ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตขาดวัยแรงงาน ขณะที่อัตราว่างงานปรับขึ้นในเดือน มิ.ย.

ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤตขาดวัยแรงงาน ขณะที่อัตราว่างงานปรับขึ้นในเดือน มิ.ย.

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อัตราว่างงานปรับตัวขึ้นในเดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 2.4% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.2% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตามอัตราว่างงานยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำ ขณะที่ญี่ปุ่นกำลังประสบภาวะวิกฤตแรงงานอย่างหนัก รายงานระบุว่า อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากประชาชนเลือกลาออกจากงานเก่า เพื่อหาอาชีพใหม่ที่สามารถเติบโตได้มากกว่า เมื่อปรับค่าตามฤดูกาลแล้ว ญี่ปุ่นมีผู้ว่างงานทั้งสิ้น 1.66 ล้านคน โดยมีจำนวนผู้สมัครใจลาออกจากงานอยู่ที่ 700,000 คน ขณะที่จำนวนผู้ถูกบังคับให้ออกจากงานอยู่ที่ 430,000 คน ด้านจำนวนเด็กจบใหม่ที่กำลังหางานอยู่ที่ 360,000 คน. รายงานจากกระทรวงระบุว่า สภาวะของตลาดแรงงานนั้นปรับตัวดีขึ้น โดย “การจ้างงานปรับตัวสูงขึ้นในหลายอุตสาหกรรม” สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตแรงงานในประเทศ อันเป็นผลมาจากการที่ประชากรผู้สูงอายุในประเทศมีเพิ่มขึ้น  

คาดปี 2021 อินเดียครองอันดับ 3 ตลาดผู้ใช้รถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก

คาดปี 2021 อินเดียครองอันดับ 3 ตลาดผู้ใช้รถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก

บริษัท แมคแคนซี ที่ปรึกษาระดับโลกได้จัดทำรายงาน ระบุว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ควรเตรียมพร้อมรับภูมิทัศน์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยตลาดอินเดียกำลังเติบโตจนกลายเป็นตลาดผู้ใช้รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ทั้งนี้ อินเดีย จะเป็นตลาดผู้ใช้รถยนต์ใหญ่อันดับ 3 ของโลกในปี 2021 ซึ่งจะทำให้ 7 ปีข้างหน้า อินเดียจะมียอดการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านคันต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 3 ล้านคัน ขณะที่ก้าวต่อไปคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 5 ปี ที่จะมียอดผลิตไปถึง 5 ล้านคันต่อปี หากเศรษฐกิจยังคงพัฒนาไปรวดเร็วเช่นนี้ โดยประเมินว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอินเดียจะเติบโต 7% ต่อปี ไปจนถึงปี 2020 นอกจากนี้ การที่สังคมเมืองของอินเดียกระจายพื้นที่กว้างขึ้น คนชั้นกลางขยายตัวเพิ่ม การสนับสนุนของหน่วยงานกำกับและนโยบาย ก็เป็นอีกส่วนสำคัญสนับสนุนให้ตลาดรถยนต์ในอินเดียโต ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ครองสัดส่วนมากกว่า 7% ของจีดีพีอินเดีย โดยแผนยุทธศาสตร์ยานยนต์ของอินเดียระหว่างปี 2016-2026 นั้น […]

หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,701.87 จุด เพิ่มขึ้น 11.79 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,701.87 จุด เพิ่มขึ้น 11.79 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ ( 26 ก.ค. 2018) อยู่ที่ 1,701.87 จุด เพิ่มขึ้น 11.79 จุด หรือ 0.70% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,702.30 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,689.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,499.17 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 51.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,520.20 ลบ. 2.PTTEP ปิดที่ 138.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,703.88 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ […]

ก.ล.ต. เปิดแนวคิดให้ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายผลิตภัณฑ์ตลาดทุนแทนลูกค้าได้ตามที่ลูกค้ายินยอม

ก.ล.ต. เปิดแนวคิดให้ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายผลิตภัณฑ์ตลาดทุนแทนลูกค้าได้ตามที่ลูกค้ายินยอม

ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า สามารถให้บริการซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแทนลูกค้าได้ในขอบเขตที่จำกัดตามที่ลูกค้ายินยอม เพื่อเพิ่มโอกาสลงทุน และสนับสนุนการลงทุนที่หลากหลายให้แก่ผู้ลงทุน ก.ล.ต. มีแนวคิดในการแก้ไขประกาศที่เกี่ยวข้อง โดยจะอนุญาตให้ผู้แนะนำการลงทุนในสังกัดของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีความถนัดด้านการลงทุนที่เท่าทันกับสถานการณ์ในตลาด สามารถตัดสินใจซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนแทนลูกค้าได้ โดยต้องได้รับความยินยอมและภายในขอบเขตที่ตกลงไว้ล่วงหน้ากับลูกค้า เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ลงทุนได้ครอบคลุมและสะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ ก.ล.ต. เคยเสนอแนวคิดดังกล่าวผ่านการรับฟังความเห็นในช่วงปลายปี 2017 และนำข้อคิดเห็นที่ได้รับไปหารือกับผู้เชี่ยวชาญ โดยในครั้งนี้ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นการยกร่างกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดครอบคลุมการกำหนดขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการได้ ทั้งผลิตภัณฑ์ที่จดทะเบียนในตลาดทุนไทยและต่างประเทศ รวมถึงการกำหนดรายละเอียดของสัญญาการให้บริการ อาทิ การรับคำสั่งลูกค้า ซึ่งแนวทางที่เสนอจะเปิดให้สามารถตกลงกับลูกค้าเพื่อกำหนดหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ลูกค้าต้องการซื้อขายจริงโดยไม่จำกัดจำนวน หากเป็นความประสงค์ของลูกค้า เพื่อให้ผู้ลงทุนมีทางเลือกและมีโอกาสลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ และจะมีการกำหนดอัตราขาดทุนสูงสุด โดยเปิดกว้างให้ผู้ให้บริการและลูกค้าสามารถร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินการเมื่อถึงจุดต้องยุติขาดทุน (stop-loss limit) ได้ นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม เช่น จัดให้มีระบบการแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าทราบภายในระยะเวลาที่ตกลงกันในกรณีที่เกิดการขาดทุนเกินกว่ากำหนด เป็นต้น ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. https://capital.sec.or.th/webapp/phs/upload/phs1531993242hearing_29_2561.pdf ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail piyaruj@sec.or.th หรือ wasu@sec.or.th จนถึง วันที่ […]

จีนเข้าพักผ่าน Airbnb แตะ 10 ล้านคนแล้ว

จีนเข้าพักผ่าน Airbnb แตะ 10 ล้านคนแล้ว

ไชน่าเดลี รายงานว่า มีนักเดินทางชาวจีนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ที่เข้าพักกับที่พักทั่วโลกซึ่งให้เช่าผ่าน Airbnb แพลตฟอร์มด้านการบริการที่พักแล้ว ในช่วง 10 ปีตั้งแต่ก่อตั้ง Airbnb มา Peng Tao ซึ่งกำลังจะรับตำแหน่งเป็นประธาน Airbnb ในจีนเดือน ก.ย. นี้ กล่าวว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนคนจีนที่ใช้บริการที่พักผ่าน Airbnb เป็นยอดที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว ขณะที่จำนวนที่พักในจีนที่เข้าร่วมให้บริการผ่าน Airbnb เติบโตมากกว่า 125% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนคนจีนที่ใช้บริการที่พักผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb ในปี 2017 เติบโต 100% จากปีก่อนหน้า เขายังกล่าวอีกว่า ทีมงาน Airbnb ในจีนจะลงทุนในเชิงรุกกับตลาดจีน เพื่อรองรับเจ้าของบ้านที่มาร่วมให้บริการบนแพลตฟอร์มและช่วยสนับสนุนนักเดินทางชาวจีน รวมถึงเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผู้มาเยี่ยมเยือนประเทศนี้มากขึ้น สำหรับ Airbnb ก่อตั้งในปี 2008 เป็นตลาดกลางด้านที่พัก นำเสนอที่พักแรมมากกว่าล้านแห่งในมากกว่า 191 ประเทศ […]

หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,690.08 จุด เพิ่มขึ้น 15.86 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,690.08 จุด เพิ่มขึ้น 15.86 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ ( 25 ก.ค. 2018) อยู่ที่ 1,690.08 จุด เพิ่มขึ้น 15.86 จุด หรือ 0.95% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,695.20 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,678.09 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,540.27 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.CPALL ปิดที่ 76.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,015.80 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 51.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,891.99 ลบ. 3.KTC ปิดที่ […]

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ปี 2018-2019 โต 6.7%

IMF คาดการณ์เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ปี 2018-2019 โต 6.7%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของฟิลิปปินส์จะขยายตัว 6.7% ในปีนี้และปีหน้า ส่วนในระยะกลางเศรษฐกิจยังคงไปได้ดีอยู่ อย่างไรก็ตาม ในระยะใกล้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงมากขึ้น จากอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอกที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างมาก ซึ่งหากต้องการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืนของเศรษฐกิจ ฝ่ายนโยบายต้องปรับลดแรงกดดันเงินเฟ้อลง พร้อมปรับโครงสร้างให้เกื้อหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ Luis E. Breuer หนึ่งในทีมงานของ IMF ที่เดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์ช่วงวันที่ 11-25 ก.ค. ที่ผ่านมา สรุปว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ทำผลงานได้ดี โดยจีดีพีเติบโตได้ 6.7% ในปีที่ผ่านมา และทีมงานคาดว่าการเติบโตจะอยู่ในอัตราเดียวกันนี้ได้ในปีนี้และปีหน้า เป็นผลมาจากการบริโภคและการลงทุนที่เข้มแข็ง รวมถึงการลงทุนของภาครัฐด้วย ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงกดดันภายนอกต่อค่าเงินเปโซ เนื่องจากจะมีผลกระทบทำให้ต้องเสียภาษีสรรพาสามิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการในประเทศก็ได้รับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 5.2% หรือเฉลี่ย 6 เดือนอยู่ที่ 4.3% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุลเพิ่มขึ้น 1.5% ของจีดีพี สิ้นปีนี้ เป็นผลจากการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น […]

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ เชิญชวนช่วยเหตุน้ำท่วมลาว

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ เชิญชวนช่วยเหตุน้ำท่วมลาว

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ ได้ออกประกาศเชิญชวนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หลังจากที่ช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุน้ำท่วมหนักในแขวงอัตตะปือและแขวงจำปาสัก ส่งผลให้สะพานที่เชื่อมต่อแขวงอัตตะปือกับแขวงจำปาสักได้รับความเสียหายอย่างหนักจนใช้การไม่ได้ และพังลง ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักทั้งด้านการคมนาคมและความเป็นอยู่ จึงขอเชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมผ่าน 2 ช่องทาง คือ ช่องทางบัญชีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดไว้ และช่องทางของแขวงอัตตะปือ อย่างไรก็ตาม Facebook Page : Royal Thai Embassy, Vientiane แจ้งเพิ่มเติมมาว่า ผู้มีจิตศรัทธาจากประเทศไทยจำนวนมากแจ้งว่าไม่สามารถโอนเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน สปป. ลาว เข้าบัญชีตามที่ระบุในประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ที่ระบุได้ ซึ่งเป็นบัญชีที่เปิดในนครหลวงเวียงจันทน์ และขอให้สถานเอกอัครราชทูตฯ พิจารณาช่องทางให้สามารถบริจาคได้นั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเปิดช่องทางรับบริจาคในประเทศไทยและจะแจ้งให้ทราบต่อไป ที่มา : Facebook : Royal Thai Embassy, Vientiane  

ก.ล.ต. เริ่มเปิดรับคำขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ก.ล.ต. เริ่มเปิดรับคำขออนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. เปิดรับคำขออนุญาตการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากประกาศกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการอนุญาตประกอบธุรกิจ มีผลใช้บังคับแล้ววันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลต่อ ก.ล.ต. ได้ ทั้งนี้ ผู้ยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีคุณสมบัติสำคัญ คือ 1.เป็นบริษัทไทยที่เป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทจดทะเบียน 2.มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วตามที่กำหนด 3.มีความพร้อมด้านระบบงาน ฐานะทางการเงิน การควบคุม และการปฏิบัติงานที่ดี 4.ไม่ประสบปัญหาทางการเงิน 5.กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องขอความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. และไม่มีลักษณะต้องห้าม 6.ในกรณีประกอบธุรกิจอื่นอยู่ก่อนแล้ว ต้องเป็นกิจการที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เว้นแต่จะมีระบบป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพ มีงบการเงินประจำปีงวดปีล่าสุดที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบ และสามารถดำรงเงินกองทุนและกันเงินสำรองได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของบริษัทนั้น หลักเกณฑ์นี้ใช้บังคับกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตที่เป็นรายใหม่ และผู้ที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่เดิมตั้งแต่ก่อนที่พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีผลใช้บังคับในวันที่ 14 พ.ค. 2018 “ก.ล.ต. มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการประกอบธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ให้บริการมีระบบที่พร้อม ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ ระบบงานต่างๆ […]

หุ้นไทยปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 1,674.22 จุด ลดลง -1.53 จุด

หุ้นไทยปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 1,674.22 จุด ลดลง -1.53 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ ( 24 ก.ค. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,674.22 จุด ลดลง -1.53 จุด หรือ -0.09% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,686.81 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,667.95 จุด มูลค่าการซื้อขาย 56,098.90 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 50.25 บาท ลดลง -0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,219.91 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 65.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,476.43 ลบ. 3.PTTGC ปิดที่ […]