ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,378.94 จุด เพิ่มขึ้น 20.97 จุด (+1.54%)
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,378.94 จุด เพิ่มขึ้น 20.97 จุด (+1.54%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,366.73 จุด และสูงสุดที่ 1,380.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 40,897.67 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ CPALL ปิดที่ 53.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 (+3.92%) มูลค่าการซื้อขาย 2,593,94 ล้านบาท PTT ปิดที่ 35.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,350.78 ล้านบาท DELTA ปิดที่ 85.75 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 (+5.21%) มูลค่าการซื้อขาย 1,758.39 […]
COP28 บรรลุข้อตกลง ลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
ผู้แทนจากเกือบ 200 ประเทศเห็นพ้องกับข้อตกลงในการประชุมสุดยอดสภาพภูมิอากาศ COP 28 เมื่อวันพุธที่นครดูไบ เรื่องเริ่มลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลกและให้ใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายที่สุด สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพี รายงานว่า ผู้แทนจาก เกือบ 200 ประเทศเห็นพ้องในข้อตกลงการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประ ชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 28 หรือ COP28 ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันพุธที่ 13 ธันวาคม 2566 ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากการเจรจาที่ดำเนินมาเกือบ 2 สัปดาห์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งสัญญาณอันทรงพลังไปยังนักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายว่าโลกเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยความปรารถนาที่จะลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล สุลต่านอัล จาเบอร์ ประ ธาน COP28 เรียกข้อตกลงนี้ว่าเป็นข้อตกลงประวัติศาสตร์ แต่เสริมว่าความสำเร็จที่แท้จริงของข้อตกลงนี้อยู่ที่การนำไปปฏิบัติ เขากล่าวกับที่ประชุมเมื่อวันพุธว่า เราเป็นสิ่งที่เราทำ ไม่ใช่สิ่งที่เราพูด เราต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อเปลี่ยนข้อตกลงนี้ให้เป็นการกระทำที่จับต้องได้ สุลต่านอัล จาเบอร์ กล่าวว่า โลกจำเป็นต้องค้นหาวิธีการใหม่และโดยการติดตามดาวเหนือของเรา เราก็พบเส้นทางใหม่ เขากล่าวอ้างถึงเป้าหมายในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยไม่ให้อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ข้อตกลงในที่ประชุม […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 13 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,357.97 จุด ลดลง 15.95 จุด (-1.16%)
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 13 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,357.97 จุด ลดลง 15.95 จุด (-1.16%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,354.73 จุด และสูงสุดที่ 1,370.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 37,984.99 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ CPALL ปิดที่ 51.00 บาท ลดลง 1.75 (-3.32%) มูลค่าการซื้อขาย 2,248.94 ล้านบาท PTT ปิดที่ 35.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,709.02 ล้านบาท BDMS ปิดที่ 25.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,494.66 ล้านบาท BBL ปิดที่ […]
กูรูคาด ปี 67 ‘นักลงทุนจีน’ เน้นปลอดภัย ‘หุ้นกลุ่มสุขภาพ-การแพทย์’ มาแรง
ผู้เชี่ยวชาญคาด ในปี 2567 นักลงทุนในตลาดหุ้นจีนจะเข้าซื้อหุ้นปลอดภัย (defensive sectors) หรือหุ้นที่สามารถต้านทานวัฎจักรทางเศรษฐกิจได้ดี หลังจากตลาดหุ้นจีนทำผลงานย่ำแย่ที่สุดในโลกถึง 3 ปีซ้อน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานในวันนี้ (12 ธ.