หุ้น Domestic Play

หุ้น Domestic Play

หุ้น Domestic Play ได้แก่ บริษัทที่ผลิตสินค้าทั้งที่เป็นสินค้าสำเร็จรูป วัตถุดิบและส่วนประกอบ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคหรือตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ไม่ได้ผลิตเพื่อส่งขายต่างประเทศ ขณะที่ยอดขายและกำไรจะไม่ถูกกระทบจากความต้องการสินค้าจากต่างประเทศหรือภาวะเศรษฐกิจโลก แต่จะขึ้นอยู่กับกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจในประเทศมากกว่า ธุรกิจประเภทนี้จะได้รับผลประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย(ลดดอกเบี้ย)ของธนาคารกลาง หากเศรษฐกิจเติบโตดีจากการส่งออก กลุ่ม Domestic stock จะได้รับผลดีน้อยกว่า

จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ เทรนด์การตลาดในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 2)

จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ เทรนด์การตลาดในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 2)

มารู้จักโมเดลธุรกิจ O2O By… รุ่งนภา เสถียรนุกูล โมเดลธุรกิจ  O2O ( Online to Offline)  คือ การผสมผสานระหว่างธุรกิจจากออนไลน์ไปยังออฟไลน์  โดยเป็นการนำคุณภาพของออฟไลน์มาช่วยยกระดับให้กับออนไลน์  ธุรกิจค้าปลีกในอนาคต  จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ร้านค้าในรูปแบบเดิมๆ  แต่จะก้าวไปสู่โลก   O2O  ที่มีการผสมผสานระหว่างจุดแข็งของร้านค้าในโลกออนไลน์และโลกออฟไลน์เข้าด้วยกัน   โดยจะใช้ประโยชน์จากความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและการชำระเงินออนไลน์  ระบบออนไลน์สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการ  เก็บข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้าที่ใช้งาน  ขณะที่ร้านค้าสามารถที่จะใช้จุดแข็งของการที่มีสินค้าให้ลูกค้าได้เลือกสัมผัส ทดลองใช้งานได้จริง สื่อออนไลน์จะไปกระตุ้นผู้บริโภคให้เกิดความต้องการในสินค้าและบริการ ซึ่งจะส่งผลดีสำหรับการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของธุรกิจที่มีหน้าร้านค้า หรือมีช่องทางการกระจายสินค้า/จัดส่งสินค้าในโลกออฟไลน์   ลูกค้าสามารถที่จะทำการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านการเลือกชมและรีวิวสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ  ทั้งทาง Website หรือ แอพพลิเคชั่นของร้านค้า  ชำระเงินผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ  และรับสินค้าหรือบริการผ่านทางช่องทางออฟไลน์ ตัวอย่างความสำเร็จของการใช้ โมเดลธุรกิจ O2O ในประเทศจีน ที่โด่งดังมากที่สุด จะเป็นของ Alibaba  ที่สามารถพลิกโฉมของวงการธุรกิจค้าปลีกในจีน ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมรูปแบบการช้อปปิ้งของคนจีน  โดยทาง Jack Ma  ได้ประกาศแนวคิดใหม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจค้าปลีก  ที่เรียกว่า  “New Retail […]

นักวิจัยแบงก์ชาติจีนส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆนี้ หวังแก้ปัญหาฟองสบู่-หนี้สิน

นักวิจัยแบงก์ชาติจีนส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆนี้ หวังแก้ปัญหาฟองสบู่-หนี้สิน

หนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี ของทางการจีน รายงานว่า นักวิจัยของธนาคารกลางจีน (PBOC) มีความเห็นตรงกันว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมในอนาคตอันใกล้ เพื่อเป็นเครื่องมือควบคุมภาวะฟองสบู่และปัญหาหนี้สิน โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากราคาภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับศักยภาพการทำกำไรของภาคธุรกิจ รายงานดังกล่าวยังระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยผนวกกับมาตรการจัดการกับการผลิตส่วนเกินนั้น จะช่วยควบคุมไม่ให้หนี้สินขยายตัว และทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นในท้ายที่สุด อนึ่งเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) และอัตราดอกเบี้ย reverse repo ขึ้น 0.05% หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.

