Digital Economy E-Commerce Innovation Technology
QR Code เปลี่ยนแดนมังกร สู่ Cashless Society
ในช่วงปลายปี 2017 ที่ผ่านมา เราเห็นธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในประเทศไทยเปิดตัวการให้บริการการชำระเงินรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “คิวอาร์โค้ด (QR Code)” ซึ่งเป็นไปตามแนวนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องการสนับสนุนให้ลดปริมาณการใช้เงินสดและส่งเสริมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการจัดการเงินสด ตลอดจนสอดคล้องกับนโยบาย National e-Payment ของรัฐบาล เพื่อเป็นการปูทางให้ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ซึ่งหลายประเทศได้นำร่องไปแล้ว โดยเฉพาะประเทศในยุโรปและอเมริกา สำหรับในเอเชีย ประเทศจีนถือได้ว่าเป็นประเทศที่สามารถนำระบบ Digital Payment เข้ามาใช้ในการทำธุรกรรมการเงินแทนการใช้เงินสดได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี โดยมี QR Code เป็นตัวแปรสำคัญที่ผลักดันให้ประเทศจีนเข้าใกล้ความเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบและเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในสังคมไปอย่างสิ้นเชิง ทุกวันนี้ QR Code ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั่วทุกหัวระแหงในประเทศจีน ทั้งในเมืองใหญ่ไปจนถึงหมู่บ้านเล็กๆ ทั้งธุรกรรมที่มีมูลค่าต่ำไปจนถึงธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง ว่ากันว่า ผู้คนในประเทศจีนสามารถใช้ชีวิตใน 1 วันได้โดยไม่จำเป็นต้องพกกระเป๋าสตางค์ เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือที่มีแอปพลิเคชันซึ่งลิงค์กับบัญชีธนาคารก็สามารถชำระค่าสินค้าอย่างง่ายดายด้วยการสแกน QR Code โดยผู้ให้บริการหลักในตลาด Mobile Payment ของจีน คือ Alipay ในกลุ่มของ Alibaba ผู้ให้บริการค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ […]
Economy Fund Comment Policy Thailand
มุมมองตลาดตราสารหนี้ เดือนพฤศจิกายน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือนพฤศจิกายนปรับเพิ่มขึ้น 0.02%-0.10% โดยมีปัจจัยหลักมาจาก 1) การประมูลพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 ปีด้วยวงเงินที่สูงถึง 40,000 ล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 10,000 -15,000 ล้านบาท ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรในช่วงอายุดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้นในช่วงการประมูล 2) เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2560 ขยายตัว 4.3% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และสภาพัฒน์ฯยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขึ้นเป็น 3.9% 3) ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯได้ผ่านการเห็นชอบจากสภาฯผู้แทนและผ่านไปสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ทำให้ตลาดกลับมาให้ความคาดหวังต่อนโยบายปฏิรูปภาษีที่อาจผ่านการพิจารณาจากสภาฯภายในปีนี้และจะกลายเป็นปัจจัยช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯในปีหน้า ช่วงกลางเดือนธันวาคมมีการประชุมธนาคารกลางหลักของโลก 3 แห่งคือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) ธนาคารกลางยุโรป(ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ(BOE) ซึ่งผลการประชุมเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย ECB และ BOE มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและคงมาตรการผ่อนคลายทางการเงินไว้ที่ระดับเดิม ขณะที่ FED ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 1.25% – 1.50% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ทำให้ตลาดไม่ได้ตอบสนองต่อผลการประชุมดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม FED ได้ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี […]
ตลาดหุ้นเอเชียยังไปได้ดีในปี 2018
เหลือเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนจะเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ตลาดหุ้นเอเชียจะยังคงไปได้ดีในปี 2018 ปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียยังคงเดินหน้าในแดนบวก เพราะว่าเศรษฐกิจโดยรวมของเอเชียมีมีความเข้มแข็ง นอกจากนี้ผลประกอบการของบริษัทจะเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกแรลลี่ในปี 2017 โดยที่ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกของ MSCI All Country World Index ขึ้นมากกว่า 22% ณ สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน ส่วนตลาดหุ้นของเอเชีย MSCI All Country Asia Pacific Index ขึ้น 29% ในระยะเวลาเดียวกัน ทั้ง JPMorgan Asset Management, BlackRock และ Value Partners เป็นหนึ่งในบริษัทบริหารเงินที่มีความเห็นในเชิงบวกกับตลาดหุ้นเอเชีย Kelly Chung แห่ง Value Partners มองว่า ทางบริษัทมองตลาดหุ้นเอเชียค่อนข้างดี […]
ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯระบุจีนเป็นผู้รุกรานทางเศรษฐกิจ
จับตาดูวันจันทร์ที่ 18 ธันวาคมนี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศว่าจีนเป็นผู้รุกรานทางเศรษฐกิจ (economic aggression) ต่อสหรัฐฯหรือไม่ในแผนยุทธศาตร์ทางความมั่นคงของทำเนียบขาว หนังสือพิมพ์ The Financial Times เป็นผู้รายงานว่า ทรัมป์จะเอาจริงเอาจังกับจีนในเรื่องเศรษฐกิจ เพราะว่าปัญหาการขาดดุลการค้ามหาศาล รวมท้ังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากจีนในกรณีเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวออกมาบอกว่า ไม่ได้มีการระบุชื่อจีนอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นภัยทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯ แผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐฯจะระบุว่าจีนเป็นคู่แข่ง หรือเป็นภัยของสหรัฐฯเกือบทุกด้าน และทรัมป์ต้องการที่จะดำเนินนโยบายเข้มงวดกับจีนมากกว่ารัฐบาลสหรัฐฯที่ผ่านมา ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ทรัมป์กล่าวหาว่าจีนดำเนินการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมท้ังมีการปั่นค่าเงินทำให้ได้เปรียบดุลการค้าต่อสหรัฐฯอย่างมาก แต่พอได้เป็นประธานาธิบดี ปรากฎว่าทรัมป์ไม่ได้ออกมาตรการตอบโต้จีนเหมือนอย่างที่ขู่เอาไว้ หลังจากที่ได้มีโอกาสพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนอย่างเป็นทางการ 2 ครั้งที่ฟลอริด้าในเดือนเมษายน และที่กรุงปักกิ่งในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
จาเน็ต เยลเลนขึ้นดอกเบี้ยสั่งลาเก้าอี้ประธานเฟด
ธนาคารกลางของสหรัฐ หรือเฟดขึ้นดอกเบี้ยทิ้งทวนปีนี้เป็นครั้งที่ 3 ในวันพุธที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นับว่าเป็นการขึ้นดอกเบี้ยทิ้งทวนของนางจาเน็ต เยลเลน ประธานเฟดที่จะหมดวาระลง โดยนาย Jerome Powell ซึ่งอยู่ในบอร์ดคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดอยู่แล้วจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดแทนเธอในช่วงต้นปีหน้า ผลของการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ดอกเบี้ยเฟดขึ้นจาก 1.25% เป็น 1.50% และมีการคาดหมายว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปี 2018 ตามขบวนการที่จะปรับดอกเบี้ยให้กลับคืนสู่สภาพปกติ นอกจากนี้เฟดประกาศว่า จะเพิ่มยอดลดงบดุลจาก 10,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ด้วยการดึงดอลลาร์กลับออกจากระบบ ผ่านการไม่ถือต่ออายุตราสารหนี้ที่เฟดถือผ่านนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเชิงปริมาณที่ทำมาตั้งแต่หลังวิกฤติการเงินปี 2008 เยลเลนบอกว่า เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย เพราะคาดการว่าตลาดแรงงานจะยังคงแข็งแรงอยู่ โดยจะมีการจ้างงาน และมีโอกาสมากสำหรับคนทำงานอเมริกันจะได้รับค่าแรงงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานออกรายงานว่าเงินเฟ้อ ที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานอ่อนตัวลงไปที่ 1.7% ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันเฟดคาดการว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นจาก 2.1% ที่คาดหมายก่อนหน้านั้นเป็น 2.5%ในปี 2018 นับว่าเยลเลนลงจากหลังเสือได้สง่างามพอสมควร แม้ว่าจะไม่ได้ต่ออายุเป็นประธานเฟดในสมัยที่ […]
