ตามคาด! ‘แบงก์ชาติอินเดีย’ ตรึงดอกเบี้ยที่ 6.5% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3

ตามคาด! ‘แบงก์ชาติอินเดีย’ ตรึงดอกเบี้ยที่ 6.5% ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3

ธนาคารกลางอินเดีย มีมติเอกฉันท์ตรึงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (Repo Rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 6.5% แต่ลดปริมาณเงินสดในระบบธนาคารลง เพราะเงินเฟ้อจากราคาอาหารสูงขึ้นตามฤดูกาล สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานวันนี้ (10 ส.ค.) ว่า ธนาคารกลางอินเดีย (RIB) คงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (Repo Rate) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 6.5% ในการประชุมวันนี้ ตลาดคาดไว้ แต่ลดปริมาณเงินสดในระบบธนาคารลง เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาปรากฏอีกครั้ง หลังจากราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นตามฤดูกาลในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของอินเดีย ซึ่งมีสมาชิก 3 คน จากธนาคารกลาง และสมาชิกภายนอกอีก 3 คนมีความเห็นเป็น “เอกฉันท์” ให้คงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืน (Repo Rate) ไม่เปลี่ยนแปลงที่ 6.50% ซึ่ง นับเป็นครั้งที่สาม ติดต่อกันที่คณะกรรมการตัดสินใจคงอัตราดังกล่าวไว้ โดยกระทรวงสถิติอินเดีย เปิดเผยในช่วงกลางเดือนก.ค. ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 4.81% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 4.25% ในเดือนพ.ค. […]

JASIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 34 ในอัตรา 0.23 บาทต่อหน่วย วันที่ 6 ก.ย. นี้

JASIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 34 ในอัตรา 0.23 บาทต่อหน่วย วันที่ 6 ก.ย. นี้

นายพรชลิต  พลอยกระจ่าง   รองกรรมการผู้จัดการ   Head  of  Real  Estate  Infrastructure  Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม  บัวหลวง จำกัด   หรือ   BBLAM    เปิดเผยว่า  กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF เตรียมจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องครั้งที่ 34 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.23 บาทจากกำไรสะสม คิดเป็นเงินปันผลที่จ่ายออกไปทั้งสิ้น 1,840.00 ล้านบาท โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนในวันที่  23  สิงหาคม  2566  เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล  ซึ่งมีกำหนดจ่ายเงินในวันที่  6  กันยายน  2566 เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน  JASIF  จนถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 34 นี้  กองทุนจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 7.67 บาทต่อหน่วยลงทุน ขณะเดียวกันมีการจ่ายเงินลดทุนไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 0.1484 […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ส.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,528.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.86 (+0.65%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ส.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,528.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.86 (+0.65%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ส.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,528.30 จุด เพิ่มขึ้น 9.86 (+0.65%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,514.38 จุด และสูงสุดที่ 1,528.30 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,039.62 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ KBANK ปิดที่ 127.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 (+3.25%) มูลค่าการซื้อขาย 3,854.16 ล้านบาท KCE ปิดที่ 45.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 (+8.93%) มูลค่าการซื้อขาย 2,658.14 ล้านบาท CPALL ปิดที่ 59.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 (+1.27%) มูลค่าการซื้อขาย […]

หุ้นวอลสตรีทร่วง หลังมูดี้ส์ลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารมะกัน 10 แห่ง

หุ้นวอลสตรีทร่วง หลังมูดี้ส์ลดอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารมะกัน 10 แห่ง

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ตัวของตลาดหุ้นวอลสตรีท รวมถึงหุ้นของบรรดาธนาคารในประเทศสหรัฐอเมริกาปรับลดลงในวันที่ 8 สิงหาคม หลังบรรดานักลงทุนยังคงแสดงความกังวลต่อสภาพคล่องของธนาคารและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังมูดี้ส์ (Moody’s) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ปรับลดความน่าเชื่อถือของธนาคารสหรัฐฯ ขนาดเล็กและขนาดกลาง 10 แห่งลง 1 อันดับ และยังประกาศรายชื่อธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ 6 แห่งไว้ในบัญชีที่จะพิจารณา ซึ่งอาจมีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตามมาอีกด้วย มูดี้ส์ได้ออกมาเตือนว่า ธนาคารสหรัฐฯ จะทำกำไรได้ยากขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินยังคงพุ่งสูง รวมถึงมีสัญญาณของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย และยังมีข้อห่วงกังวลของความเสี่ยงของธนาคารบางแห่งเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์อีกด้วย ภายหลังจากที่มีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารระดับภูมิภาคสหรัฐฯ ดัชนีหุ้น S&P 500 Banks ลดลง 1.1% ขณะที่ดัชนี KBW Regional Banking Index ลดลง 1.4% ด้านหุ้นของธนาคารที่ถูกมูดี้ส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ อาทิ M&T Bank, Pinnacle Financial Partners และ […]

