มหาเศรษฐียิ่งรวย เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางสังคม

มหาเศรษฐียิ่งรวย เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางสังคม

รายงานล่าสุดจาก Oxfam องค์กรทำงานเคลื่อนไหวด้านสังคม เผยรายงานประจำปี 2560 ระบุว่า มหาเศรษฐีคิดเป็น 1 ของประชากรโลก แต่กลับครอบครองทรัพย์สินมูลค่าสูงถึง 82% ของความมั่งคั่งทั้งหมดของโลก กลุ่มคนรวยสะสมความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอีกมาก ในขณะที่กลุ่มคนจนยังไม่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเลย ซึ่งมหาเศรษฐีระดับพันล้านขึ้นไปจำนวน 42 คนที่ร่ำรวยสุด มีทรัพย์สินรวมกันเท่ากับกลุ่มคนยากจนที่สุด 3,700 ล้านคน หรือราวครึ่งหนึ่งของประชากรโลก Winnie Byanyima executive director จาก Oxfam กล่าว่า “จำนวนมหาเศรษฐีที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของเศรษฐกิจ แต่กลับเป็นเครื่องแสดงความล้มเหลวมของระบบเศรษฐกิจ” รายงาน Oxfam ยังระบุด้วยว่า ทรัพย์สินของกลุ่มคนรวยขยายตัวเร็วกว่าคนทำมาหากินทั่วไปถึง 6 เท่า นับตั้งแต่ปี 2010 “จะเห็นว่านักการเมือง หรือผู้นำของภาคธุรกิจแทบทุกที่ต่างพูดถึงการใส่ใจเรื่องความไม่เท่าเทียม หรือความเหลื่อมล้ำทางสังคม แต่แทบจะไม่มีใครลงมือทำให้เกิดผล” เขากล่าว การต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมที่กำลังขยายตัวมากขึ้น Oxfam ชี้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ควรให้จำกัดการคืนผลกำไรแก่ผู้ถือหุ้นและผู้บริหารระดับสูง เพื่อปิดช่องว่างรายได้ระหว่างเพศ และปราบปรามการเลี่ยงภาษี […]

ดอกเบี้ยกับอัตราผลตอบแทน

ดอกเบี้ยกับอัตราผลตอบแทน

ในด้านการลงทุน คำว่า อัตราดอกเบี้ย (Interest rate) กับ อัตราผลตอบแทน (Yield) เป็นคำที่คล้ายคลึงกันและถูกใช้สลับกันไปมา แต่ในรายละเอียดแล้วใช้แตกต่างกันในแต่ละโอกาส เงินฝากและตราสารหนี้ (พันธบัตร หุ้นกู้ และตั๋วเงิน) นั้น ธนาคารหรือผู้ออกตราสารหนี้จะระบุอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายให้นักลงทุนตามสัญญาจนกว่าจะครบกำหนด อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวของตราสารหนี้เรียกว่า อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว (Coupon rate) ในกรณีที่นักลงทุนไม่ถือตราสารหนี้จนครบอายุโดยขายออกก่อน หรือนักลงทุนที่ซื้อตราสารหนี้ที่มีคนขายในตลาดรอง ส่วนต่างกำไร/ขาดทุนระหว่างราคาหน้าตั๋วกับราคาที่ขาย หรือราคาที่ซื้อกับราคาหน้าตั๋วที่ได้รับคืนเมื่อครบอายุ เมื่อนำมาคำนวนรวมกับดอกเบี้ยที่ได้รับ จะเรียกว่าอัตราผลตอบแทน (Yield) ซึ่งเป็นอัตราที่แตกต่างจาก Coupon rate อีกมุมหนึ่ง คำว่า อัตราดอกเบี้ยมักใช้กับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากหรืออัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วของตราสารหนี้ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อถูกกำหนดโดยธนาคารหรือผู้ออกตราสาร ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่เกิดจากการอิทธิพลของอุปสงค์และอุปทานของตราสารหนี้ในตลาดซึ่งเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดตามปัจจัยต่างๆ โดยใช้กับตราสารหนี้ทั่วๆ ไป ไม่เฉพาะเจาะจง ถูกเรียกว่า อัตราผลตอบแทน (Yield)

Government shutdown สิ้นสุดในวันอังคารนี้แล้ว

Government shutdown สิ้นสุดในวันอังคารนี้แล้ว

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้หน่วยงานรัฐบาลสามารถกลับมาให้บริการตามปกติ หลังจากเกิดการ shutdown ไปเป็นเวลา3วันเต็ม พนักงานของรัฐบาลกลางหายพันคนโล่งอกไปตามๆกัน กฎหมายงบประมาณชั่วคราวที่ผ่านหลังจากการเจรจาต่อรองกันอย่างถึงพริกถึงขิง โดยพรรคเดโมแครทไม่ต้องการลูกหลานของผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายที่เกิดในสหรัฐถูกส่งตัวกลับบ้าน และต้องการให้สิทธิการรักษาพยาบาลบางส่วนในโอบามาแคร์คงอยู่ กฎหมายงบประมาณชั่วคราวนี้จะถูกส่งไปยังทำเนียบขาวให้ประธานาธิบดีทรัมป์เซ็น ความขัดแย้งระหว่างรีพับรีกันและเดโมแครทในการเมืองสหรัฐยังคงร้อนแรงมาก และอาจจะทวีความเข้มข้นขึ้นในปีนี้

ลดความไม่เท่าเทียม รู้จักวางแผนการเงิน (ตอนที่1)

ลดความไม่เท่าเทียม รู้จักวางแผนการเงิน (ตอนที่1)

By… พนิต ปัญญาบดีกุล * ความไม่เท่าเทียมในสังคมไทย หากพิจารณาในแง่มุมที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจหรือรายได้ของคนไทย จะเห็นได้ว่ายังมีความไม่เท่าเทียมหรือความเหลื่อมล้ำ (inequality) ค่อนข้างสูง ไม่นับรวมถึงความไม่เท่าเทียมที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เช่น บางคนเกิดมาในครอบครัวที่เป็นมหาเศรษฐี มีทรัพย์สินหมื่นล้าน พันล้าน ในขณะที่บางคนเกิดมาในครอบครัวคนชั้นกลาง หรือยากจน จากข้อมูลของสำนักงานสถิติชาติ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนของคนไทยในปี 2558 ในแต่ละจังหวัดก็ยังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่สูง กรุงเทพฯและปริมณฑลมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนสูงถึง 41,002 บาท ถ้าหากพิจารณารายภาค ภาคกลางเป็นภาคที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนสูงที่สุด 26,601 บาท ตามมาด้วยภาคใต้ 26,268 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 21,049 บาท และภาคที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนน้อยที่สุดคือภาคเหนือ 18,952 บาท 5 ประเด็นหลักตอบคำถาม ทำไมคนจนยิ่งจน 1. การเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมมาเป็นสังคมอุตสาหกรรม ในขณะที่คนส่วนใหญ่ในประเทศยังอยู่ในภาคเกษตรกรรม ขีดความสามารถหรือเทคโนโลยีไม่สามารถแข่งขันได้ ส่งผลให้คนที่ร่ำรวยขึ้นก็จะเป็นนายทุนในขณะที่รายได้ของคนในภาคเกษตรก็ลดลง 2. คนจนเสีย VAT ในอัตราส่วนเมื่อเทียบกับรายได้สูงกว่าคนรวย ภาษีที่เก็บจากสินค้าและบริการถือเป็นรายรับที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งมีหลักการเก็บคือเก็บตามที่ใช้สินค้าหรือบริการในอัตราเดียวกัน […]

ซาโนฟีซื้อกิจการบริษัทไบโอเทคมูลค่า $11,400 ล้าน

ซาโนฟีซื้อกิจการบริษัทไบโอเทคมูลค่า $11,400 ล้าน

ซาโนฟี (Sanofi) บริษัทยาฝรั่งเศส Sanofi ใกล้ที่จะประสบความสำเร็จในการซื้อกิจการของ Bioverativ ซึ่งเป็นบริษัทไบโอเทคด้วยราคา $105 ต่อหุ้น หรือมูลค่ารวม $11,400 ล้าน บริษัท Bioverativเป็นผู้ผลิตยาแก้โรคเลือดไหลไม่หยุด สื่อ The Wall Street Journal รายงานว่า ราคาที่ซาโนฟีจ่ายให้ผู้ถือหุ้นของ Bioverativ มีพรีเมียมสูงถึง 63% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นของบริษัทที่ปิดในวันศุกร์ที่ผ่านมา Bioverativ เป็นบริษัทไบโอเทคที่แตกหน่อออกจากบริษัท Biogen โดยมีรายได้ $274.8 ล้านในไตรมาสที่ 3 ของปีที่แล้วจากผลิตภัณฑ์ยาสองตัวที่แก้โรคเลือดไหลไม่หยุด ซาโนฟี ซึ่งเป็นบริษัทฝรั่งเศสมี สำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีสกำลังเดินตามหลังบริษัท Johnson & Johnson และ Pfizer ในการซื้อกิจการไบโอเทคเพื่อขยายธุรกิจ

