‘Grab’ เล็งทุ่ม 7 พันล้านดอลล์ เทคโอเวอร์ ‘GoTo’ คาดอาจปิดดีลปีนี้ หลังเจรจายืดเยื้อหลายปี
สื่อต่างประเทศ รายงานว่า Grab Holdings กำลังพิจารณาเทคโอเวอร์ GoTo ผู้ให้บริการแอปเรียกรถโดยสาร (Ride-Hailing) และจัดส่งอาหาร (Food Delivery) คู่แข่ง จากอินโดนีเซีย โดยประเมินมูลค่าอยู่ที่กว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังมีการเจรจาอย่างเข้มข้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แหล่งข่าวเผยกับบลูมเบิร์กว่า หนึ่งในแนวทางที่เป็นไปได้ คือ การซื้อกิจการผ่านวิธีการแลกหุ้น GoTo ทั้งหมด ในราคาสูงกว่า 100 รูเปียห์ต่อหุ้น ซึ่งสูงกว่าราคาในปัจจุบันประมาณ 20% Grab และ GoTo ได้เจรจาการควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อลดภาระด้านต้นทุน ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงในตลาดภูมิภาค ซึ่งมีผู้บริโภคมากกว่า 650 ล้านคน โดยทั้งสองบริษัทมองว่า ปีนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำข้อตกลง โดยปัจจุบัน Grab และ GoTo เป็นผู้ให้บริการเรียกรถโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับบริษัทรายใหญ่บางแห่งในภูมิภาค Grab ของสิงคโปร์ ซึ่งมี […]
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตร “ระดับสูงสุด” ต่ออิหร่านอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายที่จะลดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านลงเหลือศูนย์ เพื่อหยุดยั้งการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยก่อนการประชุมกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ทรัมป์ได้ลงนามเพื่อฟื้นฟูนโยบายที่เข้มงวดต่ออิหร่าน ซึ่งเคยถูกนำมาใช้ตลอดสมัยแรกของการดำรงตำแหน่ง โดยขณะที่ทรัมป์ลงนามในบันทึกฉบับนี้ ได้อธิบายว่านโยบายดังกล่าวมีความเข้มงวดมาก อย่างไรก็ตาม ได้กล่าวว่าเขาเปิดกว้างสำหรับการทำข้อตกลงกับอิหร่านและแสดงความเต็มใจที่จะพูดคุยกับผู้นำอิหร่าน “สำหรับผม มันง่ายมาก ก็คือ อิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์” *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า ยังไม่เร่งรีบที่จะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เพื่อพยายามผ่อนคลายสงครามการค้าครั้งใหม่ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 10% กับสินค้านำเข้าจากจีนทั้งหมด จากสาเหตุดังกล่าว ทำให้จีนตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีเป้าหมายกับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เช่นกัน และประกาศเตือนบริษัทหลายแห่ง รวมถึง Google ว่าอาจถูกคว่ำบาตร โดยทรัมป์กล่าวว่า “ไม่เป็นไร” เมื่อถูกถามเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ของจีน *** รัฐมนตรีเศรษฐกิจของเม็กซิโก กล่าวว่า ระยะเวลา 1 เดือนนั้น ถือว่ามากเกินพอสำหรับการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ก่อนที่มาตรการภาษีที่ถูกสหรัฐฯ ขู่ไว้จะมีผลบังคับใช้ […]
จีนสวนทันควัน ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ สูงสุด 15% มีผล 10 ก.พ.
สื่อต่างประเทศรายงานว่า จีนเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐฯ 15% และจะจัดเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันดิบ อุปกรณ์การเกษตร และรถยนต์บางประเภทอีก 10% มีผลวันที่ 10 ก.พ. นี้เป็นต้นไป เพื่อตอบโต้หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 10% ซึ่งมีผลเมื่อเวลา 12.01 น. ในวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังจีน ซึ่งสำนักงาน CNBC อ้างถึง ระบุว่า จีนยังย้ำถึงแผนการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 10% ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นการละเมิดหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) อย่างร้ายแรง จีนยังระบุด้วยว่า กำลังเริ่มสอบสวนบริษัท Alphabet และ Google ในประเด็นผู้ขาดตลาด รวมไปถึงนำเข้ารายชื่อ PVH Corp บริษัทโฮลดิ้ง เจ้าของแบรนด์ดัง อย่าง Calvin Klein รวมไปถึงบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐฯ Illumina ไว้ใน “รายชื่อนิติบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ” (Unreliable […]
แคนาดา-เม็กซิโก-จีน ลั่น! เตรียมตอบโต้ หลัง “สหรัฐฯ” เปิดสงครามการค้า
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดา เปิดเผยว่า แคนาดาจะตอบโต้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 25% พร้อมเตือนชาวอเมริกันว่าการกระทำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลร้ายแรงต่อพวกเขาเอง ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติพันธมิตรเก่าแก่ ซึ่งมีพรมแดนทางบกยาวที่สุดในโลก กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยทรูโดกล่าวว่า จะขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 1.55 แสนล้านดอลลาร์แคนาดา โดยสินค้ามูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดา จะมีผลบังคับใช้ในวันอังคารนี้ทันที และอีก 1.25 แสนล้านดอลลาร์แคนาดา จะมีผลในอีก 21 วันข้างหน้า ซึ่งการประกาศครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ทรัมป์สั่งขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 25% และสินค้าจากจีน 10% ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดสงครามการค้า ตามที่นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า อาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเงินเฟ้อกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ แคนาดายังเตรียมดำเนินการทางกฎหมายผ่านองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบโต้การขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลแคนาดากล่าวว่า การขึ้นภาษีดังกล่าว ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและไม่มีเหตุผลอันสมควร พร้อมระบุว่า “เราจะใช้มาตรการทางกฎหมายที่เราเชื่อว่ามีผ่านข้อตกลงที่เรามีร่วมกับสหรัฐฯ” านประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบอมของเม็กซิโก กล่าวว่า […]
ทองนิวไฮประเดิมต้นปี เฉียด 2,800 ดอลล์ หวั่นภาษีทรัมป์ – แนวโน้มศก.โลก
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งที่ 2,798.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยราคาทองยังนิวไฮต่อเนื่องจากปี 2024 จากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น นักวิเคราะห์คาดว่า ราคาทองคำ จะพุ่งแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในปีนี้ ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญที่นักลงทุนต้องให้จับตาอย่างใกล้ชิด ฟิลลิป สไตรเบิล (Phillip Streible) หัวหน้านักกลยุทธ์ประจำ Blue Line Futures กล่าวว่า “มีความกังวลว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจบางส่วนอาจลดลง เนื่องจากนโยบายและภาษีที่รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาดำเนินการ” พร้อมเสริมว่า “เมื่อภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง จะเกิดเป็นภาวะ Stagflation ทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มทำผลงานได้ดีในสภาวะดังกล่าว” “ราคาทองคำ อาจจะพุ่งไปถึงระดับ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในบางช่วงเวลาของไตรมาสแรก และหลังจากที่ทะลุระดับนั้นไปได้ เราก็จะกำหนดระดับใหม่ ซึ่งในบางช่วงของปี 2025 ทองคำอาจจะขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์” สไตรเบิล กล่าว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแผนภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทำให้ส่วนต่าง premium […]
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2568
** ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.25%-4.50% ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า จะไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งจนกว่า แนวโน้มเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน จะอยู่ในทิศทางที่เหมาะสม *** นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวในการตอบคำถามเกี่ยวกับอิทธิพลของรัฐบาลทรัมป์ที่มีต่อธนาคารกลางสหรัฐฯว่า วาระทางการเมืองจะไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า เฟดกำลังพยายามปรับนโยบายด้านบุคลากรให้สอดคล้องกับคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไม่ส่งเสริมแนวคิดความหลากหลายและยอมรับความแตกต่าง (Diversity and inclusion) ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในขอบเขตที่จำกัด โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงจะต้อง “สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” แต่ยังคงเชื่อมั่นว่าความหลากหลาย เป็นลักษณะสำคัญขององค์กรที่ประสบความสำเร็จ *** ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาว กล่าวแสดงความวิตกกังวลว่า DeepSeek บริษัทสตาร์ทอัพของจีน อาจได้รับประโยชน์จากวิธีการที่เรียกว่า “distillation” ซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของบริษัทคู่แข่งในสหรัฐฯ โดยเทคนิคนี้เกี่ยวข้องกับระบบ AI หนึ่ง ที่เรียนรู้จากระบบ AI อีกระบบหนึ่ง ซึ่งอาจหยุดยั้งได้ยาก โดย DeepSeek สร้างความสั่นสะเทือนให้กับแวดวงเทคโนโลยีในเดือนนี้ […]
จีนแจกคูปองกระตุ้นใช้จ่ายช่วงตรุษจีน
จีนแจกคูปองกระตุ้นใช้จ่ายช่วงตรุษจีน ด้านสถิติปี 24 ชี้ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าพุ่งเป็นประวัติการณ์ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า รัฐบาลจีน พยายามเร่งกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ด้วยการเสนอมาตรการเงินอุดหนุนให้แก่ประชาชนที่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย โดยในปี 2024 ที่ผ่านมา พบว่ายอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องมาจากมาตรการอุดหนุนของรัฐบาล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า “การชดเชย” จะเกิดขึ้นเมื่อผลกระทบเริ่มคลี่คลายลงในช่วงปลายปี 2025 หลายเมืองในจีน เริ่มมอบเงินอุดหนุนสินค้าหลากหลายประเภทและบริการต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ประชาชนหันมาใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ที่มีระยะเวลานาน 8 วัน โดยบรรดานักลงทุนต่างจับตาดูสัญญาณการฟื้นตัวของอุปสงค์ หลังจากที่มาตรการจูงใจให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยนั้น ช่วยหนุนให้ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 