เปลี่ยนผ่านสู่ยุค “พลังงานสะอาด”
ในยุคนี้ธุรกิจพลังงานกำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน พลังงานสะอาด (Green Energy) ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ เข้ามาทดแทนพลังงานแบบเก่าที่ผลิตด้วยพลังงานความร้อน จนกลายเป็นพลังงานกระแสหลักมากขึ้นทุกวัน รูปแบบและการบริโภคพลังงานในอนาคตอีกไม่ไกลย่อมจะต้องแตกต่างไปจากวันนี้อย่างแน่นอน ความเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฎชัดขึ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งแต่ละปีจะมีเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเป็นจำนวนมาก หากพิจารณาเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในปี 2015 ได้ขยายกำลังผลิตไปแล้วถึง 118 กิกะวัตต์ จากปีก่อนหน้าที่มีกำลังผลิตราว 94 กิกะวัตต์ แต่หากพิจารณาเงินลงทุนที่ใช้สร้างโรงไฟฟ้าทั้งสองประเภทกลับกลายเป็นตรงกันข้าม โดยในปี 2015 ใช้ไป 1.99 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเพียง 6% เท่านั้น สะท้อนถึงแนวโน้มต้นทุนการก่อสร้างที่ต่ำลง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ลดลงจาก 300 ดอลลาสหรัฐต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง ในปี 2010 เหลือเพียง 120 ดอลลาสหรัฐต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง ในปี 2015 (ค่าเฉลี่ยทั่วโลก) นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ต้นทุนผลิตในบางประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก เช่นในอินเดียเมื่อปี 2016 มีโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่ชนะประมูลรับสัมปทานจากรัฐ โดยเสนอราคาขายไฟเพียง 64 ดอลลาสหรัฐต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (ประมาณยูนิตละ […]
หมู่บ้าน “เฮดจ์ฟันด์” ของจีน
“ยูฮวง ชานนาน” เป็นชื่อหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองหางโจ หนึ่งในเมืองโบราณอันเก่าแก่และสวยงามที่สุดของจีน แต่หากพูดถึงด้านการเงินแล้ว หมู่บ้านนี้กลับไม่เล็กเลย รายงานพิเศษของบลูมเบิร์กระบุว่า ด้วยการสนับสนุนจากทางการจีน ยูฮวง ชานนานได้กลายเป็นแหล่งชุมชนของเฮดจ์ฟันด์ และผู้บริหารการเงินของจีน คล้ายๆ กับเมืองกรีนวิชในรัฐคอนเนตทิคัตของสหรัฐอเมริกา ที่ว่าเป็นเมืองเฮดจ์ฟันด์ของสหรัฐฯ ก็เพราะบรรยากาศความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย แต่มีคุณภาพ ในปี 2012 จีนแทบจะไม่มีเฮดจ์ฟันด์เลย แต่หลังจากเปิดเสรีทางการเงิน จำนวนเฮดจ์ฟันในจีนเมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และปริมาณกองทุนต่างๆ เพิ่มเป็น 3 เท่าตัว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจ ที่มีเฮดจ์ฟันด์ 1,000 กว่าแห่ง และกองทุนหุ้นที่มีขนาดรวมกัน 580,000 ล้านหยวน หรือ 84,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ได้เข้ามาจดทะเบียนที่หมู่บ้านยูฮวง ชานนาน ซึ่งผ่านการปรับเปลี่ยนแบรนด์ตัวเอง จนเรียกกันว่า “ยูฮวง ชานนาน ฟันด์ทาวน์” เนื่องจากมีการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งลดภาษีถึง 30% […]
นานาทัศนะกับ Bitcoin
ในช่วงที่ผ่านมา มีการเก็งกำไร Bitcoin (บิทคอยท์) หรือ คริปโตเคอร์เรนซี่ (Crytpocurrency) กันอย่างคึกคัก ตอนนี้ 1 บิทคอยท์มีมูลค่าเท่ากับ 148,220 บาท เอาเข้าจริงแล้ว บิทคอยท์มีค่าหรือไร้ค่า? หรือบิทคอยท์จะมาแทนเงินตราที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ได้หรือไม่ แต่จีนสั่งแบนการเทรดบิทคอยท์ในประเทศ ส่วนญี่ปุ่นเปิดรับบิทคอยท์เต็มที่ มาฟังความเห็นของผู้บริหารชั้นนำของสหรัฐว่า พวกเขามีความเห็นเกี่ยวกับบิทคอยท์อย่างไร Lloyd Blankfein ซีอีโอของ Goldman Sachs: ยังคงคิดเรื่องบิทคอยท์อยู่ ยังไม่มีข้อสรุป ไม่ได้ยอมรับ หรือไม่ได้ปฏิเสธ ทราบกันดีว่ามีหลายคนมีข้อสงสัยเมื่อเงินกระดาษมาแทนทองคำ อย่างไรก็ตาม ทาง Goldman Sachs มีการวางแผนเพื่อเตรียมแพล็ทฟอร์มที่จะเทรดบิทคอยท์ หรือเงินคริปโตเคอร์เรนซี่อื่นๆ Jamie Dimon ซีอีโอของ JP Morgan Chase: บิทคอยท์ไม่ใช่เป็นของจริง มันเป็นการเก็งกำไรอย่างไร เราไม่จำเป็นต้องมีบิทคอยท์ในสหรัฐฯ การเก็งกำไรบิทคอย์เหมือนกับการเก็งกำไรดอกทิวลิปในเนเธอร์แลนด์ในศตวรรษที่17 ที่กลายเป็นฟองสบู่การเงิน แล้วก็แตก ท้ายที่สุดแล้ว บิทคอยท์จะระเบิดออกมา […]
