Digital Economy E-Commerce Innovation Technology
การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ อาจจะมาไวจนตั้งตัวไม่ทัน
ในปี 1998 บริษัทโกดักมีพนักงาน 170,000 คน และมียอดขายกระดาษอัดรูปถึง 85% จากทั่วโลก แต่ในอีกไม่กี่ปี โมเดลธุรกิจของโกดักไม่อาจเดินหน้าได้อีกต่อไป โกดักต้องตกเป็นบริษัทที่ล้มละลาย สิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับโกดัก กำลังจะเกิดแก่อุตสาหกรรมอีกมากมาย ภายในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่หลายคนยังมองไม่เห็นว่า มันกำลังมาถึงแล้ว คุณเคยคิดหรือไม่ อีกสามปีถัดจากปี 1998 คุณสามารถถ่ายรูปโดยไม่ต้องใช้ฟิล์มอีกต่อไป กล้องถ่ายรูปดิจิทัลประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี 1975 กล้องดิจิทัลรุ่นแรกๆ มีความคมชัดหรือให้รายละเอียดได้เพียง 10,000 พิกเซล แต่ภายหลังเทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาแบบก้าวกระโดด กล้องดิจิทัลเริ่มมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ภาพคมชัดยิ่งขึ้น และใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ในอีกแค่ไม่กี่ปีหลังจากนั้น ระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) จะเกิดผลต่อยอดไปยังธุรกิจสุขภาพ รถยนต์ไร้คนขับ การศึกษา การพิมพ์ 3 มิติ การเกษตร และแรงงาน เป็นต้น เราได้ก้าวเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 แล้ว ซอฟต์แวร์ใหม่ๆ จะทำให้อุตสาหกรรมดั้งเดิมเกิดความปั่นป่วน […]
อดีตผู้บริหาร Goldman Sachs บอก “หนี้จีนไม่น่าห่วง”
Jim O’Neill นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง บอกว่านักลงทุนควรจะหยุดห่วงเรื่องหนี้จีนได้เสียที O’Neill ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานของ Goldman Sachs Asset Management กล่าวว่าหนี้ของจีนไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะว่าจีนเป็นประเทศที่มีการออมสูง รายงานจากจีนระบุว่า วันช็อปแห่งชาติ หรือวันศุกร์ที่ผ่านมา คนจีนซื้อสินค้าที่ลดแลกแจกแถมทางออนไลน์ด้วยจำนวนเงินรวมกันสูงถึง 25,000ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ทำให้นายโอนีลไม่กังวลใจมากนักกับการชะลอตัวของการบริโภคของจีน ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ต่างชาติออกมาพูดเกือบจะเป็นเสียงเดียวกันว่าเศรษฐกิจของจีนที่พึ่งพาการก่อหนี้อาจจะกลายเป็นความเสี่ยงของโลก เพราะว่าจีนมีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศเขียนรายงานในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ประสบการณ์ระหว่างประเทศที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าการเติบโตทางเครดิตของจีนอยู่ในภาวะอันตราย ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงของการปรับตัว และการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่รุนแรง กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดการว่าหนี้ในส่วนที่ไม่ใช่ภาคการเงิน รวมทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้บริษัทและหนี้รัฐบาลจะไปถึงระดับ 300% ต่อจีดีพีภายในปี 2022 จีนต้องการเพิ่มขนาดจีดีพี 1 เท่าตัวระหว่างปี 2010 ถึง 2020 แม้ว่าจะต้องเพิ่มหนี้ในภาคที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาส 3/2017 โต 6.9% YoY เกินคาด