ค.) ว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญในแวดวงตลาดหุ้นประเมินว่า หุ้นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มปลอดภัยและคาดว่าจะได้แรงซื้ออย่างคึกคักในปีหน้านั้น ได้แก่ หุ้นกลุ่มสุขภาพ กลุ่มนวัตกรรมทางการแพทย์ กลุ่มบริษัทส่งออกชิ้นส่วนสำคัญสำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า กลุ่มการผลิตที่ทันสมัย และหุ้นของบริษัทข้ามชาติ เช่น พีดีดี โฮลดิ้งส์ (PDD Holdings) รายงานระบุว่า การคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนยังคงมีมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มตลาดหุ้นจีนในปีหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์จากหลายสำนักซึ่งรวมถึงมอร์แกน สแตนลีย์ และโกลด์แมน แซคส์ ต่างก็คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจีนมีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี S&P500 ของตลาดหุ้นสหรัฐ นายหวัง ชิง ประธานบริษัทเซี่ยงไฮ้ ฉงหยาง อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ กล่าวว่า “หลังจากที่เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ เราก็ได้ลดการลงทุนในหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจมหภาค และขณะนี้เรากำลังหันไปซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัยที่ให้เงินปันผลสูง เช่น กลุ่มนวัตกรรมทางการแพทย์ซึ่งสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ และกลุ่มการผลิตที่ทันสมัยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน” ดัชนี CSI300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นบลูชิปในตลาดหุ้นจีน ร่วงลงไปแล้วกว่า 12% นับตั้งแต่ต้นปี 2566 สวนทางกับดัชนีหุ้นโลกที่ดีดตัวขึ้น 15% เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และตลาดมีความกังวลมากขึ้นหลังจากมูดี้ส์ได้ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของจีนลงสู่เชิงลบ จากมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ดี […]
BBLAM เสนอขาย IPO ‘BP11/23 (AI)’ วันที่ 13-18 ธ.ค. นี้
BBLAM เสนอขาย IPO ‘กองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 11/23 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย’ หรือ BP11/23 (AI) ซึ่งเป็นเทอมฟันด์ อายุ 6 เดือน วันที่ 13-18 ธันวาคม 2566 นี้ ลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่มองหาการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสม รายงานข่าวจาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า BBLAM เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 11/23 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ BP11/23 (AI) ระหว่างวันที่ 13-18 ธันวาคม 2566 ประมาณการผลตอบแทน 2.25% ต่อปี โดยเสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย และผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,373.29 จุด ลดลง 7.07 จุด (-0.51%)
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,373.29 จุด ลดลง 7.07 จุด (-0.51%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,370.04 จุด และสูงสุดที่ 1,383.41 จุด มูลค่าการซื้อขาย 35,314.05 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTTEP ปิดที่ 144.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 (+1.76%) มูลค่าการซื้อขาย 1,600.46 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 128.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 (+0.79%) มูลค่าการซื้อขาย 1,479.98 ล้านบาท DELTA ปิดที่ 83.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 […]
ผู้ผลิตรถหันฟื้นตลาด ‘ไฮบริด’
ผู้ผลิตรถหันฟื้นตลาด ‘ไฮบริด’ ตอบโจทย์ลูกค้ายุคเปลี่ยนผ่านอีวี ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้ บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ รายใหญ่จึงพากันปรับตัวมาพบกันครึ่งทางกับผู้บริโภคด้วยรถยนต์ “ไฮบริด” ซีเอ็นบีซี รายงานว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายรายกำลังหันมาฟื้นตลาด ไฮบริดอีกครั้ง ทั้งในกลุ่มรถเก๋งซีดานและรถบรรทุก ทั้งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคและหลีกเลี่ยงมาตรการลงโทษของรัฐ ซึ่งกำลังเน้นเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวที่ตอบโจทย์ เรื่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันยอดขายรถไฮบริดคิดเป็นสัดส่วนราว 8.3% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.2 ล้านคัน ตั้งแต่เดือน ม.ค. – พ.ย. 2566 โดยคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 2.8% เมื่อเทียบปีที่แล้ว แม้ว่าการฟื้นตลาดไฮบริดจะเป็น การขัดกับกลยุทธ์ที่บริษัทรถยนต์ต่างๆ ทุ่มลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับ อีวีมาตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับที่รัฐบาลประเทศต่างๆ เดินหน้าเข็นมาตรการสนับสนุนรถยนต์อีวี และรถยนต์พลังงานใหม่ (เอ็นอีวี) กันออกมาอย่างเต็มที่ ทว่ารถไฮบริดที่เป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างเครื่องยนต์สันดาปกับแบตเตอรี่อีวี ก็พอจะช่วยเรื่องลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจกหรือการใช้รถน้ำมันแบบ 100% ลงไปได้บ้าง ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ที่กระแสรถอีวีชะลอตัวลง จากรายงานของเอ็ดมันส์ ซึ่งเป็นบริษัทข้อมูลด้านวงการยานยนต์พบว่า ยอดขายรถยนต์ไฮบริดแบบดั้งเดิม […]
