เปโซฟิลิปปินส์ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปี

เปโซฟิลิปปินส์ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปี

BF Economic Research ค่าเงินเปโซฟิลิปปินส์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 54.13 เปโซฟิลิปปินส์ต่อดอลลาร์ฯ วานนี้ (12 ก.ย. 2018) อ่อนที่สุดในรอบ 13 ปี การอ่อนค่าของเปโซฟิลิปินส์ดังกล่าว น่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 27 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ค่าเงินเปโซฟิลิปปินส์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 54.13 เปโซฟิลิปปินส์ต่อดอลลาร์ฯ วานนี้ (12 ก.ย. 2018) อ่อนที่สุดในรอบ 13 ปี โดยได้รับแรงกดดันมาจากการที่ฟิลิปปินส์ขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง โดยใน 7 เดือนแรกของปี ขาดดุลกว่า 22.49 พันล้านดอลลาร์ฯ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่เร่งขึ้น ล่าสุด ขึ้นไปอยู่ที่ 6.4% YoY ในเดือนก.ค. 2018 นอกจากนี้ เงินทุนต่างชาติที่ไหลออกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการอ่อนค่าของเปโซฟิลิปปินส์ โดยนับตั้งแต่วันแรกของไตรมาสที่ 3/2018 ถึงปัจจุบัน (Quarter to date) […]

บริษัทสหรัฐในจีนกว่า 30% อาจชะลอลงทุนเพราะหวั่นสงครามการค้า

บริษัทสหรัฐในจีนกว่า 30% อาจชะลอลงทุนเพราะหวั่นสงครามการค้า

สมาคมหอการค้าอเมริการในนครเซี่ยงไฮ้ ได้จัดทำผลสำรวจ ระบุว่า 31.1% ของบริษัทสหรัฐที่ทำธุรกิจในจีนกำลังพิจารณาที่จะชะลอหรือยกเลิกการลงทุน เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ข้อมูลดังกล่าวได้จากการสำรวจความคิดเห็นของบริษัท 432 แห่งที่เป็นสมาชิกของหอการค้า และทำการเก็บความคิดเห็นระหว่างวันที่ 29 ส.ค. ถึงวันที่ 5 ก.ย. 2018 ระบุว่า 50.8% ของบริษัทที่ทำแบบสำรวจครั้งนี้คาดการณ์ว่า บริษัทจะขาดทุนเนื่องจากผลกระทบของมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้า ขณะที่ 47.1% ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ขณะนี้ สหรัฐและจีนได้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าแต่ละฝ่ายในวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่เดือน ก.ค. และในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา จีนได้เปิดเผยรายชื่อสินค้าสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่จีนเตรียมตอบโต้ หากสหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้าจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์ฟันด์ (BGOLD) กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BGOLDRMF)

กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์ฟันด์ (BGOLD) กองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (BGOLDRMF)

สรุปภาวะการลงทุนในทองคำ “เศรษฐกิจที่ขยายตัวของ USA การขึ้น Fed Fund Rate และค่าเงิน USD ยังกดดันราคาทองให้อยู่ในระดับ USD 1,200 oz.” ราคาทองคำในครึ่งปีแรก (2018) ได้รับแรงกดดันอย่างมากจากปัจจัยหลัก ได้แก่ เงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นจากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด และการอ่อนค่าลงของเงินสกุล EUR เนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลังราคาทองคำโลกมีปัจจัยที่เกื้อหนุนอยู่บ้าง ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและสหรัฐอเมริกา รวมถึงภาวะที่การเมืองมี ความไม่แน่นอนนักลงทุนมักจะมีความต้องการเข้าซื้อทองคำเพื่อปกป้องการลดลงของมูลค่าทรัพย์สิน อัตราผลตอบแทนของทองคำ ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนส.ค.อยู่ที่ -8.2% โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,300 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์ และทดสอบระดับต่ำสุดที่ 1,200 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์ จากค่าเงินสกุล USD ที่แข็งค่าขึ้น และอีกหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ (1) เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง (2) สถานการณ์ทางการเมืองในยุโรป […]

Fund Comment สิงหาคม 2018 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

Fund Comment สิงหาคม 2018 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

ในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในช่วงลบ 0.05% ถึงบวก 0.13% เป็นผลมาจาก ดัชนีอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีการเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 1.46% ในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นจาก 1.38% ในเดือนก่อน ทำให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงของไทยปรับตัวลดลง อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2/2018 ที่เติบโต 4.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกขยายตัวถึง 4.8% จากปัจจัยทั้งสองประการทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มให้น้ำหนักต่อการที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในปีนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต (Policy space) ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดตราสารหนี้ไทย สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.75-2.00% พร้อมมีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง และยังคงยืนยันทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ตามคาดการณ์เดิม การให้สัมภาษณ์ของนาย Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในงานประชุมที่ Jackson Hole ที่ยังยืนยันทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED อย่างค่อยเป็นค่อยไป ความกังวลต่อพื้นฐานทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่บางประเทศที่พึ่งพาการกู้ยืมจากต่างประเทศในระดับสูง ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการแข็งค่าของเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา […]