Fund Comment กรกฎาคม 2566: ภาพรวมตลาดหุ้น

Fund Comment กรกฎาคม 2566: ภาพรวมตลาดหุ้น

ภาพรวมตลาดหุ้นโลก ในเดือนกรกฎาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.9% สะท้อนถึงมุมมองเชิงบวกต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมา โดยหลายฝ่ายได้คาดการณ์ว่า โอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ในปีนี้และปีหน้านั้นลดลง และตัวเลข CPI ของสหรัฐในเดือนมิถุนายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% YoY ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ซึ่งอัตราเงินเฟ้อที่ทยอยปรับตัวลดลง ส่งผลให้ธนาคารกลางมีแนวโน้มพิจารณาหยุดการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอีกไม่ช้า นอกจากนี้ ในเดือนที่ผ่านมายังเป็นช่วงฤดูการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ในสหรัฐ ซึ่งบริษัทต่างๆ สามารถทำกำไรออกมาได้ดีกว่าตลาดคาด โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ในขณะที่หุ้นในกลุ่ม Growth มีผลประกอบการที่คละกันไป อย่างไรก็ตาม แม้สัญญาณทางเศรษฐกิจและผลประกอบการจะออกมาค่อนข้างดี แต่ราคาหุ้นหลายตัวกลับเริ่มปรับตัวลดลงสะท้อนให้เห็นถึงการที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนความคาดหวังของตลาดไปค่อนข้างมาก ทั้งในแง่การเติบโตของยอดขายและกำไรของบริษัท ในส่วนตลาดหุ้นจีน ตัวเลข GDP ที่ออกมาก็มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดมีความคาดหวังว่าจะเห็นมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมามีปริมาณที่มากขึ้น และขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยล่าสุดจากการประชุม Politburo ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมาก็เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกครั้ง และยังเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกให้กับตลาดจีนต่อจากนี้ แม้ว่าจะยังมีข่าวความเสี่ยงจากปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นระยะๆ ก็ตาม โดยรวมแล้ว นับว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจในต่างประเทศน่าจะไม่ได้ส่งผลทั้งในเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญในช่วงระยะสั้น แต่จะส่งผลบวกทางอ้อมมากกว่าต่อราคาพลังงาน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศน่าจะมีน้ำหนักต่อความผันผวนของตลาดมากกว่า ซึ่งตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยความหวังในการเห็นการจัดตั้งรัฐบาลมากขึ้นในช่วงต้นเดือน […]

Fund Comment มิถุนายน 2566: ภาพรวมตลาดหุ้น

Fund Comment มิถุนายน 2566: ภาพรวมตลาดหุ้น

ภาพรวมตลาดหุ้น ตลาดหุ้นโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยแรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นที่ไม่ใช่กลุ่มเทคโนโลยีที่กลับมาปรับขึ้นตามกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฟดมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็น +1% จากเดิมที่ +0.4% และมองโอกาสจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยมีน้อยลงสำหรับปี 2023 นี้ แต่ก็เพิ่มความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลงช้ากว่าคาดเช่นกัน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีสหรัฐฯ กลับมาอยู่เหนือ 4% อีกครั้งในรอบ 4 เดือน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นในสินทรัพย์เสี่ยงได้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มี Valuation ค่อนข้างตึงตัว แต่เชื่อว่าตลาดสหรัฐฯ อาจจะไม่ได้ปรับตัวลงแรงมาก เพราะความคาดการณ์การสิ้นสุดวงจรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นถึงจะยาวนานออกไปแต่ก็น่าจะไม่ได้ปรับขึ้นอีกมาก ทางด้านเศรษฐกิจจีนยังไม่ส่งสัญญาณการฟื้นตัวเท่าที่ควร จึงคาดว่าในระยะสั้น บรรยากาศของตลาดหุ้นในต่างประเทศอาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นบ้าง ทางด้านปัจจัยภายในประเทศไทย ดัชนี SET Index ปรับลดลงประมาณ 2% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งนับว่าอ่อนแอกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค ด้วยความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาลที่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนของธุรกิจในประเทศ ผลกระทบจากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอลง ซึ่งเป็นผลจากความซบเซาของเศรษฐกิจจีนและมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีน ประกอบกับสัญญาณที่แสดงถึงความซบเซาของเศรษฐกิจไทย เช่น ยอดการส่งออกที่ชะลอลง กำลังซื้อของประชาชนที่ลดน้อยลงโดยเฉพาะตลาดระดับล่างที่สะท้อนผ่านปัญหา NPL ในกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภคที่อาจจะยังไม่ผ่านจุดสูงสุดอย่างที่เคยคาดการณ์ หรือ ยอดขายร้านค้าปลีกบางประเภทที่อ่อนแอ […]

Fund Comment กรกฎาคม 2566: มุมมองตลาดตราสารหนี้

Fund Comment กรกฎาคม 2566: มุมมองตลาดตราสารหนี้

มุมมองตลาดตราสารหนี้ ในเดือนก.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก และไม่ค่อยเคลื่อนไหวตามตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในโหมด wait-and-see ทั้งรอการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงต้นเดือนส.ค. และรอความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล สำหรับในเดือนนี้ มีการประชุมของธนาคารกลางสำคัญๆ ที่ตลาดต่างให้ความสนใจทั้ง Fed ECB และ BoJ โดย Fed และ ECB ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง ขณะที่ BoJ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่เปลี่ยนกรอบการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี โดยมีรายละเอียดดังนี้  Fed มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อีก 25bps สู่ระดับ 5.25-5.50% ภาพรวมถ้อยแถลงหลังประชุมแทบไม่แตกต่างจากการประชุมเมื่อครั้งก่อนในเดือนมิ.ย. โดยยังมองภาพการจ้างงานที่แข็งแกร่ง และอัตราการว่างงานในระดับต่ำ ขณะที่ยังมองกิจกรรมเศรษฐกิจขยายตัว ด้านเงินเฟ้อยังมองว่าเติบโตในระดับสูง สำหรับนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพิ่มเติมในระยะข้างหน้านั้น Fed ยังคงเน้นย้ำว่าขึ้นอยู่กับ 1) การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 2) ความล่าช้าของระยะเวลาที่นโยบายการเงินจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ และ 3) พัฒนาการเศรษฐกิจและการเงิน  ECB มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 25bps ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย Main Refinancing Operations, Marginal […]

BF Knowledge Tips: อินเดียกับศักยภาพการเป็นผู้นำร่วมในเอเชีย

BF Knowledge Tips: อินเดียกับศักยภาพการเป็นผู้นำร่วมในเอเชีย

โดย เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP®BBLAM อินเดียเป็นประเทศใหญ่ในเอเชีย ที่เรารู้จักกันมานาน แต่ในแง่ของตลาดการลงทุน เรายังรู้จักอินเดียน้อยกว่าประเทศใหญ่อย่างจีน แต่ว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อินเดียก็ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง และมีทิศทางที่ดีในระยะกลางและระยะยาว ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ประการแรก คือ พื้นฐานด้านประชากรศาสตร์ของอินเดียสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก ตอนนี้ อินเดียอยู่ระหว่างการก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกแซงจีน ตัวเลขประชากรอินเดียล่าสุดตามรายงานของสหประชาชาติ เดือนเมษายนปีนี้ คือ 1,425 ล้านคน ส่วนจีนกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีอัตราการเกิดลดลง ขณะที่ อินเดียประชากรส่วนใหญ่ยังเป็นวัยหนุ่มสาว เป็นวัยแรงงานถึง 60% และประชากรยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ประเด็นเรื่องจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น และเป็นวัยแรงงานเกินครึ่ง เป็นวัยสร้างรายได้และมีฐานะเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ สิ่งเหล่านี้สนับสนุนการอุปโภคบริโภคภายในประเทศเป็นอย่างดี ประการที่ 2 คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียที่ดีอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ชนชั้นกลางในอินเดียเพิ่มขึ้น มีเงินในมือมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ถือว่าเป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีไปอีกนาน สำหรับอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศอินเดียในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าเติบโตได้ดี เป็นประเทศในกลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย […]

BBLAM เสนอขาย IPO ‘BFTERM 4/23(AI)’ วันที่ 9 – 15 ส.ค. นี้

BBLAM เสนอขาย IPO ‘BFTERM 4/23(AI)’ วันที่ 9 – 15 ส.ค. นี้

BBLAM   เสนอขาย   IPO   กองทุนรวมบัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 4/23 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย หรือ BFTERM 4/23(AI) เน้นลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ IPO 9 – 15 สิงหาคม 2566 รายงานข่าวจาก      บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด   หรือ   BBLAM   เปิดเผยว่า   BBLAM เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO)   กองทุนรวมบัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 4/23 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย  หรือ BFTERM 4/23(AI) อายุประมาณ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทน 1.95% ต่อปี ขนาดโครงการ 12,000 ล้านบาท  โดยเสนอขายในราคา 10 บาทต่อหน่วย และผู้ลงทุนจะต้องจองซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500,000 บาท […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ส.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,518.44 จุด ลดลง 14.07 (-0.92%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ส.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,518.44 จุด ลดลง 14.07 (-0.92%) 

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ส.ค. 2566 ปิดตลาดที่ 1,518.44 จุด ลดลง 14.07 (-0.92%) ระหว่างวัน ดัชนีต่ำสุดที่ 1,518.44 จุด และสูงสุดที่ 1,536.81 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,008.04 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ CPALL ปิดที่ 59.00 บาท ลดลง 1.00 (-1.67%) มูลค่าการซื้อขาย 2,228.62 ล้านบาท KBANK ปิดที่ 123.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,224.01 ล้านบาท PTTEP ปิดที่ 161.00 บาท ลดลง 2.00 (-1.23%) มูลค่าการซื้อขาย 1,773.66 ล้านบาท KTB […]