Chinese Unicorns “แรง” ใกล้ไล่ทันสหรัฐฯ
สตาร์ตอัพที่จัดเป็น Unicorns (ยูนิคอร์น) คือ สตาร์ตอัพที่มีมูลค่าบริษัทเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ เกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรปเป็นจำนวนมาก แต่ในปี 2015 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะมีกระแสธุรกิจสตาร์ตอัพกระจายไปทั่วโลก CB Insights ระบุว่า ในปี 2015 ยูนิคอร์นที่เกิดขึ้นในประเทศจีนมีจำนวนมากกว่ายุโรปและกำลังไล่ตามสหรัฐมาอย่างกระชั้นชิด เว็บไซต์ wired.co.uk รายงานว่า ในปี 2017 ธุรกิจสตาร์ตอัพที่ขึ้นมาเป็นยูนิคอร์นส่วนมากมาจากธุรกิจด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ในปีนี้มี 41 บริษัทที่ทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลก โดยเป็นบริษัทจากจีน 15 บริษัท ซึ่งมีเพียง 5 บริษัทในทวีปยุโรป และอเมริกายังครองแชมป์ประเทศที่มียูนิคอร์นมากที่สุด โดยมีจำนวน 17 บริษัท ย้อนหลังไปเมื่อปี 2009 สหรัฐฯ เป็นประเทศแรกที่มียูนิคอร์น จนมาถึงปัจจุบันทั่วโลกมียูนิคอร์น 215 บริษัท โดยเป็นของสหรัฐฯ 107 บริษัท ที่น่าสนใจส่วนใหญ่เป็นสตาร์ตอัพที่อยู่ในแคริฟอร์เนีย แต่ถ้ามาดูอัตราเร่งของการเพิ่มขึ้นของยูนิคอร์นแล้ว จีนมา […]
Warren Buffet และ Larry Fink โจมตีแผนลดภาษีของทรัมป์
ปู่วอร์เรน บัฟเฟด และลาร์รี่ ฟิงค์ แห่ง BlackRock ได้ออกมาโจมตีแผนลดภาษีของทรัมป์ว่าไม่เป็นธรรม และเชื่อว่าไม่น่าจะออกมาเป็นกฎหมายได้ บัฟเฟดบอกว่าแผนลดภาษีของทรัมป์จะช่วยบริษัทใหญ่ และคนอเมริกันที่รวยที่สุดที่ไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรอยู่แล้ว “พวกเรามีธุรกิจหลายอย่าง และผมไม่คิดว่าบริษัทของพวกเราไม่มีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกเนื่องจากอัตราภาษีนิติบุคคล” บัฟเฟดกล่าว บัฟเฟดกล่าวต่อไปว่า การยกเลิกภาษีอสังหาฯของทรัมป์จะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เพราะว่ามันจะช่วยครอบครัวอเมริกันที่รวยที่สุดโดยไม่จำเป็น ภาษีอสังหาฯมีผลกระทบต่อครอบครัวอเมริกันเพียง0.2%ในเวลานี้ ไม่มีใครทราบว่าครอบครัวทรัมป์มีทรัพย์สินมากน้อยเพียงใด แต่จะได้ประโยชน์จากการยกเลิกภาษีอสังหาฯ ซึ่งเก็บอยู่ที่อัตรา 40% ในเวลานี้ ส่วนลาร์รี่ ฟิงค์จาก BlackRock บริษัทจัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกออกมาวิจารย์นโยบายลดภาษีของทรัมป์เหมือนกัน โดยเขาบอกว่าการลดภาษีจะทำให้การขาดุลของรัฐบาลสหรัฐขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมโหฬาร สำนักงบประมาณของสภาคอนเกรซได้คาดการว่า การลดภาษีจะทำให้การขาดดุลหรือหนี้ของรัฐบาลสหรัฐจะเพิ่มเป็น 25 ล้านล้านดอลลาร์ แผนลดภาษีของทรัมป์จะลดอัตราภาษีที่เก็บกับผลกำไรของบริษัทจาก 30% เป็น 20% ฟิงค์มีความเห็นว่าอัตราภาษีนิติบุคลลที่ระดับ 27% น่าจะเหมาะสมมากกว่า บริษัทอเมริกันส่วนมากเลี่ยงที่จะจ่ายภาษีอยู่แล้ว ด้วยการเก็บผลกำไรที่ต่างประเทศ และอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย บริษัทแอ็ปเปิ้ล ซึ่งมีเงินสดในมือมากที่สุดในบรรดาบริษัทอเมริกันด้วยกันมีการเก็บเงินสด 246,000 ล้านดอลลาร์กับบริษัทลูกในต่างประเทศ บริษัทอเมริกันที่ใหญ่ที่สุด 6 แห่งมีการเก็บเงินสดที่ต่างประเทศรวมกัน 1.6 […]
กษัตริย์ซาอุฯเยือนรัสเซีย หารือน้ำมัน
