Update ประเด็นการค้า
1 มิ.ย. 2018 สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมีเนียมกับ EU แคนาดา และเม็กซิโก สหรัฐฯ ไม่ต่ออายุการยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมให้กับ EU แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งทั้ง 3 ประเทศได้รับการยกเว้นชั่วคราวมาตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่มีการประกาศใช้ โดยสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าเหล็กที่อัตรา 25% และอลูมิเนียมที่ 10% นับตั้งแต่วันนี้ หลังจากระยะเวลาผ่อนผันได้สิ้นสุดลงและต่างฝ่ายไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ หลังการประกาศดังกล่าวของสหรัฐฯ ทั้ง 3 ประเทศคู่ค้าก็ได้ประกาศมาตรการโต้ตอบในทันที โดย EU กล่าวจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ฯ นับตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. โดยสินค้าที่คาดว่าจะถูกขึ้นภาษีนำเข้าได้แก่ รถมอเตอร์ไซค์, วิสกี้ Bourbon, สินค้าเกษตรบางอย่าง แคนาดา กล่าวจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ นับตั้งแต่วันที่ 1 […]
เงินเฟ้อไทยเดือนพ.ค. สูงกว่า 1.49% YOY สูงสุดในรอบ 16 เดือน
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย (CPI) เดือนพ.ค. 2018 เพิ่มขึ้น 1.49% YoY ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 16 เดือน สาเหตุหลักมาจากการเร่งตัวขึ้นของราคาพลังงาน ที่สูงสุดในรอบ 13 เดือน เงินเฟ้อทั่วไปของไทย (CPI) ในเดือน พ.ค. 2018 ขยายตัวสูงถึง 1.49% YoY โดยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 และเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 16 เดือน แต่ยังคงอยู่ในกรอบคาดการณ์เงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ที่ 0.7%-1.7% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่ม 1.93% YoY ซึ่งเป็นผลเนื่องมากจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงสุดในรอบ 13 เดือน ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ที่เพิ่มขึ้น0.74% YoY
Baidu เร่งขยายฐานการใช้ AI ในอุตสาหกรรมดั้งเดิม
ไชน่าเดลี่ รายงานว่า Baidu ผู้ให้บริการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ในจีน ตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำในกลุ่มอุปกรณ์ต่างๆ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (Internet of thing – IoT) ด้วยการขยายฐานการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม Baidu ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Haier บริษัทที่ทำเครื่องใช้ภายในบ้าน Country Garaden ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ China Unicom บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ในจีน เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมมีความสามารถที่ดีขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยี AI เช่น การใช้ AI ในอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน เพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วยการติดตามกระบวนการสำรวจน้ำ “สำหรับ Baidu สิ่งสำคัญมากไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี แต่คือการเป็นพันธมิตรในระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจ เราหวังว่าจะให้บริการด้านคลาวด์ คอมพิวติ้ง พร้อมกับการร่วมมือพัฒนาไปกับพันธมิตร” Zhang Yaqin ประธาน Baidu กล่าวภายในงาน ABC Summit 2018 Inspire ซึ่งจัดโดย Baidu […]
หุ้นไทยบวกเล็กน้อย ปิดที่ 1,726.97 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (31 พ.ค. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,726.97 จุด เพิ่มขึ้น 1.83 จุด หรือ 0.11% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,734.28 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,720.31 จุด มูลค่าการซื้อขาย 99,932.17 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 52.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 10,847.14 ลบ. 2.SCC ปิดที่ 446.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 8,571.98 ลบ. 3.LH ปิดที่ 11.10 […]
โลจิสติกส์จีนเร่งใช้เทคโนโลยีตอบโจทย์อี-คอมเมิร์ซโต
ไชน่าเดลี่ รายงานว่า บริษัทด้านโลจิสติกส์ในจีนให้น้ำหนักพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีรองรับตลอดซัพพลายเชนตอบสนองการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มการค้าขายระหว่างประเทศ ซัพพลายเชนแบบดิจิทัลนี้ เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดว่า เทคโนโลยี เช่น ระบบพื้นฐานที่ใช้คลาวด์ การวิเคราะห์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาปรับเปลี่ยนรูปแบบการปฏิบัติงานของซัพพลายเชน และกลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับบริษัทโลจิสติกส์หลักๆ ไปแล้ว Feng Gengzhong รองผู้อำนวยการสมาคมการขนส่งของจีน กล่าวในเวทีพูดคุยของอุตสาหกรรมที่ซีอานว่า อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของจีนเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น JD Logistics ได้สร้างทีมงานร่วมกับรัฐบาลมณฑลส่านซี เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายโลจิสติกส์ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2017 ขณะที่ BestExpress ผู้ให้บริการโลจิสติกส์หลักอีกเจ้า ก็พัฒนา AI มาใช้ในขั้นตอนการขนส่ง ลดต้นทุนการปฏิบัติงานไปได้ 5% Feng กล่าวว่า การเติบโตของนวัตกรรมดิจิทัลในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของจีน ช่วยขับเคลื่อนอี-คอมเมิร์ซและการค้าขายข้ามแดนของประเทศจีน อ้างอิงจากข้อมูลจาก chinaidr.com ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยออนไลน์ ระบุว่ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของจีน สร้างรายได้ 342,500 ล้านหยวน หรือ 53,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่าง […]
กองทุนจ่ายปันผลแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ (ตอนจบ)
By…เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® BF Knowledge Center ในตอนที่แล้วได้เล่าถึงรูปแบบและธรรมชาติของกองทุนที่มีนโยบายจ่ายปันผลไปแล้ว 2 ประเภท เรามาต่อกันในเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับกองทุนประเภทนี้กันในข้อต่อไปครับ ช่วงเวลาการพิจารณาจ่าย มีทั้งแบบแน่นอนและไม่แน่นอน กรณีนี้หมายถึงงวดการพิจารณาว่าจะจ่ายปันผลหรือไม่ ถ้าเป็นกองทุนที่จัดตั้งมานานแล้ว มักจะมีรอบการพิจารณาแน่นอนและเขียนไว้ในหนังสือชี้ชวนชัดเจน เช่น พิจารณาปีละ 2 งวด ได้แก่ ม.ค. – มิ.ย. และ ก.ค. – ธ.ค. หรือ 4 งวด ตามไตรมาส เป็นต้น แต่ปัจจุบันมีกองทุนรวมที่จัดตั้งในช่วงหลัง เลือกที่จะไม่ระบุชัดเจน ในรอบการพิจารณาจ่ายปันผล แต่เขียนไว้กว้างๆ เช่น งวด 1 ปี แล้วในระหว่างปีหากมีกำไรก็ใช้การพิจารณาของผู้จัดการกองทุน ประกาศจ่ายเงินปันผลออกมาในช่วงเวลาที่เห็นว่าเหมาะสม เช่น ช่วงตลาดหุ้นดีๆ มีการทำกำไรจากการขายหุ้นได้ต่อเนื่อง ก็อาจจะจ่ายถึง 5-6 ครั้งต่อปี แต่การจ่ายแบบนี้ ในแต่ละงวดผู้ลงทุนก็จะไม่ได้เงินปันผลเป็นก้อนใหญ่ เพราะถูกแบ่งจ่ายบ่อยเป็นก้อนเล็กๆ […]
กองทุนจ่ายปันผลแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ (ตอนที่1)
By…เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® BF Knowledge Center กองทุนรวมที่จ่ายปันผล ยังคงเป็นที่นิยมจากผู้ลงทุนจำนวนมาก เพราะได้เงินกลับคืนระหว่างการลงทุนไปใช้ หรือสร้างความพอใจว่าลงทุนไปแล้วยังได้จับต้องดอกผลบ้าง แม้ผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดา จะต้องแลกกับการเสียภาษีเงินปันผลทำให้ผลตอบแทนที่ตกถึงมือลดลงก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะประทับใจกับกองทุนที่จ่ายปันผล หากกองทุนนั้นไม่ได้ตอบโจทย์ได้ ‘ตรง’ กับความต้องการ ในแง่การบริหารเงินส่วนบุคคล กองทุนรวมที่จ่ายปันผล มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ขึ้นกับว่าวัตถุประสงค์การลงทุนมีเป้าหมายอะไรกันแน่ ต้องการได้เงินคืนระหว่างการลงทุน ต้องการเงินปันผลไปใช้จ่าย ต้องการลงทุนยาวๆ เพื่ออนาคต อื่นๆ การจะลงทุนกองทุนที่จ่ายปันผลให้มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ใช่เรื่องยากหากนักลงทุนเข้าใจรูปแบบ และวิธีออกแบบกองทุนประเภทนี้เสียก่อน กองทุนปันผลที่นิยมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนหุ้นหรือกองทุนผสม นโยบายการจ่ายเงินปันผลสามารถกำหนดได้กับกองทุนรวมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหุ้น กองทุนผสม กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนกองทุนตราสารหนี้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำมาก ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ที่จะนำมาจ่ายปันผลต่ำตามไปด้วย จึงไม่คุ้มค่าและจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยเฉพาะกับบุคคลธรรมดา กองทุนตราสารหนี้จึงไม่นิยมมีนโยบายจ่ายปันผล มีบ้างสำหรับกองทุนตราสารหนี้ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ลงทุนที่เป็นนิติบุคคล เพราะสามารถลงทุนยาวและได้สิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินปันผลได้ ดังนั้นการลงทุนในกองทุนที่จ่ายปันผล ที่หลายคนมองว่าช่วยลดความเสี่ยงเพราะได้เงินคืนระหว่างการลงทุนมาแล้ว จึงไม่ใช่ เพราะส่วนใหญ่จะมีความเสี่ยงและความผันผวนสูง เนื่องจากเป็นกองทุนหุ้นและกองทุนผสมมากกว่า การที่กองทุนจะจ่ายปันผลหรือไม่ จะขึ้นกับผลการดำเนินงานในงวดนั้นๆ […]
ดัชนีความเชื่อมั่นที่มีต่อตลาดงานสหรัฐสูงสุดรอบ 17 ปี
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ผู้บริโภคในสหรัฐมีความมั่นใจมากขึ้นในตลาดแรงงานครั้งแรกในรอบ 17 ปี อ้างอิงจากรายงานล่าสุดของคณะกรรมการการประชุมในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่จัดทำรายงานวัดระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ หน่วยงานวิจัยได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคในเดือน พ.ค. พบว่า 42.4% ของผู้บริโภค ระบุว่า มีตำแหน่งงานให้เลือกหลากหลาย โดยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดงาน เพิ่มขึ้นจาก 157.5 เมื่อเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 161.7 ในเดือน พ.ค. ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เมื่อเดือน มี.ค. 2001 ซึ่งเคยอยู่ที่ 167.5 เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา อัตราการว่างงานในเดือน เม.ย. แตะระดับต่ำสุดในรอบ 18 ปี ขณะที่การเติบโตของอัตราจ้างยังคงไม่ไปไหนไกล โดยเติบโต 2.6% ต่อปี สิ่งนี้สะท้อนกฎของดีมานต์และซัพพลาย โดยในช่วงที่เงินเฟ้อนิ่ง เมื่อนายจ้างมองเห็นอัตราการเปลี่ยนย้ายงานเพิ่มขึ้น พวกเขาจึงอยู่ในช่วงชั่งน้ำหนักถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นค่าจ้าง Amy Glaser รองประธานอาวุโส บริษัท อเด็คโก้ กล่าวเมื่อต้นเดือน พ.ค. ทางด้าน […]
หุ้นไทยร่วงกว่า 9 จุด ปิดที่ 1,725.14 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (28 พ.ค. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,725.14 จุด ลดลง -9.40 จุด หรือ -0.54% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,726.65 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,711.73 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,484.03 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 51.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 11,412.71 ลบ 2.SCC ปิดที่ 452.00 บาท ลดลง -12.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,933.83 ลบ. 3.PTTEP ปิดที่ 132.50 […]
ธนาคารกลางอินโดนีเซียขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 25 bps
BF Economic Research ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 4.50% เป็น 4.75% ในการประชุมวันนี้ (30 พ.ค.) โดยเป็นการประชุมนอกรอบ หลังผู้ว่าคนใหม่เข้ารับตำแหน่งในวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ BI ภายใต้ผู้ว่าคนก่อนหน้าได้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปแล้ว 1 ครั้งจาก 4.25% เป็น 4.50% ในวันที่ 17 พ.ค. นับเป็นการแสดงจุดยืนของผู้ว่าคนปัจจุบันที่ต้องการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินรูเปียห์เป็นหลัก ทั้งนี้ ต้องจับตาการประชุมครั้งต่อไปของ BI ในวันที่ 27-28 มิ.ย. 2018 ว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นต่ออีกหรือไม่ เรามองว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของอินโดนีเซียยังมีข้อจำกัดอยู่ จากอัตราเงินเฟ้อที่ไม่ได้สูงมากนัก โดยในเดือนเม.ย. เงินเฟ้ออยู่ที่ 3.4% YoY (อยู่ในกรอบ 2.5-4.5%) และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าที่คาดในไตรมาส 1/2018 รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2019 […]