ความท้าทายของจีนในปี2018

ความท้าทายของจีนในปี2018

จีนจะยังคงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลายเป็นมหาอำนาจเบอร์1ของโลกในอีก10ปีข้างหน้าได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรการการปฏิรูปโครงสร้างในปัจจุบันที่กำลังดำเนินไปอยู่ นี้คือเนื้อหาหลักของงานสัมนา dbAccess China Conference 2018จัดโดยดอยช์แบงก์ ที่กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่8-10มกราคม2018 ซึ่งมีเนื้อหาหลัก4-5ประเด็นที่สำคัญคือ 1.) จีนจะสามารถปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจที่เคยเติบโตสูงมาเป็นเศรษฐกิจที่โตอย่างมีคุณภาพได้หรือไม่ โดยที่ตัวเลขจีดีพีจะไม่ได้เป็นเป้าหมายที่สำคัญเหมือนในอดีตที่จีนต้องการเงินลงทุนและการส่งออกที่มากๆเพื่อไล่ให้ทันโลกตะวันตก และเพื่อรองรับการจ้างงาน และรัฐบาลจีนเป็นผู้นำในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดันจีดีพี 2.) จีนจะสามารถบริหารความเสี่ยงได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงของภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการกู้หนี้ยืมสินที่เกินตัวของรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อที่จะลงทุนและดันดีจีดีพีของมณฑลของตัวเองให้มีเศรษฐกิจที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่สูง การลดหนี้และบริหารความเสี่ยงจากเครดิตที่สูงเกินไปจะเป็นงานหลักของการปฏิรูป 3.) จีนจะพึ่งพาการบริโภคภายในเพื่อดันจีดีพี พร้อมทั้งการนำเอาซับไพลไซด์มาเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ การเพิ่มภาคบริการ นวัตกรรม รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี่มาใช้ 4.) ความเร็วในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจะทันการหรือไม่ เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีอัตราการเจริญเติบโตในระดับที่ยอมรับได้ โดยไม่จำเป็นต้องโตมากนัก 5.) นายWerner Steinmueller กรรมการผู้จัดการใหญ่เอเชียแปซิฟิค และกรรมการของบอร์ดของดอยช์แบงก์เชื่อมั่นว่าอีก5-10ปีข้างหน้าเศรษฐกิจจีนมีโอกาสที่จะแซงหน้าเศรษฐกิจสหรัฐได้ ทำให้เปิดโอกาสของการลงทุนในจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นจีนมีขนาด$7.3ล้านล้านใหญ่อันดับ2ของโลกแล้ว ส่วนตลาดบอนด์ของจีนมีขนาด$9.4ล้านล้านหรือใหญ่อันดับ3ของโลก เขาเชื่อมั่นว่ามาตรการการเปิดเสรีเศรษฐกิจและภาคการเงินของรัฐบาลจีน และความต้องการมืออาชีพมาบริหารทางด้านการเงินเพิ่มมากขึ้นจะดึงดูดและเปิดโอกาสให้นักลงทุนให้มาลงทุนในจีนในระยะยาว

จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ เทรนด์การตลาดในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 1)

จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ เทรนด์การตลาดในยุคดิจิทัล (ตอนที่ 1)

By… รุ่งนภา เสถียรนุกูล การเติบโตของธุรกิจ E-Retail ในโลกยุค 4.0 ธุรกิจค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ต มีการเติบโตอย่างมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสาร ซึ่งทำให้มีช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการบนอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มเปลี่ยนการซื้อขายมาสู่ระบบการค้าออนไลน์ เนื่องจากมองเห็นข้อดีของการขายออนไลน์ เช่น ไม่ต้องลงทุนหน้าร้าน ค่าเช่าพื้นที่ ค่าจ้างพนักงาน อีกทั้งยังสามารถเปิดขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้ธุรกิจค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มที่จะแข่งขันอย่างรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายตัวของผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ซึ่งเข้ามาทำตลาด E-commerce ในประเทศไทย จากตัวเลขที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พบว่า มูลค่าธุรกรรมที่ E-Retail (สัดส่วนมูลค่า E-Commerce ในธุรกิจ Retail) ของไทยในปี 2558 ยังมีมูลค่าแค่เพียง 340,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 1% ของธุรกิจ Retail ในไทยทั้งหมด ขณะที่เมื่อเปรียบกับเจ้าตลาดอย่างจีน จะพบว่าธุรกิจ E-Retail […]

กรุงปักกิ่งตั้งเป้าซื้อ-ขาย e-commerce ทะลุ 2.5 ล้านล้านหยวนในปี 2018

กรุงปักกิ่งตั้งเป้าซื้อ-ขาย e-commerce ทะลุ 2.5 ล้านล้านหยวนในปี 2018

สำนักงานคณะกรรมการพาณิชย์กรุงปักกิ่ง (Beijing Municipal Commission of Commerce) คาดหวังว่าภายในปี 2018 การทำธุรกรรมผ่านช่องทาง e-commerce ในเมืองหลวงจะทะลุ 2.5 ล้านล้านหยวน หรือกว่า 3.85 แสนล้านดอลลาร์ โดยกรุงปักกิ่งพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ต และระบบขนส่ง (logistics)ในปีนี้ นอกจากนี้แนวโน้มจำนวนผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งผู้ค้าส่งต่างๆ (wholesalers) และผู้ค้าปลีก (retailers) จะหันมาสนใจธุรกิจ e-commerce เพิ่มขึ้น ซึ่งกรุงปักกิ่งกระตุ้นให้กลุ่มค้าปลีกและค้าส่งแบบดังเดิม (Traditional retailers and wholesalers) พัฒนาการขายสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้กรุงปักกิ่งจะกำหนดนโยบายและจัดให้มีการอบรมผู้ขนส่งสินค้า รวมถึงวางมาตรฐานต่างๆสำหรับการขนส่งด้วยยานพาหนะเพื่อเป็นรากฐานให้กับระบบขนส่งในอนาคต