ผู้นำซาอุดีอาระเบียและรัสเซียจะหารือกันเรื่องความร่วมมือในด้านการผลิตน้ำมัน และเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นซีเรียและอิหร่านในวันพรุ่งนี้ ในขณะที่กษัตริย์ซัลมานของซาอุดีอาระเบียเสด็จเยือนรัสเซีย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กษัตริย์ซาอุดิอาระเบียเสด็จเยือนกรุงมอสโคว์ขณะที่ทรงอยู่ในตำแหน่ง หลายฝ่ายคาดว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงด้านการลงทุน ซึ่งรวมถึงการลงทุนในโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และในโรงงานปิโตรเครมี ในขณะที่กษัตริย์ซัลมานเสด็จเยือนรัสเซีย และคาดกันว่าแผนการจัดตั้งกองทุนขนาด 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในโครงการด้านพลังงานจะได้รับการจัดทำให้แล้วเสร็จในช่วงนี้ด้วย โดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซียถือเป็นสองประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก นายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียเพิ่งกล่าวในวันจันทร์ว่า แผนการจัดตั้งกองทุนขนาด 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในโครงการพลังงานนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกระชับความร่วมมือในโครงการน้ำมัน, ก๊าซ, ไฟฟ้า, พลังงานทดแทน และโครงการอื่นๆ กษัตริย์ซัลมานจะเจรจากับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียด้วย โดยการเสด็จเยือนรัสเซียในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัสเซียกับซาอุดีอาระเบียกระชับความสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็วมาก เนื่องจากทั้งสองประเทศต้องการจะสกัดกั้นการดิ่งลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก
Senior Citizen อสังหาฯสบช่องสร้างที่อยู่รับสังคม“สูงวัย”
นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่าแนวโน้มการเติบโตของที่อยู่อาศัยสำหรับ “ผู้สูงอายุ” จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยในผลสำรวจช่วงครึ่งปีหลังของปี 2016 และช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017 พบว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญต่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุหรือเพื่อรองรับวัยเกษียณของตนเองในอนาคตเพิ่มมากขึ้นถึง 5% โดยคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก สิ่งที่เกิดขึ้นในไทยสอดคล้องกับกระแสโลก ที่เริ่มมีผู้ให้ความสนใจกับที่อยู่อาศัยที่พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะพัฒนาโดยเอกชน จากข้อมูลของธนาคารโลก ณ ปี 2016 ระบุว่า 11% ของประชากรในประเทศไทยมีอายุ 65 ปีขึ้นไปจากที่เมื่อปี 1995 หรือ 21 ปีก่อนมีอยู่เพียง 5% เท่านั้น และจากการคาดการณ์ของธนาคารโลกในปี 2040 ประชากรไทยกว่า 17 ล้านคนหรือมากกว่าหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งหมดจะมีอายุมากกว่า 65 ปี ความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สนับสนุนเทรนด์ดังกล่าว จากแต่เดิมที่คนไทยมักจะอยู่อาศัยกันเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีทั้งพ่อ-แม่และปู่-ย่า-ตา-ยาย และลูกหลานจะต้องดูแลผู้ใหญ่ในบ้านยามแก่เฒ่า แต่ในปัจจุบันรูปแบบสังคมมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งคนไทยและคนในภูมิภาคอาเซียนเริ่มมีมุมมองที่เปิดกว้างในเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น นอกจากนี้จำนวนชาวต่างชาติวัยเกษียณ อาทิ ชาวญี่ปุ่น ชาวจีน และ […]
รายงานภาวะเงินเฟ้อ
