‘บัฟเฟตต์’ เตือนโลกเสี่ยงหายนะ หากนิวเคลียร์หลุดควบคุม
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธาน Berkshire Hathaway เตือนถึงความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้โลกเผชิญกับอันตรายมากขึ้น ชี้หากอิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ จะยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงในระดับหายนะ นักลงทุนระดับตำนาน เจ้าของฉายา “พ่อมดแห่งโอมาฮา” ระบุว่า จำนวนประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้นได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ความเสี่ยงของโลกในระดับฐานราก และยิ่งตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเขาเตือนมาตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา “ตอนนี้มี 9 ประเทศ สมัยที่มีแค่ 2 ประเทศ เราก็กังวลกันมากแล้ว ตอนนั้นยังไม่ต้องรับมือกับคนที่คาดเดายาก หรืออะไรทำนองนี้ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป” บัฟเฟตต์ให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box ของ CNBC “ลองนึกดูว่า คุณจะรู้สึกอย่างไร หากเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ และอิหร่านพยายามจะมีบ้าง” เขากล่าว “สิ่งที่อันตรายที่สุดจริงๆ คือ คนที่มีอำนาจกดปุ่มควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ แต่อยู่ในจุดที่ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว หรือเสียหน้าอย่างยับเยิน… ผมไม่รู้ว่าคำตอบของปัญหานี้คืออะไร แต่ผมรู้ว่า… สถานการณ์จะยิ่งยากขึ้น หากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์” เมื่อถามว่า บัฟเฟตต์จะให้คำแนะนำอย่างไรกับผู้นำสหรัฐฯ ในการรับมือประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ บัฟเฟตต์ระบุว่า “ผมคิดว่า […]
สหรัฐฯ ส่งสัญญาณจบสงครามอิหร่าน เลื่อนเปิดฮอร์มุซออกไปก่อน
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อผู้ช่วย ส่งสัญญาณยินดียุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยอาจเลื่อนภารกิจเปิดช่องแคบฮอร์มุซออกไปในภายหลัง The Wall Street Journal รายงานประเด็นนี้อ้างแหล่งข่าววงในจากทำเนียบขาว ระบุว่า ทางเลือกหลักของทรัมป์ยังคงเป็นการเจรจายุติสงครามกับอิหร่าน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ ทางเลือกที่สอง คือ ให้พันธมิตร โดยเฉพาะประเทศอ่าวอาหรับและองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เป็นผู้นำปฏิบัติการเปิดเส้นทางดังกล่าว ส่วนทางเลือกปฏิบัติการทางทหาร ทรัมป์จะยังคงเก็บไว้พิจารณา แต่ยังไม่ใช่เป้าหมายอันดับแรกที่เร่งด่วนในขณะนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินว่า หากใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ ในวันเดียวกันก่อนหน้านี้ เบนจามิน เนทันยาฮู เสนอทางออกระยะยาวโดยไม่ใช้กำลังทหาร นั่นคือ การเปลี่ยนเส้นทางท่อส่งพลังงานของประเทศอ่าวอาหรับไปยังทะเลแดงและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแทน เพื่อลดการพึ่งพาช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสำนักข่าว Associated Press รายงานว่า กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเรียกร้องให้ทรัมป์เดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไปจนกว่าภัยคุกคามจะถูกกำจัดให้หมดไป โดยมองว่า อิหร่านยังไม่ได้อ่อนแอลงมากพอ แม้การโจมตีจะดำเนินมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วก็ตาม และเห็นว่านี่เป็นโอกาสสำคัญในการลดทอนอำนาจของอิหร่าน ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รายงานว่า […]
OECD ชี้เศรษฐกิจโลกจ่อสะดุด เหลือโต 2.9% ปีนี้ เหตุวิกฤตอิหร่านทำพลังงานพุ่ง
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นได้บั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่เคยมีแนวโน้มว่าจะแข็งแกร่ง สาเหตุหลักมาจากการชะงักงันของการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังกดดันให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง OECD ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลงจาก 3.3% ในปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 2.9% ในปีนี้ ก่อนจะขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.0% ในปี 2027 เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้ง ซึ่งหักล้างปัจจัยบวกจากการลงทุนที่แข็งแกร่งในด้านเทคโนโลยี อัตราภาษีศุลกากรที่ลดลง และโมเมนตัมที่ส่งต่อมาจากปี 2025 มาเทียส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนในระดับสูงในเรื่องระยะเวลาและขนาดของความขัดแย้ง แนวโน้มดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงด้านลบที่สำคัญ ซึ่งอาจส่งผลให้การเติบโตชะลอตัวลงและอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ฉากทัศน์กรณีเลวร้ายและผลกระทบจากราคาพลังงาน – รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจ Interim Economic Outlook ฉบับล่าสุดของ OECD ประเมินจากสมมติฐานทางเทคนิคที่มองว่า ภาวะอุปทานชะงักงันของตลาดพลังงานจะคลี่คลายลงเมื่อเวลาผ่านไป โดยราคาน้ำมัน ก๊าซ และปุ๋ย จะค่อยๆ ปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2026 เป็นต้นไป – การคาดการณ์ในปี […]
