ธนาคารกลางสหรัฐกำลังหารือออก ‘เฟดคอยน์’

ธนาคารกลางสหรัฐกำลังหารือออก ‘เฟดคอยน์’

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า Lael Brainard  สมาชิกคณะกรรมการผู้บริหาร ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดกำลังสนใจประเด็นที่หลากหลายเกี่ยวกับการชำระเงินและสกุลเงินดิจิทัล ทั้งเรื่องนโยบาย การออกแบบ และการพิจารณาทางกฎหมายสำหรับความเป็นไปได้ในการออกสกุลเงินดิจิทัลของตัวเอง หรือเฟดคอยน์ Brainard ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้มีความเปิดกว้างมากขึ้นเกี่ยวกับประเด็นการออกเหรียญดิจิทัลของเฟด เมื่อเทียบกับในอดีต “การเปลี่ยนผ่านของการชำระเงิน รวมทั้งดิจิทัล ทำให้มีโอกาสที่จะนำเสนอสิ่งที่มีมูลค่าขึ้นและสะดวกด้วยต้นทุนที่ต่ำลง” Brainard กล่าวในการประชุมด้านการชำระเงิน ซึ่งจัดขึ้นที่สแตนฟอร์ด อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย หรือ มุมมองที่มีต่อเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย ทั้งนี้ Brianard ยังกล่าวอีกว่า กรณีที่ระบบชำระเงินดิจิทัลและสกุลเงินดิจิทุลที่ออกโดยภาคเอกชน กำลังเติบโตอยู่ รวมถึงโครงการสกุลเงินดิจิทัลลิบรา ของเฟซบุ๊กนั้นถือเป็นความเสี่ยงที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างก็เป็นกังวลอยู่ เพราะผู้เล่นใหม่บางรายอยู่นอกระบบการกำกับดูแลของภาคการเงิน และสกุลเงินดิจิทัลใหม่อาจจะสร้างความท้าทายในด้านต่างๆ ได้ เช่น การเงินที่ผิดกฎหมาย ความเป็นส่วนตัว เสถียรภาพทางการเงิน และการส่งผ่านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังถกเถียงและศึกษากันอยู่ ว่าจะบริหารเทคโนโลยีการเงินดิจิทัล และเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายอำนาจ (distributed ledger) ที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของบิตคอยน์ได้อย่างไร โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้การชำระเงินเกิดขึ้นได้ในทันทีด้วยต้นทุนที่ต่ำลง อย่างเช่น จีนที่มีความเคลื่อนไหวในการวางแผนออกเหรียญดิจิทัล

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. 2563 ปิดตลาด 1,534.14 จุด เพิ่มขึ้น 14.76 จุด

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. 2563 ปิดตลาด 1,534.14 จุด เพิ่มขึ้น 14.76 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. 2563 ปิดตลาดที่ 1,534.14 จุด เพิ่มขึ้น 14.76 จุด หรือ 0.97% ระหว่างวันสูงสุดที่ 1,534.93 จุด ต่ำสุดที่ 1,516.55 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,458.22 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.GPSC ปิดที่ 79.00 บาท ลดลง -4.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,348.52 ลบ. 2.BAM ปิดที่ 28.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,431.46 ลบ. 3.AOT ปิดที่ 73.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 […]

นักเศรษฐศาสตร์หั่นคาดการณ์จีดีพีจีนปีนี้รับผลกระทบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