ฟองสบู่บิทคอยท์แซงหน้าทิวลิปมาเนีย
Bridgewater รายงานว่าบิทคอยท์กลายเป็นทรัพย์สินฟองสบู่ลูกใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลกไปแล้ว ราคาที่พุ่งสูงขึ้นแบบติดจรวดของบิทคอยท์ได้แซงหน้าฟองสบู่ทิวลิปมาเนียของพวกดัชท์ในศตวรรษที่ 17 ที่มีการเก็งกำไรแฟชั่นดอกทิวลิปอย่างบ้าคลั่ง ราคาของเงินคริปโตบิทคอยท์เพิ่มขึ้น 17 เท่าในปีนี้ และ 64 เท่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยทำราคาเพิ่มมากกว่าการเก็งกำไรดอกทิวลิปในช่วงระยะเวลาที่เท่ากัน ล่าสุดบิทคอยท์มีราคาที่ 17,363 ดอลลาร์ โดยเมื่อต้นปีมีราคาในระดับเพียง 1,000 ดอลลาร์ ฟองสบู่การเงินเกิดขึ้นในช่วงต่างๆของประวัติศาสตร์ ขึ้นชื่อว่าฟองสบู่แล้ว มันต้องแตกสักวันหนึ่ง ฟองสบู่ที่ใหญ่ที่สุดก่อนหน้าบิทคอยคือทิวลิปมาเนียที่นักลงทุนเก็งกำไรดอกทิวลิป (1634-1637) ตามมาคือฟองสบู่มิสซิสซิปปี้ (1718-1720) ฟองสบู่เซาท์ซี (1719-1721) ฟองสบู่ดอทคอม (1994-2002) ฟองสบู่ตลาดหุ้นสหรัฐ(2006-2009 ) และฟองสบู่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (1982-1992) อย่างไรก็ดี นาย Mike Novogratz ผู้เชี่ยวชาญด้านเงินคริปโตบอกว่า บิทคอยท์สามารถไปถึงระดับราคา 40,000 ดอลลาร์ในปี 2018 อย่างง่ายๆ ส่วนอีเธอเรียม ซึ่งเป็นเงินคริปโตอีกชนิดหนึ่งได้ทำราคาแตะ 500 ดอลลาร์ไปแล้ว และจะมีราคาเพิ่มเป็น […]
กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 เพื่อการเลี้ยงชีพ (BBASICRMF) เดือนพฤศจิกายน 2560
จุดเด่นของกองทุน ลงทุนในหุ้นของกิจการที่จำเป็น “ต้องกิน ต้องใช้” ทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ได้โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอในระยะยาว พลังบริโภคที่เติบโตจากสังคมเมืองได้กระจายไปสู่ภูมิภาค ขณะที่ประชาชนมีรายได้สูงขึ้นจนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตตัวเองได้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ช่วยหนุนให้ธุรกิจหรือการค้าขยายไปสู่ประเทศในอาเซียน ซึ่งมีพลมืองไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เมื่อลงทุนเข้าเงื่อนไขของกรมสรรพากร มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นไทยสามารถปรับตัวขึ้นอีกในเดือนตุลาคม แต่ด้วยความผันผวนที่มากขึ้น ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มขายทำกำไรหุ้นไทย โดยเป็นผู้ขายสุทธิด้วยมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาทในช่วงระหว่างเดือน แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยจะยังแสดงถึงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นก็ตาม บริษัทที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/60 พบว่า หลายบริษัทมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่หุ้นหลายตัวกลับถูกขายทำกำไรแม้ว่าผลประกอบการจะออกมาดีก็ตาม โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่ปรับตัวขึ้นมามาก ซึ่งอาจจะเป็นด้วย Valuation ที่ตึงตัวในบางกลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงของการปรับฐาน ซึ่งเรามองว่า ถือเป็นโอกาสดีที่จะซื้อหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มธุรกิจดีแต่ราคาย่อตัวลงมา และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นน่าจะมีโมเมนตัมต่อเนื่องได้ในปีหน้า ซึ่งจะช่วยหนุนผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะหลังจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา หุ้นหลายตัวปรับตัวขึ้นด้วยความคาดหวังว่าจะได้รับผลดีจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในปีหน้า แม้ว่าอาจจะยังไม่เห็นผลประกอบการที่ฟื้นตัวนักในปี 2560 ทำให้ราคาหุ้นถือว่าค่อนข้างตึงตัวเมื่อเทียบกับผลประกอบการที่ออกมา จึงเชื่อว่าหลังจากนี้ นักลงทุนจะกลับมาให้ความสำคัญกับตัวเลขผลกำไรมากขึ้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเพียงลำพังอาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันหุ้นให้ขึ้นต่อได้อีกอย่างมีนัยสำคัญ และหุ้นบางตัวที่ราคาพุ่งสะท้อนไปถึงผลประกอบการปีหน้าเร็วเกินไป อาจจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนดีเท่ากับช่วงที่ผ่านมา ด้านความเสี่ยงในช่วงนี้ […]