บิทคอยน์อาจจะร่วงไปอีก 90% จากระดับปัจจุบัน

บิทคอยน์อาจจะร่วงไปอีก 90% จากระดับปัจจุบัน

นักยุทธศาสตร์วอลล์สตรีทเตือนว่า ราคาบิทคอยน์อาจจะร่วง 90% จากระดับปัจจุบัน “เมื่ออะไรที่ขึ้นเป็นเส้นโค้งวงกลมแบบนี้ ก็มีโอกาสที่จะจบลงตรงที่เส้นโค้งวงกลมเริ่ม ผมจะไม่แปลกใจถ้าหากว่าบิทคอยน์จะมีราคาเหลือ $1,000 ถึง $3,000ในอีก1ปีข้างหน้า” นาย Peter Boockvar หัวหน้านักลงทุนของ Bleakley Financial Group กล่าว เขาบอกว่าบิทคอยน์กำลังส่งสัญญานของฟองสบู่ และอากาศกำลังรั่วออกมา ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ราคาบิทคอยน์ยืนที่ $11,220 หรือลดลง $2,000 จากราคา $13,000 ในวันเสาร์ บิทคอยน์ทำราคาพุ่ง 1,100% ในปี 2017 โดยทำราคาสูงสุดเกือบ $20,000ก่อนที่จะร่วงลงมาอย่างรุนแรง ในปี 2018 นี้ บิทคอยน์มีราคาร่วงไปแล้ว 19%

หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,824.06 จุด เพิ่มขึ้น 2.72 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,824.06 จุด เพิ่มขึ้น 2.72 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (22 ม.ค. 61) ที่ระดับ 1,824.06 จุด เพิ่มขึ้น 2.72 จุด หรือ 0.15% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,827.29 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,815.13 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.05 น. อยู่ที่ 59,793.78 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 221.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,396.20 ลบ. 2.BANPU ปิดที่ 20.80 บาท ลดลง -0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]

ตลาดหุ้นฟิวเจอร์สร่วงจากเหตุรัฐบาลชัตดาวน์

ตลาดหุ้นฟิวเจอร์สร่วงจากเหตุรัฐบาลชัตดาวน์

ตลาดหุ้นฟิวเจอร์สร่วงหนักในวันอาทิตย์ เพราะความกังวลใจในเรื่องหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐต้องปิดทำการ (government shutdown) ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สตก 33 จุด โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งตกไปถึง 101 จุด ส่วนตลาด S&P 500 ฟิวเจอร์ส และตลาด Nasdaq 100 ฟิวเจอร์ส ร่วง 2 จุด และ 8 จุดตามลำดับ หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐหลายแห่งต้องปิดการให้บริการตั้งวันเสาร์ที่ 20 มกราคม เนื่องจากว่าไม่มีเงินจากงบประมาณ สภาวุฒิไม่สามารถผ่านกฎหมายงบประมาณการใช้จ่ายชั่วคราวได้เนื่องจากความขัดแย้งอย่างหนักระหว่าง ประธานาธิบดีทรัมป์+พรรครีพับรีกันและพรรคเดโมแครทในเรื่องกฎหมายคนเข้าเมือง การเจรจายังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นระหว่างรีพับรีกันและเดโมแครท และเป็นที่แน่นอนแล้วว่าการปิดหน่วยงานรัฐบาลจะดำเนินต่อเนื่องไปเป็นวันที่ 3 คือ วันจันทร์ที่ 22 มกราคมนี้

เตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมพร้อมวัยเกษียณ 

เตรียมตัวเตรียมใจ เตรียมพร้อมวัยเกษียณ 

By… เสกสรร โตวิวัฒน์ ในบรรดา 3 ช่วงชีวิตหลัก ระหว่าง วัยเด็ก วัยทำงาน กับ วัยพักผ่อน นั้น ในการวางแผนต่างๆ มักจะพูดถึงวิธีการวางแผนในช่วงวัยทำงานที่เป็นช่วงเวลาสะสมความมั่งคั่งมากกว่าวัยอื่นๆ  ส่วนเรื่องการเตรียมพร้อมเพื่อวัยเกษียณก็ยังไปเน้นหนักในช่วงวัยทำงานว่าช่วงอายุไหนจะเก็บเงินอย่างไรให้มีเงินใช้หลังเกษียณให้เพียงพอตามสูตรคำนวณ โดยมักละเลยการเตรียมพร้อมด้านการเงินสำหรับชีวิตหลังเกษียณว่าจะทำอย่างไรให้มีความสุขได้อย่างแท้จริง ทั้งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่ออายุ 60 กับ 80 เราคงจะไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนกันทั้งสองวัยแน่ๆ การประเมินความพร้อมของตัวเองล่วงหน้าว่าภายหลังเกษียณจะเป็นอย่างไร จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับการสร้างความสุขให้ชีวิต เพราะถ้าไม่รู้จักตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าจะสร้างความสุขให้ชีวิตหลังเกษียณอย่างแท้จริงได้อย่างไร การวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณนอกจากสิ่งต่างๆ รอบตัวแล้ว การประเมินสุขภาพตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เราพอรู้ล่วงหน้าได้ว่า ช่วงไหนวัยใดเราสามารถทำอะไรได้บ้าง แต่ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของบุคคลวัยทองคือ การไม่ยอมรับว่าตนเองแก่แล้ว รับไม่ได้กับการถูกลดทอนคุณค่า น้อยใจกับการถูกลูกหลานขอให้อยู่เฉยๆเหมือนให้นั่งเฉยๆ รอวันตาย แม้ว่าหลายครั้งจะเป็นความปรารถนาดีก็ตาม วิธีการเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับเรื่องนี้ ขอแนะนำให้ลองเฝ้าดูผู้สูงวัยในบ้านในวันที่เรายังคงเป็นวัยทำงานมีเรี่ยวแรง แล้วจดจำไว้ว่าในวันนี้เรามองดูผู้สูงวัยเหล่านี้อย่างไร เพราะในอนาคตเมื่อถึงวันนั้น เราก็จะเผชิญกับมุมมองของลูกหลานในแบบเดียวกัน โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่ปัญหาสุขภาพเริ่มแสดงออกชัดเจน แต่ยังคงมีแรง สติยังคงแจ่มใส มักไม่ยอมรับปัญหาความชราที่ลูกหลานกำหนดให้ ต้องการแสดงออกถึงความสามารถโดยการทำสิ่งต่างๆ ที่เคยทำได้ในอดีตโดยละเลยปัญหาสุขภาพ ซึ่งกรณีนี้มักจะเป็นช่วงผ่านการเกษียณมาแล้วระยะหนึ่ง เช่นช่วงอายุตั้งแต่ 65-70 ปี ดังนั้น ความเข้าใจภาวะทางอารมณ์และสุขภาพของผู้เกษียณในแต่ละช่วงวัยจึงสำคัญยิ่ง

ภาพรวมตลาดหุ้นไทย

ภาพรวมตลาดหุ้นไทย

หุ้นไทยได้แรงส่งจาก การบริโภคในประเทศฟื้นตัว-ความหวังเลือกตั้งในปีนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 และยังมีโมเมนตัมต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 ด้วยปัจจัยหนุนต่างๆ อาทิเช่น การฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน และความคาดหวังการเลือกตั้งทั่วไปว่าจะมีขึ้นในปี 2561 SET Index ปรับตัวขึ้นได้ด้วยแรงซื้อจากนักลงทุนภายในประเทศเป็นหลัก ในหุ้นกลุ่ม Big Cap เช่นกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มค้าปลีกกลุ่มท่องเที่ยว หรือ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น ณ ขณะนี้ ระดับ P/E ตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับประมาณการกำไรปี 2561 อยู่ที่มากกว่า 16.5 เท่านับว่าตึงตัวพอสมควร แต่ว่าระดับ Valuation ของหุ้นในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นมีความแตกต่างกัน จึงมีหุ้นไทยบางส่วนที่ยังมีความน่าสนใจลงทุนอยู่ ขณะที่บางกลุ่มก็มีราคาแพงเกินพื้นฐาน ทั้งนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นน่าจะมีโมเมนตัมต่อเนื่อง ส่วนการคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะหลังจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ดี และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อไปได้ เพียงแต่ในบางช่วงอาจจะมีแรงขายทำกำไรออกมาได้บ้าง ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ​ด้านความเสี่ยงในประเทศช่วงนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกในประเทศ แต่ถือเป็นปัจจัยที่ตลาดได้รับทราบไว้แล้ว ส่วนปัจจัยจากต่างประเทศนั้น ตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศหลักๆ ทั้งประเทศทางฝั่งตะวันตกและฝั่งเอเชีย ยังแสดงถึงการขยายตัวที่ดี […]