ทีมงาน ‘ไบเดน’ เตรียมพบผู้ผลิตวัคซีนในสัปดาห์นี้
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า Ron Klain ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของทีมนายโจ ไบเดน ออกมาให้ข้อมูลว่า ในสัปดาห์นี้ทีมทึ่ปรึกษาของนายโจ ไบเดน ซึ่งเป็นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมพบกับผู้นำของบริษัทยาที่พัฒนาวัคซีนไวรัสโคโรนา การพบปะกันครั้งนี้เกิดขึ้น แม้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา แม้เขาจะเขียนบนทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เขารับทราบที่ไบเดนชนะ Klain เป็นหนึ่งในอดีตทีมทำงานเพื่อรับมือไวรัสอีโบลา ในสมัยประธานาธิบดี บารัค โอบามา โดยเขา กล่าวว่า ทีมบริหารระดับสูงด้านสุขภาพของไบเดนยังไม่สามารถทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ จนกว่าสำนักบริหารงานบริการทั่วไปของสหรัฐฯ จะอนุมัติกระบวนการการเปลี่ยนแปลง แต่ในระหว่างนี้ทีมของไบเดนจะพบกับผู้ผลิตยา ซึ่งไฟเซอร์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น “เรากำลังจะจัดให้มีการประชุมระหว่างที่ปรึกษาระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์และผู้บริหารของบริษัทยาต่างๆ รวมทั้งผู้นำบริษัทอื่นๆ ที่กำลังคิดค้นวัคซีนโควิด-19 และอยู่ระหว่างทดลองทางคลินิกขั้นสุดท้าย เช่น โมเดน่า จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และแอสตร้าเซนเนก้า” Klain กล่าว ทั้งนี้ การผลิตและกระจายวัคซีนจะเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของทีมบริหารไบเดน ซึ่งน่าจะได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการหลังวันที่ 20 ม.ค. 2021 […]
BKER News Update Press Release
BKER ประกาศจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 2 ในอัตรา 0.1300 บาท/หน่วย วันที่ 9 ธ.ค. นี้
นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เค.อี.รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ร่วมของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง เค.อี. รีเทล (BKER) เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 มีมติให้ลดทุนชำระแล้วของกองทรัสต์ BKER โดยลดมูลค่าหน่วยทรัสต์ในอัตรา 0.1300 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ เป็นการลดมูลค่าหน่วยทรัสต์ที่ตราไว้จาก 10.0196 บาทต่อหน่วยทรัสต์ เป็น 9.8896 บาทต่อหน่วยทรัสต์ เพื่อจ่ายเงินเฉลี่ยคืนจากการลดทุนชำระแล้วให้แก่ผู้ถือหน่วยกองทรัสต์ BKER ซึ่งในครั้งนี้ ถือเป็นการจ่ายเงินเฉลี่ยคืนจากการลดทุนชำระแล้วเป็นครั้งที่ 2 โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิในการรับเงินเฉลี่ยคืนจากการลดทุนชำระแล้วในวันที่ […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 13 พ.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,346.47 จุด เพิ่มขึ้น 10.16 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 13 พ.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,346.47 จุด เพิ่มขึ้น 10.16 จุด หรือ 0.76% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,352.51 จุด ต่ำสุดที่ 1,327.73 จุด มูลค่าการซื้อขาย 92,036.21 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 94.25 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7,112.05 ลบ. 2.SCB ปิดที่ 82.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,439.98 ลบ. 3.BAM ปิดที่ 21.00 บาท ลดลง -1.30 […]
เฟซบุ๊ก กูเกิล และพินเทอเรสต์ จะเป็นผู้นำการเติบโตด้านโฆษณาออนไลน์ในปี 2021
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า นักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ ออกมาคาดการณ์ว่า โฆษณาออนไลน์จะเติบโตถึง 20% ในปี 2021 โดยจะมีเฟซบุ๊ก กูเกิล และพินเทอเรสต์ เป็นผู้นำการเติบโต ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล สแนป ทวิตเตอร์ พินเทอเรสต์ และอเมซอน สะท้อนว่า รายได้จากโฆษณาดิจิทัลกลับมาคึกคักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทั้งยังชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มดิจิทัลนี้เกี่ยวกับกับอี-คอมเมิร์ซที่จะยังคงอยู่ต่อไป นักวิเคราะห์มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่า นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ โฆษณาในไตรมาสที่ 3 สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบในการฟื้นตัวแบบวีเชฟในปีหน้า โดยในไตรมาสที่ 3 บริษัทโฆษณาออนไลน์เห็นผลของการใช้จ่ายโฆษณาออนไลน์บนอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตรวดเร็ว และการกลับมาใช้โฆษณาแบรนด์ ที่ก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบหนักกว่ากลุ่มอื่นๆ ในตลาด ช่วงการแพร่ระบาด ในภาพใหญ่เรายังคงเห็นการโฆษณาเป็นไปตามวงจร โดยเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วขึ้นจะเป็นตัวนำให้เกิดการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น บริษัทต่างๆ จะใช้จ่ายเพื่อเข้าถึงการฟื้นตัว และการเปิดรับของผู้บริโภค มอร์แกน […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 พ.