เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จ่อรับอานิสงส์สูงสุด หลัง ADB กางงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-ดิจิทัลร่วม 7 หมื่นล้านดอลล์
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank-ADB) เปิดเผยว่า แผนการลงทุนมูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัลในภูมิภาค จะส่งผลดีต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นในเอเชียแปซิฟิก แผนงานดังกล่าว ประกอบด้วยโครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าทั่วเอเชีย เพื่อเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระดับชาติและระดับอนุภูมิภาคเข้าด้วยกัน รวมถึงโครงการทางหลวงดิจิทัลแห่งเอเชียแปซิฟิก เพื่อลดช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดย ADB ตั้งเป้าระดมทุนสำหรับโครงการต่างๆ ให้ได้ภายในปี 2035 มาซาโตะ คันดะ ประธาน ADB ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า การเข้าถึงพลังงานและเทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นปัจจัยกำหนดอนาคตของภูมิภาค เขากล่าวว่า การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว จะช่วยสร้างระบบที่เอเชียและแปซิฟิกจำเป็นต้องใช้ เพื่อการเติบโต การแข่งขัน และการเชื่อมต่อระหว่างกัน ขณะที่ การเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าและเครือข่ายดิจิทัลข้ามพรมแดนจะช่วยลดต้นทุน ขยายโอกาส และเพิ่มการเข้าถึงพลังงานและดิจิทัลอย่างมีเสถียรภาพให้แก่ประชาชนหลายร้อยล้านคน แม้เงินทุนดังกล่าวจะมีไว้สำหรับทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก จากการผลักดันด้านการเชื่อมโยงของ ADB ในครั้งนี้ เกร็ก สแทตตัน รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ Cohesity บริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI […]
Moodys ยกไทยติดกลุ่มประเทศพร้อมรับมือปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ
Moody’s Ratings เผยว่า ไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีความพร้อมรับมือและต้านทานต่อแรงกระแทกทางเศรษฐกิจ อยู่ในกลุ่มเดียวกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย และเม็กซิโก รายงา นระบุว่า ประเทศข้างต้นแสดงถึงความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ในช่วงที่ตลาดเผชิญภาวะตึงเครียด โดยมีความสามารถในการต้านทานสะท้อนผ่านทุกดัชนีชี้วัดของตลาด ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นถูกดูดซับผ่านการปรับตัวด้านราคา มากกว่าข้อจำกัดด้านการระดมทุน ปัจจัยหนุนของไทยยังมาจากกรอบนโยบายที่เข้มแข็ง ซึ่งมีการวางระบบไว้แล้วก่อนที่ความตึงเครียดจะเกิดขึ้น รวมไปถึงกรอบนโยบายการเงินที่ชัดเจน การคาดการณ์เงินเฟ้อที่มั่นคง และระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความจำเป็น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่ความผันผวนของค่าเงินจะกลายเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ หรือนำไปสู่การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดอย่างฉับพลัน นอกจากนี้ ไทยยังมีความแข็งแกร่งจากดุลการชำระเงินที่มีเสถียรภาพ และหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ที่มา: Xinhua และ Fortune India, สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย
ยุโรปเร่งเครื่องยูโรดิจิทัล สกัดอิทธิพลดอลลาร์ในระบบชำระเงินโลก
การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ช่วงปลายปี 2025 คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB แสดงความไม่พอใจต่อความคืบหน้าที่ล่าช้าของโครงการเงินยูโรดิจิทัล พร้อมเตือนว่า ยุโรปอาจเสียความสามารถในการแข่งขันด้านเงินดิจิทัล หากยังเดินหน้าได้ช้ากว่าภูมิภาคอื่นที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการชำระเงินและคริปโตอย่างต่อเนื่อง “นี่มันช้าเกินไป” เธอกล่าว “เราไม่ต้องการที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ประเด็นนี้ สะท้อนว่า เงินยูโรดิจิทัลไม่ใช่เพียงโครงการเชิงเทคนิคของธนาคารกลาง แต่เกี่ยวข้องกับอนาคตของระบบการชำระเงินในยุโรปโดยตรง ท่ามกลางการแข่งขันจากประเทศและภูมิภาคที่เดินหน้าเรื่องสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency-CBDC) และบริการการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่อย่างรวดเร็ว ความล่าช้าจึงกลายเป็นความเสี่ยงเชิงนโยบายที่ ECB ต้องเร่งหาทางตอบโจทย์ให้ชัดเจน แม้แนวคิดเงินยูโรดิจิทัลจะถูกพูดถึงมาหลายปีแล้ว แต่ความคืบหน้ายังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์ และยังไม่เห็นกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำออกใช้ในวงกว้าง ข่าวนี้จึงสะท้อนปัญหาสำคัญ 2 ด้านพร้อมกัน คือ ความซับซ้อนของการออกแบบระบบการเงินดิจิทัลให้ปลอดภัย และแรงกดดันจากโลกภายนอกที่พัฒนาเครื่องมือการชำระเงินใหม่อย่างรวดเร็ว สำหรับยุโรป ความล่าช้า อาจหมายถึง การเสียโอกาสในการกำหนดมาตรฐานของตนเองในตลาดเงินดิจิทัล หากโครงการเดินช้ากว่าคู่แข่งมากเกินไป บทบาทของเงินยูโรในโลกดิจิทัลอาจถูกลดความสำคัญลงเมื่อเทียบกับระบบอื่นที่ผู้ใช้งานเข้าถึงได้ง่ายกว่าและนำไปใช้ได้เร็วกว่า ผลกระทบต่อยุโรปและนโยบายการเงิน แรงกดดันจากการแข่งขันคริปโตและเงินดิจิทัลทั่วโลกทำให้ ECB ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัย เสถียรภาพ และความเร็วในการพัฒนาโครงการ หากเดินหน้าช้าเกินไป ยุโรปอาจเสียเปรียบในด้านนวัตกรรมการชำระเงิน […]
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามนัด 3.50-3.75% ด้าน ‘พาวเวลล์’ ส่งสัญญาณนั่งบอร์ดเฟดต่อ
ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 4 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ผลการลงมติของ FOMC แตกออกเป็น 8 ต่อ 4 เสียง ซึ่งเป็นการประชุมที่คณะกรรมการเสียงแตกมากที่สุดในรอบ 34 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1992 โดยกรรมการ 4 คนดังกล่าว ได้แก่ สตีเฟน มิแรน ผู้ว่าการเฟด เสนอให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ด้านเบธ แฮมแมค ประธานเฟด สาขาคลีฟแลนด์, นีล แคชคารี ประธานเฟด สาขามินนีแอโพลิส และลอรี โลแกน ประธานเฟด สาขาดัลลัส สนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ แต่ไม่เห็นด้วยกับระบุถึงการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายไว้ในแถลงการณ์ ด้านเจอโรม พาวเวลล์ […]
OPEC ระส่ำ! UAE เตรียมโบกมือลาพ.ค. นี้ เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตระยะยาว
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เตรียมถอนตัวจากการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (OPEC) และกลุ่มพันธมิตร (OPEC+) มีผลวันที่ 1 พ.ค. หลังเป็นสมาชิกเกือบ 60 ปี โดยให้เหตุผลว่า การตัดสินใจในครั้งนี้จะช่วยเสริมความคล่องตัวในการผลิตและสามารถตอบสนองความต้องการพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้นในระยะยาวได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของ UAE กล่าวว่า การที่ไม่ต้องมีพันธะภายใต้ข้อตกลงของกลุ่มจะช่วยให้ประเทศมีความคล่องตัวมากขึ้น ด้านนักวิเคราะห์ ซอล คาโนวิค หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานจาก MST Financial มองว่า นี่คือ จุดเริ่มต้นแห่งการสิ้นสุดของกลุ่ม OPEC เพราะเมื่อ UAE ถอนตัวออกไป OPEC จะสูญเสียกำลังการผลิตไปประมาณ 15% และยังเป็นการสูญเสียหนึ่งในสมาชิกที่ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดไปด้วย สำนักข่าว BBC รายงานว่า การถอนตัวของ UAE ถือเป็นชัยชนะของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเคยวิจารณ์ OPEC ว่าเอาเปรียบทั่วโลก โดยเมื่อเดือนม.ค ที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียและประเทศสมาชิก OPEC […]
เรย์ ดาลิโอ แนะว่าที่ปธ.เฟด ยังไม่ควรลดดอกเบี้ย ขณะศก.เข้าสู่ Stagflation
เรย์ ดาลิโอ มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ออกโรงเตือนว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้เข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือสภาวะที่เงินเฟ้อพุ่งสูง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่า หาก เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะถือเป็นความผิดพลาด ดาลิโอ วิเคราะห์ว่า แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อควบคู่ไปกับการเติบโตที่ถดถอย เป็นสถานการณ์ที่บีบให้ผู้ดำเนินนโยบายต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ “Money Movers” ของ CNBC ว่า “เราอยู่ในภาวะ Stagflation อย่างแน่นอน เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อระยะสั้นในปัจจุบันยังพุ่งสูงและอยู่ห่างจากตัวเลขเป้าหมายของเฟดมาก” นอกจากนี้ ดาลิโอยังแสดงความกังวลว่า หาก เควิน วอร์ช ที่จะเข้ารับตำแหน่งต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ในช่วงกลางเดือนพ.