มูลค่าตลาดบิทคอยน์หาย 4.42 หมื่นล้านดอลล์ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

มูลค่าตลาดบิทคอยน์หาย 4.42 หมื่นล้านดอลล์ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บิทคอยน์ สกุลเงินดิจิทัล ที่ได้รับความนิยมสูงสุด พบว่าในเดือนมกราคมที่ผ่านมามีมูลค่าตลาด (market value) ลดลง 4.42 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 2 แสนล้านดอลลาร์ตลอดทั้งปี 2017 ซึ่งมูลค่าของบิทคอยน์เมื่อคิดเป็นมูลค่าเงินดอลลาร์ที่หายไปอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับสินทรัพย์ดิจิทัล แสดงให้เห็นว่า สกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่า ราคาบิทคอยน์จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังนักลงทุนคลายความกังวลจากปัจจัยลบต่างๆแล้ว ซึ่งรวมถึงการแทรกแซงของหน่วยงานภาครัฐที่เล็งเห็นความเสี่ยงในตลาดสกุลเงินดิจิทัล Stephen Innes หัวหน้านักวิเคราะห์ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จาก Oanda ‘บิทคอยน์เคยขึ้นไปถึง 10,000 ดอลลาร์ และตกลงมาต่ำกว่าระดับดังกล่าว หลังเทฟลอน ถูกหน่วยงานภาครัฐเรียกไปให้ข้อมูล แต่เราต้องเข้าใจว่า บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์เสี่ยง และเมื่อราคาลดลง 50% แล้ว ราคาจะลดลงไปอีก หลายคนเสียหาย เพราะไปซื้อในขณะที่กำลังเป็นขาลง’ เขาคาดการณ์ว่า ราคาบิทคอยน์อาจลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5,000-6,000 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ 10,000-15,000 ดอลลาร์อีกครั้ง

Stock Buyback (การซื้อหุ้นคืน)

Stock Buyback (การซื้อหุ้นคืน)

By… ศรศักดิ สร้อยแสงจันทร์ BF Knowledge Center บริษัทจดทะเบียนสามารถซื้อหุ้นของตัวเองในตลาดด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังนี้ เพื่อลงทุน – โดยบริษัทมองเห็นว่าหุ้นของตัวเองมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ซึ่งประเมินจากผลประกอบการและฐานะการเงิน รวมทั้งแนวโน้มและอัตราเติบโตของกิจการ เนื่องจากบริษัทรู้ข้อมูลและสถานะที่แท้จริงของกิจการดีกว่านักลงทุนทั่วไป จึงเข้าซื้อหุ้นที่ราคาต่ำเก็บไว้เป็นการลงทุน และขายออกไปเมื่อราคาหุ้นสูงขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าหุ้น – การซื้อหุ้นคืนส่งผลให้ลดจำนวนหุ้นที่อยู่ในมือนักลงทุน  หากผลกำไรของบริษัทไม่ลดลงจะทำให้กำไรต่อหุ้นสูงขึ้น และสามารถจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นสูงขึ้นกว่าเดิม มูลค่าหุ้นทางบัญชี (Book value) และมูลค่าหุ้นที่เหมาะสม (Intrinsic value) จึงเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดเพิ่มสูงขึ้น เพื่อให้รางวัลแก่ผู้บริหารและพนักงาน – บริษัทที่มีนโยบายให้รางวัลหรือโบนัสแก่ผู้บริหารและพนักงานเป็นหุ้นของบริษัท (Employee stock option plan : ESOP) เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในกิจการและเป็นแรงจูงใจในการทำงาน โดยปกติจะออกหุ้นเพิ่มทุนหรือออปชั่นเพื่อแจกให้ผู้บริหารและพนักงาน แต่บริษัทอาจเลือกใช้วิธีซื้อหุ้นในตลาดที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม และนำไปแจกจ่ายแทนการเพิ่มทุน เพื่อหลีกเลี่ยงผลของ Dilution effect (กำไรต่อหุ้นลดลงจากการเพิ่มทุน)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นญี่ปุ่น (B-NIPPON)

กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นญี่ปุ่น (B-NIPPON)