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,336.31 จุด ลดลง 9.03 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 พ.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,336.31 จุด ลดลง 9.03 จุด หรือ -0.67% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,341.57 จุด ต่ำสุดที่ 1,327.17 จุด มูลค่าการซื้อขาย 97,248.89 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.SCGP ปิดที่ 37.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7,871.97 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 90.25 บาท ลดลง -2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6,765.60 ลบ. 3.AOT ปิดที่ 65.50 บาท ลดลง -2.25 […]
คนจีนสนใจชอปปิงสินค้านำเข้าน้อยลงชัดเจน เพราะเชื่อมั่นสินค้าจีนมากขึ้น
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า หุ้นส่วนบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการ Oliver Wyman ระบุว่า ผู้บริโภคจีนมีความต้องการบริโภคสินค้านำเข้าน้อยลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ Jacques Penhirin หุ้นส่วนด้านค้าปลีกและสินค้าเพื่อผู้บริโภค ประจำสำนักงานในจีนของบริษัท Oliver Wyman กล่าวว่า แม้ในมหกรรมชอปปิงวันคนโสดที่ผ่านมา ความต้องการซื้อจะยังแข็งแกร่ง แต่ก็พบว่า การซื้อสินค้านำเข้าน้อยลงกว่าปีก่อนหน้านี้ สำหรับสินค้าจากต่างประเทศในกลุ่มต่างๆ เช่น ความงาม เครื่องสำอางค์ และอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ยังคงเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูง เพียงแต่ความต้องการลดลงไป โดย Penhirin กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า นอกจากสินค้ากลุ่มนี้แล้ว ยังมีกรณีของเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่แบรนด์จีนได้รับแรงผลักดันอย่างแข็งแกร่งมาก เขาชี้ให้เห็นว่า ความต้องการของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนไป ไม่ได้มีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเมือง แต่มาจากความมั่นใจมากขึ้นกับแบรนด์จีนที่สร้างมานานหลายปี เมื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีต่างก็ผลิตออกมาจากจีน ตัวอย่างที่ดีก็คือ แอปเปิ้ล ที่ออกแบบในแคลิฟอร์เนีย แต่ผลิตในจีน ซึ่งแสดงว่าจีนก็สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีได้ Penhirin กล่าวว่า กระแสชาตินิยมอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนจีนหันมาซื้อสินค้าจีนมากขึ้น แต่ไม่ได้ถือเป็นเหตุผลหลัก สำหรับความต้องการนำเข้าสินค้าที่อ่อนแอลง ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่มีมายาวนานหลายเดือน เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคมีความกังวล […]
กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยในช่วงระยะสั้น 10 วันที่ผ่านมา (ดัชนีตลาดหุ้นไทย SET Price return index : SET PR ณ วันที่ 2-11 พ.ย. 2563) ปรับตัวขึ้น 12.59% จากความคาดหวัง 2 ปัจจัยหลัก คือ สหรัฐอเมริกากำลังจะได้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ชื่อ นายโจ ไบเดน วัคซีนของบริษัท Pfizer ต้านโควิด-19 ได้ผลมากกว่า 90% โดยผู้ลงทุนส่วนใหญ่คาดหวังว่าไทยจะได้ประโยชน์ จากการส่งออกและการท่องเที่ยว และนายโจ ไบเดน จะทำให้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนผ่อนคลายลง เพราะนโยบายของไบเดนค่อนข้างเป็นโลกาภิวัตน์มากกว่า จะส่งผลดีต่อการค้าขายของโลกและการท่องเที่ยวได้รับอานิสงส์ไปด้วย และยังมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพราะหากใครได้รับเลือกเข้ามาในปีหน้าก็มีความเป็นไปได้ ว่าต้องออกแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ และนายไบเดน มีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดที่ทำให้หุ้นในธุรกิจพลังงานทดแทนของไทยตอบรับเชิงบวก และข่าววัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer และ BioNTech มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 11 พ.