สิ่งน่ารู้ต่อผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน

สิ่งน่ารู้ต่อผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน

1.สหรัฐฯและจีนพึ่งพิงการส่งออกไปยังประเทศอื่นทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) พบว่า จีนพึ่งพาการส่งออก (China Export) คิดเป็นสัดส่วน 18% ของ GDP จีน (ในปี 2017) ลดลงจาก 36%  (ในปี 2006) ขณะที่สหรัฐฯ พึ่งพาการส่งออก (US Export) คิดเป็นสัดส่วน 12% ของ GDP (ในปี 2017) หากมองลึกลงไปว่าสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจส่งออกสินค้าไปมาหากันขนาดไหนพบว่า จีนส่งออกไปสหรัฐฯ (China export to US) เพียง 2.5% ของ GDP จีน ขณะที่สหรัฐฯ ส่งออกไปจีน (US export to China) เพียง 1% ของ GDP สหรัฐฯ […]

โรงแรมจีนใช้ธีมการ์ตูนเจาะใจคนรุ่นใหม่

โรงแรมจีนใช้ธีมการ์ตูนเจาะใจคนรุ่นใหม่

ไชน่าเดลี รายงานว่า กลุ่มโรงแรมในจีนได้เปิดตัวนวัตกรรมที่มาขับเคลื่อนโรงแรมในการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ชนชั้นกลาง ที่อยู่ในช่วงยกระดับการบริโภคของตัวเองอยู่ Atour Group ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมระดับพรีเมียมที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้เปิดตัวโรงแรมที่ตกแต่งด้วยธีมการ์ตูนน่ารักๆ เพื่อกระตุ้นให้คนหยุดมาดูและสนุกสนานกับชีวิต ทั้งนี้ Atour Group ใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับแบรนด์เนมชื่อดังที่มีทรัพย์สินทางปัญญา โดย Atour Group จะสำรวจโครงสร้างธุรกิจใหม่ๆ ข้ามอุตสาหกรรม ช่วยทำให้โรงแรมในประเทศจีนทำงานกับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา อนึ่ง ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูงของตัวบุคคลจะเป็นหัวใจหลักของการบริการที่ Atour ต้องการจัดหามาเพื่อผู้บริโภค โดยปัจจุบันเป็นพันธมิตรกับ Wu Xiaobo บุคคลมีชื่อเสียงต้นแบบด้านธุรกิจสื่อและผู้แสดงความคิดเห็น Tongdaodashu ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากสำหรับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูน FlowerPlus ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มุ่งจำหน่ายดอกไม้และส่งออนไลน์    

หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้บวกเกือบ 7 จุด อยู่ที่ 1,679.39 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้บวกเกือบ 7 จุด อยู่ที่ 1,679.39 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดตลาดวันนี้ (12 ก.ย. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,679.39 จุด เพิ่มขึ้น 6.97 จุด หรือ 0.42% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,680.54 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,666.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 59,725.04 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 49.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,495.42 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 62.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,670.17 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ 65.50 […]

