ประธานาธิบดีอินโดนีเซียชี้จะเร่งแก้ปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
เดอะสเตรทไทม์ รายงานว่า ประธานาธิบดี โจโค วิโดโด ของอินโดนีเซีย ได้ให้คำมั่นว่าจะแก้ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ที่คาดว่าปีนี้จะแตะระดับ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยการเพิ่มรายได้ด้านท่องเที่ยวและเพิ่มการใช้ไบโอดีเซลเพื่อลดการนำเข้าพลังงานโดยรวม ทั้งนี้ อินโดนีเซีย เผชิญภาวะเงินทุนไหลออก กดดันตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลเพราะได้รับผลกระทบจากดุลการค้าขาดดุล จากการนำเข้าสินค้าและบริการมากกว่าส่งออก ที่ผ่านมา โจโค วิโดโด ได้พบนักลงทุนอินโดนีเซียเพื่อถกประเด็นความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่กระทบตลาดเกิดใหม่ซึ่งรวมอินโดนีเซีย ซึ่งเขาได้นำเสนอกลยุทธ์ที่รัฐบาลใช้เพื่อรับมือความสี่ยงนี้ “คนกังวลในสงครามการค้าจีน-สหรัฐ อีกทั้งเวลานี้มีวิกฤติตุรกีเพิ่มมาอีก และเราไม่รู้ว่าอะไรเป็นจุดเริ่มต้นต่อไปของความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก” นายโจโค กล่าว สำหรับวิกฤติการเงินของตุรกี ทำให้เราเห็นค่าเงินลีราเทียบกับดอลลาร์สหรัฐตกลงมา 40% สร้างความวิตกให้นักลงทุนทั่วโลกจนเกิดการย้ายเงินลงทุนออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งอินโดนีเซีย โดยคาดว่าจะมีการดึงเงินทุนต่างชาติที่ลงทุนผ่านตราสารหนี้และหุ้นอินโดนีเซีย ออกไป 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 3 ปีติดกัน ส่วนครึ่งปีแรกดุลการค้าอินโดนีเซีย ขาดดุลแล้ว 1,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินโดนีเซีย กระทบค่าเงินรูเปียห์ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเงินรูเปียห์เทียบดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าแล้วมากกว่า 7% กดดันทำให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียต้อขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 […]
สหรัฐฯ และเม็กซิโกบรรลุข้อตกลงทางการค้าเบื้องต้น โดยจะนำมาใช้แทน NAFTA (สหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา)
BF Economic Research สหรัฐฯ และเม็กซิโกสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเบื้องต้นร่วมกันเมื่อวานนี้ (27 ส.ค.) ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ใช้ข้อตกลงดังกล่าวแทนข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ซึ่งประกอบไปด้วยสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 16 ปี และจะทำการทบทวนทุก 6 ปี โดยประเด็นที่สำคัญในข้อตกลงนี้คือ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่กำหนดให้รถที่จะขายในสหรัฐฯ จะต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในสหรัฐฯ หรือเม็กซิโกในสัดส่วนที่ไม่ต่ำกว่า 75% ต่อคัน เพิ่มขึ้นจากข้อตกลงเดิมใน NAFTA ที่กำหนดให้ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในสหรัฐฯ เม็กซิโก หรือแคนาดาไม่ต่ำกว่า 62% นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะไม่จำกัดการนำเข้ารถยนต์ขนาดเล็กจากเม็กซิโก แต่ภาษีนำเข้าเหล็ก (25%) และอลูมิเนียม (10%) ที่สหรัฐฯ ได้ประกาศไปแล้วในวันที่ 1 มิ.ย. จะยังคงมีผลบังคับใช้กับเม็กซิโกตามเดิม ในด้านแคนาดาที่เป็นอีกหนึ่งสมาชิก NAFTA นั้น สหรัฐฯ จะเจรจาในวันนี้ […]
เงินเฟ้อในเวเนซุเอลาเอาไม่อยู่
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ คาดการณ์ว่า เงินเฟ้อในเวเนซุเอลาจะแตะ 1,000,000%ในปีนี้ เท่ากับว่าอำนาจการซื้อของประชาชนถูกทำลายโดยสิ้นเชิง ทาง rt.com ได้รายงานสรุปให้เห็นภาพว่าสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของชาวเวเนซุเอลาที่ถูกสหรัฐแซงชั่นทางเศรษฐกิจมีราคาแพงขึ้นจากเงินเฟ้ออย่างไร โดยเงินโบลิวาร์กำลังกลายเป็นเศษกระดาษ เนื่้อ 1 กิโลกรัม มีราคา 9,500,000 โบลิวาร์ หรือ 1.45 ดอลลาร์สหรัฐ ไก่น้ำหนัก 2.4 กิโลกรัม มีราคา 14,600,000 โบลิวาร์หรือ 2.22 ดอลลาร์สหรัฐ ข้าวห่อ1กิโลกรัม มีราคา 2,500,000 โบลิวาร์หรือ 0.38 ดอลลาร์สหรัฐ เนย 1 กิโลกรัม มีราคา 7,500,000 โบลิวาร์ หรือ 1.14 ดอลลาร์สหรัฐ กระดาษชำระ 1 ม้วน มีราคา 2,600,000 โบลิวาร์หรือ 0.40 ดอลลาร์สหรัฐ พาสต้า1ห่อ มีราคา 2,500,000 โบลิวาร์ หรือ 0.38 ดอลลาร์สหรัฐ […]
หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้บวกกว่า 13 จุด มาอยู่ที่ 1,717.24 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ ( 27 ส.ค. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,717.24 จุด เพิ่มขึ้น 13.42 จุด หรือ 0.79% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,717.45 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,708.94 จุด มูลค่าการซื้อขาย 47,124.94 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BEAUTY ปิดที่ 10.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,671.61 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 52.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,660.38 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ […]
