ปัจจัยทั้งบวกและลบต่อกองทุนหุ้นไทย ไตรมาส 4/2563

ปัจจัยทั้งบวกและลบต่อกองทุนหุ้นไทย ไตรมาส 4/2563

ประเด็นเด่น มาตรการการคลังยังจำเป็นในช่วงที่เหลือของปี ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยยังมีเรื่องสภาพคล่องที่ล้นระบบ ความคืบหน้าพัฒนาการวัคซีนโควิด-19 ในหลายบริษัทยังมีอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบัน การเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบพิเศษ (Special Tourist VISA : STV) ประเด็นการเมืองที่ร้อนแรงขึ้น  จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยังคงเร่งขึ้นอย่างน่ากังวล ปัจจัยทั้งบวก/ลบต่อกองทุนหุ้นไทย (+) มาตรการการคลังยังจำเป็นในช่วงที่เหลือของปีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (ภายใต้มาตรการ 1 ล้านล้านบาท) เน้นชดเชยรายได้ เยียวยากลุ่มเปราะบางและ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ทยอยประกาศออกมาเพื่อบรรเทาผลกระทบของโควิด-19 โดยล่าสุดรัฐบาลได้ออกมาตรการเพิ่มเติมในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และช่วยเหลือผู้ประกอบการในระบบภาษี จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง โดยรัฐบาลจะแจกเงินผู้ที่ได้รับสิทธิ์คนละ 3,000 บาท โครงการช๊อปดีมีคืนที่ประชาชนสามารถนำใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30,000 บาท รวมถึงเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบ special tourist visa ทั้งหมดนี้อาจช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการบริโภค การท่องเที่ยวได้บางส่วน (+) ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยยังมีเรื่องสภาพคล่องที่ล้นระบบ โดยมีเงินฝากถึง 15.5 ล้านล้านบาท และรอเข้ามาในตลาดหุ้น เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง กดดอกเบี้ยออมทรัพย์เหลือ […]

เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาแล้ว

เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาแล้ว

โดย…ทนง ขันทอง บทความ China is now the world’s largest economy. We shouldn’t be shocked (nationalinterest.org) รายงานว่า เศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว ทำให้ได้ภาพว่าทำไมรัฐบาลทรัมป์ถึงได้ดำเนินนโยบายที่ท้าทายจีนในเกือบทุกมิติในเวลานี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้เผยแพร่รายงานล่าสุด “2020 World Economic Outlook” โดยใช้วิธีการวัดที่น่าเชื่อถือกว่าว่า เศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ถึง 1 ใน 6 ( 24.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 20.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่ผ่านมา วิธีการวัดขนาดเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ คือการเอาผลผลิตของสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจรวมกัน เมื่อได้จำนวนเงินแล้วก็เปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศนั้นเป็นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2020 สินค้าและบริการในเศรษฐกิจจีนมีมูลค่ารวมกัน 102 ล้านล้านหยวน สมมติว่า อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันอยู่ที่ 7 หยวนต่อ […]

จีนแก้กฎหมายเพิ่มความเข้มข้นในการปกป้องผู้เยาว์บนออนไลน์

จีนแก้กฎหมายเพิ่มความเข้มข้นในการปกป้องผู้เยาว์บนออนไลน์

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า จีนมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการปกป้องผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบนออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอินเทอร์เน็ตต้องดำเนินการตาม กฎหมายฉบับแก้ไขได้รับการลงคะแนนเสียงโดยคณะกรรมาธิการสภาประชาชนแห่งชาติเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีผลในวันที่ 1 มิ.ย. 2021 โดยผู้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอินเทอร์เน็ต จะไม่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่จะทำให้ผู้เยาว์เกิดการเสพติดได้ ผู้ให้บริการออนไลน์ ประกอบด้วย เกม การถ่ายทอดสดเสียงและวิดีโอ โซเชียลมีเดีย โดยจะต้องติดตั้งฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง เช่น การจำกัดเวลาและการบริโภคสำหรับผู้เยาว์ ผู้ให้บริการจะต้องมีมาตรการขั้นพื้นฐานในการหยุดการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ (ไซเบอร์บูลลีอิ้ง) และผู้ปกครองของผู้เยาว์ที่ถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์มีสิทธิ์ที่จะแจ้งให้ผู้ให้บริการลบ ปิดกัน หรือตัดการเชื่อมต่อต่างๆ ได้ นอกจากนี้กฎหมายฉบับแก้ไขยังบังคับให้โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนต้องรายงานเรื่องการละเมิดทางเพศผู้เยาว์ต่อหน่วยงานด้านความปลอดภัยสาธารณะและการศึกษาด้วย  

สรุปตัวเศรษฐกิจจีนเดือน ก.ย.

สรุปตัวเศรษฐกิจจีนเดือน ก.ย.

BF Economic Research ตัวเลขเศรษฐกิจจีนในเดือน ก.ย. สะท้อนภาพการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง และตอนนี้จีนดูดีที่สุดในเชิงเศรษฐกิจ GDP จีน ไตรมาส 3/2020 +4.9% YoY (vs prev +3.2%); Cons +5.5% YTD GDP ไตรมาส 3/2020 +0.7% ส่วน เศรษฐกิจครึ่งปี -1.6% หนุนโดยกลุ่มการผลิตพื้นฐานที่ขยายตัว 2.3% YoY YTD (vs prev 0.9%) ส่วนกลุ่มการผลิตขั้นกลางและกลุ่มภาคบริการสามารถพลิกกลับมาบวกที่ 0.9% YoY YTD (vs prev -1.9%) และ 0.4% YoY YTD (vs prev -1.6%) ตามลำดับ แม้ว่า GDP […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 16 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,233.68 จุด ลดลง 9.28 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 16 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,233.68 จุด ลดลง 9.28 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 16 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,233.68 จุด ลดลง 9.28 จุด หรือ -0.75% โดยระหว่างวันสูงสุดที่ 1,247.89 จุด ต่ำสุดที่ 1,226.95 จุด มูลค่าการซื้อขาย 44,575.81 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.CPALL ปิดที่ 58.50 บาท ลดลง 0.75 บาท (-1.27%) มูลค่าการซื้อขาย 1,801.67 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 32.75 บาท ลดลง 0.25 บาท (-0.76%) มูลค่าการซื้อขาย 1,621.41 ลบ. 3.KBANK ปิดที่ 73.25 บาท […]

หุ้นจีน A-Shares คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ

หุ้นจีน A-Shares คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ

โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ เวลาที่พูดถึงหุ้นจีน นักลงทุนอาจจะได้ยินคำว่า A-Shares H-Shares รวมถึง ADR หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร สำหรับ หุ้น A-Shares จะหมายถึง บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้น ส่วน H-Shares คือบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง และ ADR คือ บริษทจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งในเวลานี้หุ้น A-Shares เป็นกลุ่มที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากขึ้น อลิอันซ์ โกลบอล อินเวสเตอร์ (Allianz Global Investors หรือ AGI) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการบริหารหุ้นจีน และเป็นพันธมิตรที่กองทุนบัวหลวงมอบหมายให้เป็นผู้รับดำเนินงานการลงทุนในต่างประเทศ (Outsourced fund manager) ของกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) นำเสนอข้อมูลตลาดไว้อย่างน่าสนใจ ว่า สาเหตุที่ควรให้ความสำคัญกับ A-Shares ก็เพราะเวลานี้ จีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 2 […]

OAG ชี้นักเดินทางทั่วโลก 69% วางแผนบินระหว่างประเทศใน 6 เดือนข้างหน้า

OAG ชี้นักเดินทางทั่วโลก 69% วางแผนบินระหว่างประเทศใน 6 เดือนข้างหน้า

OAG ผู้ทำแบบสำรวจนักเดินทางทั่วโลก เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ ซึ่งสำรวจกับผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน flightview กว่า 4,000 คนทั่วโลก โดยพบว่า นักเดินทางยังคงระมัดระวังว่าจะสัมผัสกับไวรัสโควิด-19 ที่สนามบิน หรือระหว่างการบิน แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นนัก โดยในแบบสอบถามให้ระบุความกลัวที่ระดับ 1-10 คือ ไม่กลัวเลยไปจนถึงกลัวมากที่สุด พบว่า 52% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า พวกเขามีความกลัวในระดับ 5 หรือต่ำกว่า มีเพียง 32% ที่มีความกลัวในระดับ 8 ขึ้นไป นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 3 ของนักเดินทาง ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดินทางอันเป็นผลจากไวรัส โดยส่วนใหญ่ยังคงต้องการจะเดินทางด้วยเครื่องบินเพียงแต่มีความระมัดระวังมากขึ้น โดย 37% จะบินถ้ามีเรื่องสำคัญ 25% จะบินโดยตรงและหลีกเลี่ยงการต่อเที่ยวบินที่ต้องเปลี่ยนเครื่องบินและสนามบิน ส่วน 10% จะบินในช่วงนอกเวลาเร่งด่วน โดยรวมแล้ว มากกว่า 3 ใน 4 ของผู้บริโภค […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 15 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,242.96 จุด ลดลง 21.03 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 15 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,242.96 จุด ลดลง 21.03 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 15 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,242.96 จุด ลดลง 21.03 จุด หรือ -1.66% โดยระหว่างวันสูงสุดที่ 1,258.09 จุด ต่ำสุดที่ 1,240.75 จุด มูลค่าการซื้อขาย 54,209.15 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 73.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท (+1.04%) มูลค่าการซื้อขาย 2,458.55 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 33.00 บาท ลดลง 0.25 บาท (-0.75%) มูลค่าการซื้อขาย 2,028.66 ลบ. 3.CPF ปิดที่ 26.00 บาท […]

องค์การอนามัยโลกเผยคนหนุ่มสาวสุขภาพดีอาจไม่ได้รับวัคซีนจนกว่าจะถึงปี 2022

องค์การอนามัยโลกเผยคนหนุ่มสาวสุขภาพดีอาจไม่ได้รับวัคซีนจนกว่าจะถึงปี 2022

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดร.Soumya Swaminathan หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาระบุว่า ประชาชนที่เป็นคนหนุ่มสาวซึ่งมีสุขภาพดี อาจจะยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาจนกว่าจะถึงปี 2022 เนื่องจากหน่วยงานสาธารณสุขจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มที่มีความเสี่ยงอื่นๆ เป็นลำดับแรก ทั้งนี้ คนทำงานด้านสุขภาพ คนทำงานที่อยู่แนวหน้า และผู้สูงอายุ จะได้รับวัคซีนก่อน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับลำดับการได้รับวัคซีน ขณะนี้ WHO และกลุ่มที่ปรึกษากำลังดำเนินการอยู่ และแน่นอนว่าเวลานี้วัคซีนสำหรับไวรัสยังไม่ได้รับการพิจารณาว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพโดย WHO สหภาพยุโรป หรือสหรัฐฯ Swaminathan กล่าวว่า ทั่วโลกมีความหวังว่าในปี 2021 จะมีวัคซีนอย่างน้อย 1 ตัว ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แต่มันก็อาจจะมีออกมาในปริมาณจำกัด ดังนั้นกลุ่มที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ของ WHO ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน หรือ SAGE จึงเผยแพร่แนวทางสำหรับประเทศต่างๆ ในการพิจารณาลำดับการได้รับวัคซีนของคนกลุ่มต่างๆ ปัจจุบันมีวัคซีนไวรัสโคโรนากว่า 10 ตัวทั่วโลกที่อยู่ในการทดลองทางคลินิกขั้นท้ายๆ ในจำนวนนี้ก็มีวัคซีนหลายตัวที่มีศักยภาพที่จะกระจายต่อได้ ซึ่ง SAGE ก็มีการออกแนวปฏิบัติแล้วว่า วัคซีนแต่ละชนิดเหมาะกับประชากรกลุ่มใดมากที่สุด […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,263.99 จุด ลดลง 9.44 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,263.99 จุด ลดลง 9.44 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 ต.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,263.99 จุด ลดลง 9.44 จุด หรือ -0.74% โดยระหว่างวันสูงสุดที่ 1,271.10 จุด ต่ำสุดที่ 1,257.84 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,802.58 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 72.25 บาท ลดลง 2.75 บาท (-3.67%) มูลค่าการซื้อขาย 2,807.19 ลบ. 2.HANA ปิดที่ 51.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.25 บาท (+13.97%) มูลค่าการซื้อขาย 2,028.39 ลบ. 3.PTT ปิดที่ 33.25 บาท […]