Fund Comment: ภาพรวมตลาดหุ้น สิงหาคม 2018

Fund Comment: ภาพรวมตลาดหุ้น สิงหาคม 2018

ภาพรวมตลาดหุ้น สิงหาคม 2018 ดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคมอยู่ในระดับเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 1,722 จุด โดยมีความผันผวนในระหว่างเดือนจนทำให้ดัชนีหลุดแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,700 จุด สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปัจจัยลบ อย่างประเด็นวิกฤติค่าเงินตุรกีหลังจากทางสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม เพื่อตอบโต้การที่รัฐบาลตุรกีได้ควบคุมตัวพลเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารในตุรกีเมื่อปี 2559 ประเด็นวิกฤติค่าเงินตุรกีส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้นใน Emerging markets รวมถึงไทย อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือน ตลาดพลิกกลับมาได้อีกครั้งจากการฟื้นตัวผ่านแรงซื้อกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ เช่น หุ้นกลุ่มสื่อสารจากความเสี่ยงด้านการประมูลคลื่นที่คลี่คลายลง กลุ่มค้าปลีกในบางตัวที่มีผลประกอบการดีกว่าคาด และกลุ่มพลังงานที่ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น เห็นได้ชัดว่าตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานเฉพาะหุ้นของหุ้นขนาดใหญ่บางตัว แม้ว่าจะมีปัจจัยต่างประเทศกดดัน แต่แรงขายของนักลงทุนต่างชาติยังคงทรงต่อจากเดือนก่อนที่ระดับ10,000 ล้านบาท ต่างจากประเทศอื่นๆในกลุ่ม TIPs ที่เห็นการไหลออกเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจากปัจจัยทางเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอ และค่าเงินอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วเรายังไม่เห็นปัจจัยสนับสนุนที่เป็นบวกอย่างชัดเจนในตลาดหุ้นไทย ทั้งผลประกอบการที่ออกมาไม่ได้โดดเด่นและความเสี่ยงจากต่างประเทศ เช่น วิกฤติค่าเงินในประเทศต่างๆ และสงครามการค้ายังคงเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นอยู่ ตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายนยังขาดปัจจัยบวกใหม่ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นในภูมิภาคยังถูกแรงกดดันทั้งประเด็นตัวเลขทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ค่าเงินสกุลท้องถิ่นเทียบกับสกุลหลัก และประเด็นของสงครามการค้าและความกังวลต่อวิกฤตทางเศรษฐกิจในบางประเทศอย่างอาร์เจนติน่าและตุรกี การพิถีพิถันเลือกลงทุนเป็นพิเศษในหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้มของผลประกอบการที่ดีและมีมูลค่าที่เหมาะสมเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับการลงทุนในช่วงนี้

จีน-ญี่ปุ่นเล็งเดินหน้าความร่วมมือเพิ่มเติม

จีน-ญี่ปุ่นเล็งเดินหน้าความร่วมมือเพิ่มเติม

ไชน่าเดลี รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีน ออกมาระบุว่า จีนและญี่ปุ่นเตรียมหาแนวทางในการทำงานร่วมกันเพิ่มเติมเพื่อมุ่งไปสู่กระบวนการความร่วมมือในระดับภูมิภาค ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นั้นได้พบปะกับนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นในระหว่างการประชุมสุดยอดเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออกครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวลาดีวอสตอค ประเทศรัสเซีย “จีนพร้อมต้อนรับญี่ปุ่น ในการร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องด้านการมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปและเปิดกว้าง รวมทั้งบรรลุถึงการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” สี กล่าว ทั้งนี้ เส้นทางสายไหมใหม่ ถือเป็นช่องทางใหม่และเป็นบททดสอบของทั้ง 2 ประเทศในด้านการกระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน สี ย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นนั้นกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว และความสัมพันธ์ที่มีต่อกันนั้นมีความสำคัญต่อการสร้างโอกาสในการปรับปรุงและพัฒนาต่อไป “สองประเทศควรจะพบกันครึ่งทาง เพื่อรักษาแนวโน้มในเชิงบวกนี้ต่อไปและนำไปสู่ความสัมพันธ์ในด้านการพัฒนาต่างๆ ในระดับทวิภาคี” สี กล่าว

PwC เผยอุตฯ บริการการเงินทั่วโลก ยังล้าหลังให้โอกาสผู้หญิงโตในสายอาชีพ

PwC เผยอุตฯ บริการการเงินทั่วโลก ยังล้าหลังให้โอกาสผู้หญิงโตในสายอาชีพ

PwC เผยผลสำรวจ Seeing Is Believing: clearing the barriers to women’s progress in financial services ระบุว่าว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน (Financial Services) ยังคงล้าหลังอุตสาหกรรมอื่น ในการสนับสนุนความก้าวหน้าในการทำงานและส่งเสริมให้ผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ทั้งนี้ รายงานระบุว่า 54% ของผู้หญิงทำงานในอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เชื่อว่า ความแตกต่างทางเพศเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในสายอาชีพภายในองค์กร เปรียบเทียบกับผู้หญิงในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นที่ 45% โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (43%) ของผู้หญิงทำงานในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินทั่วโลก เคยมีประสบการณ์ในการต้องเผชิญกับคำพูดที่ดูหมิ่น ข่มขู่ และการใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม เทียบกับอุตสาหกรรมอื่นโดยเฉลี่ยที่ 34% อย่างไรก็ตามผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงสัญญาณเชิงบวกในการส่งเสริมความก้าวหน้าของผู้หญิงในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน โดยมากกว่า 60% ระบุว่า พวกเขามีการเจรจาต่อรองเพื่อขอเลื่อนตำแหน่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับผู้หญิงในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 48% นอกจากนี้ มากกว่า 80% ของผู้หญิงทำงานในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน ยังมีความมั่นใจในการเป็นผู้นำ […]