กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INDIAMRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INDIAMRMF)

อัพเดทตลาดหุ้นอินเดียมิดแคป หุ้นอินเดียมิดแคป เมื่อวัดจาก Nifty Midcap Index ปรับลดลงถึง -11% ในเดือน ก.ค. ถึงแม้ว่าจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังการเลือกตั้งในปลายเดือน พ.ค. จนถึงเดือน มิ.ย. ก็ตาม ด้านเงินลงทุนจากต่างประเทศในตลาดหุ้นอินเดีย (Foreign Fund flow YTD) พบเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศ (FPI) ซื้อสะสมสุทธิจำนวน 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่กลับลำขายสุทธิ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน ก.ค. ปัจจัยบวก/ลบที่นักลงทุนต้องจับตา ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนต่อไปอีกระยะ 1. การปรับลดดอกเบี้ยของ RBI ในปีนี้ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว 4 ครั้ง รวม 1.10% จาก 6.50% เหลือ 5.40% 2. ผลกำไรสุทธิจากบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ออกมาไม่ดี Earnings consensus ปรับลดลงจาก […]

จัดพอร์ตลงทุนต้องมีอสังหาฯ จริงหรือ ?

จัดพอร์ตลงทุนต้องมีอสังหาฯ จริงหรือ ?

จัดพอร์ตลงทุนต้องมีอสังหาฯ จริงหรือ ? โดย  พริ้มพัชร จิรบวรพงศา AFPTTM ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ปัจจุบันนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรงในที่ดิน บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์  หรือการลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) ซึ่งปัจจุบันปรับเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) โดยสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนสนใจน่าจะเป็นเพราะผลตอบแทนที่ได้รับอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนอยู่ตรงใจกลางความเจ็บปวด ระหว่างการลงทุนในหุ้นที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงก็จริงแต่ก็ต้องยอมรับความผันผวนของราคา กับการลงทุนในตราสารหนี้ที่ความผันผวนของราคาน้อยทำให้โอกาสในการรับผลตอบแทนน้อยตามไปด้วย การลงทุนในอสังหาฯ ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 6 – 8% ต่อปี  จึงเป็นคำตอบที่พอจะเยียวยาหัวใจของนักลงทุนได้บ้าง สำหรับนักลงทุนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มาก่อน แต่สนใจอยากลงทุน ขอแนะนำให้ลงทุนผ่านกองทุนรวม ซึ่งปัจจุบันเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) โดยการลงทุนในกองทรัสต์ฯ ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่มาก มีสภาพคล่องสูงกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยตรง อีกทั้งยังมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลาย อาทิ ออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า โกดัง โรงแรม รวมถึงสนามบิน  และสบายใจได้เพราะกองทุนได้รับการบริหารจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ คำถามที่นักลงทุนสงสัยคือ ในเมื่อการลงทุนในอสังหาฯ มีความน่าสนใจขนาดนี้ นักลงทุนควรลงทุนในอสังหาฯ […]

นักเศรษฐศาสตร์ชี้ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าสร้างความเสียหาย 5.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักเศรษฐศาสตร์ชี้ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าสร้างความเสียหาย 5.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานข่าวจากบลูมเบิร์ก ระบุว่า ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐใช้มาตการทางภาษีเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากจีนก่อให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และยิ่งไปกว่านั้นด้วยพฤติกรรมการทวีตข้อความที่ไร้ความแน่นอนผ่านทวิตเตอร์ของทรัมป์ กระทบนโยบายการค้าในวงกว้าง ซึ่งอาจเป็นผลร้ายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ รายงานจากนักเศรษฐศาสตร์ Dan Hanson, Jamie Rush และ Tom Orlik จากบลูมเบิร์ก ระบุว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าส่งผลลบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของโลก ทำให้ลดลง 0.6% ในปี 2021 หากเทียบกับสถานการณ์ที่ไม่มีปัจจัยลบเรื่องสงครามการค้า ซึ่งนั่นเป็นผลกระทบโดยตรงจากภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และเทียบเท่ากับ 5.85 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากประมาณการจีดีพีโลกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ 97 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ในปี 2021 จีนจะได้รับผลกระทบหนักขึ้นจากปัจจัยความไม่แน่นอนเนื่องจากจีดีพีลดลง 1% เมื่อเทียบกับ 0.6% ที่เอาออกจากผลผลิตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ นักเศรษฐศาสตร์บลูมเบิร์กเขียนในรายงานของพวกเขาว่า การทวีตข้อความของทรัมป์นั้นมีผลกระทบหนักกว่า มาตรการภาษี สื่อโซเชียลของประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ข้อความเรื่องการค้า […]

เศรษฐกิจดิจิทัลของอินโดนีเซียจะมีมูลค่าเพิ่มเกือบเท่าตัวในอีก 5 ปีข้างหน้า

เศรษฐกิจดิจิทัลของอินโดนีเซียจะมีมูลค่าเพิ่มเกือบเท่าตัวในอีก 5 ปีข้างหน้า

เดอะ จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า สถาบันเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการเงิน (Indef) และมูลนิธิวิจัยที่ไม่แสวงหากำไร Laboratorium Data Persada ได้ทำผลการศึกษาร่วมกัน พบว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของอินโดนีเซียจะมีมูลค่าเพิ่มเกือบเท่าตัวจาก 814 ล้านล้านรูเปียห์ในปีก่อน เป็น 1,447 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 101,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2024 หรือ 5 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า เศรษฐกิจดิจิทัลจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ภาคการผลิต การค้า การขนส่ง และการสื่อสาร Berly Martawardaya  ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย Indef กล่าวว่า ภาคการผลิตจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะสร้างมูลค่าเพิ่ม 100 ล้านล้านรูเปียห์ให้กับอุตสาหกรรมการผลิต Berly กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรต้องสร้างความมั่นใจว่าคนในชาติเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เช่นเดียวกับการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัล การเข้าถึงระบบโลจิสติกส์และแหล่งเงิน Mira […]

GDP 2Q/2019 2 โต 2.3% YoY จาก 2.8% ในไตรมาสแรก เป็นการชะลอตัวของ GDP ที่ต่ำสุดตั้งแต่ 3Q/2014

GDP 2Q/2019 2 โต 2.3% YoY จาก 2.8% ในไตรมาสแรก เป็นการชะลอตัวของ GDP ที่ต่ำสุดตั้งแต่ 3Q/2014

BF Economic Research   GDP 2Q/2019 2 โต 2.3% YoY จาก 2.8% ในไตรมาสแรก เป็นการชะลอตัวของ GDP ที่ต่ำสุดตั้งแต่ 3Q/2014 ทั้งนี้ เมื่อเทียบ QoQ เศรษฐกิจไทยขยายตัว +0.6% QoQ sa จากไตรมาสแรกที่ 1.0% QoQ sa สะท้อนโมเมนตัมที่แผ่วลง ด้านการใช้จ่าย อุปสงค์ในประเทศ: การบริโภคภาคเอกชนชะลอ4.4% YoY (vs. 4.9% ใน 1Q19) ตามการชะลอลงของการใช้จ่ายด้านสินค้าคงทนและบริการ ด้านการลงทุนโดยรวมชะลอลงเป็น 2.0% (vs. 3.2% ใน 1Q19) ตามการแผ่วลงของการลงทุนภาคเอกชน (2.2% vs. 4.4% ใน 1Q19) […]

เจาะลึกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอินโดนีเซียของ โจโควี ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ผ่านร่างงบประมาณปี 2020

เจาะลึกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอินโดนีเซียของ โจโควี ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ผ่านร่างงบประมาณปี 2020

โจโค วิโดโด หรือโจโควี ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของอินโดนีเซีย จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค. นี้ ซึ่งเขาเสนอร่างแผนงบประมาณประจำปี 2020 มูลค่า 2,500 ล้านล้านรูเปียห์ ไปเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา งบนี้จะอนุมัติในเดือน ต.ค. มีเป้าหมายหลักเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจอินโดนีเซีย สำหรับการดำเนินงานของโจโควีในสมัยที่ 2 นี้ ยังเน้นเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเช่นเดียวกับช่วงที่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก แต่เพิ่มเรื่องการพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพมากขึ้นเข้าไป เพื่อสนับสนุนการผลิตอุตสาหกรรมในประเทศให้เติบโต ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศให้เข้ามามากขึ้น นอกจากนี้โจโควีมีนโยบายปฏิรูปภาษี โดยภาษีสำคัญอย่างหนึ่งคือ ภาษีรายได้นิติบุคคล ที่จะลดลงจาก 25% เหลือ 20% เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาค ประเด็นเหล่านี้ให้ประโยชน์กับภาคธุรกิจใดบ้าง ติดตามได้จากคลิปวิดีโอนี้

หุ้นไทยวันนี้ 19 สิงหาคม 2562 ปิดตลาดที่ 1,637.26 จุด เพิ่มขึ้น 5.86 จุด

หุ้นไทยวันนี้ 19 สิงหาคม 2562 ปิดตลาดที่ 1,637.26 จุด เพิ่มขึ้น 5.86 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ 19 สิงหาคม 2562 ปิดตลาดที่ 1,637.26 จุด เพิ่มขึ้น 5.86 จุด หรือ 0.36% ระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,643.65 จุด และต่ำสุดที่ 1,633.79 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 57,927.17 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.TRUE ปิดที่ 6.25 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,318.81 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 161.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,117.27 ลบ. 3.PTT ปิดที่ 43.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 […]

จีนเตรียมใช้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยใหม่มีผลอังคารนี้ หวังช่วยลดต้นทุนกู้ยืมให้บริษัทจีน

จีนเตรียมใช้โครงสร้างอัตราดอกเบี้ยใหม่มีผลอังคารนี้ หวังช่วยลดต้นทุนกู้ยืมให้บริษัทจีน

ไชน่าเดลี รายงานว่า ธนาคารจีนจะปฏิรูปโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยที่สำคัญ ส่งผลให้บริษัทจีนมีต้นทุนกู้ยืมต่ำลง โดยมีผลวันอังคารนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการทำเพื่อรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน นักวิเคราะห์ ระบุว่า การปฏิรูปอัตราดอกเบี้ยนี้จะทำให้ต้นทุนทางการเงินสำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก บริษัทเอกชนลดลง ทั้งยังส่งเสริมการลงทุนในภาคการผลิตด้วย ธนาคารกลางจีน เปิดเผยนโยบายออกมาช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า จะมีการแนะนำอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงใหม่ ซึ่งจะเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สำหรับให้ธนาคารนำเสนอแก่ลูกค้าชั้นดีของพวกเขา เพื่อเป็นการตั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะคิดกับภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน โดยจะนำมาแทนที่อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงก่อนหน้านี้ ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 1 ปี การประกาศครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อตลาดจีน เพราะเป็นการปฏิรูปโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบทศวรรษ โดยธนาคารกลาง เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงใหม่จะเริ่มใช้วันอังคารนี้ โดยธนาคารพาณิชย์ 18 แห่ง ทั้งธนาคารของรัฐ ธนาคารของเมือง ธนาคารในท้องถิ่น และธนาคารต่างประเทศ จะรายงานอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงทุกเดือน นักวิเคราะห์ คาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงครั้งแรกที่ออกมาจะต่ำกว่าอัตราปัจจุบัน ซึ่งใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิง 1 ปี อยู่ที่ 4.35% โดยอัตรานี้ใช้มาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2015 ในแถลงการณ์ ระบุว่า ธนาคารพาณิชย์ได้รับอนุญาตให้ใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวได้ […]

หุ้นไทยวันนี้ปิดตลาดที่ 1,631.40 จุด เพิ่มขึ้น 27.37 จุด

หุ้นไทยวันนี้ปิดตลาดที่ 1,631.40 จุด เพิ่มขึ้น 27.37 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปิดตลาดที่ 1,631.40 จุด เพิ่มขึ้น 27.37 จุด หรือ 1.71% ณ เวลา 16:44 น. มีมูลค่าการซื้อขาย 66,001.47 ล้านบาท. หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.CPALL ปิดที่ 84.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,037.30 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 157.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,376.81 ลบ. 3.SCB ปิดที่ 124.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,171.97 ลบ. 4.INTUCH ปิดที่ […]

คนจีนนิยมเที่ยวในประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมใหม่เพิ่มขึ้น ไทยครองอันดับ 1

คนจีนนิยมเที่ยวในประเทศตามแนวเส้นทางสายไหมใหม่เพิ่มขึ้น ไทยครองอันดับ 1

ไชน่าเดลี รายงานว่า สถาบันการศึกษาด้านการท่องเที่ยวจีน และ Mafengwo ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวออนไลน์ ร่วมกันจัดทำรายงานจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจีนตามแนวเส้นทางสายไหมใหม่ โดยพบว่า จุดหมายยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน ในเส้นทางสายไหมใหม่ ประจำปีนี้ อันดับ 1 ได้แก่ ประเทศไทย รองลงมาคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ตุรกี ศรีลังกา มัลดีฟท์ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงคมนาคมจีน เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่า จีนมีเส้นทางบินแบบไม่แวะพักเปลี่ยนเครื่องไปยังประเทศที่อยู่ในเส้นทางสายไหมใหม่รวม 45 ประเทศ  ซึ่งคาดการณ์ว่าภายในปี 2020 จะมีคนจีนเดินทางไปเที่ยวยังประเทศและภูมิภาคที่อยู่ในเส้นทางสายไหมใหม่เหล่านี้เกินกว่า 150 ล้านคน โดยในจำนวนประเทศแถบเส้นทางสายไหมใหม่ที่จีนมีเที่ยวบินตรงไปนั้น พบว่า มีมากกว่า 110 เส้นทางบิน ครอบคลุมการเดินทางของเกือบ 84% ของคนจีนที่อาศัยอยู่ในมณฑลต่างๆ สำหรับ จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเติบโตอยู่ […]