ค. นี้ เลือกที่จะลดดอกเบี้ยทันที อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของธนาคารกลางในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญ “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาลดดอกเบี้ย เพราะหากฝืนทำ เฟดจะสูญเสียความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ยังไม่มีใครกล้าปรับลดดอกเบี้ยเลย […]
สงครามอิหร่านเปลี่ยนทิศหุ้นเอเชีย จับตาทางรอดกลุ่มเทคฯ vs ทางตันกลุ่มพึ่งน้ำมัน
ตลาดเอเชียแตกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน โดยเอเชียเหนือได้แรงหนุนจากกระแส AI และห่วงโซ่การผลิตชิป ขณะที่ เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เงินเฟ้อ และความอ่อนแอของค่าเงิน ซึ่งสะท้อนการไหลของเงินทุนไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น เอเชียเหนือได้แรงหนุนจากชิปและ AI ตลาดในเอเชียกำลังสะท้อนภาพที่แตกต่างราวกับมีสองโลก โดยเอเชียเหนือได้รับแรงหนุนจากความสนใจในเทคโนโลยีการผลิตชิปและบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่ ภูมิภาคอื่นๆ ถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น การแยกตัวดังกล่าวสะท้อนเรื่องราวที่แข่งขันกันในตลาดโลก นักลงทุนลงโทษเศรษฐกิจที่ใช้พลังงานสูง ขณะเดียวกันกลับมองข้ามความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น หากมีโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมที่ถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญของการเติบโตในอนาคต ตลาดเอเชียเหนือมีเสถียรภาพมากขึ้น จากผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตชิประดับโลก ซึ่งเป็นรากฐานของกระแส AI และมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์น้อยกว่า ราคาน้ำมันกดดันเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ เศรษฐกิจในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อและค่าเงิน ทำให้ผู้กำหนดนโยบายมีข้อจำกัดในการตอบสนอง นับตั้งแต่เกิดสงครามในอิหร่าน ตลาดหุ้นเอเชียเคยถูกเทขายในวงกว้าง แต่เมื่อเริ่มประเมินผลของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ตลาดเอเชียเหนือฟื้นตัวได้รวดเร็ว เช่น ดัชนี Taiex ของไต้หวันปรับขึ้นเกือบ 10% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม ขณะที่ดัชนี Nifty 50 ของอินเดียลดลงราว 5% ในตลาดเงินตรา ดอลลาร์ไต้หวันและหยวนจีนมีเสถียรภาพ ขณะที่ สกุลเงินของอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญแรงกดดัน ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการแยกตัวของตลาดครั้งนี้ คือ ความเสี่ยงด้านพลังงานที่สูงขึ้นในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ […]
ฤดูท่องเที่ยวยุโรปจ่อสะดุด – IEA หวั่นขาดแคลนน้ำมันเครื่องบินใน 6 สัปดาห์
ภาวะพลังงานขาดแคลนในขณะนี้ ซึ่งสืบเนื่องจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนของยุโรป หากสายการบินไม่สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติมได้เพียงพอและอาจนำไปสู่การระงับการให้บริการเที่ยวบินในช่วงดังกล่าว ซึ่งมีความต้องการใช้บริการสูงกว่าปกติ ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยกับสำนักข่าว CNBC ว่า โดยปกติแล้วความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในเดือนส.ค. จะสูงกว่าความต้องการในเดือนมี.