BF Knowledge Center มุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังปรับด้วยราคาในปีนี้ (ระหว่างเดือนเม.ย. 2018 ถึงเดือนมี.ค. 2019) เป็น 1.8% จากเดิม 1.4% เหตุจากการค้าโลกที่ขยายตัวดี ทำให้สินค้าส่งออกเติบโต และเงินลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้นเพียง 0.9% ยังห่างไกลจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นตั้งเป้าไว้ที่ 2.0% ปัจจัยที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าในการบรรลุเป้าหมาย GDP ที่ 1.6% ได้แก่ เพิ่มการบริโภคของคนญี่ปุ่นให้มากขึ้น – รัฐบาลญี่ปุ่นคาดว่าผู้บริโภคญี่ปุ่นจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 4% ในปี 2018 จากนโยบายที่เน้นการเพิ่มค่าจ้างและรัฐสนับสนุนเงินลงทุนให้กับบริษัทซึ่งมีการพัฒนา/ปรับปรุงคุณภาพและสวัสดิการให้กับพนักงาน เพิ่มเงินสนับสนุนธุรกิจ – ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9% ในปีนี้ วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้กับธุรกิจ โดยเน้นสนับสนุนธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีเพื่อที่จะให้สอดคล้องแรงงานญี่ปุ่นที่มีจำนวนลดลง นอกจากนี้การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในเดือนต.ค. BOJ ได้ตัดสินใจควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curb Control) ต่อไปอีก ในขณะที่การเข้าซื้อพันธบัตรของ […]

ไม่มีโฆษณาเงินดิจิทัล บนอาณาจักร Facebook อีกต่อ

ไม่มีโฆษณาเงินดิจิทัล บนอาณาจักร Facebook อีกต่อ

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Facebook ยกเลิกลงโฆษณาเงินสกุลดิจิทัลต่างๆ (cryptocurrencies) ซึ่งรวมถึงบิทคอยน์ และ การเสนอขายเหรียญในระยะเริ่มต้น (Initial Coin Offerings: ICOs) เพื่อป้องกันประชาชนจากการรับข่าวประชาสัมพันธ์สินค้า จากบริษัทผู้ขายสินค้าและบริการด้านการเงิน โดยเฉพาะการเสนอขายผลิตภัณฑ์ชวนเชื่อ หรือหลอกลวงทำให้ผู้รับสื่อเข้าใจผิด Rob Leathern ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ ระบุว่า “กฎระเบียบใหม่ของเราได้สั่งห้ามไม่ให้ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการทางการเงิน ที่ข้องเกี่ยวกับการโฆษณา ชวนเชื่อ หรือหลอกลวงผู้บริโภค เช่นการเสนอขายเหรียญ และเงินสกุลดิจิทัล” การยกเลิกลงโฆษณาหมายความว่าจะไม่มีการลงข้อความใดๆ แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และผลิตภัณฑ์นั้นจะถูกฏหมายก็ตาม ซึ่งกฎระเบียบใหม่จะถูกนำไปใช้ในทุกๆ แพลตฟอร์ม อย่าง Facebook, Audience Network และ Instagram

หุ้นไทยปิดบวกเล็กน้อย แตะที่ 1,826.86 จุด  

หุ้นไทยปิดบวกเล็กน้อย แตะที่ 1,826.86 จุด  

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ (31 ม.ค. 61) ที่ระดับ 1,826.86 จุด เพิ่มขึ้น 0.25 จุด หรือ 0.01% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,834.26 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,819.50 จุด ขณะที่มูลค่าการซื้อขาย ณ เวลา 17.12 น. อยู่ที่ 63,252.09 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 492.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,319.52 ลบ. 2.BANPU ปิดที่ 22.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]

