Investment Advice Retirement RMF
พร้อมเกษียณแล้วหรือยัง
ในแต่ละช่วงอายุของคน ช่วงวัยที่เราควรมีความพร้อมทางการเงินที่สุดคือระหว่าง 50-60 ปี เนื่องจากช่วงดังกล่าว คนส่วนใหญ่ควรจะอยู่ในจุดที่มีรายได้หรือเงินเดือนสูงสุด ปลอดจากภาระหนี้สินต่างๆ ไม่ว่า สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อรถยนต์ เป็นช่วงเวลาที่เราควรพร้อมรับมือกับยามเกษียณที่กำลังใกล้ถึง แต่กลับมีคนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาการดำรงชีวิตในวัยเกษียณ แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้การวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณไม่ประสบความสำเร็จ เตรียมตัวช้า หลายคนมักจะมองข้ามประเด็นนี้ไป เมื่อเริ่มต้นวางแผนการเงินช้า ประกอบกับอายุโดยเฉลี่ยของคนเราในปัจจุบันที่ยืนยาวขึ้น ทำให้ในท้ายสุดก็เตรียมเงินไว้ไม่เพียงพอสำหรับใช้จ่าย เลี่ยงลงทุนในหุ้น เพราะเชื่อว่ามีโอกาสขาดทุนสูง หลายคนมักย้ำว่า การลงทุนในหุ้นไม่เหมาะสำหรับแผนการลงทุนเพื่อเกษียณ ทั้งที่จริงแล้ว แม้โอกาสขาดทุนค่อนข้างสูง แต่หากเราได้ศึกษาข้อมูลที่ดีพอก่อนจะลงทุนในหุ้นโดยตรง หรืออาจเลือกลงทุนผ่านกองทุนหุ้นหรือกองทุนผสม แล้วจัดสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงอายุของเรา ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แผนการลงทุนประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเช่นปัจจุบัน เพราะการลงทุนในเงินฝากแม้โอกาสจะสูญเงินต้นนั้นมีน้อย แต่ก็มีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่เราได้ วางแผนประกันสุขภาพ สิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ก็คือ อุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วยในอนาคต ไม่ว่าจะโรคร้ายอย่างมะเร็งหรือโรคหัวใจ ที่ปัจจุบันมีสถิติผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การรักษาพยาบาลโรคจำพวกนี้ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลก็ดีดตัวสูงขึ้นทุกปี ยิ่งเรามีอายุมากขึ้น ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็มีแนวโน้มสูงตามขึ้นเช่นกัน หากไม่วางแผนเกี่ยวกับประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุไว้บ้าง เงินลงทุนที่ตระเตรียมไว้เพื่อยามเกษียณ ก็อาจจะหมดไปกับเหตุที่ไม่คาดคิด การทำประกันสุขภาพถือว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง สำหรับผู้เตรียมตัวเกษียณ ข้อดีของการวางแผนประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังไม่มากก็คือ ค่าใช้จ่ายในการประกันสุขภาพมักไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับเริ่มทำในวัยใกล้เกษียณหรือหลังเริ่มป่วยไข้แล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อตอบโจทย์คนวัยเกษียณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สถาบันการเงินต่างๆ […]
ชีวิตที่เลือกเองหลังเกษียณ
ชีวิตการทำงานก็เหมือนละครที่แต่ละคนจะ มีหัวโขนใส่ให้เล่นไปตามบทบาทที่ถูกเขียนเอาไว้ บางคนโชคดีได้เป็นเจ้านาย (หรือโชคร้ายก็ไม่รู้) ก็เหมือนเป็นดาราดังที่พอจะเลือกบทได้บ้าง บางคนเป็นลูกน้องก็ต้องเล่นตามบทที่ให้มาอย่างเดียว ไม่มีสิทธิเลือกเท่าไหร่ แต่หลังจากที่เกษียณอายุแล้ว หัวโขนทั้งหมดจะถูกถอดออกทันที ทุกคนจะกลายเป็นนายของตัวเองอย่างแท้จริง บทบาทชีวิตต่อไปจะเป็นยังไงก็ขึ้นกับตัวเองล้วนๆ ไม่ได้มีใครมากำหนดอีกแล้ว จะเกษียณอย่างสุขสำราญ เกษียณอย่างมั่นคง เกษียณอย่างลุ่มๆ ดอนๆ เกษียณด้วยใจระทึกยิ่งกว่าตอนกู้เต็มที่ไปซื้อหุ้นปั่นแล้วหุ้นตกพรวดๆ หรือเกษียณอย่างเหี่ยวเฉา ก็ขึ้นกับการวางแผนชีวิตมาตั้งแต่แรก ซึ่งแน่ละครับ ใครที่อุตส่าห์ทำงานมาตั้งหลายสิบปี ก็ต้องอยากจะมีชีวิตบั้นปลายที่มีความสุข มีคุณภาพ ให้สมกับที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอด ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องมีบ้านหลังใหญ่ๆ มีคนรับใช้คอยปรนนิบัติทุกอย่าง มีรถหรูๆ ขับ ซึ่งถ้ามีมันก็ดีอยู่ แต่ไม่จำเป็นเสมอไปหรอกครับ เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีหมายถึงการมีสังคมแวดล้อมที่ดี ทำให้มีความชื่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน มีสุขภาพที่แข็งแรง ได้ไปท่องเที่ยวในที่ๆ อยากไป หรือได้ทำในสิ่งที่อยากทำซึ่งต้องไม่ผิดศีลธรรมจนมีใครมาคอยชี้หน้าด่าว่าเป็นคนไม่ดีในยามแก่ตัวนะครับ ผมว่าได้แค่นี้ก็น่าจะเปี่ยมสุขแล้ว และสิ่งเหล่านี้บางอย่างเงินก็ซื้อไม่ได้ แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องมีค่าใช้จ่ายด้วย สิ่งสำคัญที่ผมจะบอกก็คือ “การวางแผนการเงินนั้นต้องเผื่อสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ด้วย เพื่อจะได้มีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพดี ให้สมกับที่ได้เป็นนายตัวเองอย่างแท้จริง” จริงอยู่ ความสุขที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับจิตใจและทัศนคติของตัวเอง ซึ่งลำพังการวางแผนทางการเงินเพียงอย่างเดียวคงช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่การวางแผนทางการเงินจะช่วยได้มากสำหรับชีวิตหลังเกษียณก็คือ ความเป็นอยู่ […]
เศรษฐกิจอินเดียขึ้นอันดับ 3 ของโลกในปี 2028
เศรษฐกิจอินเดียจะกลายเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลก ตามหลังสหรัฐและจีนภายในปี 2028 เนื่องจากภาคการเงินที่เติบโตขึ้น รวมทั้งตลาดผู้บริโภคที่ขยายตัวตามจำนวนประชากรของอินเดีย รายงานของ Bank of America-Merill Lynch ระบุว่าเศรษฐกิจอินเดียจะแซงหน้าเศรษฐกิจของฝรั่งเศส และอังกฤษในปี 2019 ภายในปี 2027 ราคารถที่ถูกที่สุดจะเทียบเท่ารายได้เฉลี่ยต่อตัวต่อปีของคนอินเดีย เมื่อเทียบกับ 2.5 เท่า ในตอนนี้ ขณะที่เป็น 14.5 เท่าของเฉลี่ยรายได้ต่อหัวต่อปีในปี 2000 รายงานของ Bank of America-Merill Lynch บอกว่า ภายในปี 2028 ชาวนาเกือบจะทั้งหมดจะกลายเป็นผู้ที่มีรายได้ระดับกลาง โดยที่ประชากรกลุ่มนี้จะมีจำนวนเท่ากับประชาชนของรัสเซีย และจะอาศัยอยู่ในเมือง ในปี 2028 Bank of America-Merrill Lynch ทำนายว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 68 ดอลลาร์ต่อบาเรลล์ และค่าเงินรูปีจะอ่อนตัวลง 3% ระหว่างนี้ไปจนถึงปีนั้น เศรษฐกิจอินเดียจะมีภาคบริการเป็นตัวขับเคลื่อน […]
เศรษฐกิจอินเดียขึ้นอันดับ 3 ของโลกในปี 2028
เศรษฐกิจอินเดียจะกลายเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลก ตามหลังสหรัฐและจีนภายในปี 2028 เนื่องจากภาคการเงินที่เติบโตขึ้น รวมทั้งตลาดผู้บริโภคที่ขยายตัวตามจำนวนประชากรของอินเดีย รายงานของ Bank of America-Merill Lynch ระบุว่าเศรษฐกิจอินเดียจะแซงหน้าเศรษฐกิจของฝรั่งเศส และอังกฤษในปี 2019 ภายในปี 2027 ราคารถที่ถูกที่สุดจะเทียบเท่ารายได้เฉลี่ยต่อตัวต่อปีของคนอินเดีย เมื่อเทียบกับ 2.5 เท่า ในตอนนี้ ขณะที่เป็น 14.5 เท่าของเฉลี่ยรายได้ต่อหัวต่อปีในปี 2000 รายงานของ Bank of America-Merill Lynch บอกว่า ภายในปี 2028 ชาวนาเกือบจะทั้งหมดจะกลายเป็นผู้ที่มีรายได้ระดับกลาง โดยที่ประชากรกลุ่มนี้จะมีจำนวนเท่ากับประชาชนของรัสเซีย และจะอาศัยอยู่ในเมือง ในปี 2028 Bank of America-Merrill Lynch ทำนายว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 68 ดอลลาร์ต่อบาเรลล์ และค่าเงินรูปีจะอ่อนตัวลง 3% ระหว่างนี้ไปจนถึงปีนั้น เศรษฐกิจอินเดียจะมีภาคบริการเป็นตัวขับเคลื่อน […]
สิงคโปร์ เตือน เสี่ยง “ฟองสบู่ฟินเทค”
CNBC รายงานอ้างข้อมูลของฝ่ายวิจัย KPMG ที่ระบุว่า ปัจจุบันเอเชียเป็นสนามประลองสำคัญของธุรกิจฟินเทค เนื่องจากจำนวนประชากรจำนวนมาก ทั้งยังเป็นตลาดเกิดใหม่ที่การแข่งขันยังมีไม่มาก งานวิจัยระบุว่า ประชากรเอเชียจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงระบบธนาคารปกติ แต่ด้วยมีการใช้สมาร์ทโฟนในภูมิภาคนี้มากกว่า 1 พันล้านคน จึงเป็นช่องว่างที่ทำให้ฟินเทคในเอเชียเติบโต ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2015 มีเงินลงทุนในธุรกิจฟินเทคในเอเชียมูลค่าถึง 4,500 ล้านดอลลาร์ มากกว่ายุโรปถึง 3 เท่า ล่าสุด ประธานธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) “ราวี เมนอน” ออกมาส่งสัญญาณเตือน “ฟองสบู่ฟินเทค” “ผมเริ่มเห็นสัญญาณของฟองสบู่ในฟินเทค เพราะบางโมเดลธุรกิจดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้เลยในโลกความเป็นจริง และเกิดการลงทุนที่เกินตัวไปมาก” ลักษณะดังกล่าวคล้ายคลึงกับยุค “ฟองสบู่ดอตคอม” ในช่วงการเปลี่ยนผ่านศตวรรษ ประธานธนาคารกลางสิงคโปร์ ยังแสดงความกังวลต่อฟินเทคประเภท “peer-to-peer lending” ซึ่งเป็นการให้กู้ยืมเงินจับคู่ตรงระหว่างผู้ที่ต้องการกู้กับผู้ปล่อยกู้ โดยเจ้าของแพลตฟอร์มจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากทั้งสองฝ่ายเป็นรายได้หลัก ในประเทศจีนถือว่ามีการเติบโตสูงสุด ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงมากที่สุดเช่นกัน เพราะปัจจุบันมีแพลตฟอร์มประเภทนี้ปิดตัวไปแล้วถึง 4,000 แห่ง โดยมีคดีรุนแรงที่สุดคือกรณีบริษัท Ezubo ซึ่งถือว่าเป็นผู้ให้บริการ P2P Lending […]
สีจิ้นผิง ประกาศ “ได้เวลาแล้วที่จีนจะอยู่ศูนย์กลางของเวทีโลก”
เอเชียเป็นแหล่งอารยธรรมของโลก จากเมโซโปเทเมีย อินเดีย จีน สู่ดินแดนสุวรรณภูมิ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดินแดนตะวันออกได้ให้กำเนิดศาสนา ลัทธิ ปรัชญา วัฒนธรรมชั้นสูง ความรู้และภูมิปัญญา ที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก ยิ่งกว่านั้น ชนชาติในเอเชียยังใช้การพูดภาษาเดียวกัน นั้นคือภาษาของใจที่มีความเมตตา เราได้รับการสอนให้รู้จักการให้มากกว่าการรับ เราได้รับการสอนให้รู้จักการสร้างความสมดุลระหว่างการมุ่งสู่จิตที่บริสุทธิ์มากกว่าการแสวงหาวัตถุ เราได้รับการสอนให้อยู่ในความกลมกลืนกับธรรมชาติ ภูมิปัญญาต้นแบบนี้ได้นำวัฒนธรรมต่างๆของเอเชียมารวมกัน และคำสอนที่ยิ่งใหญ่ทั้งหมดนี้ เราสามารถพบได้ในจีน ซึ่งเป็นบ่อเกิดอารยธรรมของโลก ลัทธิเต๋าเป็นปรัชญาและศาสนาพื้นเพของจีน ซึ่งเน้นการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกลมกลืนกับวิถีชีวิตของเต๋าหรือวิถีของธรรมชาติ สิ่งที่ดีสำหรับเต๋าคือสิ่งที่เรียบง่าย ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย เต๋าสอนให้มีความเมตตา ความสมถะ และความอ่อนน้อมถ่อมตน ลัทธิขงจื้อ เป็นอีกรากฐานทางด้านจริยธรรมและปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ โดยการวางหลักทางสังคมที่มีความกลมเกลียว มีพิธีกรรม การเคารพบูชาบรรพบุรุษ รักษาประเพณี มีความภักดีต่อครอบครัว รวมทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างผู้ปกครองและสมาชิก หนึ่งในกฎทองของขงจื้อคือ : “สิ่งใดที่คุณไม่ต้องการสำหรับตัวคุณเอง คุณก็ไม่ควรทำกับคนอื่นๆ” จีนยอมรับในพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่มีการปฏิบัติกันอย่างแพร่หลายในดินแดนสุวรรณภูมิหรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระพุทธศาสนาสอนให้เรากลายเป็นคนที่ปราศจากอัตตาในตัวเอง สอนให้มีความเมตตาต่อมนุษย์คนอื่นๆ และให้ความสำคัญทางจิตวิญญาณ การสะสมบุญบารมี อริยทรัพย์ การตรัสรู้และการพ้นทุกข์หรือนิพพาน ในประเทศไทย […]


Fund Comment India
สัมภาษณ์สด Nilesh Shah กรรมการผู้จัดการ Kotak Mahindra Asset Management
Nilesh Shah กรรมการผู้จัดการของ Kotak Mahindra Asset Management Co ให้สัมภาษณ์กองทุนบัวหลวงว่า เศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตเป็นเท่าตัวจากระดับปัจจุบันในอีก 7-8 ปีข้างหน้า ทำให้ตลาดหุ้นจะเติบโตเป็นเงาตามตัว ในขณะเดียวกันมีโอกาสสูงในการลงทุนในหุ้นมิดแค็ปของอินเดียที่จะปรับตัวกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในอนาคต ในช่วง1990 เศรษฐกิจอินเดียและเศรษฐกิจจีนมีขนาดเท่าๆกัน แต่เวลานี้เศรษฐกิจจีนใหญ่กว่าอินเดีย 5 เท่า โดยการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมทางการเงินเป็นปัจจัยที่สำคัญ จีนมีระบบเครดิตเมื่อเทียบกับจีดีพีที่ระดับ 211% เทียบกับเพียง 57% สำหรับอินเดีย ด้วยเหตุนี้อินเดียจึงมีโอกาสเติบโตสูงทางเศรษฐกิจที่จะได้รับการขับเคลื่อนโดยภาคการเงิน รัฐบาลอินเดียกำลังเปลี่ยนกฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆเพื่อที่จะสนับสนุนการออมทางการเงิน เพื่อนำไปสู่การลงทุน และการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ นาย Shah กล่าวว่า ในปี 1990 เศรษฐกิจอินเดียมีขนาด 250,000 ล้านดอลลาร์ แต่ทุกว่านี้เศรษฐกิจจีนมีขนาดเติบโตขึ้นอยู่ระดับ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดการได้ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะโตเป็นเท่าตัวของระดับปัจจุบันในอีก 7-8 ปีข้างหน้า เมื่อเศรษฐกิจเติบโตดีเป็นอีกเท่าตัวใน 7-8 ปีข้างหน้า ตลาดหุ้นจะเติบโตดีได้เช่นเดียวกัน สำหรับโอกาสการลงทุนในหุ้นมิดแค็ป นายชาห์กล่าวว่าเศรษฐกิจอินเดียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากไปในทิศทางกับเทรนด์ของโลก 20 […]