กองทุนเปิดบัวหลวงไฮยิลด์
กองทุนเปิดบัวหลวงไฮยิลด์ (เฮดจ์ 75) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (B-HY (H75) AI) กองทุนเปิดบัวหลวงไฮยิลด์ (อันเฮดจ์) ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (B-HY (UH) AI) “กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในตราสารที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตและสภาพคล่อง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก” สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ยูเอส ไฮยิลด์ เดือนก.ค. ตราสารหนี้ยูเอส ไฮยิลด์ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating) ระดับ B ให้ผลตอบแทนเป็นบวกต่อจากเดือนที่แล้วโดยเพิ่มขึ้น +1.12% ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นได้นั้นเกิดจากการที่กำไรสุทธิของบริษัทต่างๆออกมาดีรวมถึงมีตราสารหนี้ใหม่ออกมาน้อยมากเพียง 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อเดือน ลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน และนับว่าเป็นปริมาณการออกต่อเดือนที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่เม.ย. 2009 ทำให้ยอดรวมตราสารหนี้ออกใหม่ตั้งแต่ต้นปีเท่ากับ 134 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น ด้านกระแสเงินไหลเข้า-ออก พบมีเงินไหลเข้าในเดือน ก.ค.ทั้งสิ้น 527 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับที่ไหลออก 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือน มิ.ย.) หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นปี (YTD) เดือนนี้เป็นเดือนแรกที่มีกระแสเงินไหลเข้าตลาดไฮยิลด์สหรัฐฯ […]
กองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR)
วัตถุประสงค์การลงทุน: ลงทุนในประเทศ ได้แก่ ตราสารแห่งหนี้และเงินฝาก ไม่น้อยกว่า 70% ของ NAV ตราสารแห่งทุน ขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 30% ของ NAV และหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในประเทศ กองทุนรวมทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลดภาระการบริหารเงินในวัยเกษียณ และต้องการโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม Bloomberg (A): BSENIOR TB Fund Size: B-FLEX: 26,237 ล้านบาท Morningstar Category: Conservative Allocation สรุปภาพรวมตลาดตราสารทุนไทยช่วงเดือน ก.ค. 2018 ตลาดหุ้นไทยในเดือน ก.ค. มีอัตราผลตอบแทนกลับมาเป็นบวกที่กว่า 6.65% สืบเนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ประกอบกับตัวเลข NPL ที่ปรับตัวดีขึ้นของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อีกทั้งกลุ่มพลังงานได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น […]
กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX) และกองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE)
วัตถุประสงค์การลงทุน: กระจายการลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ และหรือเงินฝาก รวมทั้งหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นๆ ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ Bloomberg (A): BFLEX TB / BACTIVE TB Fund Size: B-FLEX: 1,826 ล้านบาท / B-ACTIVE 443 ล้านบาท Morningstar Category: B-FLEX: Conservative Allocation /B-ACTIVE: Aggressive Allocation สรุปภาพรวมตลาดตราสารทุนไทยช่วงเดือน ก.ค. 2018 ตลาดหุ้นไทยในเดือน ก.ค. มีอัตราผลตอบแทนกลับมาเป็นบวกที่กว่า 6.65% สืบเนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ประกอบกับตัวเลข NPL ที่ปรับตัวดีขึ้นของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ อีกทั้งกลุ่มพลังงานได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่เริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติกลับมาเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงปลายเดือน ก.ค. […]
กองทุนเปิดบัวหลวง RMF ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน
Market Overview : ก.ค. 2018 ภาพรวมผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยในเดือน ก.ค. พลิกกลับมาให้อัตราผลตอบแทนเป็นบวกร้อยละ 6.65 ต่างกับเดือน มิ.ย. ที่ให้ผลตอบแทนติดลบร้อยละ 7.61 นำโดยกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวขึ้นจากผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่ดีกว่าตลาดคาด ประกอบกับตัวเลข NPL ที่ดีขึ้น โดยธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ชดเชยการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียม ส่วนราคาของหุ้นในกลุ่มสื่อสารฟื้นตัว จากประเด็นที่กสทช. ประกาศปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ที่ผ่อนปรนกับผู้ประกอบการ ทำให้ราคาประมูลตั้งต้นลดลง และลดแรงกดดันในการตั้งราคาประมูลของผู้ประกอบการ ในขณะที่กลุ่มพลังงาน มีปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบและค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เม็ดเงินลงทุนต่างชาติในตลาดอาเซียนไหลออกอย่างต่อเนื่องมาตลอด 3 เดือนก่อนหน้า แม้ว่าเริ่มเห็นการกลับมาของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติในช่วงปลายเดือนก.ค. แต่ระยะเวลาในการกลับมาของเม็ดเงินลงทุนยังมีความไม่แน่นอนว่าจะกลับมาอย่างต่อเนื่องหรือเป็นเพียงช่วงสั้น เนื่องจากปัจจัยเรื่องสถานการณ์สงครามการค้าอาจกลับมากดดันตลาดหุ้นได้ใหม่ ประเด็นเรื่องสงครามการค้าเริ่มเห็นการตอบโต้กันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนมากขึ้น สหรัฐอเมริกาออกมาเพิ่มภาษีจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 25 บนสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ารวม 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเดือน ก.ย. นี้ ส่วนจีนตอบโต้ด้วยมาตรการการตั้งภาษีร้อยละ 5-25 บนสินค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกามูลค่ารวม 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้น […]
คาดตลาด VR จีนปี 2020 พุ่งแตะ 90,000 ล้านหยวน
ไชน่าเดลี รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีประเมินว่า ตลาดเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (Virtual Reality : VR) ในจีน คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทั้งนี้ Wang Peng รองผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาข้อมูลอุตสาหกรรมแห่งประเทศจีน กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (MIIT) ประเมินว่า ตลาด VR ของจีนจะมีมูลค่าแตะระดับ 90,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 13.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020 หรือมีอัตราการเติบโตมากกว่า 120% ต่อปี ขณะที่ ข้อมูลสิ้นปีที่ผ่านมา ตลาด VR ของจีน อยู่ที่ 16,000 ล้านหยวน ขยายตัวถึง 164% จากปีก่อนหน้า “ทาง MIIT จะสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักๆ ของ VR และจัดตั้งมาตรฐานอุตสาหกรรมโดยรวมเพื่อส่งเสริมแอปพลิเคชันเกี่ยวกับ VR” Wang กล่าว
ทรัมป์เสนอตัวขออุ้มอิตาลีทางการเงิน
สื่อ Corriere della Sera ของอิตาลีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เสนอตัวขออุ้มอิตาลีทางการเงินในระหว่างการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีGiuseppe Conteที่ทำเนียบขาวในเดือนที่แล้ว ในข้อเสนอของทรัมป์ สหรัฐจะเข้าไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีเพื่อไฟแนนซ์งบประมาณแผ่นดินสำหรับปี 2019 โดยที่กระทรวงการคลังของอิตาลีจะออกพันธบัตรเป็นจำนวนเงิน 400,000 ล้านยูโร หรือ $462,000 ล้าน อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศในยุโรปที่มีหนี้สาธารณะระดับสูงโดยมีหนี้เทียบเท่า 130% ของจีดีพีในปี 2017 ที่ผ่านมา รัฐบาลอิตาลีเอาตัวรอดได้ เพราะว่าดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางยุโรป นอกจากนี้ ธนาคารกลางยุโรปยังช่วยอุ้มฐานะการคลังของอิตาลี และสมาชิกประเทศอีกหลายประเทศด้วยการพิมพ์เงินยูโรออกมาซื้อพันธบัตรของรัฐบาลในเขตยูโรผ่านนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย หรือคิวอี (quantitative easing) อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยุโรปจะยกเลิกการทำคิวอีในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจะทำให้ขาดผู้ซื้อพันธบัตรอิตาลีรายใหญ่ นอกจากนี้ การเมืองของอิตาลีไร้เสถียรภาพมาก มีกระแสไม่ขอร่วมกับสหภาพยุโรปสูงทำให้เกิดความไม่มั่นใจสำหรับนักลงทุน ทำให้ดอกเบี้ยกู้ยืมของรัฐบาลอิตาลีพุ่งขึ้นสูงถึงระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่ปี2014 ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า สหรัฐจะเข้าไปการันตีพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีอย่างไร ในขณะที่นักลงทุนขยาดกับการเข้าไปลงทุนในพันธบัตรอิตาลีที่มีความเสี่ยง และธนาคารกลางยุโรปจะหยุดการทำคิวอี มีการมองว่า ที่ทรัมป์ต้องการอุ้มอิตาลีทางการเงิน เพราะว่าเขาสนับสนุนให้เกิดความแตกแยกในอียู ด้วยเหตุนี้เขาต้องการส่งสัญญาณสนับสนุนถึงชาวอิตาเลียนที่ต้องการให้อิตาลีออกจากเขตยูโรที่ใช้เงินสกุลร่วมยูโร สหรัฐกำลังจะมีการขาดดุลการคลังปีละ$1ล้านล้านอยู่แล้ว แต่ยังสามารถเสนอตัวมาซื้อหนี้ของรัฐบาลอิตาลีได้เป็นเรื่องที่มีเพียงทรัมป์เท่านั้นที่กล้าคิด










