ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,518.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.84 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,518.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.84 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 9 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,518.27 จุด เพิ่มขึ้น 1.84 จุด หรือ +0.12% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,529.49 จุด ต่ำสุดที่ 1,516.50 จุด มูลค่าการซื้อขาย 92,889.81 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 41.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท (+1.86%) มูลค่าการซื้อขาย 5,568.83 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 146.00 บาท ลดลง 1.00 บาท (-0.68%) มูลค่าการซื้อขาย 4,337.31 ลบ. 3.BBL ปิดที่ 128.00 บาท […]

อี-คอมเมิร์ซเร่งตัวหนุนความต้องการคลังสินค้าในยุโรปพุ่ง

อี-คอมเมิร์ซเร่งตัวหนุนความต้องการคลังสินค้าในยุโรปพุ่ง

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า นักลงทุนรายใหญ่ต่างก็เทเงินลงทุนไปกับคลังสินค้าในยุโรป เป็นผลมาจากการชอปปิงสินค้าออนไลน์  ในช่วงหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา Savills บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ เคยระบุไว้ในรายงานเมื่อเดือน ธ.ค. 2020 โดยอ้างถึงศูนย์วิจัยค้าปลีกว่า อี-คอมเมิร์ซ เติบโตอยู่แล้วก่อนการแพร่ระบาด จนกระทั่งมีโควิด-19 ซึ่งคนต้องอยู่ที่บ้านและปิดหน้าร้านค้า ทำให้การแพร่ระบาดยิ่งเร่งให้มีการปรับใช้อี-คอมเมิร์ซเร็วขึ้นอีกประมาณ 12 เดือน และความท้าทายของธุรกิจที่ต้องการเข้ามามีส่วนในเทรนด์นี้ คือ การหาช่องทางเติมเต็มคำสั่งซื้อให้เร็วที่สุด ซึ่งบริษัทที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานที่กระจายทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งระยะสั้น เป็นผลจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นและต้องใช้ระยะเวลารอคอยนานขึ้น Marcus de Minckwitz ผู้อำนวยการกลุ่ม omnichannel ในลอนดอนของ Savills กล่าวว่า กลยุทธ์ใหม่ที่ใช้กันคือ การหาคลังสินค้าใกล้ผู้บริโภคและเก็บสต๊อกไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อสามารถรับสินค้าที่ตัวเองสั่งได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันหรือน้อยกว่านั้น เป็นเหตุผลที่ทำให้ความต้องการคลังสินค้าพุ่งขึ้น และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราพื้นที่ว่างในยุโรปอยู่ในระดับต่ำประมาณ 5% เท่านั้น และอัตรานี้ก็มีแนวโน้มลดลงอยู่ โดยสิ่งที่เราเห็นในปี 2020 คือ มีการจับจองพื้นที่คลังสินค้าในยุโรปมากขึ้น นำโดยอังกฤษ มีผู้ขับเคลื่อนหลักคืออเมซอน และผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่ 3 รายอื่น โดยรวมแล้วการลงทุนในโลจิสติกส์ของยุโรปปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น […]

Fund Comment มกราคม 2564 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

Fund Comment มกราคม 2564 : มุมมองตลาดตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือน ม.ค. ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงไม่เกิน +10 bp เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยอัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้นมากในพันธบัตรอายุ 4-5 ปี และ 15-22 ปี ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับเพิ่มขึ้นเพียง 1 bp มาอยู่ที่ 1.30% แม้ในเดือนนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีจะมีความผันผวน โดยเคลื่อนไหวตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นเดือน ม.ค. ภายหลังพรรค Democrat ชนะการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกอีก 2 ที่นั่งในรัฐ Georgia ทำให้พรรคได้ครองเสียงข้างมากในสภาครองเกรสทั้ง 2 สภา จึงคาดว่าจะสามารถผลักดันแผนกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ออกมาได้และเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อไป ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เงินลงทุนไหลออกจากพันธบัตรสหรัฐฯ ไปยังสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ตลาดตราสารหนี้มีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณพันธบัตรที่จะเพิ่มขึ้นจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ค่อย ๆ ปรับตัวลดลงจากปัญหาการระบาดของ Covid-19 ที่ยังรุนแรงในหลายพื้นที่ ข่าวเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจต้องปรับลดงบประมาณบางส่วนลงหรือการอนุมัติอาจล่าช้าออกไป […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,516.43 จุด เพิ่มขึ้น 19.82 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,516.43 จุด เพิ่มขึ้น 19.82 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 8 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,516.43 จุด เพิ่มขึ้น 19.82 จุด หรือ +1.32% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,517.31 จุด ต่ำสุดที่ 1,507.09 จุด มูลค่าการซื้อขาย 94,278.81 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BBL ปิดที่ 129.50 บาท เพิ่มขึ้น 6.50 บาท (+5.28%) มูลค่าการซื้อขาย 6,582.54 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 147.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท (+6.52%) มูลค่าการซื้อขาย 6,310.76 ลบ. 3.PTT ปิดที่ 40.25 บาท […]

ติ๊กต็อกวางแผนขยายตัวสู่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในสหรัฐฯ

ติ๊กต็อกวางแผนขยายตัวสู่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในสหรัฐฯ

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ติ๊กต็อกวางแผนจะขยายธุรกิจเชิงรุกเข้าไปในตลาดอี-คอมเมิร์ซ ในสหรัฐฯ โดยอ้างอิงมาจากรายงานของเดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ซึ่งได้ข้อมูลมาจากบุคคลที่ได้เห็นแผนของแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียนี้ เกี่ยวกับคุณสมบัติใหม่ที่จะนำเสนอในปีนี้ สำหรับคุณสมบัติใหม่ที่ว่า จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้ติ๊กต็อกซึ่งได้รับความนิยมสูงจากผู้ใช้งานสามารถแบ่งปันลิงค์ที่จะเชื่อมต่อไปยังผลิตภัณฑ์และรับค่าคอมมิชชันจากการขายโดยอัตโนมัติได้ โดยติ๊กต็อกจะเปิดตัวไลฟ์ สตรีม ชอปปิง ซึ่งเป็นช่องชอปปิงบนโทรทัศน์ในเวอร์ชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้งานสามารถซื้อสินค้าได้เพียงแค่แตะไม่กี่ครั้ง นอกจากนี้ติ๊กต็อกยังหาระหว่างการหาแบรนด์ต่างๆ มาแสดงในรายการสินค้าด้วย ติ๊กต็อกนั้น มีบริษัท ไบท์แดนซ์ สัญชาติจีนเป็นเจ้าของ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปิดตัวเป็นพันธมิตรกับ WPP Plc ที่นำเสนอความสามารถในการทำตลาดโดยเข้าถึงไวรัลวิดีโอแพลตฟอร์มให้กับเครือข่ายและลูกค้าเอเจนซีโฆษณาในลอนดอน “ดูเหมือนว่าติ๊กต็อกจะข้ามประสบการณ์บนเดสก์ท็อปไป และมุ่งไปที่การค้าโดยตรง ซึ่งกรณีที่ติ๊กต็อกเป็นพันธมิตรกับ WPP จะเป็นการเข้าไปจับความเชื่อมโยงระหว่างคอนเทนต์และการค้า” Jack Smyth เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสร้างสรรค์ มายด์แชร์ กล่าว เครื่องมือใหม่นี้จะทำให้ติ๊กต็อกยกระดับการเป็นคู่แข่งกับเฟซบุ๊กในด้านการใช้จ่ายอี-คอมเมิร์ซ โดยติ๊กต็อกเคยกล่าวไว้ว่า มีแผนในปีนี้ที่จะสร้างความสามารถให้แบรนด์ต่างๆ สามารถใส่โฆษณาออนไลน์ของตัวเองได้แทนที่จะทำผ่านตัวแทนขาย

อัตราเงินเฟ้อไทยทั่วไปเดือน ม.ค. หดตัว -0.34% YoY คาด ก.พ. หดต่อ

อัตราเงินเฟ้อไทยทั่วไปเดือน ม.ค. หดตัว -0.34% YoY คาด ก.พ. หดต่อ

BF Economic Research อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ของไทย หดตัว -0.34% YoY ในเดือน ม.ค. จากที่หดตัว -0.27% ในเดือน ธ.ค. จากปัจจัยหลักคือ ดัชนีราคาพลังงานที่ลดลง -4.8% YoY ขณะที่ดัชนีราคาอาหารสดค่อนข้าง Flat ที่ 0.6% ด้านเงินเฟ้อพื้นฐาน (เงินเฟ้อไม่รวมอาหารสดและพลังงาน) เพิ่มขึ้น 0.21% (vs. 0.19% เดือนก่อน) ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2021 เป็นต้นไป กระทรวงพาณิชย์มีการปรับเปลี่ยนปีฐานในการคำนวณเงินเฟ้อเป็นปี 2019 (จากปีฐานเดิม 2015) โดยเพิ่มน้ำหนักของดัชนีราคาอาหารสด (จาก 16.3% เป็น 20.8%) และดัชนีราคาพลังงาน (จาก 10.7% เป็น 11.7%) และจะปรับจำนวนสินค้าและบริการที่อยู่ในการคำนวณตะกร้าราคาเป็น […]

