หุ้นไทยปิดที่ 1,639.67 จุด เพิ่มขึ้น 12.08 จุด หรือ 0.74%
ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ (13 มีนาคม 2019) ปิดตลาดที่ 1,639.67 จุด เพิ่มขึ้น 12.08 จุด หรือ 0.74% ระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,639.69 จุด ต่ำสุดที่ 1,623.75 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,442.76 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTTGC ปิดที่ 67.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,403.32 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 47.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,407.29 ลบ. 3.IVL ปิดที่ 48.25 บาท ลดลง -0.50 บาท […]
ดัชนีหุ้นไทย 12 มี.ค. ปิดตลาด 1,627.59 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) วันที่ 12 มี.ค. 2019 ปิดตลาดที่ระดับ 1,627.59 จุด เพิ่มขึ้น 0.16 จุด หรือ +0.01% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,633.97 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,624.55 จุด มูลค่าการซื้อขาย อยู่ที่ 37,172.14 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 47.25 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,615.47 ลบ. 2.CPALL ปิดที่ 76.75 บาท ลดลง 0.50 บาท (-065%) มูลค่าการซื้อขาย 1,170.43 ลบ. 3.SCC ปิดที่ 476.00 […]
คนอเมริกันคลายกังวลจากภาวะชัตดาวน์ ดันยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.2%
สหพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐ (NRF) ระบุว่า ผู้บริโภคชาวสหรัฐเริ่มคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะชัตดาวน์ของรัฐบาล ความผันผวนของตลาดหุ้น และความตึงเครียดด้านการค้า นายแจ็ค ไคลน์เฮนส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ NRF เปิดเผยว่า ผู้บริโภคชาวสหรัฐเริ่มคลายความกังวล และกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง หลังจากความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มลดน้อยลง และหน่วยงานรัฐบาลกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ต้องเผชิญกับภาวะชัตดาวน์มาระยะหนึ่ง ประกอบกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมีทิศทางที่ดี ตัวเลขล่าสุดของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ออกมาว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนม.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกจะทรงตัว หรือเพิ่มขึ้น 0% ในเดือนดังกล่าว สำหรับยอดค้าปลีกพื้นฐานเดือน ม.ค. ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 1.1% หลังจากดิ่งลง 2.3% ในเดือน ธ.ค. เขา กล่าวว่า “แม้ประชาชนบางส่วนยังคงมีความลังเลใจอยู่บ้าง แต่นับเป็นเรื่องดีที่ยอดการใช้จ่ายผู้บริโภคปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค.” นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ยอดค้าปลีกในปี 2019 จะปรับตัวขึ้นราว 3.8-4.4% รวมมูลค่าอยู่ที่ 3.8 […]
กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี (B-INNOTECH)
คืนวันที่ 11 มี.ค. 2019 (Thai time, GMT+7) ช่วงเวลาที่ตลาดสหรัฐฯ เปิดทำการ “บริษัทผลิตและออกแบบ Graphic Processor units (GPU) สัญชาติสหรัฐชื่อ Nvidia Corp ตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้อุปกรณ์สื่อสารที่ใช้ประมวลผลระดับสูง อาทิ Cloud , Big data สัญชาติอิสราเอล-สหรัฐฯ ชื่อ Mellanox (หุ้นถือครองของกองทุนหลัก Fidelity Global Technology Fund น้ำหนักลงทุน 1.35%, ราคาหุ้น Mellanox เพิ่มขึ้น +66% นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2018)” ด้วยดีลมูลค่า 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การที่ NVIDIA Corp ตกลงซื้อกิจการ Mellanox นั้นเพื่อให้เข้าถึงตลาด Data […]
หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,627.43 จุด ลดลง 2.69 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) วันที่ 11 มี.ค. 2019 ปิดตลาดที่ระดับ 1,627.43 จุด ลดลง 2.69 จุด หรือ -0.17% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,636.20 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,625.06 จุด มูลค่าการซื้อขาย อยู่ที่ 30,926.03 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 47.25 บาท ลดลง -0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,643.08 ลบ. 2.PTTGC ปิดที่ 67.75 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,211.03 ลบ. 3.PTTEP ปิดที่ […]
สภาอังกฤษลงมติ Brexit 12 มี.ค. คาดเลื่อนกำหนดเวลาการออกจากอียู เลี่ยงผลกระทบจากการที่ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ
BF Economic Research รัฐสภาอังกฤษจะลงมติต่อข้อตกลงว่าด้วยการแยกตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษในวันพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) หลังจากที่ก่อนหน้านี้ รัฐสภาลงมติปฏิเสธข้อตกลง Brexit ฉบับเดิมที่นางเทเรซา เมย์เสนอ อย่างถล่มทลายด้วยคะแนนเสียง 432 ต่อ 202 ทั้งนี้ หากรัฐสภาลงมติปฏิเสธข้อตกลง Brexit ของนางเทเรซา เมย์อีกครั้ง ขั้นถัดไป รัฐสภาจะต้องลงมติเลือกระหว่างการแยกตัวออกจาก EU โดยไร้ข้อตกลง (No-Deal Brexit) ซึ่งจะส่งผลกระทบมากที่สุด หรือลงมติให้ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวจากเดิมตามมาตรา 50 ที่วันที่ 29 มี.ค. ด้านการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ของอังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) กำลังเจรจากันเพื่อแก้ไขข้อตกลง Brexit เดิมที่นางเทเรซา เมย์เสนอรัฐสภาครั้งก่อน แต่การเจรจาไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด แม้อังกฤษจะออกมาเรียกร้องให้อียูยอมตกลงกับสัญญาฉบับใหม่ โดยชี้ให้เห็นว่าการออกจากอียูของสหราชอาณาจักรโดยปราศจากข้อตกลงใดๆ จะส่งผลเชิงลบกับอียูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กองทุนบัวหลวงมองว่า สุดท้ายแล้วรัฐสภาอังกฤษจะลงมติให้เลื่อนกำหนดเวลาการแยกตัวออกจากอียูออกไป เนื่องจากทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องกันถึงผลกระทบของ No-Deal […]
อินโดนีเซีย-ออสเตรเลีย เปิดการค้าเสรี คาดหนุนส่งออกน้ำมันปาล์ม
อินโดนีเซียร่วมลงนามข้อตกลงการค้าเสรีกับ ออสเตรเลีย หลังจากผ่านการเจรจานาน 8 ปี ซึ่งการลงนามดังกล่าวเลื่อนมาจากปีที่แล้ว ทั้งนี้ อินโดนีเซียหวังว่าข้อตกลงระหว่างกันจะช่วยเปิดทางให้ชาวอินโดนีเซียสามารถข้ามไปทำงานที่ออสเตรเลียได้มากขึ้น รวมถึงออสเตรเลียอาจเปิดรับน้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซียมากขึ้น ขณะที่อินโดนีเซียก็จะเปิดทางให้สินค้าเกษตรจากออสเตรเลีย รวมทั้งอนุญาตให้สถานศึกษาจากออสเตรเลียเข้ามาเปิดสาขาได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานหลายแห่งในออสเตรเลียต่อต้านข้อตกลงนี้ โดยเกรงว่าชาวอินโดนีเซีย จะเข้ามาแย่งงานคนออสเตรเลีย ปัจจุบัน อินโดนีเซียมีประชากรราว 260 ล้านคน และเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก ขณะที่ออสเตรเลียมีประชากร 25 ล้านคน อนึ่ง จากกรณีที่ทางออสเตรเลีย ระบุว่า จะย้ายสถานทูตออสเตรเลียจากกรุงเทล อาวีฟ ไปยังนครเยรูซาเล็ม ซึ่งขัดกับอินโดนีเซีย ที่ต่อต้านการยอมรับเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ทำให้การลงนามข้อตกลงการค้าเสรีฉบับนี้ถูกชะลอออกไปด้วย จนกระทั่งออสเตรเลียตัดสินใจไม่ย้ายสถานทูตดังกล่าว การลงนามจึงเกิดขึ้น
อีซีบีส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยไว้ทั้งปีนี้ รวมทั้งประกาศโครงการ TLTRO รอบ 3 หวังกระตุ้นเศรษฐกิจหลังชะลอตัวต่อเนื่อง
BF Economic Research ในการประชุมธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ทั้งสิ้น 3 ประเด็น ได้แก่ 1.) อีซีบีปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2019 และ 2020 ลง จาก 1.7% ในการประมาณครั้งก่อนในเดือนธ.ค. 2018 เป็น 1.1% และ 1.6% ตามลำดับ รวมทั้งปรับคาดการณ์เงินเฟ้อ (HICP) ลงเช่นเดียวกัน จาก 1.6% และ 1.7% ในปี 2019 และ 2020 หลังจากที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการยุโรปได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจลง โดยการชะลอตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนเป็นผลจากความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทำให้การค้าโลกผันผวน และเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงสถานการณ์ Brexit ที่ยังมีทิศทางที่ไม่แน่นอน 2.) ด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจเช่นนี้ อีซีบีจึงส่งสัญญาณว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันไปอย่างน้อยตลอดทั้งปี 2019 […]
B-TOPTENLTF News Update Press Release
“B-TOPTENLTF” เสนอขายครั้งแรก ระหว่างวันที่ 11-19 มีนาคมนี้ ชูกลยุทธ์คัดสรรหุ้นเด่นลงทุน 10 บริษัท
กองทุนบัวหลวงเสนอขาย “กองทุนเปิดบัวหลวงทศพลหุ้นระยะยาว” (B-TOPTENLTF) เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 11-19 มีนาคมนี้ โดยมีนโยบายลงทุนที่คัดสรรหุ้นเด่นอย่างพิถีพิถัน 10 บริษัทที่มีพื้นฐานดี เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนรวมสูง ภายใต้แนวคิดเดียวกันกับ 2 กองทุนในตระกูลทศพล ผสมผสานกับจุดเด่นของกองทุน LTF ที่เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ Head of Business Distribution บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวงเสนอขายหน่วยลงทุน กองทุนเปิดบัวหลวงทศพลหุ้นระยะยาว (B-TOPTENLTF) เป็นครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 11–19 มีนาคม 2562 โดยกองทุนนี้มีนโยบายการลงทุนเช่นเดียวกับ กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล (BTP) และ ‘กองทุนเปิดบัวหลวงทศพลเพื่อการเลี้ยงชีพ’ (B-TOPTENRMF) คือ คัดสรรลงทุนในหุ้น 10 บริษัทที่มีพื้นฐานดี มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งกองทุนใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อนักลงทุนที่ต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว […]









Fund Comment
Fund Comment กุมภาพันธ์ 2562 : มุมมองตลาดตราสารหนี้
การเคลื่อนไหวของตลาดการเงินในช่วงต้นปีนี้ ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลักๆ ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว อาทิ ความกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักที่ส่งสัญญาณ dovish มากขึ้น มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และสถานการณ์ความไม่แน่นอนของ Brexit รวมทั้ง สถานการณ์การปิดหน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ ที่ยาวนานถึง 35 วัน ส่งผลให้ในช่วงต้นปี ตลาดการเงินส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดการเงินกลับมีการซื้อขายด้วยแรงหนุนที่ให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (risk-on) มากขึ้น เนื่องจากได้คลายความกังวลเกี่ยวกับการตกลงทางการค้าระหว่างทางสหรัฐฯ-จีน ตลาดเริ่มมีความหวังถึงการเจรจาของทั้งสองฝ่ายในแง่บวกมากขึ้น อีกทั้งตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) รอบสองได้ ขณะที่ ปัจจัยภายในประเทศ มีประเด็นด้านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และความเสี่ยงทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ กนง. มีมติด้วยเสียง 4 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ซึ่งจากการที่มีกรรมการ 2 เสียง เห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% […]