ล้านล้านหยวน (1.38 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อปีที่ผ่านมา Kelvin Lam นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศจีน ของ Pantheon Macroeconomics กล่าวว่า แม้ว่าคูปองเหล่านี้อาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ก็เป็นเพียงการดึงอุปสงค์ล่วงหน้ามาใช้เท่านั้น “ผลกระทบเหล่านี้จะหมดไป เมื่อโอกาสการจ้างงานและการเติบโตของรายได้ไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในระยะสั้น และตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงประสบภาวะซบเซา อุปสงค์ต่อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าคงทน จะยังคงอ่อนแออยู่” อย่างไรก็ตาม ความนิยมของคูปองยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยในช่วงปลายเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา […]
‘เวิลด์แบงก์’ แนะทั่วโลกประเมินสถานการณ์-อย่าตื่นตูมนโยบายศก.ทรัมป์
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า นายอาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ เปิดเผยว่า คณะผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกไม่ควรรีบตอบสนองต่อการประกาศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และควรเตรียมพร้อมเพื่อแสดงเหตุผลของตน ซึ่งในสัปดาห์แรกของการดำรงตำแหน่งของทรัมป์ เต็มไปด้วยคำสั่งฝ่ายบริหารและแผนนโยบายต่างๆ ตั้งแต่การกำหนดภาษีกับแคนาดา เม็กซิโก และจีน ไปจนถึงการทบทวนการให้ความช่วยเหลือในต่างประเทศ นายบังกา กล่าวในการให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมสุดยอด Mission 300 Africa Energy Summit ที่เมืองดาร์เอสซาลาม เมืองหลวงทางการค้าของประเทศแทนซาเนีย ว่า “คำแนะนำเดียวของผมต่อทุกคน คือ อย่าเร่งรีบตอบสนอง หรือตัดสินใจเร็วเกินไป” พร้อมระบุว่า “คณะผู้กำหนดนโยบายควรรอดูว่ามีนโยบายใดบ้างที่ดำเนินการได้จริง ตนเคยทำงานร่วมกับทรัมป์มาก่อน เขาเป็นคนที่ปฏิบัติจริง เข้าใจตัวเลข เข้าใจการใช้ประโยชน์ และเข้าใจความได้เปรียบ คุณต้องไปหาเขาและอธิบายให้เขาฟังว่าคุณนำอะไรมาบ้าง” สหรัฐฯ และโคลอมเบีย ล่าถอยออกมาจากสงครามการค้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังทำเนียบขาว ระบุว่า โคลอมเบีย ซึ่งเป็นชาติคู่ค้าอันดับ 3 ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคละตินอเมริกา […]
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประกาศทุ่มทุน 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ลุยดันโครงการ AI หนุน Meta
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประกาศลงทุน 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายโครงการ AI ของ Meta ตั้งเป้าใช้ AI ผลักดันผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท วันที่ 24 มกราคม 2568 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตา (Meta) ประกาศว่าบริษัทวางแผนที่จะลงทุนประมาณ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในค่าใช้จ่ายด้านทุนในปี 2568 เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) นายซัคเคอร์เบิร์กกล่าวถึงปี 2568 ว่าเป็นปีที่กำหนดนิยามสำหรับ AI และเปิดเผยว่า Meta กำลังสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่พอที่จะครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแมนฮัตตัน เพื่อรองรับโครงการ AI ของบริษัท โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะใช้พลังงานคอมพิวเตอร์ประมาณ 1 กิกะวัตต์ และสิ้นปีนี้จะมีหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) มากกว่า 1.3 ล้านหน่วย “นี่คือความพยายามอันยิ่งใหญ่ และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มันจะผลักดันผลิตภัณฑ์หลักและธุรกิจของเรา ปลดล็อกนวัตกรรมทางประวัติศาสตร์ และขยายความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของอเมริกา” นายซัคเคอร์กล่าวในโพสต์บนเฟซบุ๊ก […]
ไทยครองแชมป์ประเทศในฝัน นักท่องเที่ยวอาเซียน
แกร็บ เผยอินไซต์ นักท่องเที่ยวอาเซียน ยุคดิจิทัล 81% เตรียมบินเที่ยวต่างประเทศ เน้น “เทคโนโลยี-รักษ์โลก” 78% ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ขณะที่ไทยครองแชมป์ประเทศในฝันนักท่องเที่ยวอาเซียน นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพาณิชย์และการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “นักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแต่ละปีเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2024 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้สูงถึง 10.6 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวและเดินทางของผู้ใช้บริการแกร็บใน 6 ประเทศ อันได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนามและไทย โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 11,074 คน พบว่า 81% วางแผนที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 72%) โดยกว่าครึ่ง (52%) ต้องการเดินทางภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองลงมาคือประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก (44%) อย่างจีน ญี่ปุ่น […]