Fund Comment: มุมมองตลาดตราสารหนี้

Fund Comment: มุมมองตลาดตราสารหนี้

ตลาดตราสารหนี้ เดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา · อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาค่อนข้างทรงตัว ช่วงอายุคงเหลือ 2 ปีเพิ่มขึ้น 4 bps สู่ระดับ 1.49% และช่วงอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับเพิ่มเพียง 2 bps สู่ระดับ 2.56% · ขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นตลอดทุกช่วงอายุ โดยช่วงอายุคงเหลือ 2 ปี ปรับเพิ่มถึง 16 bps สู่ระดับ 1.89% และช่วงอายุคงเหลือ 10 ปี ปรับเพิ่มถึง 16 bps เช่นกัน สู่ระดับ 2.48% ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ yield ปรับเพิ่มขึ้นมากภายในเดือนเดียวมาจากการที่ Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมวันที่ 12-13 […]

ออมเท่าไหร่ จึงพอใช้หลังเกษียณ

ออมเท่าไหร่ จึงพอใช้หลังเกษียณ

แนวคิดการคำนวณหาเงินออมสำหรับใช้จ่ายหลังเกษียณจากรายได้ปัจจุบัน การหายอดเงินขั้นต่ำที่ควรมีไว้ใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการเริ่มต้นวางแผนการเงินสำหรับวัยเกษียณ วิธีพื้นฐานคือ ประมาณการค่าใช้จ่ายอนาคตรายปี แล้วคูณด้วยจำนวนปีที่คิดว่าจะดำรงชีพอยู่หลังเกษียณ แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายเป้าหมายได้ การคิดคำนวณจากรายได้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กัน มีข้อดีข้อเสียแต่ก็ถือว่าพอใช้ได้ การคำนวณจากรายได้อยู่บนแนวคิดที่ว่า ในปัจจุบันเราใช้จ่ายเป็นเงินสักกี่ % ของรายได้ในแต่ละเดือน แล้วเทียบเคียงว่าพอเกษียณแล้ว เราจะใช้จ่ายเป็น % ของรายได้เท่าใด โดยยอดใช้จ่ายนั้นจะรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ค่าสันทนาการ ค่าใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว ค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ หรือค่าใช้จ่ายโอกาสพิเศษไว้แล้ว เพราะการใช้วิธีนี้ดูว่าเดือนๆ หนึ่งจ่ายไปทั้งหมดเท่าไร คิดเป็นกี่ % ของรายได้ต่อเดือน / ต่อปี วิธีนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายหลังเกษียณเป็นรายการต่างๆ ได้ การคิดยอดเงินรวมที่ควรมีไว้จากค่าใช้จ่ายที่หาจาก % ของยอดรายได้จึงเป็นวิธีที่สะดวกกว่า เช่น กำหนดเป้าหมายเงินใช้จ่ายหลังเกษียณประมาณ 70% ของรายได้แต่ละเดือน / แต่ละปี ในช่วงท้ายก่อนเกษียณ โดยอาจจะประเมินดูว่าก่อนและหลังเกษียณจะมีค่าใช้จ่ายบางส่วนลดลงหรือไม่ ถ้ามี %ที่ใช้คำนวณสำหรับหลังเกษียณอาจจะลดลงจากก่อนเกษียณได้ แต่ระดับรายได้ของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน การคิดคำนวณ % จึงควรอยู่บนพื้นฐานของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงแต่ละคนด้วย เช่น ผู้มีรายได้น้อย ค่าใช้จ่ายจำเป็นอาจเป็นสัดส่วนที่สูง […]

สหรัฐระงับเงินช่วยเหลือผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ บีบ UN ปฏิรูปหน่วยงาน

สหรัฐระงับเงินช่วยเหลือผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ บีบ UN ปฏิรูปหน่วยงาน

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐเผยว่าได้แจ้งต่อหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ว่าจะระงับเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์จำนวนเงิน 65 ล้านดอลลาร์ หลังกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปหน่วยงานของ UN นางฮีทเธอร์ เนาเอิร์ท โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐไม่ได้ยกเลิกเงินช่วยเหลือ เพียงแต่ระงับไว้ก่อนเพื่อรอการตัดสินใจต่อไป โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า “สิ่งที่สหรัฐต้องการก็คือ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในการดำเนินงานของ UNRWA และสิ่งที่รัฐบาลของเราจะทำคือ การพูดถึงการปฏิรูป UN ซึ่งมันไม่ใช่การยกเลิกทั้งหมด แต่เราอยากให้มีการแก้ไขอะไรบางอย่าง”

ตลาดหุ้นสหรัฐยังอยู่ในภาวะกระทิงในปี 2018

ตลาดหุ้นสหรัฐยังอยู่ในภาวะกระทิงในปี 2018

ผู้จัดการกองทุน นักบริหารเงิน รวมทั้งเฮดจ์ฟันด์ยังคงเชื่อมั่นว่าตลาดหุ้นยังคงเป็นภาวะกระทิงในปี 2018 นี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของ Bank of America Merrill Lynch Fund Manager Survey พบว่าผู้จัดการกองทุน นักบริหารเงิน และเฮดจ์ฟันด์จะยังคงลงทุนในตลาดหุ้น แม้ว่าในปีที่แล้วตลาดหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่งดงามถึง 20% การเซอร์เวย์พบว่า เหล่าบรรดานักบริหารเงินได้ลดการถือครองเงินสดลงมากที่สุดในรอบ 5 ปี และได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นมากที่สุดในรอบ 2 ปี ผู้จัดการเฮ็ดจ์ฟันด์บอกว่า พวกเขามีการลงทุนซื้อสุทธิในหุ้น49%ของพอร์ต ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดตั้งแต่ปี 2006

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 7 จุด อยู่ที่ระดับ 1,828.88 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 7 จุด อยู่ที่ระดับ 1,828.88 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (17 ม.ค. 61) ที่ระดับ 1,828.88 จุด เพิ่มขึ้น 7.05 จุด หรือ 0.39% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,828.93 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,816.06 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.04 น. อยู่ที่ 75,216.91 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BANPU ปิดที่ 22.10 บาท ลดลง -0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,797.55 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 484.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]

หยวนแข็งค่าสุดในรอบ2ปี

หยวนแข็งค่าสุดในรอบ2ปี

ธนาคารกลางของจีนกำหนดค่าเงินหยวนที่ระดับ6.4335ต่อดอลล่าร์ในวันพุธ (17 มกราคม)ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ2ปี เงินหยวนแข็งค่าขึ้นเนื่องจากอยู่ในช่วงขาขึ้นส่วนดอลล่าร์มีการอ่อนตัวลง เงินหยวนอยู่ระดับ6.4372ต่อดอลล่าร์ในวันอังคาร (16 มกราคม) ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดนับตั้งแต่วันที่10 ธันวาคม ปี2015 ในขณะเดียวกัน เงินดอลล่าร์ตกต่ำสุดในรอบ3ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินอื่นๆในดัชนีดอลล่าร์

สหรัฐบีบ ไม่ให้ AT&T ทำธุรกิจร่วมกับ Huawei

สหรัฐบีบ ไม่ให้ AT&T ทำธุรกิจร่วมกับ Huawei

สหรัฐบีบให้ AT&T ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่อันดับสองของสหรัฐระงับความสัมพันธ์ทางการค้ากับ Huawei ผู้ผลิตโทรศัพท์จากจีน ด้วยเหตุผลความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ นอกจากนี้ยังต่อต้านแผนการตลาดของ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อย่าง China Mobile ที่จะเข้ามาขยายตลาดในสหรัฐอีกด้วย ก่อนหน้านี้ AT&T ถูกบังคับให้ล้มเลิกการส่งเสริมการขายโทรศัพท์มือถือ Huawei ให้แก่ลูกค้าของตน หลังจากที่มีสมาชิกสภาคองเกรส (members of Congress )บางคนทำการล็อบบี้ โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับความคิดของหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง นอกจากนี้รัฐบาลสหรัฐยังคงกีดกันทางการค้า ซึ่งรวมถึงการคัดค้านบริษัท Ant Financial ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Alibaba ในการเข้าซื้อกิจการบริษัท MoneyGram ซึ่งเทำธุรกิจบริการโอนเงินด่วน ระหว่างประเทศอีกด้วย ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐเอาจริงเอาจังกีดกันทางการค้ากับจีน ตามนโยบายของประธานาธิบดี Donald Trump นาย Michael Wessel หนึ่งในคณะกรรมการทบทวนเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ-จีน (the U.S.-China Economic and Security Review Commission) กล่าวว่า “แนวโน้มของธุรกิจการสื่อสารแบบไร้สายถือเป็นคลื่นลูกต่อไปที่มีผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงอย่างมาก […]

หุ้นไทยพลิกปิดตลาดในแดนลบ อยู่ที่ระดับ 1,821.83 จุด

หุ้นไทยพลิกปิดตลาดในแดนลบ อยู่ที่ระดับ 1,821.83 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (16 ม.ค. 61) ที่ระดับ 1,821.83 จุด ลดลง -0.83 จุด หรือ -0.05% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,831.45 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,816.90 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 16.45 น. อยู่ที่ 76,820.71 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 70.75 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,484.45 ลบ. 2.EA ปิดที่ 67.00 บาท ลดลง -1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]

ค่าพีอี หรือ P/E ratio (ตอนจบ)

ค่าพีอี หรือ P/E ratio (ตอนจบ)

การพิจารณาว่าหุ้นราคาถูกหรือแพงโดยดูที่ราคาหุ้นอาจไม่เพียงพอ ตัวอย่าง หุ้นธนาคาร X ราคา 220 บาท หุ้นธนาคาร Y ราคา 200 บาท ดูเหมือนธนาคาร X จะมีราคาแพงกว่า การใช้ค่า P/E จะทำให้เปรียบเทียบได้ดีกว่า หากธนาคาร X มีกำไรต่อหุ้น 22 บาท ส่วนธนาคาร Y เป็น 15 บาท ดังนั้นค่า P/E ของธนาคาร X เท่ากับ 10 ธนาคาร Y เท่ากับ 13.3 แสดงให้เห็นว่ราคาหุ้นธนาคาร X ถูกว่า การเปรียบเทียบค่า P/E ระหว่างหุ้น ต้องดูปัจจัยอื่นประกอบด้วย การเปรียบเทียบ ค่า P/E ระหว่างหุ้นในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่แตกต่างกันอาจไม่เหมาะสม เช่น […]

พัฒนาการของ ESG ในจีน (ตอนจบ)

พัฒนาการของ ESG ในจีน (ตอนจบ)

By… เศรณี นาคธน โอกาสพัฒนา ESG ในจีน จากแรงหนุนของรัฐบาล นโยบายการปฏิรูปทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลจีนฉบับล่าสุด (2016-2020) ผนวกกับแรงขับเคลื่อนจากนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ ที่หันมาให้ความสำคัญต่อ ESG ควบคู่กันไปกับผลประกอบการในการพิจารณาลงทุนจะช่วยเป็นแรงกดดันให้บริษัทของจีนต้องตระหนักถึงความสำคัญของ ESG ทั้งนี้นโยบายการปฏิรูปของภาครัฐ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ซึ่งด้านที่ชัดเจนและเห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด คือ ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีการพยายามหาทางลดมลภาวะ โดยจีนประกาศตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ทั้งประเทศเลิกพึ่งพาโรงงานไฟฟ้าถ่านหินเป็นหลักให้ได้ในปี 2020 ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขนาดใหญ่ของจีนหลายแห่งได้ถูกยกเลิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงมีบทลงโทษสำหรับบริษัทหรือโครงการใดๆที่ก่อให้เกิดมลภาวะขึ้นซึ่งมีโทษสูงสุดถึงการสั่งปิดกิจการ นอกจากนี้รัฐบาลได้ให้การสนับสนุนแก่บริษัท หรือโครงการต่างๆที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการเข้าระดมทุนในตลาด แม้กระทั่ง การตั้งเป้าหมายที่จะให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กระทั่ง ณ ปัจจุบันประเทศจีนกลายเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับรถยนต์ EV สำหรับด้านธรรมาภิบาลนั้น ทาง กลต. ของจีนได้พยายามพัฒนาเพื่อให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนของจีนต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนมากขึ้น รวมถึงข้อมูลในด้านของ ESG เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน สำหรับเรื่องของคอร์รัปชั่น นโยบายการกำจัดคอร์รัปชั่นของรัฐบาลเริ่มเผยแพร่มาสู่ภาคเอกชน โดยบางบริษัทเริ่มมีนโยบายยกเลิกการมอบของขวัญให้กับข้าราชการ เพราะรัฐบาลได้บังคับใช้บทลงโทษสำหรับทั้งผู้ให้และผู้รับสินบน ด้วยแรงสนับสนุนของภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ จึงเชื่อได้ว่าจีนมีโอกาสพัฒนาทางด้าน ESG ได้อีกไกล