กองทุนรวมบัวหลวงหุ้นธรรมาภิบาลไทย (B-THAICG)
ภาพรวมตลาดหุ้น ปัจจัยที่มีผลต่อการลงทุนและภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลานี้ ยังคงอยู่ที่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะสามารถลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกร่วมกันได้ในเร็ววันนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นโลกในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเงินหยวนที่กลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุระดับจิตวิทยาที่ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปแล้วทั้งสองฝ่ายยังคงไม่สามารถลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรกันได้และการที่ ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามร่างกฎหมายสนับสนุนผู้ชุมนุมในฮ่องกง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อการเจรจาทางการค้าอีกครั้ง และกดดันตลาดหุ้นในช่วงปลายเดือน ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจประเทศต่างๆ ที่ออกมานั้น หลายแห่งเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวได้บ้าง นำโดยสหรัฐที่ GDP ไตรมาสสาม ขยายตัว 2.1% (QoQ SAAR) ดีกว่าตลาดคาด และอัตราเงินเฟ้อต่ำลงเหลือ 1.6% สนับสนุนโอกาสที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำได้นานขึ้น ด้านเศรษฐกิจจีน ตัวเลข PMI ภาคการผลิตของทางการจีน เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว เพิ่มขึ้น 0.3 จุด มาที่ 51.7 จุด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจยุโรป แม้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นจะยังคงปรับตัวลงต่อ และอยู่จุดต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี แต่ดัชนีฝ่ายจัดซื้อรวมเริ่มฟื้นตัวจากระดับต่ำได้บ้าง รวมถึงเศรษฐกิจเยอรมนีที่ GDP ไตรมาสสาม […]
ดัชนีหุ้นไทย 16 ธ.ค. 62 ปิดตลาดที่ 1,549.74 จุด ลดลง 24.17 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 16 ธ.ค. 2562 ปิดตลาดที่ 1,549.74 จุด ลดลง 24.17 จุด หรือ -1.54% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,573.41 จุด ต่ำสุดที่ 1,549.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 53,908.69 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BAM ปิดที่ 17.50 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 6,064.21 ลบ. 2.BBL ปิดที่ 151.50 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 5,138.71 ลบ. 3.GULF ปิดที่ 161.50 บาท ลดลง -10.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,799.63 ลบ. […]
จีนขู่เยอรมนีหากแบน “หัวเว่ย” อาจกระทบค่ายรถเยอรมนี
รายงานข่าวจากบลูมเบิรก ระบุ Wu Ken เอกอัครราชทูตจีนประจำเยอรมนี กล่าวว่าจีนจะใช้มาตรการตอบโต้ หากเยอรมนีตัดสินใจแบนบริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ ไม่ให้มีส่วนในตลาดอุปกรณ์เครือข่าย 5G ของเยอรมนี ทูตจีนกล่าวว่า “หากเยอรมนีตัดสินใจที่จะกีดกันหัวเว่ยออกจากตลาดเยอรมันจะมีผลตามมา” เอกอัครราชทูตกล่าวว่าหัวเว่ยไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายในการให้ข้อมูลกับรัฐบาลจีน จากนั้นกล่าวเพื่อเตือนว่าผู้ผลิตชาวเยอรมันคิดเป็น 28 ล้านคันในแต่ละไตรมาสเมื่อปีที่แล้ว เขายังได้เอ่ยถึงยอดขายรถยนต์เยอรมนีในจีน ซึ่งเป็นการขู่ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนีจะได้รับผลกระทบหากจีนตัดสินใจเอาคืนเยอรมนี โดยรถยนต์เยอรมนีมียอดขายเป็นสัดส่วนมากถึง 1 ใน 4 ของยอดขายรถทั้งหมดในจีนเมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เขายังพูดผ่านวิดีโอบนเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ว่า “รถยนต์เยอรมันอาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไปเพราะเราอยู่ในฐานะที่จะผลิตรถยนต์ของเราเอง” ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่หัวเว่ยกำลังถูกต่อต้านจากนักการเมืองบางส่วนในเยอรมนี ถึงขั้นที่มีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อแบนผู้ให้บริการเทคโนโลยี 5G ที่เข้าข่าย “ไม่น่าไว้ใจ” เนื่องจากกังวลเรื่องความมั่นคงของประเทศ ซึ่งคาดว่ามีเป้าหมายที่หัวเว่ย แม้ไม่ได้ระบุชื่อโดยตรงก็ตาม ขณะที่ทางหัวเว่ยได้ปฏิเสธข้อกล่าวหามาตลอดที่ว่าบริษัทแอบส่งข้อมูลให้รัฐบาลจีน