ดัชนีราคาผู้บริโภค (ปี 2015=100) อยู่ที่ 101.2 จากเดือนก่อนหน้าที่ 100.64 ส่งผลให้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนกันยายน ปรับขึ้น 0.86% (YoY) จากเดือนก่อนหน้าซึ่งขยายตัวที่ 0.32% YoY เป็นการปรับตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบตลาดโลกรวมตัวกันปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่อง ทำให้ราคาสูงขึ้น และการปรับขึ้นของราคาบุหรี่และสุรา จากการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ เมื่อวันที่ 16 กันยายน รวมทั้งการปรับสูงขึ้นของราคาผักสด เนื่องจากฝนตกชุกน้ำท่วมขังพื้นที่เพาะปลูกบางแหล่งทำให้ผักเน่าเสีย เมื่อเทียบรายเดือนอัตราเงินเฟ้อขยายตัวที่ 0.58% MoM จากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 0.11% MoM ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 9 เดือนขยายตัวสูงขึ้น 0.59% (AoA) สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยับขึ้นเช่นเดียวกันที่ 0.53% YoY จากเดือนก่อนหน้าซึ่งขยายตัวที่ 0.46% YoY ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อใหม่ทั้งปี 2017 อยู่ที่ 0.4 -1.0% […]
ออสเตรเลีย ขนเงิน ลงทุนใน “อาเซียน”
หอการค้าออสเตรเลียประจำสิงคโปร์ ได้ร่วมกับหอการค้าออสเตรเลียในกลุ่มประเทศอาเซียน จัดทำรายงานผลสำรวจ “ธุรกิจออสเตรเลียในอาเซียน ประจำปี 2017” เพื่อสำรวจความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรคของการทำธุรกิจของบริษัทชาวออสเตรเลียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Jane Duck เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำอาเซียน ระบุว่าอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง ทั้งอัตราการเติบโตเฉลี่ย 4.5% ต่อปี การขยายตัวของกำลังซื้อ และจำนวนประชากรอายุน้อย ทำให้ตอนนี้อาเซียนเป็นเป้าหมายการลงทุน แต่อาเซียนต้องขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนด้านแรงงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ออสเตรเลียสามารถเข้าร่วมได้อย่างเหมาะเจาะ เนื่องจากออสเตรเลียมีความถนัด เช่น ด้านโลจิสติกส์ เหมืองแร่ การศึกษา ธุรกิจสุขภาพ การเกษตร และการศึกษาที่สามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนออสเตรเลียสนใจในภูมิภาคนี้ ได้แก่ การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานมีส่วนถึง 36% การขยายตัวของฐานชนชั้นกลาง มากถึง 61% ขณะที่ปัญหาและอุปสรรคสำคัญต่อการทำธุรกิจ คือ ปัญหาคอร์รัปชั่น 42% การไม่สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจได้ 37% การขาดแคลนแรงงานฝีมือ 35% และช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐาน 22% รายงานเล่มล่าสุดระบุว่า กลุ่มธุรกิจหลักของออสเตรเลียในอาเซียน คือ […]
เกาหลีแพ้ภัยการเมือง ขายกิจการถอยจากตลาดจีน
ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีใต้กับจีน เรื่องระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ที่ต่อเนื่องมานานกว่า 1 ปี พ่นพิษใส่ธุรกิจเกาหลีใต้ในจีน ล่าสุด “LOTTE” และ “Shinsegae” สองยักษ์ค้าปลีกของเกาหลีใต้ประกาศลดขนาดธุรกิจลงในจีน เหตุจากถูกมาตรการกดดันจากรัฐบาลจีนและการบอยคอตของผู้บริโภคจนประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง “LOTTE” ประกาศขายเชนร้านไฮเปอร์มาร์เก็ต “LOTTE MART” ทั้ง 112 สาขาในจีนเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากไตรมาสที่ 2 ทำยอดขายได้เพียง 2.1 หมื่นล้านวอนหรือ 1 ใน 10 ของช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว และประเมินว่าหากสถานการณ์ไม่คลี่คลายปีนี้รายได้จะหายไปถึง 1 ล้านล้านวอน แม้ที่ผ่านมาจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปช่วยถึง 7 แสนล้านวอนแล้วก็ตาม “LOTTE Confectionery” และ “LOTTE Chilsung” ธุรกิจผลิตขนมและเครื่องดื่มเองอยู่ระหว่างพิจารณาขายกิจการในจีนเช่นกัน แต่ LOTTE ยังคงตั้งเป้ารักษาธุรกิจห้างสรรพสินค้า “ลอตเต้ดีพาร์ตเมนต์สโตร์” ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักในจีนเอาไว้ “เครือเจริญโภคภัณฑ์” หรือ […]










