ความสนใจ VPN ในสหรัฐฯ พุ่ง หลังผู้ใช้ติ๊กต็อกและวีแชทกังวลกับการเข้าถึงแอปจีน

ความสนใจ VPN ในสหรัฐฯ พุ่ง หลังผู้ใช้ติ๊กต็อกและวีแชทกังวลกับการเข้าถึงแอปจีน

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ความสนใจในซอฟต์แวร์เครือข่ายเสมือนส่วนตัว หรือที่เรียกว่า virtual private network (VPN) ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากพลเมืองตระหนักถึงกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อาจจะปิดกั้นการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่ผลิตโดยจีน เช่น ติ๊กต็อก และวีแชท เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ ทั้งนี้ VPN จะอนุญาตให้ผู้ใช้งานปกปิดตำแหน่งของพวกเขาบนออนไลน์ และแกล้งทำเป็นอยู่ที่ไหนสักแห่งที่พวกเขาไม่ได้อยู่จริง ซึ่งที่ผ่านมาพลเมืองจีนก็ใช้ซอฟต์แวร์นี้เพื่อเข้าถึงแอปอย่างเฟซบุ๊กและกูเกิลที่โดนปิดกั้นโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขณะที่พลเมืองสหรัฐฯ ก็อาจจะใช้ VPN เพื่อข้ามผ่านที่รัฐบาลปิดกั้นติ๊กต็อกและวีแชท Daniel Markuson ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวดิจิทัล บริษัท NordVPN กล่าวว่า บริษัทมองเห็นว่าพลเมืองในสหรัฐฯ มีความสนใจใช้ VPN มากกว่าปกติ นับตั้งแต่มีการประกาศห้ามใช้งานติ๊กต็อกและวีแชท วันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา “เมื่อมีการคาดการณ์ว่าการห้ามใช้งานติ๊กต็อกจะเริ่มมีผลวันอาทิตย์ ผู้คนจึงเร่งมองหาการใช้งานผ่าน VPN มากขึ้น โดยเฉพาะสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียวพบว่ามีการสอบถามข้อมูลจากในสหรัฐฯ เกี่ยวกับ VPN เพิ่มขึ้นถึง […]

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF)

Key Takeaways ผลการดำเนินงานของตลาดอาเซียนเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นแล้วทำได้ไม่ดีนัก เนื่องจากอาเซียนมีหุ้นในกลุ่ม Old Economy เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ ธนาคาร พลังงาน และสื่อสาร ในขณะที่นักลงทุนให้ความสนใจกับ New Economy ที่เป็น Technology ของตลาดที่พัฒนาแล้วมากกว่า ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองบวกต่ออินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดีในระยะยาว  ปัจจัยบวกตลาดอาเซียน ได้แก่ ความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนที่คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปลายปีนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เข้าสู่สภาวะปกติมากขึ้นจากการผ่อนคลายการ Lockdown ในหลายประเทศ และนโยบายการเงินการคลังที่ผ่อนคลาย ปัจจัยเสี่ยงของตลาดอาเซียน ยังคงเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดว่าหากยืดเยื้ออาจมีผลกระทบต่อการปรับลดคาดการณ์ GDP ในปี 2021 และ ข้อจำกัดด้านการใช้งบประมาณขาดดุลอย่างต่อเนื่องของแต่ละประเทศ 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ก.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,275.16 จุด ลดลง 13.23 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ก.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,275.16 จุด ลดลง 13.23 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ก.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,275.16 จุด ลดลง 13.23 จุด หรือ -1.03% โดยระหว่างวันสูงสุดที่ 1,295.35 จุด ต่ำสุดที่ 1,273.44 จุด มูลค่าการซื้อขาย 40,183.89 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 59.50 บาท ลดลง -0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,647.53 ลบ. 2.TASCO ปิดที่ 16.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,470.00 ลบ. 3.CPF ปิดที่ 29.25 บาท ลดลง -0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]

ทรัพย์สิน 5 ประเภทที่ช่วยประกันความเสี่ยงของเงินเฟ้อ

ทรัพย์สิน 5 ประเภทที่ช่วยประกันความเสี่ยงของเงินเฟ้อ

โดย…ทนง ขันทอง นักลงทุนที่หวังจะพึ่งพาผลตอบแทนจากตราสารหนี้ หรือพันธบัตรรัฐบาลต้องเริ่มปรับเปลี่ยนแนวความคิด หรือยุทธวิธีการลงทุน เพราะว่าดูแนวโน้มแล้วเงินเฟ้อจะทำให้นักลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรมาก หรือมิหนำซ้ำผลตอบแทนที่แท้จริงอาจจะติดลบก็ได้เมื่อหักเงินเฟ้อ ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ได้ออกมาส่งสัญญาณแล้วว่า จะกดดอกเบี้ยที่ระดับ 0% ไปอีกอย่างน้อยถึงปี 2023 โดยไม่ปรับเปลี่ยน ที่สำคัญเฟดจะปล่อยให้เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย 2% โดยจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยสกัด ทั้งนี้เพื่อต้องการฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ รวมทั้งการจ้างงาน นักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงไม่ให้ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ ที่หลายคนเปรียบเทียบว่าเหมือนภาษีที่ถูกเรียบเก็บ ยิ่งเงินเฟ้อยิ่งสูงเท่าใด เรายิ่งจะสูญเสียอำนาจซื้อมากขึ้นเท่านั้น สื่อ Barron’s ของสหรัฐฯ ได้ตีพิมพ์บทความ Five Assets Retirement Portfolios Should Hold to Hedge Against Inflation Risks (19/9/2020) เพื่อแนะนำการบริหารพอร์ตการลงทุนเพื่อการเกษียณ โดยเน้นรับมือกับผลกระทบจากเงินเฟ้อ ผ่านการลงทุนในทรัพย์สิน 5 ประเภท คือ หุ้นขนาดกลาง (mid-cap stocks) หรือที่เรียกกันว่าหุ้นมิดแคป จะให้ผลตอบแทนที่ถือว่าเป็นจุดเด่น เนื่องจากว่าราคามีเสถียรภาพมากกว่าหุ้นขนาดเล็ก […]

อิตาลีรับจีดีพีปีนี้หดตัว 9% แต่เชื่อปี 2021 ฟื้นตัวโต 9% ตั้งเป้าดันใช้จ่ายเพิ่มสูงสุด 10% ต้นปีหน้า

อิตาลีรับจีดีพีปีนี้หดตัว 9% แต่เชื่อปี 2021 ฟื้นตัวโต 9% ตั้งเป้าดันใช้จ่ายเพิ่มสูงสุด 10% ต้นปีหน้า

รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า อิตาลีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวในปี 2021 โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัว 5% หลังคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะหดตัวถึง 9% อิตาลีได้ปรับประมาณการณ์ใหม่จากเดิมที่คาดว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะหด 8% เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา หลังเศรษฐกิจอิตาลีชะลอตัวอย่างหนักจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ การคาดการณ์ครั้งใหม่อยู่ภายใต้สมมติฐานด้านนโยบายที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายความว่าพวกเขายังไม่ได้รวมมาตรการเพิ่มเติมตามแผน หากได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนฟื้นฟูของสหภาพยุโรป ขณะที่ รัฐบาลคาดว่า จะได้รับเงินกู้เพื่อช่วยเหลือในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากสหภาพยุโรป (อียู) เป็นเงิน 2.09 แสนล้านยูโร (2.47 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีหน้า และจะได้รับเงินช่วยเหลืออีกครั้งในปี 2023 จากกองทุนช่วยประเทศที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ที่จัดตั้งโดยอียู นอกจากนี้ รัฐบาลอิตาลีเตรียมที่จะผลักดันแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจแห่งชาติ โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มการใช้จ่ายสูงสุด 10% ต่อคณะกรรมมาธิการยุโรปภายในช่วงต้นปี 2021 รวมถึงการสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และพัฒนาเส้นทางรถไฟในช่วงระยะเวลา 6 ปี  โดยคาดการณ์ว่าจะใช้งบประมาณ 3 หมื่นล้านยูโรในการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของอิตาลีในครั้งนี้

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 ก.ย. 2563 ปิดที่ 1,288.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.99 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 ก.ย. 2563 ปิดที่ 1,288.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.99 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 ก.ย. 2563 ปิดที่ 1,288.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.99 จุด หรือ 0.31% มูลค่าการซื้อขาย 49,975.26 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BBL ปิดที่ 101.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,450.02 ล้านบาท 2.CRC ปิดที่ 28.00 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,305.83 ล้านบาท 3.PTT ปิดที่ 35.25 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,995.12 ล้านบาท 4.TASCO ปิดที่ […]

สภาเศรษฐกิจโลกเผยชื่อ 15 นวัตกรรมตอบรับสถานการณ์โควิด-19

สภาเศรษฐกิจโลกเผยชื่อ 15 นวัตกรรมตอบรับสถานการณ์โควิด-19

เว็บไซต์สภาเศรษฐกิจโลก www.weforum.org เสนอรายงาน 15 นวัตกรรมที่ช่วยต่อสู้โควิด-19 และผลพวงเรื่องนี้ โดยชี้ว่า ไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดมีผลต่อชีวิตประชากรหลายพันล้านคนบนโลก ซึ่ง UpLink แพลตฟอร์มรวบรวมนวัตกรรมของสภาเศรษฐกิจโลก ได้คัดเลือก 15 นวัตกรรมที่ตอบรับสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ทันที รวมถึงความท้าทายระยะยาว ได้แก่ 1.Intelehealth เป็นแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกล เชื่อมต่อผู้ป่วยกับผู้ให้บริการสุขภาพ 2.Flare ผู้ให้บริการสายด่วนฉุกเฉินรุ่นต่อไปสำหรับประชากรหลายพันล้านคนบนโลกที่ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือเมื่อเผชิญเหตุฉุกเฉิน 3.Quartolio ข้อมูลเชิงลึกงานวิจัยแบบสตรีมมิ่งที่มาจากเอกสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์หลายล้านฉบับนำเสนอแบบเรียลไทม์ เพื่อตอบสนองวิกฤติสุขภาพในปัจจุบันและอนาคต 4.PanaBIOS เกี่ยวกับความปลอดภัย ที่ผู้เชี่ยวชาญในชุมชนการแพทย์แอฟริกันใช้รวมความรู้การแพทย์ ปรับปรุงการตัดสินใจทางคลินิก สร้างขีดความสามารถ 5.Elemeno Express เป็นโซลูชันบนคลาวด์ที่ให้ข้อมูลกับทีมแนวหน้าโดยตรงบนอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งแบบตั้งโต๊ะและบนมือถือ 6.PEGASI ที่ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อแพทย์และผู้ป่วยในประเทศกำลังพัฒนา 7.NEO by PhysioQ แพลตฟอร์มที่ไม่เสียค่าใข้จ่าย อนุญาตให้ผู้ใช้งานติดตามสัญญาณชีพของคนในครอบครัวและเพื่อนผ่านอุปกรณ์สวมใส่ราคาไม่แพง 8.Medixus เกี่ยวกับความปลอดภัย ที่ผู้เชี่ยวชาญในชุมชนการแพทย์แอฟริกันใช้รวมความรู้การแพทย์ ปรับปรุงการตัดสินใจทางคลินิก สร้างขีดความสามารถ 9.Carbon Health ผู้ส่งมอบบริการดูแลขั้นพื้นฐานระดับพรีเมียมผ่านคลินิกที่ทันสมัยและบริการช่องทางเสมือน […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 ก.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,284.40 จุด ลดลง 9.08 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 ก.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,284.40 จุด ลดลง 9.08 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 ก.ย. 2563 ปิดตลาดที่ 1,284.40 จุด ลดลง 9.08 จุด หรือ -0.70% โดยระหว่างวันสูงสุดที่ 1,292.42 จุด ต่ำสุดที่ 1,280.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,006.90 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.TASCO ปิดที่ 16.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,848.21 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 78.50 บาท ลดลง -1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,576.47 ลบ. 3.AOT ปิดที่ 60.25 บาท ลดลง -1.25 […]

การลงทุนจีนยังเติบโตแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปีนี้

การลงทุนจีนยังเติบโตแข็งแกร่งในช่วงที่เหลือของปีนี้

รายงานข่าวจากไชน่าเดลี ระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลด้านเศรษฐกิจเผยการลงทุนของจีนคาดว่าจะเติบโตและรักษาโมเมนตัมไว้ได้อย่างมั่นคงในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยเห็นได้จากเม็ดเงินลงทุนที่เพียงพอและโครงการที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น Meng Wei โฆษกหญิงของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ระบุว่า ภาคการลงทุนที่เติบโตได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการลงทุนจากงบประมาณของรัฐบาลกลาง รวมไปถึงเม็ดเงินจากการออกพันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่นพิเศษ และพันธบัตรรัฐบาลสำหรับการควบคุมโควิด-19 เขา กล่าวว่า ประเทศจีนจะยังคงขยายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และโครงการอื่นๆ ที่สนับสนุนการพัฒนาประเทศ เช่น 5G ศูนย์ข้อมูล การขยายตัวของสังคมเมือง การขนส่ง โครงการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังจะมีความพยายามมากขึ้นในการเร่งการเสนอมาตรการงบประมาณของรัฐบาลกลางและเร่งการก่อสร้างโครงการการดำเนินการตามมาตรการนโยบายต่างๆ เพื่อกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนและสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในโครงการลงทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และการเสริมสร้างความเชื่อมโยงที่อ่อนแอ

5 บริษัทที่จะเป็นยักษ์ใหญ่ในอนาคต

5 บริษัทที่จะเป็นยักษ์ใหญ่ในอนาคต

โดย…ทนง ขันทอง บริษัทยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีอยู่ด้วยกัน5บริษัท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทเทคโนโลยีทั้งนั้น คือ แอปเปิ้ล ไมโครซอฟท์ อเมซอน อัลฟาเบท และเฟซบุ๊ก แต่บริษัทในอนาคต 5 แห่งที่มีโอกาสหรือศักยภาพที่จะมาแทนที่ยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันมีบริษัทใดบ้าง? ก่อนอื่นมาดูรายละเอียดก่อนว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ 5 บริษัทในปัจจุบันมีอิทธิพลเหนือตลาดหุ้นอย่างไร จากตัวเลข ณ วันที่ 11 กันยายน 2020 แอปเปิ้ลมีมาร์เก็ตแคป 1.94 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก 6.6% ในตลาดหุ้นS&P 500 ไมโครซอฟท์มีมาร์เก็ตแคป 1.54 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก 5.6% อเมซอนมีมาร์เก็ตแคป 1.55 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก 4.7% อัลฟาเบทมีมาร์เก็ตแคป 900,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก 3.3% เฟซบุ๊ก มีมาร์เก็ตแคป 641,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีน้ำหนัก […]