ทำเนียบขาวคอนเฟิร์ม! ‘ทรัมป์’ เยือนจีนพ.ค. นี้ หลังสงครามอิหร่านทำเลื่อน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมร่วมการประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พ.ค. ซึ่งเลื่อนออกไปจากกำหนดเดิม เนื่องจากสถานการณ์ในอิหร่าน แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันกำหนดการใหม่ พร้อมระบุว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีแผนจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันในปีนี้ด้วย เดิมทีทรัมป์มีกำหนดการเยือนจีนในวันที่ 31 มี.ค.นี้ แต่ตัดสินใจเลื่อนการประชุมออกไปเพื่อติดตามสถานการณ์สงครามกับอิหร่าน ซึ่งสร้างความตึงเครียดรอบใหม่ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามประคับประคองประเด็นค้างคาจากข้อตกลงสงบศึกทางการค้าเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงความขัดแย้งเรื่องไต้หวันก็ตาม ทั้งนี้ อิหร่านถือเป็นคู่ค้าหลักของจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก เลวิตต์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ คาดการณ์กรอบเวลาของความขัดแย้งไว้ที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์ เมื่อถูกถามว่ากำหนดการใหม่นี้เป็นสัญญาณว่าทรัมป์ต้องการยุติสงครามภายในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งเธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามว่าการยุติสงครามเป็นเงื่อนไขก่อนที่การเริ่มเจรจารอบใหม่จะเริ่มต้นหรือไม่ “มีการหารือเรื่องการปรับเปลี่ยนตารางเวลาการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทั้งสอง ซึ่งประธานาธิบดีสีเข้าใจดีว่าการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องอยู่ที่นี่ในช่วงการปฏิบัติการทางทหารเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ท่านเข้าใจคำขอเลื่อนการประชุมและตอบรับด้วยดี จึงเป็นที่มาของกำหนดการใหม่ในครั้งนี้” เลวิตต์กล่าว แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะพยายามลดกระแสเชิงลบจากการเลื่อนประชุม โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางการค้าหรือความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอิหร่าน แต่การเลื่อนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการต่างประเทศของทรัมป์อย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยเตือนว่าอาจเลื่อนการประชุมหากจีนไม่ให้คำมั่นที่จะช่วยดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ที่มา: Bloomberg, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
โลกอ่วมวิกฤตพลังงาน! อุปทานหดหนัก ชี้มาตรการเฉพาะหน้ายังไม่เพียงพอ
ผู้บริหารและรัฐมนตรีพลังงานจากประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงาน CERAWeek ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส เตือนว่า วิกฤตการณ์พลังงานโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ มาตรการรับมือฉุกเฉินของรัฐบาลทั่วโลกไม่สามารถชดเชยการขาดแคลนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปริมาณมหาศาลที่เกิดจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านได้ ต้นทุนด้านพลังงาน ปุ๋ย และปิโตรเคมีกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่โลกต้องสูญเสียปริมาณน้ำมันดิบจากกลุ่มผู้ผลิตในตะวันออกกลาง สูงถึง 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวได้ลามเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานอย่างรวดเร็ว United Airlines ระบุว่า อาจต้องปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารสูงถึง 20% ขณะที่ ฟิลิปปินส์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน ด้านผู้บริหารน้ำมันและรัฐมนตรีพลังงาน กล่าวในการประชุมว่า แรงกระแทกด้านอุปทานพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูง จะลุกลามไปยังยุโรปในเดือนเม.ย. หลายประเทศในเอเชียเริ่มออกมาตรการลดการใช้พลังงาน เช่น การลดเวลาทำงานเหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ ขอความร่วมมือประชาชนจำกัดการเดินทาง และใช้บันไดแทนลิฟต์ ขณะเดียวกัน รัฐบาลทั่วโลกได้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์รวมกันเป็นประวัติการณ์ถึง 400 ล้านบาร์เรลสู่ตลาด ขณะที่ สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วนของอิหร่านและรัสเซีย เพื่อให้โรงกลั่นที่ขาดแคลนอุปทานสามารถจัดหาน้ำมันได้ – ชีค นาวาฟ อัล-ซาบาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร […]
จีนขึ้นราคาน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมาตรการฉุกเฉินเอาไม่อยู่
จีนปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นครั้งที่สองในเดือนนี้ และเป็นการปรับขึ้นในอัตราสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการฉุกเฉิน เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันเบนซินก็ตาม ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในการลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ที่สืบเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ปรับเพดานราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1,160 หยวนต่อตัน คิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของการปรับขึ้น 2,205 หยวนตามกลไกปกติ โดยระบุว่า เป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นผิดปกติ เพื่อลดภาระของผู้ใช้และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่จีนประกาศใช้ระบบกำหนดราคาปัจจุบัน เมื่อปี 2013 ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ข้อมูลของ Wind ระบุว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ ซึ่งมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันจันทร์ ยังเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่จีนเริ่มใช้กลไกราคาน้ำมันในประเทศโยงกับราคาตลาดโลกเมื่อปี 2000 และสูงกว่าการปรับขึ้น 695 หยวนต่อตันเมื่อวันที่ 9 มี.ค. และมากกว่าการปรับขึ้น 1,000 หยวนในเดือนมิ.ย. 2008 แม้จีนจะมีโครงสร้างพลังงานที่หลากหลาย รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจช่วยลดผลกระทบได้บางส่วน แต่ราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องคาดว่า จะเพิ่มต้นทุนให้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ทั้งนี้ NDRC จะทบทวนราคาน้ำมันทุก 10 วันทำการ โดยการปรับขึ้นรอบล่าสุดนับเป็นครั้งที่ 5 ในปีนี้ […]
IMF เตือนโลกเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง-ศก.ชะลอตัว หากพลังงานยังแพงยาว
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund-IMF) ระบุว่า กำลังติดตามสถานการณ์สงครามอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนหากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นเป็นเวลานาน อาจกระตุ้นเงินเฟ้อและฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทางทะเล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดย IMF ยังไม่ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ แต่พร้อมให้การสนับสนุนประเทศสมาชิก จูลี โคแซค โฆษก IMF ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังหารือกับรัฐมนตรีคลัง ธนาคารกลาง และองค์กรระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจโลก โคแซคระบุว่า ผลกระทบของสงครามจะขึ้นอยู่กับระยะเวลา ความรุนแรง และขอบเขต โดย IMF จะนำปัจจัยดังกล่าวไปสะท้อนในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฉบับปรับปรุง ซึ่งจะเผยแพร่ในช่วงกลางเดือนเม.ย. ระหว่างการประชุมฤดูใบไม้ผลิของ IMF และธนาคารโลก “ราคาน้ำมันและก๊าซปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ แตะระดับกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ การขนส่งปุ๋ยยังหยุดชะงัก รวมถึงปัญหาด้านการขนส่งอื่นๆ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาอาหารจะปรับตัวขึ้น และอาจสูงขึ้นอย่างมาก ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของสถานการณ์” ขณะที่สงครามซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบสามสัปดาห์ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด […]
เฟดคงดอกเบี้ยตามคาด-ส่งสัญญาณลดครั้งเดียวปีนี้ เตือนเงินเฟ้อเสี่ยงพุ่งจากสงคราม-ราคาน้ำมัน