B-ASIASSF B-BHARATA B-DYNAMIC BOND B-GLOBAL B-INDIAMRMF B-INNOTECH B-INNOTECHRMF B-INNOTECHSSF B-TOPTENRMF B-VIETNAM B-VIETNAMRMF BBLAM Weekly Investment Insights BEQSSF BERMF BKA BTP
BBLAM Weekly Investment Insights 11-15 ธันวาคม 2023
2023 – The Rise of Asia INVESTMENT STRATEGY By BBLAM “ในมุมมอง Asset allocation ประจำเดือนธันวาคม 2023 เมื่อนำผลตอบแทนของสินทรัพย์ลงทุนมาเปรียบเทียบกัน ก็จะยังเห็นว่า หุ้นเทคโนโลยี ผลตอบแทนเป็นกลุ่มที่นำตลาดต่อเนื่อง” BBLAM แนะนำกองทุน กองทุนลงทุนตราสารหนี้เน้นยืดหยุ่น : B-DYNAMIC BOND และ กองทุนลดหย่อนภาษี : B-DYNAMICRMF และ B-DYNAMICSSF กองทุนลงทุนหุ้นคุณภาพจากทั่วโลก : B-GLOBAL หรือกองทุนลดหย่อนภาษี B-GLOBALRMF กองทุนลงทุนอินเดีย : B-BHARATA หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-INDIAMRMF และกองทุน SSF เลือก B-ASIASSF กองทุนลงทุนในเทคโนโลยี แต่พยายามเฟ้นหาหุ้นเทคฯพื้นฐานดี มูลค่ายังน่าลงทุน : B-INNOTECH หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-INNOTECHRMF และ B-INNOTECHSSF ลงทุนหุ้นเวียดนาม : B-VIETNAM หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-VIETNAMRMF และ B-VIETNAMSSF ลงทุนหุ้นไทยเน้นกระจายลงทุน : BKA หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ BERMF และ BEQSSF ลงทุนหุ้นไทยแบบเน้นเน้น : BTP หรือกองทุนลดหย่อนภาษี ได้แก่ B-TOPTENRMF และกองทุนลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ เสนอขายครั้งแรก 8 – 15 ธันวาคมนี้ ได้แก่ B-TOP-THAIESG Market & Economy […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,380.99 จุด เพิ่มขึ้น 2.26 จุด (+0.16%)
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ธ.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,380.99 จุด เพิ่มขึ้น 2.26 จุด (+0.16%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,376.29 จุด และสูงสุดที่ 1,389.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 34,760.77 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ PTTEP ปิดที่ 142.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 (+1.07%) มูลค่าการซื้อขาย 2,146.71 ล้านบาท DELTA ปิดที่ 81.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 (+6.58%) มูลค่าการซื้อขาย 1,331.50 ล้านบาท CPALL ปิดที่ 52.75 บาท ลดลง 0.50 […]










Fund Comment
Fund Comment ตุลาคม 2566: ภาพรวมตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นโลกในเดือนตุลาคมส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยเฉลี่ยปรับตัวลดลงต่อจากเดือนที่ผ่านมา 3% ด้วยเหตุการณ์สำคัญอย่างปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ที่เปิดฉากโจมตีกันขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา และยังมีความไม่แน่นอนในแง่ของความยืดเยื้อและผลกระทบระยะยาวด้านความสัมพันธ์ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย Bloomberg ได้ประเมินผลกระทบของสงครามและมีการคาดการณ์ว่า จากสถาณการณ์ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อ Global GDP ในปี 2024 ที่ 0.1% และเงินเฟ้อที่สูงขึ้น 0.1% และถ้าหากสถาณการณ์มีการบานปลายไปยังระดับ Direct War อาจจะส่งผลกระทบต่อ Global GDP 2024 มากถึง 1% และเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น 1.2% ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า ความรุนแรงของสงครามไม่น่าจะยกระดับไปขนาดนั้น และน่าจะเป็นการสู้รบในพื้นที่จำกัดมากกว่า ซึ่งในระยะสั้นนั้น สินทรัพยเสี่ยงต่างๆทั่วโลกเกิดแรงเทขาย และเกิดความผันผวน อาทิ น้ำมันดิบ BRENT ปรับตัวสูงขึ้นราว 5% และทองคำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมีแรงซื้อที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา […]