ล็อคดาวน์คุมโควิดในจีนหนุนราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

ล็อคดาวน์คุมโควิดในจีนหนุนราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

Freeman Shen ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WM Motor กล่าวว่า ข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโควิดในจีน ได้เพิ่มต้นทุนการผลิตให้กับสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนอย่าง WM Motor ขณะที่การขาดแคลนชิปและแบตเตอรี่ก็เป็นแรงขับเคลื่อนให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว นทุน Shen กล่าวว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็ว แต่ต้นทุนก็เป็นส่วนหนึ่งของความท้าทายเช่นกัน ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์พลังงานทางเลือกใหม่ ซึ่งรวมถึงรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่เพียงอย่างเดียวและรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดในจีน มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในปี 2021 โดยจีนถือเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจีนก็กลายเป็นแหล่งรวมสตาร์ทอัพรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเป็นแหล่งเปิดตัวแผนงานของบริาทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์รายดั้งเดิมที่กำลังเปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า จีนมีการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในท้องถิ่นอย่างรวดเร็วในปี 2020 ด้วยการใช้มาตรการล็อคดาวน์ในเขตเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง แต่หลังจากเกิดการแพร่ระบาดสูงของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน นักวิเคราะห์บางคนก็เริ่มตั้งคำถามไปว่านโยบาย zero-Covid ที่พยายามควบคุมให้ไวรัสหมดไปด้วยการล็อคดาวน์ หรือมีมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางเข้าออกประเทศ ทำให้เกิดต้นทุนที่มากกว่าประโยชน์ที่ได้รับหรือไม่ ทั้งนี้ โรงงานได้ร้บผลกระทบแล้ว ขณะที่กระทรวงของจีนที่ดูแลภาคการผลิตก้ชี้ว่าเดือนมกราคมนี้ การล็อคดาวน์จะมีผลกระทบต่อการผลิตอุตสาหกรรมในไตรมาสแรก ที่มา : CNBC  

BBLAM Weekly Investment Insights 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2022

BBLAM Weekly Investment Insights 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2022

2022 China Economic Outlook ทิศทางนโยบายการเงิน-การคลังจีนที่ผ่อนคลายลงในปี 2022 เพิ่มความน่าสนใจลงทุนในจีน เน้นกลุ่มที่สอดคล้องนโยบายทางการจีน ดร.มิ่งขวัญ ทองพฤกษา Chief Economist ของ BBLAM พูดถึงมุมมองที่มีต่อเศรษฐกิจจีนในปี 2022 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจีนดูอ่อนแรงในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 ยาวถึงเดือนพฤศจิกายน 2021 โดยจีนมีทั้งดราม่าในเชิงนโยบาย เชิงความขัดแย้งระหว่างประเทศ และกฎเกณฑ์ของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งทำให้ภาพของจีนในปีที่ผ่านมาไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ จนมาถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2021 ธนาคารกลางจีนที่เคยมีท่าทีสงบเสงี่ยมในเรื่องนโยบายการเงินมานาน ก็มีการปรับลดอัตราสำรองของเงินทุนของธนาคารพาณิชย์ลง เพื่อให้มีสภาพคล่องเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตลาดต้องการให้เกิดตลอดทั้งปี 2021 แต่เพิ่งมาเกิดในช่วงปลายปี ดังนั้นจึงเป็นการสร้างความหวังให้นักลงทุนในจีนเบาๆ ว่า ธนาคารกลางจีนน่าจะดำเนินนโยบายการเงินไปในทิศทางที่สบายขึ้น โดยรวม ดร.มิ่งขวัญ มองว่า จากนี้ไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2022 ไม่คิดว่าธนาคารกลางจีนจะคุมเข้มอะไร แต่คาดว่าจะดำเนินนโยบายการเงินที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ทำให้ตลาดเบาใจมากขึ้น สำหรับนโยบายการคลัง ปี 2021 จีนเองรัดเข็มขัดในส่วนของรัฐบาลท้องถิ่นที่จะออกพันธบัตรระดมทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนโครงการก่อสร้างต่อ […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 28 ม.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,639.51 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 28 ม.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,639.51 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 28 ม.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,639.51 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด (+0.33%) ระหว่างวัน ดัชนีสูงสุดที่ 1,646.48 จุด และต่ำสุดที่ 1,636.70 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,730.25 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.CPALL ปิดที่ 61.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท (+4.24%) มูลค่าการซื้อขาย 4,462.66 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 148.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+0.34%) มูลค่าการซื้อขาย 3,793.28 ลบ. 3.TRUE ปิดที่ 4.94 […]

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเป็นเอกฉันท์ (9-0) คงนโยบายการเงินไว้เช่นเดิม

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเป็นเอกฉันท์ (9-0) คงนโยบายการเงินไว้เช่นเดิม

