กองทุนการเงินระหว่างประเทศไม่ห่วงตลาดหุ้นผันผวน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศออกมาบอกว่า ความผันผวนในตลาดการเงินโลกในช่วงหลายวันที่ผ่านมาไม่ใช่เป็นเรื่องน่าเป็นห่วง เนื่องจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแรง และมีความจำเป็นที่ประเทศต่างๆต้องดำเนินการปฏิรูปต่อไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติการเงิน นางคริสติน เลอร์การ์ด กรรมการผู้จัดการใหญ่ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศให้สัมภาษณ์เรื่องภาวะตลาดการเงินโลกที่เมืองดูไบในวันอาทิตย์ทีผ่านมา ในระหว่างการเข้าร่วมแนวโน้มการของธุรกิจโลก และสังคม เธอบอกว่า ค่อนข้างจะมั่นใจในภาวะการณ์ของโลกในเวลานี้ แต่เราต้องไม่ประมาทด้วยการปล่อยให้การเติบโตทางเศรษฐกิจดำเนินไปเช่นนี้ โดยย้ำว่าไม่ใช่คำเตือนที่รุนแรงอะไร เพียงแต่เป็นการให้กำลังใจเพื่อที่จะให้ทำให้ดีขึ้น ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวนหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตลาดหุ้น เอส & พี 500 ตก 5.2% ซึ่งเป็นการตกที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2016 ตลาดหุ้นสหรัฐตกหนัก เพราะว่านักลงทุนเป็นกังวลใจเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้น และเรื่องเงินเฟ้อ แต่เลอร์การ์ดบอกว่า เศรษฐกิจโลกยังไปได้ดี โดยที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศประมาณการว่าอัตราโตของโลกปีนี้จะอยู่ที่ 3.9% และปี 2019 อัตราโตยังคงอยู่ระดับเดียวกันนี้
หุ้นไทยปิดที่ 1,786.45 จุด ลดลง 0.21 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (9 ก.พ. 61) ที่ระดับ 1,786.45 จุด ลดลง -0.21 จุด หรือ -0.01% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,788.01 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,766.82 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.25น. อยู่ที่ 67,684.23 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 67.75 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,054.50 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 480.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 4,469.50 ลบ. 3.IVL […]
ยกธรรมชาติมาไว้ในที่ทำงาน
ในช่วงเกือบทศวรรษที่ผ่านมา จะเห็นว่าการสร้างบรรยากาศในการทำงาน คือการทำอย่างไรก็ได้ให้ออฟฟิศดูไม่เหมือนที่ทำงานมากที่สุด ให้ความรู้สึกโมเดิร์น มีความเป็นกันเอง โดยเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สำนักงานที่แปลกตา เช่น นำเอาตู้คอนเทนเนอร์มาไว้ตรงพื้นที่ส่วนกลาง หรือแม้กระทั่งการดีไซน์ห้องประชุมให้เหมือนโรงหนัง แต่พ.ศ.นี้เรียกได้ว่า ไม่มีอะไรเกินคอนเซ็ปต์ ยกธรรมชาติมาไว้ในที่ทำงาน หรือ ‘Biophilic Design’ ซึ่งแนวคิดนี้มีความเชื่อว่ามนุษย์มีสายสัมพันธ์กับธรรมชาติโดยกำเนิด ล่าสุดผลวิจัยจาก NBBJ บริษัทออกแบบที่มีชื่อเสียง ระบุว่า ธรรมชาตินำไปสู่ความสุขที่เพิ่มมากขึ้น สุขภาพดียิ่งขึ้น และที่สำคัญ ผลงานก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น คอนเซ็ปต์นี้กำลังเป็นที่นิยมแพร่หลายในต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการผลงานสร้างสรรค์ ไม่ปิดกั้นไอเดียของพนักงาน ยกตัวอย่างที่ทำงานแห่งใหม่ใน Seattle ของ Amazon บริษัทผู้ค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา นำต้นไม้ใบหญ้ากว่า 40,000 ต้น มาตกแต่งบริเวณพื้นที่ทำงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Work Global, Live Local” โดย Amazon ลงทุนจ้างนักตกแต่งสวน เพื่อมาดูแลพื้นที่สีเขียวของเขาแบบเต็มเวลาอีกด้วย เช่นเดียวกับ Alibaba ที่ต้องการให้ที่ทำงานที่ Hangzhou พนักงานเข้าถึงธรรมชาติอย่างใกล้ชิด […]
เฟดมองพื้นฐานศก.สหรัฐฯยังแกร่ง เชื่อหุ้นลงแค่ปรับฐาน
“ถึงตอนนี้ ตลาดปรับฐานไม่ใช่เรื่องต้องกังวล เพราะราคาหุ้นที่ลดลงนั้นไม่ได้สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจแต่อย่างใด”ประธาน เฟดเขตนิวยอร์กกล่าว สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า William Dudley ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟดเขตนิวยอร์กกล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจสหรัฐฯยังคงแข็งแกร่ง และแรงเทขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯไม่ได้สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯแต่อย่างใด การเทขายเป็นเพียงการปรับฐานเพื่อสะท้อนถึงความกังวลที่มีต่อทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นเท่านั้น Dudley กล่าวขณะให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กทีวี “เป็นที่เห็นได้ชัด ตลาดกำลังปรับฐานลงตามปัจจัยที่ว่า เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ค่อนข้างเร็ว และนั่นหมายถึงความจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มหยุดการคงดอกเบี้ยนโยบาย หรือ เริ่มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายบ้างแล้ว” เขากล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันภาวะการลงทุนในตลาดหุ้น
ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ ตรึงดอกเบี้ยนโยบาย
• เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ประกาศตรึงดอกเบี้ยนโยบาย (Overnight RRP) ไว้ที่ 3.0% ภายหลังเงินเฟ้อพุ่งขึ้นถึงแตะเพดานของกรอบเป้าหมาย 4.0% YoY ในเดือน ม.ค. และทำให้ตลาดมองว่าจะมีการหันมาปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเพื่อเข้าควบคุมเงินเฟ้อ • BSP ยอมรับว่า แนวโน้มเงินเฟ้อมาแรงมากกว่าที่เคยคาดไว้ โดยมี Upside Risk จากผลมาตรการปฏิรูประบบภาษี และทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก จึงยกประมาณการเงินเฟ้อปี 2018 ขึ้นจาก 3.4% เป็น 4.3% แต่คาดว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงกลับมาอยู่ภายในกรอบเป้าหมายระหว่าง 1-4% ในปี 2019-20 • BSP เชื่อว่าปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศมีความแข็งแกร่ง เพราะความต้องการบริโภคภายในประเทศโตได้ดี การขยายตัวของสินเชื่อมีประสิทธิภาพ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในเทรนด์บวก • ทั้งนี้ BSP กล่าวทิ้งท้ายว่า พร้อมที่จะออกมาตรการต่างๆที่จำเป็น เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพตลาดการเงิน ดังนั้น ด้วยเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นมากกว่าที่คาดไว้ค่อนข้างมาก […]
หุ้นสหรัฐตกหนักอีกรอบในสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้นดาวโจนส์ดิ่ง 1,032.89 จุดหรือ 4.15% ก่อนที่จะปิดที่ 23,860.46 ซึ่งถือว่าเป็นการปรับฐานที่หนักอีกครั้งในรอบ 5 วัน ในวันที่ 2 กุมพาพันธ์ ดาวโจนส์ตก 666 จุด และตกมากกว่า 1,000 จุดในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์บอกว่า หุ้นตกหนัก เพราะว่านักลงทุนกลัวเรื่องเงินเฟ้อ และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หุ้น American Express และIntelตกมากกว่า 5.4% ส่วนJP Morgan Chaseตกมากกว่า 4% ส่วนตลาดหุ้น S&P 500 ตก 3.75% ไปปิดที่ 2,581 และตลาดแนสแด็คตก 3.9% ก่อนที่จะปิดที่ 6,777.16 โดยหุ้น Facebook, Amazon และ Microsoft ตกอย่างน้อย […]
ธนาคารกลางอังกฤษอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินคาด
ธนาคารกลางอังกฤษโหวตที่จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.50% แต่ระบุว่าอาจจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นถ้าหากว่าเศรษฐกิจดำเนินไปในลักษณะปัจจุบัน นักเศรษฐศาสตร์คาดการว่า ธนาคารกลางอังกฤษอาจจะขึ้นดอกเบี้ยนัดหน้าในเดือนพฤษภาคม เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 1% เมื่อเทียบเงินดอลล่าร์ และเงินยูโร หลังจากที่ธนาคารกลางอังกฤษออกข่าวนี้ ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ธนาคารกลางอังกฤษขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี จาก 0.25% เป็น 0.50% ตอนนั้นธนาคารกลางอังกฤษบอกว่า จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก2ครั้งในอีก3ปีข่้างหน้า แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าอาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง โดยการขึ้นดอกเบี้ยครั้งหน้าจะมาเร็วกว่าที่คาดการก่อนหน้านี้
ยอดผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯมีสิทธิพุ่งทะลุ 11 ล้านบาร์เรล/วัน ภายใน พ.ย.ปีนี้
ยอดผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯมีสิทธิพุ่งทะลุ 11 ล้านบาร์เรล/วัน ภายใน พ.ย.ปีนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กรมข้อมูลพลังงานแห่งสหรัฐฯคาดว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 11 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมว่าจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปี 2018 ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯอยู่ที่ระดับสูงกว่า 10 ล้านบาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2017 หลังราคาน้ำมันที่ฟื้นตัวเป็นปัจจัยหนุนให้ผู้ผลิตน้ำมันในประเทศเพิ่มการผลิต นอกจากนี้ยังคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 10.59 ล้านบาร์เรล ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 11.18 ล้านบาร์เรลในปี 2018 ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มประมาณการจากครั้งก่อนที่คาดไว้ที่ 10.27 ล้านบาร์เรลในปีนี้ และ 10.85 ล้านบาร์เรลในปีถัดไป ทั้งนี้ กรมฯคาดว่า ราคาน้ำมันดิบไลท์ในปีนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 58.28 ดอลลาร์/บาร์เรล และในปีหน้าจะอยู่ที่ 57.51 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 62.39 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีนี้ ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ 61.51 ดอลลาร์/บาร์เรลในปี 2019
หุ้นไทยปิดบวกเล็กน้อย อยู่ที่ 1,786.66 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (8 ก.พ. 61) ที่ระดับ 1,786.66 จุด เพิ่มขึ้น 1.22 จุด หรือ 0.07% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,796.07 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,781.18 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.19น. อยู่ที่ 55,935.52 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 480.00 บาท ลดลง -4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,146.87 ลบ. 2.BANPU ปิดที่ 20.80 บาท ลดลง -0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,994.99 […]
Bitcoin Cryptocurrency Investment
เงินดิจิทัลเสี่ยงสิ้นค่า อาจเหลือรอดไม่กี่สกุล
สกุลเงินดิจิทัลที่ร่วงลงแรงส่งผลให้มูลค่าตลาด (market value) หายไปเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา และสถานการณ์อาจจะยิ่งแย่ลงกว่านี้ก็เป็นได้ หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการลงทุนที่โกลด์แมนแซคส์ (Goldman Sachs Group) กล่าว สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Steve Strongin หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านการลงทุนที่โกลด์แมนแซคส์ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้ และนักลงทุนควรเตรียมตัวรับมือการสิ้นค่าของสกุลเงินเหล่านั้น เพราะในอนาคตจะถูกสกุลเงินดิจิทัลใหม่ๆที่เป็นคู่แข่งเข้ามาแทนที่ และในอนาคตจะเหลือเพียงไม่กี่สกุลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ประมาณการระยะเวลาของการเสื่อมค่าลงของสกุลเงินที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่เตือนว่าราคาที่ผันผวนรุนแรงเป็นสองเท่าก็พอที่จะบ่งชี้ได้ว่าแต่ละสกุลเงินคงไม่สามารถที่จะไปถึงเป้าหมายพร้อมกัน คงมีเพียงบางสกุลที่ชนะและอยู่รอดในตลาดนี้ “การปรับฐานของราคาสกุลเงินดิจิทัลทำให้ผมกังวล เนื่องจากสกุลเงินเหล่านั้นไม่มีมูลค่าโดยตัวมันเอง สกุลเงินต่างๆที่ไม่สามารถแข่งขันก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีมูลค่าเป็นศูนย์” Strongin กล่าว เงินดิจิทัลในขณะนี้ขาดกำลังที่จะอยู่รอดได้ในระยะยาว เนื่องจากการทำธุรกรรมที่ใช้เวลานาน ความท้าทายต่างๆเกี่ยวกับความปลอดภัย และมีต้นทุนในการดูแลสูง ขณะที่การเปิดการซื้อขายบิทคอยน์ในตลาดล่วงหน้าไม่ได้ช่วยแก้ความกังวลเหล่านั้นได้