· GDP ไตรมาส 3/2017 ของฟิลิปปินส์ เร่งขึ้นเป็น 6.9% YoY สูงที่สุดในรอบ 4 ไตรมาส และเร็วกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 6.5% YoY ค่อนข้างมาก ทำให้รัฐบาลเชื่อว่า ประเทศฟิลิปปินส์จะเติบโตได้ในกรอบเป้าหมาย 6.5-7.5% ที่ตั้งไว้สำหรับปีนี้ นอกจากนั้น GDP ไตรมาสที่ 2/2017 ยังถูกปรับขึ้นจาก 6.5% YoY เป็น 6.7% YoY ด้วย · ด้านรายได้: ภาคอุตสาหกรรมและการบริการ เป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ในไตรมาส 3/2017 จากการขยายตัว 7.5% YoY และ 7.1% YoY ตามลำดับ ทว่า ภาคการเกษตรกลับโตเพียง 2.5% YoY สืบเนื่องจากผลผลิตที่ขยายตัวช้าที่สุดในรอบ 3 ไตรมาส · […]
ตลาดหุ้นจะแรลลี่ไปถึงช่วงคริสมาสต์
Larry Hatheway หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ GAM เขียนรายงานว่า ตลาดหุ้นยังคงมีแรงเหวี่ยงที่จะแรลลี่ไปถึงช่วงคริสมาสต์ “ความเสี่ยงที่มากที่สุดสำหรับนักลงทุนคือในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2017 จะเกิดการปรับราคาอย่างรุนแรงลงของตลาดหุ้นในช่วงขาขึ้นหรือไม่ บางคนมองว่าตลาดหุ้น และระดับราคาอาจจะตึงตัวเกินไปหลังจากที่มีการทำราคาสูงในปี 2017 นี้ แต่แรงเหวี่ยงโมเมนตั้มเป็นตัวขับเคลื่อนในช่วงสั้นในเกือบทุกตลาดในเวลานี้ แต่เราอาจจะเห็นหุ้นทำราคาสูงขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยที่นักลงทุนหลายคนอาจจะไม่เตรียมตัวพร้อมก็ได้” นายฮาทเธอเวย์เขียนในรายงาน สิ่งที่นายฮาทเวย์กล่าวชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ้นยังคงไปได้ดี และแนวโน้มนี้จะยังไม่หยุด ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะค่อยๆปรับตัวขึ้น ซึ่งในอดีตมีผลต่อผลประกอบการของหุ้น ปีนี้ตลาดหุ้น DAX ของเยอรมันขึ้นไปแล้ว 16% ส่วนตลาดหุ้น S&P 500 ขึ้น 15% โดยสร้างสถิติใหม่เกือบตลาดเวลาพร้อมกับตลาดหุ้นดาวโจนส์ และตลาดบราซิลขึ้น 20%
สิงคโปร์ ไทย เตรียมเชื่อมระบบโอนเงินผ่านมือถือ
ระบบ “พร้อมเพย์” ของไทย กับระบบ “เพย์นาว” ของสิงคโปร์ เปิดทางโอนเงินระหว่างกันของทั้งสองประเทศง่ายขึ้น ผ่านมือถือ นายเรวี เมนอน กรรมการผู้จัดการ Monetary Authority of Singapore หรือ MAS กล่าวในเทศกาลฟินเทค สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า MAS และธนาคารแห่งประเทศไทย ตกลงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเชื่อมโยงระบบชำระเงินเพย์นาว กับระบบพร้อมเพย์ของไทย หากบริการมีความพร้อม ประชาชนทั้งสองประเทศ จะสามารถโอนเงินเข้าหากันได้ โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ขณะเดียวกัน สิงคโปร์ต้องการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มการชำระเงินในรูปแบบดังกล่าวกับ 16 ประเทศทั่วโลก และขยายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ประเทศก้าวเข้าสู่นโยบายสมาร์ทเนชั่น ระบบชำระเงิน “เพย์นาว” (PayNow) เปิดใช้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา โดยใช้เบอร์มือถือ หรือเลขประจำตัวประชาชน เพื่อโอนเงินระหว่างกัน มีธนาคาร 7 แห่งในสิงคโปร์ให้บริการ ได้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์ […]
