จีนเตรียมยกเลิกจำกัดการลงทุนจากต่างชาติในกลุ่มการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

จีนเตรียมยกเลิกจำกัดการลงทุนจากต่างชาติในกลุ่มการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

CNBC รายงานว่า หน่วยงานกำกับของจีนจะอนุญาตให้ต่างชาติเป็นเจ้าของธุรกิจการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้ 100% เริ่มมีผล 1 ม.ค. 2022 กระทรวงพาณิชย์ของจีนและคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจระดับสูงสุดของประเทศ เผยแพร่เอกสารออกมา โดยหนึ่งในนั้นเป็นเอกสารเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ห้ามไม่ให้มีการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งในเวอร์ชันปี 2021 ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันจันทร์ที่ 27 ธ.ค. นั้น ไม่รวมถึงการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลด้วย ขณะที่เมื่อปี 2020 ยังมีรายชื่ออยู่ ที่ผ่านมาจีนค่อยๆ ปรับลดข้อจำกัดการเป็นเจ้าของธุรกิจของต่างชาติในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ทั้งนี้ ตามเอกสารที่เผยแพร่ออกมา ยังมีอีก 31 ด้านที่มีการห้ามหรือจำกัดการลงทุนจากต่างชาติ โดยในจำนวนนี้รวมถึงแร่ธาตุหายาก การผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ส่วนในอุตสาหกรรม เช่น สถาบันการแพทย์ หน่วยงานต่างประเทศจะต้องจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรในท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพันธมิตรท้องถิ่นจะมีสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่  

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,636.50 จุด ลดลง 0.72 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,636.50 จุด ลดลง 0.72 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,636.50 จุด ลดลง 0.72 จุด (-0.04%) ระหว่างวัน ดัชนีสูงสุดที่ 1,642.42 จุด และต่ำสุดที่ 1,632.79 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,480.47 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.GUNKUL ปิดที่ 5.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.35 บาท (+6.67%) มูลค่าการซื้อขาย 2,101.23 ลบ. 2.GPSC ปิดที่ 86.00 บาท ลดลง 0.25 บาท (-0.29%) มูลค่าการซื้อขาย 1,217.45 ลบ. 3.PTT ปิดที่ 37.75 […]

ราคารถมือสองในสหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็นฟองสบู่เร็วยิ่งกว่าบิทคอยน์

ราคารถมือสองในสหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็นฟองสบู่เร็วยิ่งกว่าบิทคอยน์

CNBC รายงานว่า Jim Bianco ประธานบริษัท Bianco Research บริษัทวิจัยตลาด ออกมาระบุว่า ขณะนี้ราคารถยนต์มือสองปรับขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าบิทคอยน์และสินทรัพย์อื่นๆ ทั้งนี้ หากต้องการรู้ว่าอะไรคือการลงทุนที่ดีที่สุดในปี 2021 ก็ต้องเป็นรถที่โลดแล่นอยู่บนถนนหรือจอดอยู่ในโรงรถ เนื่องจากราคาปรับขึ้นรวดเร็วกว่าตลาดหุ้นและยังปรับขึ้นเร็วกว่าคริปโทเคอร์เรนซีบางสกุลด้วย เขา ระบุว่า ได้ทำการวิเคราะห์บนพื้นฐานของดัชนีราคารถมือสอง Manheim index ซึ่งออกแบบมาเพื่อติดตามแนวโน้มราคาในตลาด “เมื่อดูในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ราคารถมือสองเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ไม่เพียงแต่มากกว่าดัชนี S&P แต่ยังมากกว่าการปรับขึ้นของบิทคอยน์ด้วย โดย ณ วันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลวันสุดท้ายในงานวิจัย พบว่า ราคายังเร่งตัวขึ้นและเร่งตัวขึ้นอีกในเวลานี้ ยังไม่ถึงจุดสูงสุดเลย” เขา กล่าว ราคาบิทคอยน์ปรับขึ้นประมาณ 5% ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ส่วนตลาดหุ้น S&P ปรับขึ้น 26% ในปีนี้ […]

จีนสั่งควบรวมกิจการที่ดูแลแร่ธาตุหายาก หนุนคุมโควตาผลิตและส่งออกเข้มงวดขึ้น

จีนสั่งควบรวมกิจการที่ดูแลแร่ธาตุหายาก หนุนคุมโควตาผลิตและส่งออกเข้มงวดขึ้น

Global Times รายงานว่า จีนอนุมัติการควบรวมกิจการในกลุ่มแร่ธาตุหายากเพื่อรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน โดยสำนักงานบริหารสินทรัพย์ของรัฐบาลจีน ได้อนุมัติการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับแร่ธาตุหายากที่อยู่ภายใต้รัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ด้วยการจัดตั้งเป็นบริษัทใหม่ ตามการยื่นหนังสือโดยรัฐวิสาหกิจรายหนึ่งในนั้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศที่พยายามปรับปรุงการจัดสรรทรัพยากรหลักของประเทศ การรวมกลุ่มครั้งนี้จะทำให้กลายเป็นบริษัทแร่ธาตุหายากที่ใหญ่ที่สุดในโลก หมายความว่า จีนอาจบังคับใช้โควตาที่เข้มงวดขึ้นในการผลิตและส่งออกทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ หลังจากหลายปีที่ผ่านมามีการแสวงหาประโยชน์โดยไม่ได้รับการควบคุม ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมนี้พัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น ตามข้อมูลที่ China Minmetals Rare Earth Co ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลหุ้น บริษัทได้รับคำสั่งจากบริษัทแม่ China Minmetals Corp ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับและบริหารทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) ให้จัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ของบริษัทต่างๆ รวมถึง China Minmetals Corp และ Aluminum Corporation of China รวมทั้งรัฐบาลกังโจวด้วย สำหรับบริษัทใหม่นี้จะควบคุมโดย SASAC ซึ่งเป็นผู้ควบคุมทรัพย์สินของรัฐ ซึ่งแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า บริษัทใหม่นี้จะควบคุม 70% ของแร่ธาตุหนักหายากในจีน ซึ่งเป็นวัสดุที่ขาดไม่ได้สำหรับการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไฮเทคสำหรับผู้บริโภคไปจนถึงอุปกรณ์ทางการทหาร หลังจากมีการถกเถียงกันในวงกว้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ แผนงานเริ่มมีความชัดเจนในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ซึ่งเรื่องนี้ผู้จัดการของบริษัทแร่ธาตุหายากที่เป็นของภาครัฐที่ตั้งอยู่ในกังโจว […]

กองทุนบัวหลวงแนะนักลงทุนจับตา 5 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจปี 2565

กองทุนบัวหลวงแนะนักลงทุนจับตา 5 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจปี 2565

ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Release ดร.มิ่งขวัญ ทองพฤกษา Chief Economist บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า ในปี 2565 นี้ ความไม่แน่นอนและความไม่สมดุลในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงมีอยู่ต่อไป ซึ่งเป็นความท้าทายต่อการประมาณการเศรษฐกิจ เหมือนช่วงปี 2563-2564 ที่ผ่านมา ที่จะพบว่า ตัวเลขเศรษฐกิจจริงที่ออกมากับตัวเลขประมาณการของสำนักต่างๆ แตกต่างกันได้อย่างสิ้นเชิง โดยในปี 2565 มีความเป็นไปได้สูงที่นักเศรษฐศาสตร์ต้องปรับตัวเลขประมาณการกันตลอดปี ทั้งนี้ กองทุนบัวหลวงมองว่า มีปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญ 5 ประการที่นักลงทุนต้องจับตา ได้แก่ 1. การระบาดของโควิดที่ยังคงอยู่กับโลกนี้ต่อไป 2. รัฐบาลประเทศต่างๆ เริ่มชะลอการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 3. เงินเฟ้อที่พุ่งสูง 4. การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกที่แตกต่างกันไป และ 5. ทิศทางของจีน สำหรับปัจจัยที่ 1 การระบาดของโควิดที่ยังคงอยู่กับโลกนี้ต่อไป จึงยังเป็นต้นตอหลักของความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบายระยะข้างหน้า นับเป็นงานท้าทายของภาครัฐที่ต้องออกมาตรการเพื่อบรรเทาปัญหาจากโควิด-19 […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,637.22 จุด ลดลง 4.25 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,637.22 จุด ลดลง 4.25 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,637.22 จุด ลดลง 4.25 จุด (-0.26%) ระหว่างวัน ดัชนีสูงสุดที่ 1,644.12 จุด และต่ำสุดที่ 1,635.19 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,271.90 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.GPSC ปิดที่ 86.25 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท (+3.92%) มูลค่าการซื้อขาย 5,102.14 ลบ. 2.MAKRO ปิดที่ 42.50 บาท ลดลง 2.25 บาท (-5.03%) มูลค่าการซื้อขาย 3,379.50 ลบ. 3.EA ปิดที่ 93.50 […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,641.47 จุด เพิ่มขึ้น 14.68 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,641.47 จุด เพิ่มขึ้น 14.68 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,641.47 จุด เพิ่มขึ้น 14.68 จุด (+0.90%) ระหว่างวัน ดัชนีสูงสุดที่ 1,645.71 จุด และต่ำสุดที่ 1,632.90 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,593.31 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ADVANC ปิดที่ 226.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท (+4.63%) มูลค่าการซื้อขาย 3,128.88 ลบ. 2.WFX ปิดที่ 8.45 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท (+17.36%) มูลค่าการซื้อขาย 2,730.90 ลบ. 3.SCB ปิดที่ 123.50 […]

ญี่ปุ่นเตรียมใช้งบประมาณ 9.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังผ่านโควิด

ญี่ปุ่นเตรียมใช้งบประมาณ 9.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังผ่านโควิด

CNBC รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมงบประมาณประจำปีก้อนใหญ่เอาไว้ 943,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการใช้จ่ายประจำปีงบประมาณถัดไปที่จะเริ่มต้นในเดือน เม.ย. 2022-มี.ค. 2023 นี่เป็นงบประมาณประจำปีฉบับแรกที่ออกมาจากรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Fumio Kishida เพื่อรับมือโควิด-19 การใช้จ่ายประกันสังคมเพื่อช่วยเหลือประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว และใช้งบทางการทหารเพื่อรับมือภัยคุกคามจากจีน อย่างไรก็ตามงบประมาณประจำปี 107.6 ล้านล้านเยน หรือ 943,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก้อนนี้ เป็นความท้าทายสำหรับ Kishida เพราะทำให้เกิดระบบทุนนิยมใหม่ ที่มาพร้อมวัฎจักรการเติบโต การกระจายความมั่งคั่ง และการฟื้นฟูการเงินสาธารณะที่ยังขาดแหว่ง โดยเงินก้อนนี้จะทำให้ระดับหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1% จากระดับที่เคยมีช่วงต้นปี 2021 และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 10 ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก เริ่มตั้งแต่ยุโรปไปจนถึงอเมริกากำลังผ่อนคลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางของญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นยังไม่เดินตามแนวทางนี้ ซึ่งก็ส่งผลให้หนี้สาธารณะมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าของขนาดเศรษฐกิจ จากข้อมูลการปรับปรุงการเงินสาธารณะ พบว่า รัฐบาลของ Kishida จะลดการกู้ยืมเงินก้อนใหม่ในปีงบประมาณถัดไปเหลือ 36.93 ล้านล้านเยน จากแผนเริ่มต้นอยู่ที่ […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,626.79 จุด เพิ่มขึ้น 4.54 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,626.79 จุด เพิ่มขึ้น 4.54 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ปิดตลาดที่ 1,626.79 จุด เพิ่มขึ้น 4.54 จุด (+0.28%) ระหว่างวัน ดัชนีสูงสุดที่ 1,632.33 จุด และต่ำสุดที่ 1,624.77 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,938.22 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.GPSC ปิดที่ 83.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท (+1.53%) มูลค่าการซื้อขาย 2,731.28 ลบ. 2.BRI ปิดที่ 11.60 บาท ลดลง 0.80 บาท (-6.45%) มูลค่าการซื้อขาย 2,457.76 ลบ. 3.EA ปิดที่ 92.00 […]

กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี

กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี

BF Economic Research Key Takeaway กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับเพิ่มขึ้นชั่วคราวจากราคาพลังงานเป็นหลัก แต่ยังต้องติดตามพัฒนาการเงินเฟ้อโลกและการส่งผ่านต้นทุน การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมในระยะข้างหน้า จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป กนง. เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่องจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ ประกอบกับมาตรการทางการเงินการคลังที่มีความต่อเนื่อง เน้นการฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้รายได้ฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง Economic Projection GDP กนง. คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 0.9% ในปี 2021 และจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2022 และ 2023 ที่ 3.4% และ 4.7% ตามลำดับ จากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะทยอยกลับมามากขึ้น ทั้งนี้ การฟื้นตัวในหลายสาขาธุรกิจมีแนวโน้มปรับดีขึ้นสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดย กนง. ประเมินว่าการระบาดของสายพันธุ์ Omicron จะกระทบเศรษฐกิจในช่วง 1H2022 เมื่อพิจารณาจากตัวเลขประมาณการนักท่องเที่ยวต่างประเทศสะท้อนว่า กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้เต็มอัตรา (Fully […]