ก.ล.ต. เตือนนักลงทุนเทรดบิทคอยน์ฟิวเจอร์ ต้องคำนึงความเสี่ยง

ก.ล.ต. เตือนนักลงทุนเทรดบิทคอยน์ฟิวเจอร์ ต้องคำนึงความเสี่ยง

ก.ล.ต.เตือนผู้ลงทุนซื้อขายบิทคอยน์ฟิวเจอร์สในต่างประเทศ ต้องคำนึงถึงความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มองกรณีมีบริษัทหลักทรัพย์ได้ชักชวนนักลงทุนไปซื้อขายบิทคอยน์ฟิวเจอร์ส ในต่างประเทศ ว่าสามารถทำได้ เพราะผลิตภัณฑ์สัญญาฟิวเจอร์สที่ซื้อขายในตลาด The Chicago Mercantile Exchange และ The CBOE Futures Exchange นั้น เป็นตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในสหรัฐอเมริกาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commodity Futures Trading Commission ของสหรัฐอเมริกา (US CFTC) และเป็นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรกำกับดูแลที่ได้มาตรฐาน จึงหมดห่วงเรื่องฉ้อโกง อย่างไรก็ตามผู้ลงทุนที่สนใจไปซื้อขายบิทคอยน์ฟิวเจอร์ส ในต่างประเทศ ต้องคำนึงถึงว่าตนสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้มากน้องเพียงไร หากยังไม่พร้อมหรือมีความเข้าใจ้ด้านผลิตภัณฑ์ไม่มากพอก็ควรหลีกเลี่ยง

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดลบ 2.64 จุด อยู่ที่ 1,792.81 จุด สวนทางภูมิภาค

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดลบ 2.64 จุด อยู่ที่ 1,792.81 จุด สวนทางภูมิภาค

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (8 ม.ค. 61) ที่ 1,792.81 จุด ลดลง 2.64 จุด หรือ ลบ 0.15% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,813.17 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,792.81 จุด ณ เวลา 16:42 น. มีมูลค่าการซื้อขาย 78,320.68 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 74.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 9,588.82 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 466.00 บาท ลดลง -2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]

ทรัมป์เตรียมเล่นงานจีนทางการค้า

ทรัมป์เตรียมเล่นงานจีนทางการค้า

สื่อPoliticoรายงานว่า ทำเนียบขาวกำลังเตรียมมาตรการทางภาษีที่จะเล่นงานจีนที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐค่อนข้างสูง สินค้านำเข้าเหล็กจากจีนอาจจะโดนกำแพงภาษีเล่นงานก่อน รวมทั้งมาตรการตอบโต้จีนที่ถูกกล่าวหาจากสหรัฐว่าละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทอเมริกัน เส้นตายที่ทรัมป์จะใช้ใช้มาตรการตอบโต้จีนทางการค้าคือก่อนสิ้นเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่ทรัมป์เสนอนโยบายต่อที่ประชุมสภาร่วม(State of the Union Address) ในเดือนพฤศจิกายน ทรัมป์บอกว่าการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเป็นไปรูปแบบข้างเดียวที่จีนได้ประโยชน์ และไม่แฟร์ การค้าแบบนี้ไม่ยั่งยืน จีนเดินดุลการค้าสหรัฐปีหนึ่งมากกว่า$360,000ล้าน ทำให้ทรัมป์ใช้เป็นข้ออ้างในการใช้มาตรการทางภาษี หรือรูปแบบอื่นของลัทธิกีดกันการค้ามาตอบโต้

แบงก์ชาติจีนมองสภาพคล่องในระบบยังสูง ระงับอัดฉีดเงินติดต่อกันเป็นวันที่ 11

แบงก์ชาติจีนมองสภาพคล่องในระบบยังสูง ระงับอัดฉีดเงินติดต่อกันเป็นวันที่ 11

ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยว่า ในวันนี้ธนาคารกลางจีนยังคงระงับการอัดฉีดเงิน ผ่านการดำเนินงานทางตลาดเงิน (Open Market Operations – OMO) ซึ่งนับเป็นการระงับอัดฉีดเงินติดต่อกันเป็นวันที่ 11 เหตุสภาพคล่องในระบบธนาคารยังอยู่ในระดับสูง ข้อตกลง reverse repo วงเงิน 4 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 6.17 พันล้านดอลลาร์) ได้ครบกำหนดไถ่ถอนในวันนี้ ซึ่งหมายความว่า สภาพคล่องในตลาดจะปรับตัวลดลง ขณะที่รายงานยังระบุว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้ระบายสภาพคล่องออกจากตลาดการเงินทั้งสิ้น 5.10 แสนล้านหยวน