GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2/2018 เร่งตัวขึ้นเป็น +4.1% QoQ, saar สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี
BF Economic Research GDP สหรัฐฯไตรมาส 2/2018 (Advance Estimate) ขยายตัวที่ +4.1% QoQ, saar จากไตรมาสก่อนที่ +2.2% QoQ, saar โดยนับเป็นการขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2014 ปัจจัยหนุนหลักมาจากภาคส่งออก (+9.3% QoQ, saar vs. +3.6% ไตรมาสก่อน) สะท้อนว่าธุรกิจเร่งการส่งออกก่อนการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในเดือนก.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนของสงครามการค้า ส่วนการบริโภคขยายตัวได้ดีที่ +4.0% QoQ saar จากไตรมาสก่อนหน้าที่ Flat สะท้อนจากยอดค้าปลีกที่ขยายตัวต่อเนื่อง เราคาดว่า GDP ทั้งปี 2018 จะขยายตัว +2.8% YoY ต่อเนื่องจากปีก่อนที่ขยายตัว +2.3% YoY จากการลดภาษี ซึ่งจะสนับสนุนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนต่อไป แต่การส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัวลงในระยะข้างหน้า จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่า […]
Artificial Intelligence BF Editorial Technology
AI กับบทบาทฮีโร่ช่วยภาคธุรกิจ
By…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ภาคธุรกิจต่างมองหาโอกาสที่จะนำมาปรับใช้ และก็มีบางรายที่ได้เริ่มใช้ AI มาบ้างแล้ว ซึ่งหลายๆ ครั้ง คนทั่วไปอย่างเราก็ได้สัมผัสกับ AI เหล่านี้ แต่อาจจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หรือในมือนั่นคือ AI เปรียบแล้ว AI ก็เสมือนฮีโร่ที่แฝงกายอยู่ในโลกมนุษย์แบบเงียบๆ พร้อมออกมาปฏิบัติภารกิจกู้โลก ช่วยเหลือภาคธุรกิจเมื่อมีความต้องการ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเรื่องการสื่อสารของมนุษย์และคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และกรรมการสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ได้เคยนำเสนอข้อมูลในงานสัมมนา “AI: Shape the Future” ซึ่งจัดภายในงานคอมมาร์ท เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ค่อนข้างน่าสนใจ โดยระบุว่า ในช่วงแรกนั้น AI เกิดมาจากความต้องการให้ทำงานได้เหมือนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การพูด การมองเห็น การขยับตัว หรือแม้กระทั่งการคิด […]
ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตขาดวัยแรงงาน ขณะที่อัตราว่างงานปรับขึ้นในเดือน มิ.ย.
กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อัตราว่างงานปรับตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 2.4% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.2% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตามอัตราว่างงานยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำ ขณะที่ญี่ปุ่นกำลังประสบภาวะวิกฤตแรงงานอย่างหนัก รายงานระบุว่า อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากประชาชนเลือกลาออกจากงานเก่า เพื่อหาอาชีพใหม่ที่สามารถเติบโตได้มากกว่า เมื่อปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว ญี่ปุ่นมีผู้ว่างงานทั้งสิ้น 1.66 ล้านคน โดยมีจำนวนผู้สมัครใจลาออกจากงานอยู่ที่ 700,000 คน ขณะที่จำนวนผู้ถูกบังคับให้ออกจากงานอยู่ที่ 430,000 คน ด้านจำนวนเด็กจบใหม่ที่กำลังหางานอยู่ที่ 360,000 คน. รายงานจากกระทรวงระบุว่า สภาวะของตลาดแรงงานนั้นปรับตัวดีขึ้น โดย “การจ้างงานปรับตัวสูงขึ้นในหลายอุตสาหกรรม” สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตแรงงานในประเทศ อันเป็นผลมาจากการที่ประชากรผู้สูงอายุในประเทศมีเพิ่มขึ้น
คาดปี 2021 อินเดียครองอันดับ 3 ตลาดผู้ใช้รถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก
บริษัท แมคแคนซี ที่ปรึกษาระดับโลกได้จัดทำรายงาน ระบุว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ควรเตรียมพร้อมรับภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยตลาดอินเดียกำลังเติบโตจนกลายเป็นตลาดผู้ใช้รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ทั้งนี้ อินเดีย จะเป็นตลาดผู้ใช้รถยนต์ใหญ่อันดับ 3 ของโลกในปี 2021 ซึ่งจะทำให้ 7 ปีข้างหน้า อินเดียจะมียอดการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านคันต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 3 ล้านคัน ขณะที่ก้าวต่อไปคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 5 ปี ที่จะมียอดผลิตไปถึง 5 ล้านคันต่อปี หากเศรษฐกิจยังคงพัฒนาไปรวดเร็วเช่นนี้ โดยประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอินเดียจะเติบโต 7% ต่อปี ไปจนถึงปี 2020 นอกจากนี้ การที่สังคมเมืองของอินเดียกระจายพื้นที่กว้างขึ้น คนชั้นกลางขยายตัวเพิ่ม การสนับสนุนของหน่วยงานกำกับและนโยบาย ก็เป็นอีกส่วนสำคัญสนับสนุนให้ตลาดรถยนต์ในอินเดียโต ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ครองสัดส่วนมากกว่า 7% ของจีดีพีอินเดีย โดยแผนยุทธศาสตร์ยานยนต์ของอินเดียระหว่างปี 2016-2026 นั้น […]
หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,701.87 จุด เพิ่มขึ้น 11.79 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ ( 26 ก.ค. 2018) อยู่ที่ 1,701.87 จุด เพิ่มขึ้น 11.79 จุด หรือ 0.70% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,702.30 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,689.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,499.17 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 51.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,520.20 ลบ. 2.PTTEP ปิดที่ 138.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,703.88 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ […]
ก.ล.ต. เปิดแนวคิดให้ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายผลิตภัณฑ์ตลาดทุนแทนลูกค้าได้ตามที่ลูกค้ายินยอม
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถให้บริการซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแทนลูกค้าได้ในขอบเขตที่จำกัดตามที่ลูกค้ายินยอม เพื่อเพิ่มโอกาสลงทุน และสนับสนุนการลงทุนที่หลากหลายให้แก่ผู้ลงทุน ก.ล.ต. มีแนวคิดในการแก้ไขประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยจะอนุญาตให้ผู้แนะนำการลงทุนในสังกัดของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีความถนัดด้านการลงทุนที่เท่าทันกับสถานการณ์ในตลาด สามารถตัดสินใจซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแทนลูกค้าได้ โดยต้องได้รับความยินยอมและภายในขอบเขตที่ตกลงไว้ล่วงหน้ากับลูกค้า เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนได้ครอบคลุมและสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ ก.ล.ต. เคยเสนอแนวคิดดังกล่าวผ่านการรับฟังความเห็นในช่วงปลายปี 2017 และนำข้อคิดเห็นที่ได้รับไปหารือกับผู้เชี่ยวชาญ โดยในครั้งนี้ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการยกร่างกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดครอบคลุมการกำหนดขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการได้ ทั้งผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนในตลาดทุนไทยและต่างประเทศ รวมถึงการกำหนดรายละเอียดของสัญญาการให้บริการ อาทิ การรับคำสั่งลูกค้า ซึ่งแนวทางที่เสนอจะเปิดให้สามารถตกลงกับลูกค้าเพื่อกำหนดหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ลูกค้าต้องการซื้อขายจริงโดยไม่จำกัดจำนวน หากเป็นความประสงค์ของลูกค้า เพื่อให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกและมีโอกาสลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ และจะมีการกำหนดอัตราขาดทุนสูงสุด โดยเปิดกว้างให้ผู้ให้บริการและลูกค้าสามารถร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินการเมื่อถึงจุดต้องยุติขาดทุน (stop-loss limit) ได้ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม เช่น จัดให้มีระบบการแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าทราบภายในระยะเวลาที่ตกลงกันในกรณีที่เกิดการขาดทุนเกินกว่ากำหนด เป็นต้น ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://capital.sec.or.th/webapp/phs/upload/phs1531993242hearing_29_2561.pdf ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail piyaruj@sec.or.th หรือ wasu@sec.or.th จนถึง วันที่ […]
จีนเข้าพักผ่าน Airbnb แตะ 10 ล้านคนแล้ว