กองทุนเปิดกองทุนบัวหลวงปัจจัย 4 หุ้นระยะยาวปันผล (BBASICDLTF) เดือนพฤศจิกายน 2560
จุดเด่นของกองทุน เน้นลงทุนในหุ้นของกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี (Value Stock) และมีแนวโน้มเติบโตทางธุรกิจสูง (Growth Potential) ทั้งในและต่างประเทศ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เมื่อลงทุนเข้าเงื่อนไขของกรมสรรพากร มีโอกาสรับผลตอบแทนระหว่างลงทุนในรูปแบบเงินปันผล ตั้งแต่กองทุนดำเนินมาแล้วเพียง 1 ปี (เริ่ม 28 ต.ค. 2559) BBASICDLTF จ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ ครั้งที่ 1:16 ต.ค. 2560 หน่วยละ 0.22 บาท ครั้งที่ 2: 14 พ.ย. 2560 หน่วยละ 0.08 บาท รวมทั้งหมด 2 ครั้ง รวมเป็นเงินปันผลสะสมหน่วยละ 0.30 บาท […]
กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 (BBASIC) เดือนพฤศจิกายน 2560
จุดเด่นของกองทุน 1) ลงทุนในหุ้นของกิจการที่จำเป็น “ต้องกิน ต้องใช้” เพื่อให้ได้โอกาสรับผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอในระยะยาว โดยได้แรงหนุนจาก: พลังบริโภคที่เติบโตในสังคมเมืองแพร่ขยายไปสู่ภูมิภาค ขณะที่ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น ทำให้ยกระดับคุณภาพชีวิตตัวเองได้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ช่วยหนุนให้ธุรกิจหรือการค้าขยายไปสู่ประเทศในอาเซียน ซึ่งมีพลมืองไม่ต่ำกว่า 600 ล้านคน 2) ตั้งแต่เปลี่ยนนโยบายกองทุนฯให้จ่ายเงินปันผล ซึ่งดำเนินมาแล้วเกือบ 4 ปี (เริ่ม 14 ธ.ค. 2556) BBASIC จ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ ครั้งที่ 1: 17 ต.ค. 2557 หน่วยละ 1.00 บาท ครั้งที่ 2: 30 ก.ย. 2558 หน่วยละ 0.25 บาท ครั้งที่ 3: 30 มี.ค. 2559 หน่วยละ […]


Fund Comment Market Politics
ภาพรวมตลาดหุ้น เดือนพฤศจิกายน
ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ Side-ways ตลอดเดือนพฤศจิกายน โดยนักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นไทยสุทธิเป็นมูลค่ากว่า 18,800 ล้านบาท แต่ด้วยแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศยังช่วยพยุงให้ SET Index ยังยืนระดับบริเวณ 1,700 จุดได้ ซึ่งในระหว่างเดือนนี้ มีการขายทำกำไรในหุ้นขนาดกลางถึงเล็กที่ราคาปรับตัวขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่นั้น ราคายังค่อนข้างทรงตัว หนุนโดยหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มพลังงาน ตลาดหุ้นที่อยู่ในช่วงของการปรับฐาน เรามองว่า ถือเป็นโอกาสดีที่จะซื้อหุ้นของบริษัทที่มีแนวโน้มธุรกิจดีแต่ราคาย่อตัวลงมา และเริ่มมีระดับ Valuation ที่น่าสนใจมากขึ้น โดยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นน่าจะมีโมเมนตัมต่อเนื่องได้ในปีหน้า ซึ่งจะช่วยหนุนผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในระยะหลังจากนี้ และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อไปได้ เนื่องจากนักลงทุนจะกลับมาให้ความสำคัญกับตัวเลขผลกำไรมากขึ้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเพียงลำพังอาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันหุ้นให้ขึ้นต่อได้อีกอย่างมีนัยสำคัญ ด้านความเสี่ยงในช่วงนี้ ยังไม่เห็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยปัจจัยในประเทศนั้นส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนตลาดมากกว่า เช่น การเลือกตั้งที่คาดจะเกิดขึ้นในปี 2561 หรือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เป็นต้น ขณะที่ปัจจัยจากต่างประเทศนั้น แม้จะมีความกังวลว่าอาจจะมีแรงขายทำกำไรในตลาดหุ้นต่างประเทศหลังจากมีความชัดเจนต่อการที่รัฐบาลสหรัฐฯจะอนุมัติแผนการลดภาษีนิติบุคคล แต่ด้วยตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศหลักๆ ทั้งประเทศทางฝั่งตะวันตกและฝั่งเอเชีย ถือว่ายังแสดงถึงการขยายตัวที่ดี ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดและระดับ Valuation ที่ไม่ได้สูงนัก ทำให้เชื่อว่า ถ้ามีการปรับฐานในตลาดต่างประเทศจริง น่าจะไม่รุนแรงมากนัก