นักเศรษฐศาสตร์หั่นคาดการณ์จีดีพีจีนปีนี้รับผลกระทบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ขณะนี้นักเศรษฐศาสตร์จากหลายๆ สำนัก เริ่มทยอยปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีน ปีนี้ หลังจากที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายเมืองต้องหยุดชะงักลง เช่น ต้องปิดโรงงานยาวนานขึ้น จากการที่จีนขยายวันหยุดช่วงตรุษจีน และการขยายวันหยุดก็ยังมีต่อในบางพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ ภาคบริการของจีนก็ได้รับผลกระทบจากการที่ผู้คนต้องเก็บตัวอยู่ในบ้าน ภาพยนตร์ใหม่ที่มีกำหนดเข้าฉายช่วงตรุษจีนก็ต้องยกเลิกไป ทั้งที่ช่วงเวลานี้เป็นฤดูการที่ผู้บริโภคใช้จ่ายมากที่สุด อย่างไรก็ตาม บางคนคาดการณ์ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จีนจะออกมาจะช่วยชดเชยผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้ เมื่อปี 2019 จีดีพีของจีนทั้งปีเติบโต 6.1% ชะลอตัวลงจากปีก่อนหน้าซึ่งเติบโต 6.6% นักเศรษฐศาสตร์ของรัฐบาลจีน ระบุว่า เศรษฐกิจไตรมาสแรกของจีน อาจจะเติบโตลดลงเหลือ 5% หรืออาจจะต่ำกว่านี้ ขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ส่วน ANZ ยังคงประมาณการเศรษฐกิจจีนทั้งปีนี้ว่าจะเติบโตที่ 5.8% แม้ว่าจะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไตรมาสแรกของจีนปีนี้ว่าจะเติบโตลดลงเหลือ 5% จากเดิมคาดไว้ 5.9% ส่วนซิตี้ ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจจีนทั้งปีนี้ว่าจะเติบโต 5.5% จากเดิมคาดไว้ 5.8% […]

โอกาสดีๆ กับ B-IR-FOF ในยุคดอกเบี้ยต่ำ

โอกาสดีๆ กับ B-IR-FOF ในยุคดอกเบี้ยต่ำ

โดย…เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center ในยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ กองทุนเปิดฟันด์ออฟฟันด์บัวหลวงโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ (ฺB-IR-FOF) ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะในสภาวะนี้ ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ เพื่อคาดหวังดอกเบี้ยรับที่สม่ำเสมอก็จะน้อยลงไป หากนักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น ก็อาจจะต้องลองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ด้วยการลงทุนในกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพราะที่มาของผลตอบแทนค่อนข้างชัดเจน มีที่มาที่ไป และรูปแบบของรายได้สม่ำเสมอ กองทุน B-IR-FOF เป็นกองทุนที่ไปลงทุนผ่านหน่วยลงทุน (ฟันด์ออฟฟันด์) ของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจก่อนคือ กองทุนรวมประเภทนี้ มีระดับความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ แต่เนื่องจากกองทุนนี้ไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในไทยและต่างประเทศ ก็ถือว่ามีการกระจายตัวของการลงทุน และมีรายได้เก็บกินค่อนข้างชัดเจน ทั้งนี้ นักลงทุนหลายคนมักจะมีคำถามเข้ามาว่า แล้วการลงทุนผ่านกองทุนเปิดฟันด์ออฟฟันด์ (กองทุนที่ลงทุนในหน่วยลงทุน) แตกต่างจากการนำเงินไปลงทุนกับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไร ทำไมจึงต้องมาลงทุนผ่านฟันด์ออฟฟันด์ […]

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ. 2563 ปิดตลาด 1,519.38 จุด เพิ่มขึ้น 23.32 จุด

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ. 2563 ปิดตลาด 1,519.38 จุด เพิ่มขึ้น 23.32 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ. 2563 ปิดตลาดที่ 1,519.38 จุด เพิ่มขึ้น 23.32 จุด หรือ 1.56% ระหว่างวันสูงสุดที่ 1,520.10 จุด ต่ำสุดที่ 1,499.21 จุด มูลค่าการซื้อขาย 58,698.59 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 70.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,029.55 ลบ. 2.BAM ปิดที่ 27.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,957.78 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ 69.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 […]

อินเดียเชื่อมั่นเป้าหมายเศรษฐกิจเติบโต 6%-6.5% ในปี 2021 เป็นจริงได้

อินเดียเชื่อมั่นเป้าหมายเศรษฐกิจเติบโต 6%-6.5% ในปี 2021 เป็นจริงได้

Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินเดีย ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลมองเห็นความเป็นไปได้ที่การเติบโตของเศรษฐกิจสำหรับปี 2021 จะเข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้ เขา กล่าวว่า เป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้เป็นไปได้จริง เพราะคณะทำงานได้นำปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาพิจารณา และคาดว่าการสร้างรายได้ของภาครัฐบาลจะเริ่มดีขึ้น ซึ่งเราเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านั้นบ้างแล้ว นอกจากนี้ เขากล่าวถึงผลการสำรวจทางเศรษฐกิจประจำปีซึ่งเผยแพร่เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ผลสำรวจคาดการณ์เศรษฐกิจจะขยายตัวในกรอบ 6%-6.5% ในปีงบประมาณใหม่ที่เริ่มต้นในวันที่ 1 เม.ย. 2020 ทั้งนี้ หากเราจะรับรู้ตัวเลขเหล่านี้ตามเป้าหมายได้ จำเป็นต้องเห็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ หลังจากการชะลอตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปีในช่วง 3 เดือนสุดท้ายที่สิ้นสุดในเดือน ก.ย. 2019  

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 ก.พ. 2563 ปิดตลาด 1,496.06 จุด ลดลง 18.08 จุด

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 ก.พ. 2563 ปิดตลาด 1,496.06 จุด ลดลง 18.08 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 3 ก.พ. 2563 ปิดตลาดที่ 1,496.06 จุด ลดลง 18.08 จุด หรือ -1.19% ระหว่างวันสูงสุดที่ 1,513.43 จุด ต่ำสุดที่ 1,495.94 จุด มูลค่าการซื้อขาย 53,178.96 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.CPALL ปิดที่ 68.00 บาท ลดลง -2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,127.49 ลบ. 2.GPSC ปิดที่ 81.25 บาท ลดลง -2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,896.75 ลบ. 3.AOT ปิดที่ 70.25 บาท ลดลง -0.25 […]

เอกชนจีนเปิดให้คนจีนใช้แพลตฟอร์มประชุมและศึกษาออนไลน์ฟรีช่วงไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด

เอกชนจีนเปิดให้คนจีนใช้แพลตฟอร์มประชุมและศึกษาออนไลน์ฟรีช่วงไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด

ไชน่าเดลี รายงานว่า บริษัทด้านเทคโนโลยีของจีน กำลังโปรโมทการสื่อสารทางไกล รวมถึงการศึกษาออนไลน์อยู่ในเวลานี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่จีนกำลังเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เพื่อให้ผู้ทำงานและนักเรียนสามารถทำงานและเรียนได้ตามปกติ ในช่วงเวลาของการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด ในช่วงที่รัฐบาลจีนขยายวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนและสนับสนุนการสื่อสารโทรคมนาคมรวมถึงการศึกษาทางไกล บริษัทต่างๆ มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการออนไลน์ให้ใช้งานฟรี ทำให้ประชาชนทำงานและเรียนจากที่บ้านได้ เทนเซนต์ คลาวด์ ซึ่งเป็นหน่วยงานคลาวด์ คอมพิวติ้งของบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ เทนเซนต์ เสนอผลิตภัณฑ์ประชุมผ่านวิดีโอฟรีให้สาธารณชน สามารถใช้งานได้ผ่านซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ มินิโปรแกรม หรือโมบาย แอปพลิเคชัน ส่งผลให้นายจ้างจัดประชุมผ่านวิดีโอได้ นอกจากนี้เทนเซนต์ คลาวด์ ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการออนไลน์อื่นอีก เช่น แพลตฟอร์มการทำงานร่วมกันบนคลาวด์ และชุมชนออนไลน์สำหรับองค์กร ให้นายจ้างทั่วจีนได้ใช้งานฟรีในช่วงนี้ ขณะที่ Rokid บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในเมืองหังโจว เพิ่งบริจาคแว่นตาที่ใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนผสมสมานกับโลกจริง (เออาร์) ให้แนวหน้าที่กำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ใช้ในมณฑลเจ้อเจียง โดยแว่นตานี้มีชื่อว่า Rokid Glass เมื่อใส่แล้วจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ได้เลย เพื่อวิเคราะห์อาการและการรักษาในเวลานั้นผ่านสตรีมมิ่ง แว่นตานี้ยังใช้ได้ดี สำหรับการเข้าถึงทรัพยากรทางการแพทย์ผ่านทางไกล และลดโอกาสของผู้ที่ทำงานด้านการแพทย์ที่จะติดเชื้อได้ด้วย และหน่วยงานระดับสูงสามารถใช้แวนตานี้ในการติดตามผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน Misa Zhu ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร […]

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 31 ม.ค. 2563 ปิดตลาด 1,514.14 จุด ลดลง 9.85 จุด

ตลาดหุ้นไทยวันที่ 31 ม.ค. 2563 ปิดตลาด 1,514.14 จุด ลดลง 9.85 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 31 ม.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,514.14 จุด ลดลง 9.85 จุด หรือ -0.65% ระหว่างวันสูงสุดที่ 1,532.09 จุด ต่ำสุดที่ 1,514.14 จุด มูลค่าการซื้อขาย 56,329.59 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.GPSC ปิดที่ 84.00 บาท ลดลง -4.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,114.40 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 70.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,015.87 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ 70.75 บาท ลดลง -1.00 […]

ธนาคารโลกเสนอแนะอินโดนีเซียเก็บภาษีเพิ่ม เพื่อดึงประชากร 115 ล้านคนยกระดับสู่ชนชั้นกลาง

ธนาคารโลกเสนอแนะอินโดนีเซียเก็บภาษีเพิ่ม เพื่อดึงประชากร 115 ล้านคนยกระดับสู่ชนชั้นกลาง

เดอะ จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นการเติบโต ท่ามกลางแผนการปฏิรูปภาษีซึ่งจะส่งผลให้รายได้ภาษีลดลง Rolande Pryce รักษาการผู้อำนวยการ ธนาคารโลก ประจำประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า แผนงานของรัฐบาลที่จะภาษีเงินได้นิติบุคคล จะทำให้รายได้ภาษีต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ลดลง 0.5% ขณะที่ข้อมูลรายได้ภาษีต่อจีดีพีของอินโดนีเซียอยู่ที่ 10.7% เมื่อปี 2017 ถือว่าต่ำสุดในภูมิภาค ทั้งนี้ อินโดนีเซีย ต้องการเงินทุนเพื่อไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงการศึกษา และสร้างความมั่นคงให้กับประชากร 115 ล้านคน เพื่อให้มีโอกาสเข้าสู่การเป็นชนชั้นกลาง Pryce กล่าวว่า ในรายงานเกี่ยวกับการขยายฐานชนชั้นกลางของอินโดนีเซีย ซึ่งจัดทำโดยธนาคารโลก แนะนำว่า หากไม่มีมาตรการเพิ่มรายได้ที่สมบูรณ์ ก็จะทำให้รัฐบาลมีเงินน้อยลงสำหรับการไปดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานและปิดช่องว่างด้านทุนมนุษย์ เขา กล่าวเพิ่มเติมว่า อินโดนีเซียต้องสร้างความเข้มแข็งด้านรายได้ด้วยการขยายฐานภาษี และปรับปรุงการบริหารภาษี จากปัจจุบันที่ฐานรายได้ภาษีต่อจีดีพีของอินโดนีเซียยังอยู่ในระดับต่ำที่สุดในโลก ที่ผ่านมารัฐบาลอินโดนีเซียวางแผนปฏิรูปภาษี เช่น ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ผ่อนคลายภาษีรายได้สำหรับชาวอินโดนีเซยและชาวต่างชาติที่ทำงานในอินโดนีเซีย ยกเว้นภาษีเงินปันผล และการกำหนดภาษีเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่ […]