ไชน่าเดลี รายงานว่า มีนักเดินทางชาวจีนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ที่เข้าพักกับที่พักทั่วโลกซึ่งให้เช่าผ่าน Airbnb แพลตฟอร์มด้านการบริการที่พักแล้ว ในช่วง 10 ปีตั้งแต่ก่อตั้ง Airbnb มา Peng Tao ซึ่งกำลังจะรับตำแหน่งเป็นประธาน Airbnb ในจีนเดือน ก.ย. นี้ กล่าวว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนคนจีนที่ใช้บริการที่พักผ่าน Airbnb เป็นยอดที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว ขณะที่จำนวนที่พักในจีนที่เข้าร่วมให้บริการผ่าน Airbnb เติบโตมากกว่า 125% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนคนจีนที่ใช้บริการที่พักผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb ในปี 2017 เติบโต 100% จากปีก่อนหน้า เขายังกล่าวอีกว่า ทีมงาน Airbnb ในจีนจะลงทุนในเชิงรุกกับตลาดจีน เพื่อรองรับเจ้าของบ้านที่มาร่วมให้บริการบนแพลตฟอร์มและช่วยสนับสนุนนักเดินทางชาวจีน รวมถึงเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผู้มาเยี่ยมเยือนประเทศนี้มากขึ้น สำหรับ Airbnb ก่อตั้งในปี 2008 เป็นตลาดกลางด้านที่พัก นำเสนอที่พักแรมมากกว่าล้านแห่งในมากกว่า 191 ประเทศ […]
หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,690.08 จุด เพิ่มขึ้น 15.86 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ ( 25 ก.ค. 2018) อยู่ที่ 1,690.08 จุด เพิ่มขึ้น 15.86 จุด หรือ 0.95% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,695.20 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,678.09 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,540.27 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.CPALL ปิดที่ 76.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,015.80 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 51.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,891.99 ลบ. 3.KTC ปิดที่ […]
IMF คาดการณ์เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ปี 2018-2019 โต 6.7%
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของฟิลิปปินส์จะขยายตัว 6.7% ในปีนี้และปีหน้า ส่วนในระยะกลางเศรษฐกิจยังคงไปได้ดีอยู่ อย่างไรก็ตาม ในระยะใกล้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น จากอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างมาก ซึ่งหากต้องการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืนของเศรษฐกิจ ฝ่ายนโยบายต้องปรับลดแรงกดดันเงินเฟ้อลง พร้อมปรับโครงสร้างให้เกื้อหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ Luis E. Breuer หนึ่งในทีมงานของ IMF ที่เดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์ช่วงวันที่ 11-25 ก.ค. ที่ผ่านมา สรุปว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ทำผลงานได้ดี โดยจีดีพีเติบโตได้ 6.7% ในปีที่ผ่านมา และทีมงานคาดว่าการเติบโตจะอยู่ในอัตราเดียวกันนี้ได้ในปีนี้และปีหน้า เป็นผลมาจากการบริโภคและการลงทุนที่เข้มแข็ง รวมถึงการลงทุนของภาครัฐด้วย ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงกดดันภายนอกต่อค่าเงินเปโซ เนื่องจากจะมีผลกระทบทำให้ต้องเสียภาษีสรรพาสามิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการในประเทศก็ได้รับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 5.2% หรือเฉลี่ย 6 เดือนอยู่ที่ 4.3% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุลเพิ่มขึ้น 1.5% ของจีดีพี สิ้นปีนี้ เป็นผลจากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น […]
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ เชิญชวนช่วยเหตุน้ำท่วมลาว
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ ได้ออกประกาศเชิญชวนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หลังจากที่ช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุน้ำท่วมหนักในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก ส่งผลให้สะพานที่เชื่อมต่อแขวงอัตตะปือกับแขวงจำปาสักได้รับความเสียหายอย่างหนักจนใช้การไม่ได้ และพังลง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักทั้งด้านการคมนาคมและความเป็นอยู่ จึงขอเชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมผ่าน 2 ช่องทาง คือ ช่องทางบัญชีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดไว้ และช่องทางของแขวงอัตตะปือ อย่างไรก็ตาม Facebook Page : Royal Thai Embassy, Vientiane แจ้งเพิ่มเติมมาว่า ผู้มีจิตศรัทธาจากประเทศไทยจำนวนมากแจ้งว่าไม่สามารถโอนเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน สปป. ลาว เข้าบัญชีตามที่ระบุในประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ที่ระบุได้ ซึ่งเป็นบัญชีที่เปิดในนครหลวงเวียงจันทน์ และขอให้สถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาช่องทางให้สามารถบริจาคได้นั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเปิดช่องทางรับบริจาคในประเทศไทยและจะแจ้งให้ทราบต่อไป ที่มา : Facebook : Royal Thai Embassy, Vientiane










