สิ่งน่ารู้ต่อผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน
1.สหรัฐฯและจีนพึ่งพิงการส่งออกไปยังประเทศอื่นทั่วโลกคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) พบว่า จีนพึ่งพาการส่งออก (China Export) คิดเป็นสัดส่วน 18% ของ GDP จีน (ในปี 2017) ลดลงจาก 36% (ในปี 2006) ขณะที่สหรัฐฯ พึ่งพาการส่งออก (US Export) คิดเป็นสัดส่วน 12% ของ GDP (ในปี 2017) หากมองลึกลงไปว่าสองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจส่งออกสินค้าไปมาหากันขนาดไหนพบว่า จีนส่งออกไปสหรัฐฯ (China export to US) เพียง 2.5% ของ GDP จีน ขณะที่สหรัฐฯ ส่งออกไปจีน (US export to China) เพียง 1% ของ GDP สหรัฐฯ […]
โรงแรมจีนใช้ธีมการ์ตูนเจาะใจคนรุ่นใหม่
ไชน่าเดลี รายงานว่า กลุ่มโรงแรมในจีนได้เปิดตัวนวัตกรรมที่มาขับเคลื่อนโรงแรมในการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ชนชั้นกลาง ที่อยู่ในช่วงยกระดับการบริโภคของตัวเองอยู่ Atour Group ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมระดับพรีเมียมที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ได้เปิดตัวโรงแรมที่ตกแต่งด้วยธีมการ์ตูนน่ารักๆ เพื่อกระตุ้นให้คนหยุดมาดูและสนุกสนานกับชีวิต ทั้งนี้ Atour Group ใช้กลยุทธ์ร่วมมือกับแบรนด์เนมชื่อดังที่มีทรัพย์สินทางปัญญา โดย Atour Group จะสำรวจโครงสร้างธุรกิจใหม่ๆ ข้ามอุตสาหกรรม ช่วยทำให้โรงแรมในประเทศจีนทำงานกับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา อนึ่ง ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูงของตัวบุคคลจะเป็นหัวใจหลักของการบริการที่ Atour ต้องการจัดหามาเพื่อผู้บริโภค โดยปัจจุบันเป็นพันธมิตรกับ Wu Xiaobo บุคคลมีชื่อเสียงต้นแบบด้านธุรกิจสื่อและผู้แสดงความคิดเห็น Tongdaodashu ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากสำหรับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการ์ตูน FlowerPlus ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มุ่งจำหน่ายดอกไม้และส่งออนไลน์
หุ้นไทยปิดตลาดวันนี้บวกเกือบ 7 จุด อยู่ที่ 1,679.39 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดตลาดวันนี้ (12 ก.ย. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,679.39 จุด เพิ่มขึ้น 6.97 จุด หรือ 0.42% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,680.54 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,666.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 59,725.04 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 49.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,495.42 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 62.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,670.17 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ 65.50 […]
Fund Comment: ภาพรวมตลาดหุ้น สิงหาคม 2018
ภาพรวมตลาดหุ้น สิงหาคม 2018 ดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคมอยู่ในระดับเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 1,722 จุด โดยมีความผันผวนในระหว่างเดือนจนทำให้ดัชนีหลุดแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,700 จุด สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปัจจัยลบ อย่างประเด็นวิกฤติค่าเงินตุรกีหลังจากทางสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม เพื่อตอบโต้การที่รัฐบาลตุรกีได้ควบคุมตัวพลเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารในตุรกีเมื่อปี 2559 ประเด็นวิกฤติค่าเงินตุรกีส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้นใน Emerging markets รวมถึงไทย อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือน ตลาดพลิกกลับมาได้อีกครั้งจากการฟื้นตัวผ่านแรงซื้อกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ เช่น หุ้นกลุ่มสื่อสารจากความเสี่ยงด้านการประมูลคลื่นที่คลี่คลายลง กลุ่มค้าปลีกในบางตัวที่มีผลประกอบการดีกว่าคาด และกลุ่มพลังงานที่ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น เห็นได้ชัดว่าตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานเฉพาะหุ้นของหุ้นขนาดใหญ่บางตัว แม้ว่าจะมีปัจจัยต่างประเทศกดดัน แต่แรงขายของนักลงทุนต่างชาติยังคงทรงต่อจากเดือนก่อนที่ระดับ10,000 ล้านบาท ต่างจากประเทศอื่นๆในกลุ่ม TIPs ที่เห็นการไหลออกเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจากปัจจัยทางเศรษฐกิจในประเทศที่อ่อนแอ และค่าเงินอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วเรายังไม่เห็นปัจจัยสนับสนุนที่เป็นบวกอย่างชัดเจนในตลาดหุ้นไทย ทั้งผลประกอบการที่ออกมาไม่ได้โดดเด่นและความเสี่ยงจากต่างประเทศ เช่น วิกฤติค่าเงินในประเทศต่างๆ และสงครามการค้ายังคงเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นอยู่ ตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายนยังขาดปัจจัยบวกใหม่ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นในภูมิภาคยังถูกแรงกดดันทั้งประเด็นตัวเลขทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ค่าเงินสกุลท้องถิ่นเทียบกับสกุลหลัก และประเด็นของสงครามการค้าและความกังวลต่อวิกฤตทางเศรษฐกิจในบางประเทศอย่างอาร์เจนติน่าและตุรกี การพิถีพิถันเลือกลงทุนเป็นพิเศษในหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้มของผลประกอบการที่ดีและมีมูลค่าที่เหมาะสมเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับการลงทุนในช่วงนี้