ค. ถึง 40% ยุโรปจึงจำเป็นต้องหาแหล่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสำรอง เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกยังคงถูกปิด หากอุปทานน้ำมันยังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน ความท้าทายจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน ยุโรปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจากตะวันออกกลางเป็นหลักในสัดส่วนที่สูงถึง 75% ทว่าขณะนี้ ปริมาณอุปทานจากแหล่งดังกล่าวกลับลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ บิโรลกล่าวว่า ส่วนที่เหลือมาจากประเทศขนาดใหญ่ในเอเชียบางแห่งซึ่งใช้มาตรการจำกัดการส่งออก ทำให้ยุโรปต้องจัดหาน้ำมันจากสหรัฐฯ และไนจีเรียแทน หากยุโรปไม่สามารถเพิ่มการนำเข้าจากประเทศเหล่านั้นได้ จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ผอ.IEA เตือนว่ายุโรปอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการบางอย่างเพื่อลดการเดินทางทางอากาศ ซึ่งส่งผลให้สายการบินบางแห่งรวมถึง Lufthansa และ SAS เริ่มปรับลดเที่ยวบินลงแล้ว เช่นเดียวกับที่นักวิเคราะห์ ก่อนหน้านี้ เขาได้ออกมาเตือน ยุโรปอาจขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในอีก 6 สัปดาห์ “เรากำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านความมั่นคงทางพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” หลายประเทศในยุโรปพึ่งพาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มาจากการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน ข้อมูลจาก ACI Europe ระบุว่าการเดินทางทางอากาศสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศให้กับเศรษฐกิจยุโรปถึง […]
ก.ล.ต.-ป.ป.ช. ผนึกผนึกตลาดทุน คุมเข้มทุจริตบจ.-บริษัทเครือข่าย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผนึกกำลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เร่งผลักดันการบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันการทุจริตและการส่งเสริมบรรษัทภิบาลในตลาดทุน รวมทั้งแนวทางการดำเนินการให้บริษัทจดทะเบียนมีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ สำนักงาน ป.ป.ช. นำโดยนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าพบและประชุมหารือกับ ก.ล.ต. โดย นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ พร้อมด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดย นายพรหเมศร์ เบ็ญจรงค์กิจ ผู้อำนวยการโครงการ CAC ในการยกระดับความร่วมมือการป้องกันการทุจริตในตลาดทุนและมาตรการป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งส่งเสริมการรับรู้ เพื่อป้องกันการป้องกันการทุจริตและการส่งเสริมธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนรวมถึงบริษัทในเครือ ในการหารือครั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในบูรณาการความร่วมมือและสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เกิดความตระหนักในการป้องกันการทุจริตและมาตรการป้องกันการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 176 โดยผ่านกลไกการควบคุมภายในที่เหมาะสมและการส่งเสริมธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “ที่ผ่านมา […]
สมรภูมิสินเชื่อบ้านเวียดนามเดือด! รัฐบาลแตะเบรก ตั้งเป้าโตไม่เกิน 15%
ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเวียดนามกำลังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมคนรุ่นใหม่ที่ยอมรับการก่อหนี้เพื่อซื้อบ้านมากขึ้น แม้ดอกเบี้ยในระบบยังอยู่ในระดับสูงและราคาที่อยู่อาศัยเร่งตัว โดยรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าคุมการเติบโตสินเชื่อในปี 2026 ให้อยู่ต่ำกว่า 15% หลังจากปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 17.87% ซึ่งสะท้อนทั้งโอกาสของภาคธนาคารและความเสี่ยงด้านความสามารถชำระหนี้ของผู้กู้ กรณีของถาว เหงียน วัย 32 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดในโฮจิมินห์ซิตี้ สะท้อนภาพดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเธอตัดสินใจซื้อคอนโดและรับภาระผ่อนชำระสินเชื่อบ้านระยะเวลา 25 ปี แม้อัตราดอกเบี้ยทั่วไปในเวียดนามจะอยู่เหนือ 10% การตัดสินใจนี้ต่างจากค่านิยมของคนรุ่นก่อนที่นิยมซื้อบ้านด้วยเงินสดเต็มจำนวน และกำลังกลายเป็นรูปแบบหลักของการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ JLL ระบุว่า ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 2 พันล้านล้านด่ง ในไตรมาส 3 ปี 2025 เพิ่มขึ้นจาก 1.1 พันล้านล้านด่ง ในปี 2020 ขณะที่ รัฐบาลรายงานว่า ราคาคอนโดทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 20%-30% ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเมืองโฮจิมินห์ที่ราคาที่อยู่อาศัยพุ่งขึ้น 23% และมีราคาเฉลี่ย 111 ล้านด่งต่อตารางเมตร ส่งผลให้คอนโดขนาด […]