ทรัมป์ชูบทบาทของอินเดียในเอเชีย
ตลอดระยะเวลาการเดินทางมาเยือนเอเชียเป็นเวลา 12 วันของประธานาธิบดีทรัมป์ ปรากฎว่าทรัมป์เรียกภูมิภาคนี้ว่าอินโดแปซิฟิค แทนที่จะเรียกเอเชีย หรือเอเชียแปซิฟิค ทรัมป์ใช้คำว่าอินโดแปซิฟิคเป็นครั้งแรกในการพบปะกับผู้นำธุรกิจของเอเปคในวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ประเทศเวียดนาม โดยบอกว่าในภูมิภาคอินโดแปซิฟิคนี้ ประเทศที่มีเอกราชต้องสามารถที่จะเจริญก้าวหน้าอย่างมีเสรีภาพ และสันติภาพ และทุกประเทศต้องเล่นตามกฎกติกา เมื่อทรัมป์เดินทางต่อมาถึงฟิลิปปินส์ ทรัมป์ใช้ศัพท์คำว่าอินโดแปซิฟิคซ้ำกันหลายครั้ง การใช้คำศัพท์อินโดแปซิฟิคสะท้อนนโยบายของสหรัฐฯที่ต้องการให้อินเดียมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยในทางความมั่นคงแล้ว สหรัฐฯต้องการเห็นอินเดียเล่นบทบาทที่เด่นขึ้นในการทานอำนาจของจีน นาย C. Raja Mohan ผู้อำนวยการของ Carnegie India กล่าวว่า การใช้ศัพท์คำว่าอินโดแปซิฟิคของทรัมป์เป็นเรื่องที่ดีสำหรับอินเดีย เพราะว่ามันสร้างโอกาสให้บทบาทของอินเดียเพิ่มขึ้นในการถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค หรือพูดกันง่ายๆ สหรัฐฯต้องการให้อินเดียมีบทบาทเพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ ในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนและอินเดียเป็นไปในทิศทางที่ไม่สู้ดีนัก อินเดียไม่สนับสนุนโครงการเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน เพราะเห็นว่าจีนไปสนิทชิดเชื้อกับปากีสถานมากเกินไป โดยจีนให้เงินสนับสนุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของปากีสถานบนพื้นที่อินเดียและปากีสถานมีความขัดแย้งในการอ้างกรรมสิทธิ์ นอกจากนี้ จีนและอินเดียมีปัญหาเรื่องพรมแดนกันมาเป็นเวลาช้านาน นโยบายต่างประเทศ หรือ Look East Policy ของอินเดียได้ให้ความสำคัญกับเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากยิ่งขึ้น เพราะว่าจีนมองตัวเองว่าเป็นมหาอำนาจของภูมิภาคเหมือนกับจีน สหรัฐฯมีความสัมพันธ์กับอินเดียแนบแน่นมากยิ่งขึ้น เพื่อใช้อินเดียในการคานอิทธิพลของจีน การเดินทางเยือนเอเชียของทรัมป์ในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะส่งสัญญานว่าสหรัฐฯยังคงสนใจในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางอิทธิพลของจีนที่เพิ่มขึ้นและกำลังทดแทนอิทธิพลของสหรัฐฯ ทรัมป์และนายกรัฐมนตรีนาเรนดรา โมดี้ของอินเดียมีโอกาสพบกันสองต่อสองที่กรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ในวันที่ […]
ยิ่งออมมากในวัยทำงาน ยิ่งจะสร้างความมั่งคั่งได้มากในวัยเกษียณ
คนที่ออมเงินเพื่อการลงทุนระยะยาว หรือเพื่อใช้ในวัยเกษียณส่วนมากแล้วมักจะพิจารณาว่า จะลงทุนอย่างไรให้ออกดอกออกผลมากที่สุด ทำอย่างไรให้ค่าธรรมเนียมการจัดการหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆในการลงทุนต้องต่ำที่สุด เรื่องนี้เข้าใจได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว เคล็ดลับของการสร้างความมั่งคั่งในวัยเกษียณจะมาจากการออม มากกว่าผลตอบแทนของการลงทุน ยิ่งออมมากเท่าใด ยิ่งจะมีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้นในวัยเกษียณ นายชาลี บิเบลโล (Charlie Bibello) ผู้อำนวยการวิจัยของ Pension Partners LLC ชี้ว่า จำนวนเงินที่นักลงทุนออมเพื่อการลงทุนระยะยาว มีความสำคัญมากกว่าผลตอบแทนของการลงทุน เพราะว่าในประการแรก นักลงทุนสามารถควบคุมจำนวนเงินที่จะออมได้ แต่ในขณะเดียวกันไม่สามารถควบคุมผลตอบแทนจากการลงทุนที่ผันผวนได้ เป็นที่แน่นอนว่าคนที่ออมเงิน $20,000ต่อปี ย่อมที่จะมีความมั่งคั่งมากกว่าคนที่ออม $10,000ต่อปี ผลตอบแทนของคนที่ออม $10,000ต่อปี ไม่มีทางที่จะชนะคนที่ออม $20,000ต่อปี เมื่อสิ้นสุดระยะการออม หรือวัยทำงาน นายบิเบลโลได้แสดงตัวเลขให้เราเห็นถึงความสำคัญของการออมของนักลงทุนว่า ยิ่งมีวินัยในการออมมากเท่าใด ยิ่งจะมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งมากขึ้นในภายหลัง นายบิเบลโลยกการเปรียบเทียบระหว่างการเพิ่มวงเงินออม 1% กับการได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 1% จากพอร์ตการลงทุน โดยใช้สมมุติฐานว่า ครอบครัวอเมริกันมีรายได้เฉลี่ยครอบครัวละ $58,000ต่อปี หลังจากหักภาษีแล้ว จะมีเงินเหลือที่จะใช้จ่าย $49,300 ถ้าหากว่าครอบครัวนี้มีการออมเงินเพียง1%ของรายได้ทุกๆ ปีเป็นเวลา […]
Investment Advice Retirement RMF
พร้อมเกษียณแล้วหรือยัง
ในแต่ละช่วงอายุของคน ช่วงวัยที่เราควรมีความพร้อมทางการเงินที่สุดคือระหว่าง 50-60 ปี เนื่องจากช่วงดังกล่าว คนส่วนใหญ่ควรจะอยู่ในจุดที่มีรายได้หรือเงินเดือนสูงสุด ปลอดจากภาระหนี้สินต่างๆ ไม่ว่า สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อรถยนต์ เป็นช่วงเวลาที่เราควรพร้อมรับมือกับยามเกษียณที่กำลังใกล้ถึง แต่กลับมีคนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาการดำรงชีวิตในวัยเกษียณ แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้การวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณไม่ประสบความสำเร็จ เตรียมตัวช้า หลายคนมักจะมองข้ามประเด็นนี้ไป เมื่อเริ่มต้นวางแผนการเงินช้า ประกอบกับอายุโดยเฉลี่ยของคนเราในปัจจุบันที่ยืนยาวขึ้น ทำให้ในท้ายสุดก็เตรียมเงินไว้ไม่เพียงพอสำหรับใช้จ่าย เลี่ยงลงทุนในหุ้น เพราะเชื่อว่ามีโอกาสขาดทุนสูง หลายคนมักย้ำว่า การลงทุนในหุ้นไม่เหมาะสำหรับแผนการลงทุนเพื่อเกษียณ ทั้งที่จริงแล้ว แม้โอกาสขาดทุนค่อนข้างสูง แต่หากเราได้ศึกษาข้อมูลที่ดีพอก่อนจะลงทุนในหุ้นโดยตรง หรืออาจเลือกลงทุนผ่านกองทุนหุ้นหรือกองทุนผสม แล้วจัดสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงอายุของเรา ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แผนการลงทุนประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเช่นปัจจุบัน เพราะการลงทุนในเงินฝากแม้โอกาสจะสูญเงินต้นนั้นมีน้อย แต่ก็มีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่เราได้ วางแผนประกันสุขภาพ สิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ก็คือ อุบัติเหตุหรือความเจ็บป่วยในอนาคต ไม่ว่าจะโรคร้ายอย่างมะเร็งหรือโรคหัวใจ ที่ปัจจุบันมีสถิติผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การรักษาพยาบาลโรคจำพวกนี้ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลก็ดีดตัวสูงขึ้นทุกปี