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติ 11 ต่อ 1 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุมล่าสุด โดยคาดการณ์ว่า เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น และส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลาง สหรัฐฯ (เฟด) แถลงหลังการประชุมว่า แนวโน้มดังกล่าวมีความไม่แน่นอนสูงมาก ขณะที่ ผู้กำหนดนโยบายการเงินกำลังประเมินผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน โดยราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะผลักดันเงินเฟ้อโดยรวม แต่ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินขอบเขตและระยะเวลาของผลกระทบต่อเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่า ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมาก หรือน้อยเพียงใด ทั้งนี้ สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงแสดงความเห็นต่าง โดยลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับมติครั้งนี้และสนับสนุนให้ลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ การคาดการณ์แนวโน้มดอกเบี้ยรอบใหม่ คณะกรรมการเฟดโดยรวมยังคงคาดว่า จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งโดยรวมไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือนธ.ค. 2025 อย่างไรก็ตาม พาวเวลล์ระบุว่า การคาดการณ์รายบุคคลสะท้อนว่า มีผู้กำหนดนโยบายจำนวนหนึ่งที่มองว่า การผ่อนคลายนโยบายในปีนี้จะน้อยกว่าที่ประเมินไว้เมื่อสามเดือนก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ประธานเฟด […]
S&P เตือนแบงก์กลุ่มอ่าวอาหรับเสี่ยงเงินฝากไหลออก 3.07 แสนล้านดอลล์ หากสงครามยืดเยื้อ
S&P Global Ratings เตือนว่า ธนาคารในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับอาจเผชิญความเสี่ยงเงินฝากไหลออกภายในประเทศสูงถึง 307,000 ล้านดอลลาร์ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น แม้ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการไหลออกของเงินทุน ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศจากระบบธนาคารในภูมิภาคก็ตาม แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจทำให้เกิดการย้ายเงินฝากไปยังธนาคารที่มีความมั่นคงมากกว่าในระบบเดียวกัน รวมถึงการไหลออกของเงินทุนทั้งในและต่างประเทศในวงกว้าง S&P Global Ratings ประเมินกรณีฐานว่า ช่วงที่สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านจะรุนแรงมากที่สุดนั้น จะกินเวลาราว 2-4 สัปดาห์ แม้ยอมรับว่า ผลกระทบจะลุกลามและสถานการณ์ด้านความมั่นคงอาจยืดเยื้อนานกว่านั้น สถานการณ์สงครามย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานและการขนส่งทั่วโลก ขณะที่ การโจมตียังเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายครั้งในดูไบและประเทศอื่นในอ่าวอาหรับ ซึ่งถือเป็นการทดสอบระบบธนาคารในภูมิภาคอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยสถาบันการเงินระหว่างประเทศบางแห่งปิดให้บริการลูกค้าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นส่วนใหญ่ หลังหน่วยพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านขู่โจมตีศูนย์กลางเศรษฐกิจและธนาคารที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล กรณีสมมติฐานที่สถานการณ์เข้าขั้นตึงเครียด S&P Global Ratings ประเมินว่า เงินฝากในระบบธนาคารของ สมาชิกกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ทั้ง 6 ประเทศ อาจไหลออกสูงถึง 307,000 ล้านดอลลาร์ จากข้อมูลสิ้นปี […]
‘Oil Shock’ ฉุดอุปทานน้ำมันดิบสะดุด ดีเซล-น้ำมันเครื่องบินกระทบหนักสุด
Goldman Sachs คาดว่า ภาวะราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป อย่างน้ำมันเครื่องบินและดีเซล มากกว่าน้ำมันดิบ นักวิเคราะห์ของ Goldman ระบุว่า ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปหลายชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำมันดิบ ขณะที่การหยุดชะงักอย่างรุนแรงของอุปทานน้ำมันดิบประเภทปานกลาง-หนัก เสี่ยงทำให้การผลิตน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเตาลดลง ตลาดพลังงานโลกเผชิญความปั่นป่วนจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก และยังเกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค ทำให้ผู้ผลิตน้ำมันต้องลดกำลังการผลิตและระงับการดำเนินงานของโรงกลั่นบางแห่ง แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่การโจมตีครั้งแรก โดยน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันบางชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในบางพื้นที่ของเอเชีย ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่ เกาหลีใต้ จีน และไทย ต่างออกมาตรการจำกัดการส่งออกเพื่อปกป้องตลาดภายในประเทศ นักวิเคราะห์ ยังระบุว่า ไม่มีภูมิภาค หรือผลิตภัณฑ์น้ำมันใดที่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ สงครามส่งผลต่อความสามารถในการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้โรงกลั่นต้องหยุดดำเนินงาน และทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่เหมาะสำหรับการกลั่นเป็นเชื้อเพลิง เช่น ดีเซล ลดลง ทั้งนี้ น้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียราว 60% เป็นน้ำมันดิบประเภทปานกลางและหนัก ซึ่งมักใช้ในการผลิตน้ำมันเครื่องบิน […]










