีเงินน้อยก็ลงทุนได้ และยังได้โอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ แม้ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน เพราะกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ บริหารงานโดยมืออาชีพ และกำไรจากการซื้อขายหน่วยลงทุนยังไม่ต้องเสียภาษี มุมมองต่อกองทุน กองทุนบัวหลวงตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลรักษา “เงินต้น” เพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณ แต่ในอีกมุมหนึ่ง การพักเงินไว้ใน “ตราสารหนี้” เพียงประเภทเดียว กลับเสียโอกาสลงทุนในตราสารประเภทอื่นๆ ที่สำคัญก็คือ ผลตอบแทนที่ได้รับอาจไม่ชนะอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน B-SENIOR จึงเกิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดูแลและจัดสัดส่วนลงทุนต่างๆ ให้เหมาะสม แต่ยังเน้นความมั่นคงของตราสารที่ลงทุน โดยกำหนดให้ลงทุนใน “ตราสารหนี้” เฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกิน 70 % ของ NAV พร้อมกับจัดสรรเงินในสัดส่วนที่เหมาะสม ไปลงทุนในตราสารอื่นๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้งอกเงยขึ้น ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาถึงความเหมาะสมในแต่ช่วงเวลา อาทิ ตราสารทุนในประเทศ หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนทองคำ […]

หุ้นไทยปิดตลาดวันแรกปีจอ เฉียดทุบสถิติปี 37

หุ้นไทยปิดตลาดวันแรกปีจอ เฉียดทุบสถิติปี 37

ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดทำการซื้อขายหุ้นวันแรกของปีจอ 2561 ปิดตลาด 1,778.53 จุด เฉียดทุบสถิติเก่าที่ทำไว้ที่ 1,789.16 จุด เมื่อวันที่ 04 มกราคม 2537 นับรวมเวลากว่า 24 ปี ตลาดหุ้นไทยปิดทำการซื้อขายวันที่ 3 มกราคม 2561 ปิดตลาดที่ 1778.53 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น +24.82 จุด หรือเปลี่ยนแปลง +1.42% ระหว่างวัน ปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 1,779.55 จุด และปรับตัวลงลงต่ำสุดที่ 1,758.07 จุด นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท.กล่าวว่า การปรับขึ้นของ SET Index แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (market capitalization) ปรับขึ้นสูงสุดเป็น 18.17 ล้านล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายรวม […]

มุมมองตลาดหุ้น

มุมมองตลาดหุ้น

โอกาสเก็บหุ้นดีราคาถูก ตลอดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ Side-ways โดยนักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นไทยสุทธิเป็นมูลค่ากว่า 18,800 ล้านบาท แต่ด้วยแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศยังช่วยพยุงให้ SET Index ยืนระดับบริเวณ 1,700 จุดได้ ซึ่งในระหว่างเดือนดังกล่าว มีการขายทำกำไรในหุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่ราคาปรับตัวขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่นั้น ราคายังค่อนข้างทรงตัว ได้แรงหนุนโดยหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มพลังงาน ตลาดหุ้นที่อยู่ในช่วงของการปรับฐาน เรามองว่า ถือเป็นโอกาสดีที่จะซื้อหุ้นของบริษัทที่มีแนวโนมธุรกิจดี แต่ราคาย่อตัวลงมา และเริ่มมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจมากขึ้น ด้วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่น่าจะมีโมเมนตัมต่อเนื่องในปี 2561 ส่งผลดีต่อผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะหลังจากนี้ และถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อไปได้ เนื่องจากนักลงทุนกลับมาให้ความสำคัญกับตัวเลขผลกำไรมากขึ้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเพียงลำพังอาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันหุ้นให้ขึ้นต่อได้อีกอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยที่มีผลตลาดหุ้นไทย ด้านความเสี่ยงในช่วงนี้ ยังไม่เห็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ อย่างไรก็ดีปัจจัยในประเทศส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนตลาดมากกว่า เช่น การเลือกตั้ง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ หรือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เป็นต้น ขณะที่ปัจจัยจากต่างประเทศนั้น แม้จะมีความกังวลว่าอาจจะมีแรงขายทำกำไรในตลาดหุ้นต่างประเทศหลังจากมีความชัดเจนต่อการที่รัฐบาลสหรัฐฯจะอนุมัติแผนการลดภาษีนิติบุคคล แต่ด้วยตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศหลักๆทั้งประเทศทางฝั่งตะวันตกและฝั่งเอเชีย ถือว่ายังแสดงถึงการขยายตัวที่ดี และผลประกอบการที่ดีกว่าคาดการณ์ รวมถึงระดับ Valuation ที่ไม่ได้สูงนัก […]