ดัชนีหุ้นไทย 13 ธ.ค. 62 ปิดตลาดที่1,573.91 จุด เพิ่มขึ้น 10.06 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 13 ธ.ค. 2562 ปิดตลาดที่ 1,573.91 จุด เพิ่มขึ้น 10.06 จุด หรือ 0.64% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,582.16 จุด ต่ำสุดที่ 1,570.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 71,118.91 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BBL ปิดที่ 151.50 บาท ลดลง -10.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 12,934.71 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 44.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,719.02 ลบ. 3.KBANK ปิดที่ 145.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 […]
ยอดโฆษณาผ่านมือถือในอินโดนีเซียพุ่งแรงสุดในโลก
เดอะ จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า สมาคมการตลาดผ่านมือถือ (MMA) ในอินโดนีเซีย เปิดเผยรายงานฉบับล่าสุด ระบุว่า อินโดนีเซียมีปรปะชากรที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต 64% ของประชากรทั้งประเทศในปีที่ผ่านมา และอินโดนีเซียกำลังกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมากที่สุดอันดับ 3 ในโลก ที่ 410 ล้านคนภายในปี 2025 ส่งผลให้อินโดนีเซียเป็นตลาดโฆษณาผ่านมือถือที่มีขนาดใหญ่มาก โดยสมาคมคาดการณ์ว่าปีนี้การโฆษณาบนมือถือจะเติบโตถึง 34% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดในโลก Azalea Aina ผู้อำนวยการสมาคม MMA อินโดนีเซีย กล่าวว่า มูลค่าโฆษณาผ่านมือถือของประเทศอินโดนีเซียจะแตะระดับ 98 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และคาดว่าจะเติบโต 7.9% เป็น 105 ล้านล้านรูเปียห์ในปี 2020 ทั้งนี้ พบว่าผู้คนเปลี่ยนจากการใช้อินเทอร์เน็ตบนแล็บทอปและแท็บเล็ตมาเป็นสมาร์ทโฟนมากขึ้น ระหว่างปี 2014 ถึง 2019 ส่งผลให้นักการตลาดเปลี่ยนมาใช้การโฆษณาบนมือถือมากขึ้น เป็นแรงผลักดันให้ตลาดโฆษณาบนมือถือเติบโต […]
ดัชนีหุ้นไทย 12 ธ.ค. 62 ปิดตลาดที่ 1,563.85 จุด เพิ่มขึ้น 12.03 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 ธ.ค. 2562 ปิดตลาดที่ 1,563.85 จุด เพิ่มขึ้น 12.03 จุด หรือ 0.78% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,568.62 จุด ต่ำสุดที่ 1,557.10 จุด มูลค่าการซื้อขาย 56,739.75 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BBL ปิดที่ 161.50 บาท ลดลง -7.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6,444.55 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 140.00 บาท ลดลง -2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,378.52 ลบ. 3.AOT ปิดที่ 75.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 […]
กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ (B-FUTURE)
ภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นมาต่อเนื่องมายังเดือน พ.ย. โดยตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มเฮลธ์แคร์ ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและยุโรปปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบปี ตอบรับข่าวเรื่องความคืบหน้าในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่คาดว่าจะสามารถลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกร่วมกันได้ในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปแล้วทั้งสองฝ่ายยังคงไม่สามารถลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรกันได้และการที่ ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามร่างกฎหมายสนับสนุนผู้ชุมนุมในฮ่องกง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่อการเจรจาทางการค้าอีกครั้งและกดดันตลาดหุ้นในช่วงปลายเดือน พ.ย. ต่อเนื่องมายังต้นเดือน ธ.ค. ในแง่ของผลกำไรบริษัทจดทะเบียนใน S&P 500 ในไตรมาส 3 ลดลง -0.4% เมื่อเทียบรายปี ฉุดโดยผลกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงานที่ลดลงมากที่สุด ด้วยแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ลดลงจากช่วงปีก่อนหน้า ขณะที่บริษัทในกลุ่มเฮลธ์แคร์มีอัตราการเติบโตของผลกำไรสูงที่สุด สำหรับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่กองทุน B-FUTURE ลงทุน โดยในช่วงเดือน ต.