กองทุนบัวหลวง เตรียมจ่ายเงินปันผล 2 กองทุน B-FUTURE และ BCAP วันที่ 15 ก.พ. นี้

กองทุนบัวหลวง เตรียมจ่ายเงินปันผล 2 กองทุน B-FUTURE และ BCAP วันที่ 15 ก.พ. นี้

รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวงประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุนภายใต้การบริหารจัดการ รวม 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ (B-FUTURE) และกองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) โดยปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 และเตรียมจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ สำหรับกองทุน B-FUTURE เตรียมจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วยลงทุน สำหรับผลการดำเนินงานระยะเวลา 1 พฤศจิกายน 2563 – 31 มกราคม 2564 ซึ่งการจ่ายครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2561 และเมื่อรวมทั้ง 5 ครั้ง B-FUTURE จ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 1.21 […]

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,496.61 จุด เพิ่มขึ้น 13.63 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,496.61 จุด เพิ่มขึ้น 13.63 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,496.61 จุด เพิ่มขึ้น 13.63 จุด หรือ +0.92% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,498.35 จุด ต่ำสุดที่ 1,488.73 จุด มูลค่าการซื้อขาย 79,352.02 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BBL ปิดที่ 123.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท (+2.07%) มูลค่าการซื้อขาย 4,714.70 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 39.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท (+1.96%) มูลค่าการซื้อขาย 4,041.37 ลบ. 3.KBANK ปิดที่ 138.00 บาท […]

สิงคโปร์ชี้วิกฤติสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามมนุษยชาติ ดันนโยบายพัฒนาประเทศยั่งยืน

สิงคโปร์ชี้วิกฤติสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามมนุษยชาติ ดันนโยบายพัฒนาประเทศยั่งยืน

รัฐสภาสิงคโปร์ออกมายอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก โดยมีเป้าหมายเรียกร้องให้รัฐบาล ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเร่งดำเนินการในประเด็นนี้ ซึ่งข้อเสนอบางส่วนที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อภิปรายไว้ ได้แก่ การติดตามการลดปริมาณการใช้พลังงาน รวมถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างห่วงโซ่อุปทานอาหารที่ยืดหยุ่นและยั่งยืนมากขึ้น และที่สำคัญคือการบริหารจัดการกับขยะ หลังจากการอภิปรายเมื่อวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. 2021 รัฐสภาสิงคโปร์ได้อนุมัติการเคลื่อนไหวที่จะเร่งการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ โดยประกาศให้ปัญหานี้เป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังได้รับการสะท้อนการยอมรับว่า วิกฤติสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ ที่ต้องใช้ความพยายามร่วมกันในการบรรเทาและปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง เพื่อรองรับความยั่งยืนในการพัฒนาของสิงคโปร์ ปัจจุบันยังคงอยู่ระหว่างการหารือนโยบายการดำเนินการด้านสภาพอากาศที่เข้มข้นมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในสิงคโปร์ หลังจากการประกาศชัดเจนก็จะทำให้ประเทศเป็นผู้นำในภูมิภาคอีกครั้งในการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เมื่อปีที่ผ่านมาสิงคโปร์ได้เปิดตัวแผนมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อปรับให้เข้ากับอนาคตที่ต้องเผชิญกับสภาพภูมิอากาศ และลงทุนเพิ่มเติมในภาคการผลิตอาหารอย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้สิงคโปร์กลายมาเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอาหาร ย้อนไปในปี 2019 สิงคโปร์ประกาศให้เป็น ‘year of zero waste’ หรือปีแห่งการปลอดขยะ โดยเปิดตัวแผนแม่บทในการกำจัดขยะที่ฝังกลบลดลง 30% ภายในปี 2030 ซึ่งแผนแม่บทนี้เป็นเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,482.98 จุด เพิ่มขึ้น 1.23 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,482.98 จุด เพิ่มขึ้น 1.23 จุด

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 4 ก.พ. 2564 ปิดตลาดที่ 1,482.98 จุด เพิ่มขึ้น 1.23 จุด หรือ 0.08% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,492.39 จุด ต่ำสุดที่ 1,477.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,840.06 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.BBL ปิดที่ 120.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,464.03 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 38.25 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 3,535.57 ลบ. 3.KBANK ปิดที่ 135.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]