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,345.34 จุด เพิ่มขึ้น 4.10 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 11 พ.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,345.34 จุด เพิ่มขึ้น 4.10 จุด หรือ 0.31% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,356.83 จุด ต่ำสุดที่ 1,331.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 117,152.65 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 93.00 บาท ลดลง -1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 8,789.31 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 67.75 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 7,348.14 ลบ. 3.PTT ปิดที่ 38.25 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 4,220.60 ลบ. […]
B-ASIA B-CHINE-EQ BMAPS BMAPS100 BMAPS25 BMAPS55 Product Special
กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 25 (BMAPS25) กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 55 (BMAPS55) และ กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 100 (BMAPS100)
จากผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ โจ ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบดี ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองบวกต่อตลาดจีนและเอเชีย (B-CHINE-EQ และ B-ASIA) แม้ว่าตลาดได้ปรับตัวขึ้นรับข่าวนี้ไปบ้างแล้ว แต่แนวโน้มเชิงบวกยังคงมีอยู่ ด้วยเหตุผล ดังนี้ นโยบายกับจีน : แม้ว่า ไบเดน จะมีนโยบายร่วมมือกับประเทศอื่นเพื่อกดดันจีน แต่จะเป็นการใช้แนวทางการทูตมากกว่าสมัย ทรัมป์ ตลาดสามารถคาดเดานโยบายเหล่านี้ได้ และดีต่อภาพรวมของการลงทุน นโยบายของ ไบเดน ในการสนับสนุนพลังงานสะอาด (Clean Energy) ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง และต้องการความร่วมมือจากจีน ดังนั้นการประนีประนอมกับจีนจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม สำหรับ ไบเดน แล้ว นโยบายที่สำคัญอันดับแรกๆ คือ การรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่านโยบายระหว่างประเทศ ดังนั้นแรงกดดันกับประเทศจีนจึงอาจยังไม่เกิดขึ้น เป็นผลบวกกับตลาดหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) นอกจากนี้ B-ASIA มีน้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่ที่ จีน (36%) ไต้หวัน (18%) เกาหลี (16%) […]
นักลงทุนให้ความสนใจหุ้นญี่ปุ่นมากขึ้นหลังโจ ไบเดน คว้าชัยชนะประธานธิบดีสหรัฐฯ
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่เคยทำผลการดำเนินงานได้ต่ำเป็นประวัติการณ์ช่วงที่ผ่านมา กลับปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนไปสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี และเป็นหนึ่งในตลาดประเทศพัฒนาแล้วที่ทำผลการดำเนินงานติดอันดับต้นๆ ของโลก ในช่วงสัปดาห์หลังจากที่นายโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ นักลงทุนมองกันว่า การแตกหักทางด้านนโยบายการค้าโลกจะน้อยลงภายใต้การรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของไบเดน ขณะที่วัคซีนโควิด-19 ก็จะเป็นผู้นำที่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงผลักดันผลตอบแทนพันธบัตรให้สูงขึ้นด้วย จึงมีนักลงทุนจำนวนมากผละออกจากการลงทุนในหุ้นที่เติบโต โดยเฉพาะกลุ่มที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยี มาอยู่ในกลุ่มที่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งก็ทำให้ญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งหุ้นอุตสาหกรรมหลักสำหรับกลุ่มผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมอยู่ในสายตาของนักลงทุน “เรารู้สึกว่าญี่ปุ่นกลับมาเป็นที่สนใจมากขึ้นอีกครั้ง” Patrick Ghali หุ้นส่วนผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษากองทุนป้องกันความเสี่ยง (เฮดจ์ฟันด์) Sussex Partners กล่าว พร้อมกับแนะนำให้แบ่งสัดส่วนเงินลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น Jim McCafferty หัวหน้าฝ่ายวิจัยหุ้นประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ในฮ่องกง กล่าวว่า ญี่ปุ่น เป็นตลาดที่พัฒนาแล้ว คุณจะได้รับเงินปันผลที่เติบโตดีที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้วหลายๆ ตลาด และคุณยังได้เข้าถึงตลาดที่มีรายได้จำนวนมากมาจากนอกประเทศญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้ […]