ค. หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเมื่อวัดจากดัชนี MSCI World Information Technology Index สร้างผลตอบแทนได้ +4.22% มากกว่าดัชนีตลาดหุ้นโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น +2.76% ทำให้ตั้งแต่ช่วงต้นปีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นไปแล้วมากกว่า +34% แม้ว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐในช่วงไตรมาส 3/2019 จะปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้าที่ -2% แต่ทว่า บริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่มสามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ […]
จีนกำลังให้ความสำคัญอย่างมากกับความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต
อุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีน คาดว่าจะมีมูลค่าเกิน 60,000 ล้านหยวน หรือ 8,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้ ท่ามกลางความพยายามในการส่งเสริมให้บริษัทความปลอดภัยทางไซเบอร์แข่งขันกันมากขึ้น Zhao Zhigou เจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน กล่าวว่า อุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีนยังรักษาระดับการเติบโตที่ดีไว้ได้อยู่ โดยคาดว่าอัตราการเติบโตเมื่อเทียบปีต่อปีจะเกินกว่า 20% เร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่เติบโต 8% เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา จีน มีบริษัทจดทะเบียนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ 23 แห่ง ขณะที่บริษัทร่วมลงทุนมากกว่า 100 ราย รวมถึงบริษัทเอกชนต่าง พร้อมใจให้เงินทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพมากกว่า 150 ราย ที่ทำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ Zhao กล่าวว่า บิ๊ก ดาต้า เทคโนโลยี 5G คลาวด์ อินเทอร์เน็ตภาคอุตสาหกรรม ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) บล็อกเชน รวมถึงเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่นๆ จะเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจจีน แต่สิ่งเหล่านี้ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงใหม่ ความท้าทาย และความไม่แน่นอน ขณะที่ […]
ใกล้สิ้นปีแล้ว ซื้อ RMF กองไหนดี?
ใกล้สิ้นปีแล้ว ซื้อ RMF กองไหนดี? โดย…ศรศักดิ์ สร้อยแสงจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ช่วงปลายปีโดยเฉพาะเดือนธันวาคม คำถามยอดฮิตที่นักลงทุนชอบถามก็คือ “จะสิ้นปีแล้ว ยังไม่ได้ซื้อกองทุน RMF เลย ปีนี้มีกองทุนไหนดีๆ น่าลงทุน ขอคำแนะนำหน่อย” นักลงทุนคงคาดหวังว่าผู้แนะนำการลงทุนจะชี้เป้ากองทุนที่ให้ผลตอบแทนดีๆ ให้ ถ้าต้องให้คำแนะนำแบบง่ายๆ ขอใช้อายุของนักลงทุนเป็นเณฑ์ในการเลือกกองทุน RMF ดังนี้ 1.นักลงทุนที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี ขอแนะนำให้ลงทุนในกองทุน RMF ตราสารทุนหรือหุ้น เพราะท่านยังมีเวลาออมและลงทุนอีกนานหลายปีกว่าจะได้ใช้เงินก้อนนี้ในวัยเกษียณ จึงสามารถลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งให้ผลตอบแทนที่ดีระยะยาวได้ กองทุนหุ้น RMF มีให้เลือกมากมาย โดยแยกประเภทให้เลือกง่ายๆ ดังนี้ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นได้ทั้งตลาด (Market) กับ กองทุนที่ลงทุนเฉพาะอุตสาหกรรม (Sector) กองทุนที่ลงในตลาดหุ้นไทย กับ กองทุนหุ้นต่างประเทศ โดยมีกองทุนที่น่าสนใจในแต่ละประเภทดังนี้ 2.ท่านที่มีอายุมากกว่า 40 ปี แต่ไม่เกิน 55 […]
ดัชนีหุ้นไทย 11 ธ.ค. 62 ปิดตลาดที่ 1,551.82 จุด ลดลง 1.14 จุด หรือ -0.07%
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 11 ธ.ค. 2562 ปิดตลาดที่ 1,551.82 จุด ลดลง 1.14 จุด หรือ -0.07% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,559.19 จุด ต่ำสุดที่ 1,546.51 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,381.73ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 42.00 บาท ลดลง -0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,564.86 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 142.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,370.83 ลบ. 3.AOT ปิดที่ 74.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท […]