ยิ่งเรามีอายุมากขึ้น ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็มีแนวโน้มสูงตามขึ้นเช่นกัน หากไม่วางแผนเกี่ยวกับประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุไว้บ้าง เงินลงทุนที่ตระเตรียมไว้เพื่อยามเกษียณ ก็อาจจะหมดไปกับเหตุที่ไม่คาดคิด การทำประกันสุขภาพถือว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงรูปแบบหนึ่ง สำหรับผู้เตรียมตัวเกษียณ ข้อดีของการวางแผนประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังไม่มากก็คือ ค่าใช้จ่ายในการประกันสุขภาพมักไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับเริ่มทำในวัยใกล้เกษียณหรือหลังเริ่มป่วยไข้แล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อตอบโจทย์คนวัยเกษียณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สถาบันการเงินต่างๆ […]
ชีวิตที่เลือกเองหลังเกษียณ
ชีวิตการทำงานก็เหมือนละครที่แต่ละคนจะ มีหัวโขนใส่ให้เล่นไปตามบทบาทที่ถูกเขียนเอาไว้ บางคนโชคดีได้เป็นเจ้านาย (หรือโชคร้ายก็ไม่รู้) ก็เหมือนเป็นดาราดังที่พอจะเลือกบทได้บ้าง บางคนเป็นลูกน้องก็ต้องเล่นตามบทที่ให้มาอย่างเดียว ไม่มีสิทธิเลือกเท่าไหร่ แต่หลังจากที่เกษียณอายุแล้ว หัวโขนทั้งหมดจะถูกถอดออกทันที ทุกคนจะกลายเป็นนายของตัวเองอย่างแท้จริง บทบาทชีวิตต่อไปจะเป็นยังไงก็ขึ้นกับตัวเองล้วนๆ ไม่ได้มีใครมากำหนดอีกแล้ว จะเกษียณอย่างสุขสำราญ เกษียณอย่างมั่นคง เกษียณอย่างลุ่มๆ ดอนๆ เกษียณด้วยใจระทึกยิ่งกว่าตอนกู้เต็มที่ไปซื้อหุ้นปั่นแล้วหุ้นตกพรวดๆ หรือเกษียณอย่างเหี่ยวเฉา ก็ขึ้นกับการวางแผนชีวิตมาตั้งแต่แรก ซึ่งแน่ละครับ ใครที่อุตส่าห์ทำงานมาตั้งหลายสิบปี ก็ต้องอยากจะมีชีวิตบั้นปลายที่มีความสุข มีคุณภาพ ให้สมกับที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอด ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องมีบ้านหลังใหญ่ๆ มีคนรับใช้คอยปรนนิบัติทุกอย่าง มีรถหรูๆ ขับ ซึ่งถ้ามีมันก็ดีอยู่ แต่ไม่จำเป็นเสมอไปหรอกครับ เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีหมายถึงการมีสังคมแวดล้อมที่ดี ทำให้มีความชื่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน มีสุขภาพที่แข็งแรง ได้ไปท่องเที่ยวในที่ๆ อยากไป หรือได้ทำในสิ่งที่อยากทำซึ่งต้องไม่ผิดศีลธรรมจนมีใครมาคอยชี้หน้าด่าว่าเป็นคนไม่ดีในยามแก่ตัวนะครับ ผมว่าได้แค่นี้ก็น่าจะเปี่ยมสุขแล้ว และสิ่งเหล่านี้บางอย่างเงินก็ซื้อไม่ได้ แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องมีค่าใช้จ่ายด้วย สิ่งสำคัญที่ผมจะบอกก็คือ “การวางแผนการเงินนั้นต้องเผื่อสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้ด้วย เพื่อจะได้มีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพดี ให้สมกับที่ได้เป็นนายตัวเองอย่างแท้จริง” จริงอยู่ ความสุขที่แท้จริงนั้นขึ้นอยู่กับจิตใจและทัศนคติของตัวเอง ซึ่งลำพังการวางแผนทางการเงินเพียงอย่างเดียวคงช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่การวางแผนทางการเงินจะช่วยได้มากสำหรับชีวิตหลังเกษียณก็คือ ความเป็นอยู่ […]