จีน-ญี่ปุ่นเล็งเดินหน้าความร่วมมือเพิ่มเติม
ไชน่าเดลี รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีน ออกมาระบุว่า จีนและญี่ปุ่นเตรียมหาแนวทางในการทำงานร่วมกันเพิ่มเติมเพื่อมุ่งไปสู่กระบวนการความร่วมมือในระดับภูมิภาค ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นั้นได้พบปะกับนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นในระหว่างการประชุมสุดยอดเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออกครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงวลาดีวอสตอค ประเทศรัสเซีย “จีนพร้อมต้อนรับญี่ปุ่น ในการร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องด้านการมีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปและเปิดกว้าง รวมทั้งบรรลุถึงการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” สี กล่าว ทั้งนี้ เส้นทางสายไหมใหม่ ถือเป็นช่องทางใหม่และเป็นบททดสอบของทั้ง 2 ประเทศในด้านการกระชับความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน สี ย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่นนั้นกลับมาสู่ภาวะปกติแล้ว และความสัมพันธ์ที่มีต่อกันนั้นมีความสำคัญต่อการสร้างโอกาสในการปรับปรุงและพัฒนาต่อไป “สองประเทศควรจะพบกันครึ่งทาง เพื่อรักษาแนวโน้มในเชิงบวกนี้ต่อไปและนำไปสู่ความสัมพันธ์ในด้านการพัฒนาต่างๆ ในระดับทวิภาคี” สี กล่าว
PwC เผยอุตฯ บริการการเงินทั่วโลก ยังล้าหลังให้โอกาสผู้หญิงโตในสายอาชีพ
PwC เผยผลสำรวจ Seeing Is Believing: clearing the barriers to women’s progress in financial services ระบุว่าว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน (Financial Services) ยังคงล้าหลังอุตสาหกรรมอื่น ในการสนับสนุนความก้าวหน้าในการทำงานและส่งเสริมให้ผู้หญิงดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ทั้งนี้ รายงานระบุว่า 54% ของผู้หญิงทำงานในอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เชื่อว่า ความแตกต่างทางเพศเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในสายอาชีพภายในองค์กร เปรียบเทียบกับผู้หญิงในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นที่ 45% โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (43%) ของผู้หญิงทำงานในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินทั่วโลก เคยมีประสบการณ์ในการต้องเผชิญกับคำพูดที่ดูหมิ่น ข่มขู่ และการใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม เทียบกับอุตสาหกรรมอื่นโดยเฉลี่ยที่ 34% อย่างไรก็ตามผลสำรวจชี้ให้เห็นถึงสัญญาณเชิงบวกในการส่งเสริมความก้าวหน้าของผู้หญิงในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน โดยมากกว่า 60% ระบุว่า พวกเขามีการเจรจาต่อรองเพื่อขอเลื่อนตำแหน่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เปรียบเทียบกับผู้หญิงในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 48% นอกจากนี้ มากกว่า 80% ของผู้หญิงทำงานในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน ยังมีความมั่นใจในการเป็นผู้นำ […]
เมื่อเทคโนโลยีผสานกับ ESG
By…ณัฐพล ปรีชาวุฒิ Portfolio Management ทุกวันนี้ เราได้เห็นข่าวภัยธรรมชาติที่รุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น พายุที่รุนแรง อุทกภัยหนัก หรือแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆ โดยในประเทศไทยเรา ก็ได้เห็นข่าวอุทกภัยแทบทุกปี จนเป็นข่าวที่ชินตา ซึ่งสิ่งที่ตามมาจากข่าวเหล่านี้ คือ ความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือ ในการนี้เอง ในฐานะของการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี เราได้เห็นผู้ประกอบการหลายรายตระหนักถึงสถานการณ์และยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในแต่ละครั้งไม่น้อย ซึ่งสิ่งที่เราเห็นในไทยโดยส่วนใหญ่ ผู้ประกอบการจะช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในรูปแบบของการบริจาคเงินและสิ่งของ แต่ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตมากขึ้น เราจะได้เห็นบริษัทชั้นนำในต่างประเทศนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดำเนินการ ESG เพื่อผู้ประสบภัยได้อย่างน่าสนใจทีเดียว เมื่อปลายเดือนกันยายน 2560 เกิดพายุเฮอริเคนหลายลูก พัดถล่มรัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในแถบทะเลคาริเบียน มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายร้อยคน ส่วนผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบนั้นมีนับหลายแสนคน ในครั้งนั้นเอง เราได้เห็นความช่วยเหลือจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งซิคอน วัลเลย์ อย่าง แอร์บีเอ็นบี (Airbnb) อูเบอร์ (Uber) ลิฟท์ (Lyft) เฟสบุ๊ค (Facebook) เทสลา (Tesla) และอีกมากมาย เอื้อเฟื้อเทคโนโลยีที่ตัวเองมีอยู่ เข้ามาช่วยทดแทนโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย Airbnb […]