Economic Research ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเป็นเอกฉันท์ (9-0) คงนโยบายการเงินไว้เช่นเดิม อย่างไรก็ดี Fed ส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินที่จะเข้มงวดขึ้นชัดเจน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง รวมถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อขยายตัวเหนือเป้าหมาย 2% ด้านการดำเนินนโยบายการเงิน สรุปในประเด็นสำคัญได้ดังนี้ การลดการเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE taper) ระบุจะสิ้นสุดเดือน มี.ค. ซึ่งค่อนข้างเป็นไปตามที่ตามส่วนใหญ่คาดการณ์กันไว้ แต่มีความชัดเจนขึ้นว่าจะสิ้นสุดในช่วง “ต้นเดือน มี.ค.” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไม่ได้ระบุชัดว่าจะปรับขึ้นเมื่อไหร่ โดยระบุเพียงว่าการปรับขึ้นในระยะใกล้นี้อาจมีความเหมาะสมหากภาพเศรษฐกิจเป็นไปตามที่คาดไว้ (… “soon” be appropriate to raise the target range for the federal funds rate …) โดยตลาด (สะท้อนผ่าน Fed Funds Futures) มองว่า Fed […]

Meituan ร่วมวงขยายการใช้งานสกุลเงินหยวนดิจิทัล

Meituan ร่วมวงขยายการใช้งานสกุลเงินหยวนดิจิทัล

Meituan บริษัทที่ให้บริการส่งอาหารและบริการในท้องถิ่น ได้ร่วมขยายการใช้งานเงินหยวนดิจิทัล โดยอนุญาตให้ใช้เงินหยวนดิจิทัลบนแพลตฟอร์มของตัวเองเพื่อซื้อสินค้าได้ นี่คือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บริษัทเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนสกุลเงินหยวนดิจิทัลที่ธนาคารกลางจีนออกมา เพื่อเพิ่มจำนวนคนที่เข้ามาใช้งาน ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดเงินหยวนดิจิทัล หรือแอปพลิเคชัน e-CNY และเชื่อมต่อกับแอป Meituan ได้ จากนั้นก็จะใช้เงินหยวนดิจิทัลเพื่อจ่ายทุกสิ่งได้ตั้งแต่ตั๋วชมภาพยนตร์ ค่าแท็กซี่ และโรงแรม สำหรับ Meituan มีผู้ใช้งานที่ทำธุรกรรมมากกว่า 660 ล้านราย โดยเป็นการนับจากการใช้บริการในช่วง 12 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2021 โดยแอปนี้ถือเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ส่งอาหารในจีน และยังอนุญาตให้ผู้บริโภคเข้าถึงบริการออฟไลน์อื่นๆได้ เช่น การจองโรงแรม ที่มา : CNBC

สัญญาณขึ้นดอกเบี้ย-สภาพคล่องหาย หาโอกาสลงทุนปี 2022 ยังไงดี

สัญญาณขึ้นดอกเบี้ย-สภาพคล่องหาย หาโอกาสลงทุนปี 2022 ยังไงดี

ทิศทางนโยบายทางการเงิน จากธนาคารกลางทั่วโลกในปีนี้ จะเป็นอย่างไร ? และเทคนิคการจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับความผันผวนแบบนี้ ควรจะต้องประเมินสถานการณ์กันอย่างไร ? ลงทุนแมน ชวนผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ด้านการลงทุน จากกองทุนบัวหลวง คุณมทินา วัชรวราทร CFA® Head of Investment Strategy BBLAM ร่วมหาคำตอบการลงทุนไปพร้อมกับข้อมูลสุดเข้มข้น จากผู้เชี่ยวชาญแบบจัดเต็มพร้อม ๆ กันค่ะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ม.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,634.17 จุด ลดลง 9.27 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ม.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,634.17 จุด ลดลง 9.27 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ม.ค. 2565 ปิดตลาดที่ 1,634.17 จุด ลดลง 9.27 จุด (-0.56%) ระหว่างวัน ดัชนีสูงสุดที่ 1,635.14 จุด และต่ำสุดที่ 1,617.87 จุด มูลค่าการซื้อขาย 93,866.98 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 147.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 5,563.97 ลบ. 2.SCC ปิดที่ 389.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท (+1.83%) มูลค่าการซื้อขาย 4,608.80 ลบ. 3.EA ปิดที่ 92.75 บาท ลดลง 4.25 […]

IMF มองตลาดอาจจะผันผวนมากขึ้นหลังธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย

IMF มองตลาดอาจจะผันผวนมากขึ้นหลังธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนว่าอาจจะได้เห็นความปั่นป่วนเกิดขึ้นในตลาดการเงินในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังปรับแนวทางเข้าสู่ช่วงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ Tobias Adrian ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้อำนวยการตลาดการเงินและตลาดทุนของ IMF กล่าวว่า การที่ธนาคารกลางเริ่มหันมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดและควบคุมเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น จะผลักดันให้หุ้นที่มีความเสี่ยงสูงปรับตัวลดลง แม้ผู้กำหนดนโยบายจะให้คำมั่นว่าจะทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่นก็ตาม “เราอาจได้เห็นภาวะตลาดเงินที่ตึงตัวแน่นอน และนั่นก็หมายความว่า สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เช่น หุ้น อาจถูกขายออกไปอีก” Adrian กล่าว สำหรับปฏิกิริยาของตลาดที่มีจะขึ้นอยู่กับความสามารถของธนาคารกลางในการสื่อสารเจตนารมณ์ที่มีออกมา ที่มา : CNBC

นักลงทุนต้องกลับมาอยู่กับความจริงคือกำไรของบริษัท หลังหุ้นเทคฯ โดนเทขาย

นักลงทุนต้องกลับมาอยู่กับความจริงคือกำไรของบริษัท หลังหุ้นเทคฯ โดนเทขาย

สรุปความ โดย…จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ AFPTTM ตลอดสัปดาห์ปลายเดือนมกราคม 2022 เราได้เห็นการปรับตัวลงอย่างมากในหุ้นเทคฯ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความกังวลเรื่องที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เร่งลดการเข้าซื้อสินทรัพย์สภาพคล่อง และอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี เร่งตัว เมื่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำอย่างพันธบัตรให้ผลตอบแทนสูงขึ้น และอัตราคิดลด (discount rate) สูงขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงเทขายหุ้นเทคฯ ซึ่งอ่อนไหวกับอัตราดอกเบี้ย และ ถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูงออกมา เพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม คุณมทินา วัชรวราทร CFA® Head of Investment Strategy  ของ BBLAM มองว่า  หุ้นเทคโนโลยีที่ถูกเทขายออกมา เป็นผลจากตลาดไปสนใจประเด็นเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า ซึ่ง BBLAM มองว่า หลังจากนี้ถึงเวลาที่จะต้องมามองกำไรของบริษัทจดทะเบียนเพื่อตัดสินใจลงทุนแล้ว ซึ่งตัวเลขรายได้และกำไรของบริษัทเทคโนโลยีที่ทยอยประกาศออกมามีโอกาสมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และสัปดาห์นี้เราได้เห็นภาพบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทยอยผลประกอบการออกมาต่อเนื่อง ดังนี้ Microsoft รายได้และกำไรออกมาดีกว่าที่คาด Microsoft รายงานว่า ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2021 (ไตรมาส […]

ทำไมต้องใช้ DCA รับมือตลาดปีเสือ

ทำไมต้องใช้ DCA รับมือตลาดปีเสือ

สรุปความสัมภาษณ์ เสกสรร โตวิวัฒน์ CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน เริ่มต้นปีใหม่กันได้ไม่นาน หลายคนก็คาดหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดีของการลงทุน แต่ถ้าดูสถานการณ์โดยรวมแล้วเราต้องยอมรับว่าการลงทุนในปัจจุบันทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในปีนี้ ซึ่งก็ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว สถานการณ์โควิดยังคงอยู่ แม้ว่าจะค่อยๆ ดีขึ้น การปรับเปลี่ยนต่างๆ นโยบายต่างๆ ของแต่ละประเทศก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งก็จะมีการเลือกตั้งใหญ่ของหลายๆ ประเทศ ซึ่งก็อาจกระทบต่อภาพรวมของตลาดเงินตลาดทุนได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าเรามองว่าการลงทุนเป็นสิ่งที่จำเป็นในภาวะที่เงินเก็บเงินออมของเรา จะพึ่งพิงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอย่างเดียวไม่ได้ การลงทุนในตลาดหุ้นหรือกองทุนที่มีสัดส่วนของหุ้นก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น ลงทุนแบบไหนถึงได้ผลตอบแทนดีที่สุด ถามว่าวิธีการลงทุนที่ดีที่สุดเป็นอย่างไร ตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุนของแต่ละคนว่าเป็นยังไง ชอบแบบไหน มีจริตหรือมีความต้องการแบบไหน นี่ไม่ใช่แค่การเลือกผลิตภัณฑ์ว่าจะเลือกกองทุนไหน กระจายการลงทุนยังไง กระจายความเสี่ยงแบบไหน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี ตามระดับความเสี่ยงที่เราคาดการณ์ นี่เป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ สิ่งที่เราอยากพูดวันนี้คือ จริต หรือวิธีการลงทุนที่เหมาะกับแต่ละคน หลายคนอาจจะชอบซื้อๆ ขายๆ เป็นคนตัดสินใจเอง หลายคนอาจจะบอกว่า อยากเลือกกองทุนดีๆ ใส่เงินตูมเดียวแล้วทิ้งไว้ยาวเลย อย่างนั้นก็เป็นอีกวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด แต่วิธีการหนึ่งที่เราพูดกันมานานแล้ว และเราก็อยากแนะนำให้หลายท่านกลับมาทบทวนดูว่า การลงทุนแบบนี้เหมาะกับเราจริงหรือไม่ […]