ความมั่งคั่งทั่วโลกเพิ่มขึ้น แต่ยังไร้ความเท่าเทียม

ความมั่งคั่งทั่วโลกเพิ่มขึ้น แต่ยังไร้ความเท่าเทียม

เวิลด์แบงก์ เปิดเผยว่า ความมั่งคั่งทั่วโลกขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความไม่เท่าเทียมปรากฎให้เห็น รายงานความมั่งคั่งทั่วโลก “Changing Wealth of Nations 2018” ของเวิลด์แบงก์ แสดงให้เห็นว่า ความมั่งคั่งทั่วโลก ซึ่งนับรวมต้นทุนทางสังคม, ทุนทางธรรมชาติ, ทุนมนุษย์ และสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธินั้น ขยายตัวขึ้น 66% สู่ระดับ 1,143 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 1995 จากระดับปี 2014 รายงานระบุว่า ความมั่งคั่งทั่วโลกระหว่างปี 1995-2014 เริ่มแพร่กระจายไปยังประเทศที่มีรายได้ในระดับปานกลาง เนื่องจากการเติบโตที่รวดเร็วของเอเชีย ขณะที่ประเทศในอันดับต้นๆของโลกที่มีรายได้สูงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศส่วนใหญ่มีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นระหว่างปี 1995-2014 โดยรายได้ต่อหัวในประเทศที่มีรายได้ปานกลางนั้น มีการขยายตัวมากที่สุด รายงานดังกล่าวให้เหตุผลว่า ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการสั่งสมทุนมนุษย์ ซึ่งได้ประโยชน์จากการลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาผลิตผลในด้านสุขภาพและการศึกษา อย่างไรก็ดี ความไม่เท่าเทียมกันยังคงมีปรากฎให้เห็นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว โดยรายงานพบว่าความมั่งคั่งต่อหัวในประเทศที่มีรายได้สูงขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) นั้น มากกว่าความมั่งคั่งในประเทศรายได้ต่ำถึง 52%

ทรัมป์ อวดตลอด 1 ปี สร้างงานเพิ่ม 2.4 ล้านตำแหน่ง ย้ำหมดยุคถูกเอาเปรียบการค้า

ทรัมป์ อวดตลอด 1 ปี สร้างงานเพิ่ม 2.4 ล้านตำแหน่ง ย้ำหมดยุคถูกเอาเปรียบการค้า

ทรัมป์ ระบุความสำเร็จตลอด 1 ปีที่ผ่านมา สร้างงานใหม่ 2.4 ล้านตำแหน่ง ว่างงานลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 45 ปี พร้อมยกเครื่องด้านภาษี ฟื้นฟูเอกชนให้แข็งแกร่ง ย้ำหมดยุคถูกเอาเปรียบจากข้อตกลงการค้าที่ไม่เป็นธรรม เดินหน้าพัฒนาและฝึกฝนบุคลากร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรส ระบุผลงานที่ประสบความสำเร็จนับตั้งแต่ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง คือการสร้างงานใหม่ 2.4 ล้านตำแหน่ง ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 45 ปี ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า ความเชื่อมั่นของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกล่าวว่า มาตรการปรับลดภาษีขนาดใหญ่ของรัฐบาล ได้ช่วยฟื้นฟูภาคเอกชนให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้ค่าแรงปรับตัวสูงขึ้นในที่สุด ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า คณะทำงานของรัฐบาลสหรัฐได้ผลักดันกฎหมายการปรับลดภาษีครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งช่วยให้บริษัทของสหรัฐสามารถแข่งขันกับภาคเอกชนของประเทศอื่นๆได้ นอกจากนี้ ยังสามารถยกเลิกเนื้อหาหลักในโครงการโอบามาแคร์ ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างหายนะต่อระบบเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะเดียวกันทรัมป์ได้กล่าวถึงประเด็นการค้าว่า รัฐบาลสหรัฐจะพลิกสถานการณ์ด้านการค้าของประเทศให้กลับมาสดใสอีกครั้ง หลังจากที่สหรัฐถูกเอาเปรียบจากข้อตกลงการค้าที่ไม่เป็นธรรม พร้อมกับกล่าวว่า สหรัฐคาดหวังว่าความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศต่างๆ จะเป็นไปอย่างยุติธรรม สหรัฐเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยนักสร้าง ด้วยเหตุนี้ […]

การลงทุนที่เหมาะสมสำหรับวัยเกษียณ

การลงทุนที่เหมาะสมสำหรับวัยเกษียณ

By… เสกสรร โตวิวัฒน์, CFP BF Knowledge Center การออมการลงทุนในวัยนี้ จำเป็นต้องจัดสรรเงินด้วยความระมัดระวัง แบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ ต้องไม่ลงทุนเกินความเสี่ยงที่รับได้ และสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ พอร์ตการออมการลงทุนของคนวัยเกษียณ มีหลักการสำคัญที่ใช้ได้ทั่วไป คือ ควรเป็นพอร์ตที่มีความเสี่ยงโดยรวมอยู่ในระดับต่ำหรือปานกลางถึงต่ำ เพื่อบรรเทาปัญหาหากพอร์ตการลงทุนเกิดความเสียหาย การลงทุนสำหรับวัยหลังเกษียณ ควรมีเป้าหมายให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ เพื่อรักษามูลค่าของเงินในกระเป๋าไม่ให้เสื่อมค่าลง รวมถึงให้จัดสรรไปลงทุนในรูปแบบที่ได้รับผลตอบแทนแบบสม่ำเสมอจากการลงทุนเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่าย ลดการดึงเงินต้นออกมาใช้ให้มากที่สุด เช่น เงินฝากธนาคาร ตราสารหนี้ต่างๆ เช่นหุ้นกู้  พันธบัตรรัฐบาล กองทุนตราสารหนี้ที่จ่ายเงินคืนระหว่างการลงทุน กองทุนหุ้นที่จ่ายปันผล กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ เป็นต้น พอร์ตเงินออมส่วนใหญ่ควรเน้นที่การซื้อกองทุนตราสารหนี้ ซื้อหุ้นกู้ พันธบัตร หรือฝากธนาคาร เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ ส่วนการลงทุนในหุ้น กองทุนหุ้น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า สามารถทำได้โดยแบ่งส่วนในพอร์ตให้ชัดเจนออกมาจากพอร์ตการออมความเสี่ยงต่ำ ว่านี่คือส่วนที่ต้องการผลตอบแทนสูงขึ้น ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุนที่แนะนำสำหรับวัยเกษียณ เช่น เงินฝาก หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล […]

GDP ยูโรโซนโต 2.5% ในปี 2017 รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007

GDP ยูโรโซนโต 2.5% ในปี 2017 รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007

ประมาณการรอบแรก (Preliminary Flash Estimate) จาก Eurostat เผยว่า เศรษฐกิจยูโนโซน (EA19) โต 0.6% QoQ sa ในไตรมาสที่ 4/2017 ส่งผลให้ GDP ขยายตัวในกรอบแข็งแกร่งตลอดทั้งปี 2017 ที่ระหว่าง 0.6-0.7% QoQ sa แปลงเป็นการเติบโต 2.5% ในปี 2017 สูงที่สุดในรอบ 10 ปี รายงานดังกล่าวเป็นเพียงประกาศเบื้องต้น จึงยังไม่มีการจำแนกอัตราการเติบโตรายประเทศ หรือรายละเอียดของ GDP ออกมา อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า การบริโภคภายในภูมิภาคเอง (Domestic Demand) ได้เป็นแรงหนุนสำคัญให้กับ GDP ค่อนข้างมาก ผนวกกับเศรษฐกิจโลกที่ยังโตดี ช่วยให้ภาคการค้าระหว่างประเทศสามารถขยายตัวได้ต่อ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (Composite PMI) ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นถึง […]

ครม.เคาะค่าแรงขั่นต่ำใหม่ขึ้น 5-22 บาท คลอดมาตรการอุ้มผู้ประกอบการายย่อย

ครม.เคาะค่าแรงขั่นต่ำใหม่ขึ้น 5-22 บาท คลอดมาตรการอุ้มผู้ประกอบการายย่อย

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ที่ 5-22 บาท ตามแต่พื้นที่ในแต่ละจังหวัดที่ทุกจังหวัดให้ความเห็นชอบแล้ว โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 พร้อมออกมาตรการคุ้มครองผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 3 มาตรการ คือ 1.มาตรการลดหย่อนภาษี โดยให้ผู้ประกอบการนำรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าแรงให้ลูกจ้างมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1.15 เท่า โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนไปจนถึงสิ้นปีนี้ เงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการที่จะลดหย่อนได้คือ บริษัทต้องมีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท และมีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน คาดว่ารัฐจะเสียงบประมาณ 5,400 ล้านบาท 2.การช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ด้วยวงเงิน 5,000 กว่าล้านบาท โดยให้มีการจัดตั้งคณะทำงานประกอบด้วยหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่คัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการจัดสัมมนาและอบรมในการพัฒนาสถานประกอบการ จากการประเมินพบว่าการขึ้นค่าแรงจะส่งผลต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 0.5-1% แต่จากการอบรมเข้าโครงการจะช่วยลดต้นทุนเอสเอ็มอี 10% คาดว่าจะมีเอสเอ็มอีเข้าร่วม 50,000 แห่ง […]