Digital Economy E-Commerce Market
ปีหน้าจะลดหุ้นFAANGในพอร์ตบ้างหรือไม่
สำหรับปี2018 ได้เวลาลดการถือครองหุ้นFAANGในพอร์ตบ้างหรือยัง? นี้คือคำถามที่น่าสนใจ MarketWatchรายงานว่าหุ้นFAANG หรือFacebook, Amazon, Apple, Netflix และGoogleทำราคาระเบิดเถิดเทิงในปี2017นี้ โดยเฉลี่ยแล้วราคาหุ้นสูงขึ้นถึง73% Michael Schroer หัวหน้าฝ่ายการลงทุนของ Renaissance Investment Management บอกว่า หุ้นเติบโต (growth stocks)อื่นๆมีความน่าสนใจในการลงทุนเหมือนกัน เพราะว่าราคายังคงถูกอยู่ ลองดูระดับอัตราพีอี (price/earnings ratio) ของหุ้นFAANGว่าเป็นอย่างไร? FactSetรายงานว่า ดัชนีของตลาด S&P 500 กำลังเทรดที่ค่าพีอี18เท่าเมื่อเทียบกับการคาดการกำไรรวมกันของตลาดในช่วง12เดือนข้างหน้า ปีที่แล้วค่าพีอีของตลาดS&P 500อนู่ที่ 16.5เท่า แต่ให้ดูค่าพีอีของ Amazon (150.9เท่า) และ Netflix (50.4เท่า), มันเป็นเรื่องที่ชัดเจนว่านักลงทุนกำลังให้รางวัลกับทั้ง2บริษัทนี้ทั้งในเรื่องนวัตกรรม และการเติบโตของยอดขาย ธุรกิจของAmazon และNetflixสร้างความปั่นป่วนให้กลับธุรกิจดั้งเดิม นายSchroder กล่าวว่านักลงทุนส่วนมากให้ความสนใจในหุ้นที่มีมาร์เก็ตแค็ปที่สูง โดยมีค่าพีอีสูงกว่า30เท่า ในขณะที่เรายังคงมีหุ้นเหล่านี้ในพอร์ต แต่ยังมีหุ้นตัวอื่นๆที่มีราคาสมน้ำสมเนื้อ นายSchroder บอกว่าหุ้นของApplied […]
เศรษฐกิจอินเดียจะเติบโต 1 เท่าตัวในอีก 7-8 ปีข้างหน้า
บริษัทหลักทรัพย์ CLSA ออกรายงานว่าเศรษฐกิจของอินเดียคาดว่าจะเติบโตในระดับ 6.8% ในปี 2017-2018 นี้ แต่กำลังมีการฟื้นตัวโดยเศรษฐกิจปีหน้าจะโต 7.0-7.5% เศรษฐกิจของอินเดียชะลอตัวลงจากปีที่แล้วที่โต 7.1% สาเหตุหลักมาจากการยกเลิกธนบัตรเก่ากว่า 80% ของธนบัตรที่หมดเวียน และการนำเอาระบบภาษีใหม่ หรือ Goods and Services Tax มาใช้ ทำให้เกิดความสับสนในระยะแรก ช่วงที่มีการใช้ระบบ Goods and Services Taxใหม่ ภาคธุรกิจและภาคการผลิตเกิดการลดสต็อคสินค้า เพราะว่าไม่รู้แน่ชัดว่าสินค้าประเภทใดต้องจ่ายภาษีเท่าใด ทำให้มีผลกระทบต่อกระบวนการผลิตแบบซับไพลเชน แต่ CLSA บอกว่า ธุรกิจและภาคการผลิตของอินเดียเริ่มกลับมาสต็อคสินค้าหรือวัตถุดิบเหมือนเดิมแล้ว ทำให้เศรษฐกิจของอินเดียกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง นาย Nilesh Shah กรรมการผู้จัดการของ Kotak Mahindra Asset Management Co บอกว่าเศรษฐกิจของอินเดีย และจีนมีขนาดเท่ากันที่ 250,000 ล้านดอลลาร์ในปี 1990 แต่เวลานี้เศรษฐกิจของจีนใหญ่กว่าอินเดียถึง […]
Digital Economy E-Commerce Innovation Technology
การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ อาจจะมาไวจนตั้งตัวไม่ทัน
ในปี 1998 บริษัทโกดักมีพนักงาน 170,000 คน และมียอดขายกระดาษอัดรูปถึง 85% จากทั่วโลก แต่ในอีกไม่กี่ปี โมเดลธุรกิจของโกดักไม่อาจเดินหน้าได้อีกต่อไป โกดักต้องตกเป็นบริษัทที่ล้มละลาย สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับโกดัก กำลังจะเกิดแก่อุตสาหกรรมอีกมากมาย ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่หลายคนยังมองไม่เห็นว่า มันกำลังมาถึงแล้ว คุณเคยคิดหรือไม่ อีกสามปีถัดจากปี 1998 คุณสามารถถ่ายรูปโดยไม่ต้องใช้ฟิล์มอีกต่อไป กล้องถ่ายรูปดิจิทัลประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี 1975 กล้องดิจิทัลรุ่นแรกๆ มีความคมชัดหรือให้รายละเอียดได้เพียง 10,000 พิกเซล แต่ภายหลังเทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาแบบก้าวกระโดด กล้องดิจิทัลเริ่มมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ภาพคมชัดยิ่งขึ้น และใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ในอีกแค่ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) จะเกิดผลต่อยอดไปยังธุรกิจสุขภาพ รถยนต์ไร้คนขับ การศึกษา การพิมพ์ 3 มิติ การเกษตร และแรงงาน เป็นต้น เราได้ก้าวเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 แล้ว ซอฟต์แวร์ใหม่ๆ จะทำให้อุตสาหกรรมดั้งเดิมเกิดความปั่นป่วน […]
อดีตผู้บริหาร Goldman Sachs บอก “หนี้จีนไม่น่าห่วง”
Jim O’Neill นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง บอกว่านักลงทุนควรจะหยุดห่วงเรื่องหนี้จีนได้เสียที O’Neill ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานของ Goldman Sachs Asset Management กล่าวว่าหนี้ของจีนไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะว่าจีนเป็นประเทศที่มีการออมสูง รายงานจากจีนระบุว่า วันช็อปแห่งชาติ หรือวันศุกร์ที่ผ่านมา คนจีนซื้อสินค้าที่ลดแลกแจกแถมทางออนไลน์ด้วยจำนวนเงินรวมกันสูงถึง 25,000ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ทำให้นายโอนีลไม่กังวลใจมากนักกับการชะลอตัวของการบริโภคของจีน ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ต่างชาติออกมาพูดเกือบจะเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจของจีนที่พึ่งพาการก่อหนี้อาจจะกลายเป็นความเสี่ยงของโลก เพราะว่าจีนมีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศเขียนรายงานในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ประสบการณ์ระหว่างประเทศที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าการเติบโตทางเครดิตของจีนอยู่ในภาวะอันตราย ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการปรับตัว และการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่รุนแรง กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดการว่าหนี้ในส่วนที่ไม่ใช่ภาคการเงิน รวมทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้บริษัทและหนี้รัฐบาลจะไปถึงระดับ 300% ต่อจีดีพีภายในปี 2022 จีนต้องการเพิ่มขนาดจีดีพี 1 เท่าตัวระหว่างปี 2010 ถึง 2020 แม้ว่าจะต้องเพิ่มหนี้ในภาคที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาส 3/2017 โต 6.9% YoY เกินคาด
· GDP ไตรมาส 3/2017 ของฟิลิปปินส์ เร่งขึ้นเป็น 6.9% YoY สูงที่สุดในรอบ 4 ไตรมาส และเร็วกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 6.5% YoY ค่อนข้างมาก ทำให้รัฐบาลเชื่อว่า ประเทศฟิลิปปินส์จะเติบโตได้ในกรอบเป้าหมาย 6.5-7.5% ที่ตั้งไว้สำหรับปีนี้ นอกจากนั้น GDP ไตรมาสที่ 2/2017 ยังถูกปรับขึ้นจาก 6.5% YoY เป็น 6.7% YoY ด้วย · ด้านรายได้: ภาคอุตสาหกรรมและการบริการ เป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในไตรมาส 3/2017 จากการขยายตัว 7.5% YoY และ 7.1% YoY ตามลำดับ ทว่า ภาคการเกษตรกลับโตเพียง 2.5% YoY สืบเนื่องจากผลผลิตที่ขยายตัวช้าที่สุดในรอบ 3 ไตรมาส · […]
ตลาดหุ้นจะแรลลี่ไปถึงช่วงคริสมาสต์
Larry Hatheway หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ GAM เขียนรายงานว่า ตลาดหุ้นยังคงมีแรงเหวี่ยงที่จะแรลลี่ไปถึงช่วงคริสมาสต์ “ความเสี่ยงที่มากที่สุดสำหรับนักลงทุนคือในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2017 จะเกิดการปรับราคาอย่างรุนแรงลงของตลาดหุ้นในช่วงขาขึ้นหรือไม่ บางคนมองว่าตลาดหุ้น และระดับราคาอาจจะตึงตัวเกินไปหลังจากที่มีการทำราคาสูงในปี 2017 นี้ แต่แรงเหวี่ยงโมเมนตั้มเป็นตัวขับเคลื่อนในช่วงสั้นในเกือบทุกตลาดในเวลานี้ แต่เราอาจจะเห็นหุ้นทำราคาสูงขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยที่นักลงทุนหลายคนอาจจะไม่เตรียมตัวพร้อมก็ได้” นายฮาทเธอเวย์เขียนในรายงาน สิ่งที่นายฮาทเวย์กล่าวชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ้นยังคงไปได้ดี และแนวโน้มนี้จะยังไม่หยุด ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะค่อยๆปรับตัวขึ้น ซึ่งในอดีตมีผลต่อผลประกอบการของหุ้น ปีนี้ตลาดหุ้น DAX ของเยอรมันขึ้นไปแล้ว 16% ส่วนตลาดหุ้น S&P 500 ขึ้น 15% โดยสร้างสถิติใหม่เกือบตลาดเวลาพร้อมกับตลาดหุ้นดาวโจนส์ และตลาดบราซิลขึ้น 20%
สิงคโปร์ ไทย เตรียมเชื่อมระบบโอนเงินผ่านมือถือ
ระบบ “พร้อมเพย์” ของไทย กับระบบ “เพย์นาว” ของสิงคโปร์ เปิดทางโอนเงินระหว่างกันของทั้งสองประเทศง่ายขึ้น ผ่านมือถือ นายเรวี เมนอน กรรมการผู้จัดการ Monetary Authority of Singapore หรือ MAS กล่าวในเทศกาลฟินเทค สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า MAS และธนาคารแห่งประเทศไทย ตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเชื่อมโยงระบบชำระเงินเพย์นาว กับระบบพร้อมเพย์ของไทย หากบริการมีความพร้อม ประชาชนทั้งสองประเทศ จะสามารถโอนเงินเข้าหากันได้ โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ขณะเดียวกัน สิงคโปร์ต้องการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มการชำระเงินในรูปแบบดังกล่าวกับ 16 ประเทศทั่วโลก และขยายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ประเทศก้าวเข้าสู่นโยบายสมาร์ทเนชั่น ระบบชำระเงิน “เพย์นาว” (PayNow) เปิดใช้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา โดยใช้เบอร์มือถือ หรือเลขประจำตัวประชาชน เพื่อโอนเงินระหว่างกัน มีธนาคาร 7 แห่งในสิงคโปร์ให้บริการ ได้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์ […]
ทรัมป์ชูบทบาทของอินเดียในเอเชีย
ตลอดระยะเวลาการเดินทางมาเยือนเอเชียเป็นเวลา 12 วันของประธานาธิบดีทรัมป์ ปรากฎว่าทรัมป์เรียกภูมิภาคนี้ว่าอินโดแปซิฟิค แทนที่จะเรียกเอเชีย หรือเอเชียแปซิฟิค ทรัมป์ใช้คำว่าอินโดแปซิฟิคเป็นครั้งแรกในการพบปะกับผู้นำธุรกิจของเอเปคในวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ประเทศเวียดนาม โดยบอกว่าในภูมิภาคอินโดแปซิฟิคนี้ ประเทศที่มีเอกราชต้องสามารถที่จะเจริญก้าวหน้าอย่างมีเสรีภาพ และสันติภาพ และทุกประเทศต้องเล่นตามกฎกติกา เมื่อทรัมป์เดินทางต่อมาถึงฟิลิปปินส์ ทรัมป์ใช้ศัพท์คำว่าอินโดแปซิฟิคซ้ำกันหลายครั้ง การใช้คำศัพท์อินโดแปซิฟิคสะท้อนนโยบายของสหรัฐฯที่ต้องการให้อินเดียมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยในทางความมั่นคงแล้ว สหรัฐฯต้องการเห็นอินเดียเล่นบทบาทที่เด่นขึ้นในการทานอำนาจของจีน นาย C. Raja Mohan ผู้อำนวยการของ Carnegie India กล่าวว่า การใช้ศัพท์คำว่าอินโดแปซิฟิคของทรัมป์เป็นเรื่องที่ดีสำหรับอินเดีย เพราะว่ามันสร้างโอกาสให้บทบาทของอินเดียเพิ่มขึ้นในการถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค หรือพูดกันง่ายๆ สหรัฐฯต้องการให้อินเดียมีบทบาทเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอินเดียเป็นไปในทิศทางที่ไม่สู้ดีนัก อินเดียไม่สนับสนุนโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน เพราะเห็นว่าจีนไปสนิทชิดเชื้อกับปากีสถานมากเกินไป โดยจีนให้เงินสนับสนุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของปากีสถานบนพื้นที่อินเดียและปากีสถานมีความขัดแย้งในการอ้างกรรมสิทธิ์ นอกจากนี้ จีนและอินเดียมีปัญหาเรื่องพรมแดนกันมาเป็นเวลาช้านาน นโยบายต่างประเทศ หรือ Look East Policy ของอินเดียได้ให้ความสำคัญกับเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากยิ่งขึ้น เพราะว่าจีนมองตัวเองว่าเป็นมหาอำนาจของภูมิภาคเหมือนกับจีน สหรัฐฯมีความสัมพันธ์กับอินเดียแนบแน่นมากยิ่งขึ้น เพื่อใช้อินเดียในการคานอิทธิพลของจีน การเดินทางเยือนเอเชียของทรัมป์ในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะส่งสัญญานว่าสหรัฐฯยังคงสนใจในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นและกำลังทดแทนอิทธิพลของสหรัฐฯ ทรัมป์และนายกรัฐมนตรีนาเรนดรา โมดี้ของอินเดียมีโอกาสพบกันสองต่อสองที่กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ในวันที่ […]
ยิ่งออมมากในวัยทำงาน ยิ่งจะสร้างความมั่งคั่งได้มากในวัยเกษียณ
คนที่ออมเงินเพื่อการลงทุนระยะยาว หรือเพื่อใช้ในวัยเกษียณส่วนมากแล้วมักจะพิจารณาว่า จะลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผลมากที่สุด ทำอย่างไรให้ค่าธรรมเนียมการจัดการหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆในการลงทุนต้องต่ำที่สุด เรื่องนี้เข้าใจได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการสร้างความมั่งคั่งในวัยเกษียณจะมาจากการออม มากกว่าผลตอบแทนของการลงทุน ยิ่งออมมากเท่าใด ยิ่งจะมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นในวัยเกษียณ นายชาลี บิเบลโล (Charlie Bibello) ผู้อำนวยการวิจัยของ Pension Partners LLC ชี้ว่า จำนวนเงินที่นักลงทุนออมเพื่อการลงทุนระยะยาว มีความสำคัญมากกว่าผลตอบแทนของการลงทุน เพราะว่าในประการแรก นักลงทุนสามารถควบคุมจำนวนเงินที่จะออมได้ แต่ในขณะเดียวกันไม่สามารถควบคุมผลตอบแทนจากการลงทุนที่ผันผวนได้ เป็นที่แน่นอนว่าคนที่ออมเงิน $20,000ต่อปี ย่อมที่จะมีความมั่งคั่งมากกว่าคนที่ออม $10,000ต่อปี ผลตอบแทนของคนที่ออม $10,000ต่อปี ไม่มีทางที่จะชนะคนที่ออม $20,000ต่อปี เมื่อสิ้นสุดระยะการออม หรือวัยทำงาน นายบิเบลโลได้แสดงตัวเลขให้เราเห็นถึงความสำคัญของการออมของนักลงทุนว่า ยิ่งมีวินัยในการออมมากเท่าใด ยิ่งจะมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งมากขึ้นในภายหลัง นายบิเบลโลยกการเปรียบเทียบระหว่างการเพิ่มวงเงินออม 1% กับการได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 1% จากพอร์ตการลงทุน โดยใช้สมมุติฐานว่า ครอบครัวอเมริกันมีรายได้เฉลี่ยครอบครัวละ $58,000ต่อปี หลังจากหักภาษีแล้ว จะมีเงินเหลือที่จะใช้จ่าย $49,300 ถ้าหากว่าครอบครัวนี้มีการออมเงินเพียง1%ของรายได้ทุกๆ ปีเป็นเวลา […]