โบอิ้งคาดจีนซื้อเครื่องบินใหม่ 7,690 ลำใน 20 ปีข้างหน้า
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า โบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลกคาดการณ์ว่า สายการบินของจีนจะมีความต้องการซื้อเครื่องบินใหม่ 7,690 ลำ มูลค่าประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 20 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้เดินทางและธุรกิจที่มีความต้องการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการปรับประมาณการณ์เพิ่มขึ้นจากที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ สำหรับการคาดการณ์ครั้งล่าสุดนั้นเป็นการประเมินความต้องการในช่วงปีนี้ไปจนถึงปี 2037 ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับการประมาณการณ์ครั้งก่อนหน้านี้ที่ประเมินความต้องการระหว่างปี 2016-2036 ว่าสายการบินของจีนน่าจะมีความต้องการเครื่องบินใหม่ 7,240 ลำ “การเติบโตในจีนนั้นเป็นผลมาจากจำนวนชนชั้นกลางในจีนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่าในอีก 10 ปีข้างหน้า” Randy Tinseth รองประธานฝ่ายการตลาด เครื่องบินเพื่อการพาณิชย์ของโบอิ้ง กล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโบอิ้ง หรือว่าแอร์บัส ต่างก็มีสัดส่วนลูกค้าจากตลาดจีนเพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนเป็นตลาดการบินที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยโบอิ้ง คาดการณ์ว่า ความต้องการเครื่องบินของจีนนั้นจะมีสัดส่วน 18% ของตลาดเครื่องบินเชิงพาณิชย์ทั้งหมดจากนี้ไปจนถึงปี 2037 เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วน […]
หุ้นไทย 11 ก.ย. ปิดตลาด 1,672.42 จุด ลดลง 19.09 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดตลาดวันนี้ (11 ก.ย. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,672.42 จุด ลดลง 19.09 จุด หรือ 1.13% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,694.86 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,672.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,027.72 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTT ปิดที่ 48.75 บาท ลดลง 1.50 บาท (-2.99%) มูลค่าการซื้อขาย 4,421.34 ลบ. AOT ปิดที่ 62.00 บาท ลดลง 2.25 บาท (-3.50%) มูลค่าการซื้อขาย 4,164.28 ลบ. […]










Fund Comment
Fund Comment สิงหาคม 2018 : มุมมองตลาดตราสารหนี้
ในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในช่วงลบ 0.05% ถึงบวก 0.13% เป็นผลมาจาก ดัชนีอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีการเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 1.46% ในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นจาก 1.38% ในเดือนก่อน ทำให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงของไทยปรับตัวลดลง อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2/2018 ที่เติบโต 4.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกขยายตัวถึง 4.8% จากปัจจัยทั้งสองประการทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มให้น้ำหนักต่อการที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทยอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในปีนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต (Policy space) ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดตราสารหนี้ไทย สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.75-2.00% พร้อมมีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง และยังคงยืนยันทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ตามคาดการณ์เดิม การให้สัมภาษณ์ของนาย Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในงานประชุมที่ Jackson Hole ที่ยังยืนยันทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED อย่างค่อยเป็นค่อยไป ความกังวลต่อพื้นฐานทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่บางประเทศที่พึ่งพาการกู้ยืมจากต่างประเทศในระดับสูง ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการแข็งค่าของเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา […]