BBLAM เสนอขาย IPO ‘BP11/23 (AI)’ วันที่ 13-18 ธ.ค. นี้
BBLAM เสนอขาย IPO ‘กองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 11/23 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย’ หรือ BP11/23 (AI) ซึ่งเป็นเทอมฟันด์ อายุ 6 เดือน วันที่ 13-18 ธันวาคม 2566 นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่มองหาการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า BBLAM เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 11/23 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ BP11/23 (AI) ระหว่างวันที่ 13-18 ธันวาคม 2566 ประมาณการผลตอบแทน 2.25% ต่อปี โดยเสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย และผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,373.29 จุด ลดลง 7.07 จุด (-0.51%)
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,373.29 จุด ลดลง 7.07 จุด (-0.51%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,370.04 จุด และสูงสุดที่ 1,383.41 จุด มูลค่าการซื้อขาย 35,314.05 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTTEP ปิดที่ 144.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 (+1.76%) มูลค่าการซื้อขาย 1,600.46 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 128.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 (+0.79%) มูลค่าการซื้อขาย 1,479.98 ล้านบาท DELTA ปิดที่ 83.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 […]
ผู้ผลิตรถหันฟื้นตลาด ‘ไฮบริด’
ผู้ผลิตรถหันฟื้นตลาด ‘ไฮบริด’ ตอบโจทย์ลูกค้ายุคเปลี่ยนผ่านอีวี ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้ บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ รายใหญ่จึงพากันปรับตัวมาพบกันครึ่งทางกับผู้บริโภคด้วยรถยนต์ “ไฮบริด” ซีเอ็นบีซี รายงานว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายรายกำลังหันมาฟื้นตลาด ไฮบริดอีกครั้ง ทั้งในกลุ่มรถเก๋งซีดานและรถบรรทุก ทั้งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคและหลีกเลี่ยงมาตรการลงโทษของรัฐ ซึ่งกำลังเน้นเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวที่ตอบโจทย์ เรื่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันยอดขายรถไฮบริดคิดเป็นสัดส่วนราว 8.3% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.2 ล้านคัน ตั้งแต่เดือน ม.ค. – พ.ย. 2566 โดยคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2.8% เมื่อเทียบปีที่แล้ว แม้ว่าการฟื้นตลาดไฮบริดจะเป็น การขัดกับกลยุทธ์ที่บริษัทรถยนต์ต่างๆ ทุ่มลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับ อีวีมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับที่รัฐบาลประเทศต่างๆ เดินหน้าเข็นมาตรการสนับสนุนรถยนต์อีวี และรถยนต์พลังงานใหม่ (เอ็นอีวี) กันออกมาอย่างเต็มที่ ทว่ารถไฮบริดที่เป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างเครื่องยนต์สันดาปกับแบตเตอรี่อีวี ก็พอจะช่วยเรื่องลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกหรือการใช้รถน้ำมันแบบ 100% ลงไปได้บ้าง ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ที่กระแสรถอีวีชะลอตัวลง จากรายงานของเอ็ดมันส์ ซึ่งเป็นบริษัทข้อมูลด้านวงการยานยนต์พบว่า ยอดขายรถยนต์ไฮบริดแบบดั้งเดิม […]
B-ASIASSF B-BHARATA B-DYNAMIC BOND B-GLOBAL B-INDIAMRMF B-INNOTECH B-INNOTECHRMF B-INNOTECHSSF B-TOPTENRMF B-VIETNAM B-VIETNAMRMF BBLAM Weekly Investment Insights BEQSSF BERMF BKA BTP
BBLAM Weekly Investment Insights 11-15 ธันวาคม 2023
2023 – The Rise of Asia INVESTMENT STRATEGY By BBLAM “ในมุมมอง Asset allocation ประจำเดือนธันวาคม 2023 เมื่อนำผลตอบแทนของสินทรัพย์ลงทุนมาเปรียบเทียบกัน ก็จะยังเห็นว่า หุ้นเทคโนโลยี ผลตอบแทนเป็นกลุ่มที่นำตลาดต่อเนื่อง” BBLAM แนะนำกองทุน กองทุนลงทุนตราสารหนี้เน้นยืดหยุ่น : B-DYNAMIC BOND และ กองทุนลดหย่อนภาษี : B-DYNAMICRMF และ B-DYNAMICSSF กองทุนลงทุนหุ้นคุณภาพจากทั่วโลก : B-GLOBAL หรือกองทุนลดหย่อนภาษี B-GLOBALRMF กองทุนลงทุนอินเดีย : B-BHARATA หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-INDIAMRMF และกองทุน SSF เลือก B-ASIASSF กองทุนลงทุนในเทคโนโลยี แต่พยายามเฟ้นหาหุ้นเทคฯพื้นฐานดี มูลค่ายังน่าลงทุน : B-INNOTECH หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-INNOTECHRMF และ B-INNOTECHSSF ลงทุนหุ้นเวียดนาม : B-VIETNAM หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-VIETNAMRMF และ B-VIETNAMSSF ลงทุนหุ้นไทยเน้นกระจายลงทุน : BKA หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ BERMF และ BEQSSF ลงทุนหุ้นไทยแบบเน้นเน้น : BTP หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-TOPTENRMF และกองทุนลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ เสนอขายครั้งแรก 8 – 15 ธันวาคมนี้ ได้แก่ B-TOP-THAIESG Market & Economy […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,380.99 จุด เพิ่มขึ้น 2.26 จุด (+0.16%)
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,380.99 จุด เพิ่มขึ้น 2.26 จุด (+0.16%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,376.29 จุด และสูงสุดที่ 1,389.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 34,760.77 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTTEP ปิดที่ 142.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 (+1.07%) มูลค่าการซื้อขาย 2,146.71 ล้านบาท DELTA ปิดที่ 81.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 (+6.58%) มูลค่าการซื้อขาย 1,331.50 ล้านบาท CPALL ปิดที่ 52.75 บาท ลดลง 0.50 […]
โกลด์แมน แซคส์คาด ECB หั่นดอกเบี้ยลง 0.25% ทุกเดือนเริ่มตั้งแต่ เม.ย.ปีหน้า
ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมทุกเดือนตั้งแต่เดือนเม.ย. 2567 เป็นต้นไป “เราคาดว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของ ECB จะลดลงสู่ระดับ 2.25% ภายในต้นปี 2568 จากระดับปัจจุบันที่ระดับ 4% และเรามองว่าเดือนเม.ย. 2567 จะเป็นเดือนที่ ECB เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาการที่เราคาดการณ์ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจจะแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่อัตราค่าจ้างปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะมีข้อมูลเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของยูโรโซนชะลอตัวลง” ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ระบุในรายงานที่มีการเผยแพร่เมื่อวานนี้ (7 ธ.ค.) ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14 ธ.ค.นี้ และจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. 2567 หลังจากนางอิซาเบล ชนาเบล ซึ่งเป็นกรรมการสายเหยี่ยวใน ECB กล่าวว่า ECB สามารถตัดทางเลือกในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้อได้ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ส่วนผลการสำรวจนักวิเคราะห์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ คาดว่า ECB จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส […]
อาเซียน+3 เห็นพ้องจัดตั้งโครงการสินเชื่อใหม่รับมือวิกฤตเศรษฐกิจ
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตัวแทนของกลุ่มประเทศอาเซียน+3 เห็นพ้องกันในวันนี้ (7 ธ.ค.) ที่จะจัดตั้งโครงการปล่อยสินเชื่อระดับภูมิภาคใหม่ เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินในภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อาเซียน+3 ประกอบด้วย กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ นายมาซาโตะ คันดะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น กล่าวหลังการประชุมอาเซียน+3 ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ที่เมืองคานาซาว่า ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว โดยระบุว่า การจัดตั้งโครงการใหม่ซึ่งมีชื่อว่า “Rapid Financing Facility” และรายละเอียดเฉพาะของโครงการจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในการประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดการจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปีหน้า โครงการใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเครือข่ายการแลกเปลี่ยนสกุลเงินพหุภาคีเดิมที่มีอยู่ ซึ่งมีชื่อว่า มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation: CMIM) ที่สามารถใช้ได้ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต บรรดาตัวแทนระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า โครงการดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การดูแลของ CMIM “พวกเราทุกคนล้วนสร้าง CMIM ขึ้นมาเพื่อความมั่นคงทางการเงิน” นายคันดะ กล่าว ที่มา: […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,378.73 จุด ลดลง 10.82 จุด (-0.78%)
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 7 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,378.73 จุด ลดลง 10.82 จุด (-0.78%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,373.34 จุด และสูงสุดที่ 1,384.52 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,649.80 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTTEP ปิดที่ 140.50 บาท ลดลง 2.50 (-1.75%) มูลค่าการซื้อขาย 4,127.67 ล้านบาท PTT ปิดที่ 35.50 บาท ลดลง 0.25 (-0.70%) มูลค่าการซื้อขาย 2,365.63 ล้านบาท BDMS ปิดที่ 25.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,971.33 […]
BBLAM พร้อมเสนอขายกองทุน B-TOP-THAIESG 8-15 ธ.ค. นี้
BBLAM พร้อมเสนอขายกองทุน B-TOP-THAIESG 8-15 ธ.ค. นี้ สนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน สานเป้าหมายของการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อ ESG นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BBLAM กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund “Thai ESG”) เพื่อสนับสนุนการออมระยะยาว และส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ดำเนินงานตามหลัก ESG โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคมและการกำกับดูแลที่ดีนั้น BBLAM ตระหนักและเห็นความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงกำหนดทิศทางและเป้าหมายของการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้า ตลอดจนเกิดประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) เพราะเชื่อว่าการลงทุนในบริษัทที่คำนึงถึง ESG และให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง จะให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว “ขณะนี้ เราเตรียมความพร้อมในการเสนอขายกองทุน Thai ESG ในช่วงเดือน […]










Fund Comment
Fund Comment ตุลาคม 2566: ภาพรวมตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นโลกในเดือนตุลาคมส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยเฉลี่ยปรับตัวลดลงต่อจากเดือนที่ผ่านมา 3% ด้วยเหตุการณ์สำคัญอย่างปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ที่เปิดฉากโจมตีกันขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา และยังมีความไม่แน่นอนในแง่ของความยืดเยื้อและผลกระทบระยะยาวด้านความสัมพันธ์ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย Bloomberg ได้ประเมินผลกระทบของสงครามและมีการคาดการณ์ว่า จากสถาณการณ์ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อ Global GDP ในปี 2024 ที่ 0.1% และเงินเฟ้อที่สูงขึ้น 0.1% และถ้าหากสถาณการณ์มีการบานปลายไปยังระดับ Direct War อาจจะส่งผลกระทบต่อ Global GDP 2024 มากถึง 1% และเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น 1.2% ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า ความรุนแรงของสงครามไม่น่าจะยกระดับไปขนาดนั้น และน่าจะเป็นการสู้รบในพื้นที่จำกัดมากกว่า ซึ่งในระยะสั้นนั้น สินทรัพยเสี่ยงต่างๆทั่วโลกเกิดแรงเทขาย และเกิดความผันผวน อาทิ น้ำมันดิบ BRENT ปรับตัวสูงขึ้นราว 5% และทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมีแรงซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา […]