ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ธ.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,424.39 จุด เพิ่มขึ้น 22.61 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ธ.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,424.39 จุด เพิ่มขึ้น 22.61 จุด หรือ 1.61% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,428.11จุด ต่ำสุดที่ 1,388.23 จุด มูลค่าการซื้อขาย 87,824.78 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 41.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,969.29 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 115.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,711.70 ลบ. 3.BANPU ปิดที่ 10.60 บาท ลดลง -0.30 บาท […]
ไปต่อหรือพอแค่นี้กับกองทุนรวม RMF
โดย…อรพรรณ บัวประชุม CFP® ใกล้ปลายปีเข้ามาเต็มที หลายคนคิดกันแล้วค่ะว่า ปีนี้จะไปต่อกันไหวมั้ยกับกองทุนรวม RMF เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ทางครอบครัว และความไม่แน่นอนในอาชีพการงานของตัวเอง รวมไปถึงคนในครอบครัวด้วย ขอให้คำแนะนำดังนี้ค่ะ เคยไหว และยังไหวอยู่ หลายคนเริ่มเอ๊ะ แล้วเรายังเป็นแบบนี้อยู่รึเปล่านะ มีข้อสังเกตอย่างนี้ค่ะ เคยไหวและยังไหวอยู่ คือคนที่เคยลงทุนในกองทุนรวม RMF อย่างต่อเนื่องและปีนี้ยังมีรายได้ต่อเนื่อง แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ต่อไป ซึ่งในปี 2563 นี้ สามารถลงทุนในกองทุนรวม RMF ได้มากขึ้นถึง 30% ของเงินได้ทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาทเหมือนเดิม หากใครคิดว่าต่อไปจะมีค่าใช้จ่ายเยอะขึ้นหรือรายได้ลดลง ก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนเต็มสิทธิที่ได้รับก็ได้ ต้องดูความสามารถในการหารายได้ของเรา ภาระค่าใช้จ่ายที่เราต้องใช้ด้วย หากคิดว่าจะลดทอนการลงทุนลงก็สามารถทำได้ เพราะในปีนี้ กองทุนรวม RMF ไม่มีกำหนดการลงทุนขั้นต่ำอีกต่อไป เราก็ลงทุนเพื่อสะสมไว้เป็นเงินสำหรับเกษียณ และลดหย่อนตามส่วน เช่น ใครที่เสียภาษีในอัตรา 25% ก็ดูว่า […]
BioNTech มั่นใจวัคซีนใช้ป้องกันโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ในสหราชอาณาจักรได้
รายงานข่าวจากรอยเตอร์ส ระบุว่า Ugur Sahin ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BioNTech มั่นใจว่าวัคซีนโควิด-19 ที่บริษัทพัฒนาร่วมกันจะมีผลกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอังกฤษ เขา กล่าวใน Bild TV ว่า บริษัทสัญชาติเยอรมันจะตรวจสอบการกลายพันธุ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งตอนนี้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างปิดพรมแดนไปยังสหราชอาณาจักร เนื่องจากความกลัวเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนา และจำผู้ติดเชื้อที่สูงทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในการเดินทาง อีกทั้งอาจเพิ่มโอกาสในการขาดแคลนอาหารในสหราชอาณาจักร เขา กล่าวกับสื่อว่า ตัวเขาเองยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน แต่เขาต้องการที่จะฉีดอย่างแน่นอน ทั้งนี้สิ่งสำคัญกว่าคือพนักงานของเขาจะได้รับวัคซีนเพื่อที่พวกเขาจะได้ทำงานได้ต่อไป นายแพทย์ไมค์ ไรอัน ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายโครงการฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในอังกฤษถือเป็นกระบวนการปกติของการแพร่ระบาด ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้น หรือมีความร้ายแรงกว่าไวรัสสายพันธุ์ปัจจุบัน แม้ว่าอาจจะมีการแพร่เชื้อได้ง่ายกว่า แต่ก็ยังช้ากว่าเมื่อเทียบกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือไวรัสโรคคางทูม ขณะที่ การค้นพบไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่เป็นการบ่งชี้ว่าเครื่องมือใหม่ในการติดตามไวรัสดังกล่าวกำลังทำงานได้เป็นอย่างดี ในแง่วิทยาศาสตร์แล้วถือเป็นพัฒนาการในเชิงบวกสำหรับระบบสาธารณสุขโลก และประเทศต่างๆ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวสมควรได้รับคำชมเชย
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ธ.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,401.78 จุด ลดลง 80.60 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 ธ.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,401.78 จุด ลดลง 80.60 จุด หรือ -5.44% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,453.88 จุด ต่ำสุดที่ 1,401.58 จุด มูลค่าการซื้อขาย 129,435.44 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 110.50 บาท ลดลง -8.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,930.82 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 40.50 บาท ลดลง -2.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,421.59 ลบ. 3.BANPU ปิดที่ 10.90 บาท ลดลง -0.40 […]
ญี่ปุ่นอนุมัติงบปี 2021 วงเงิน 1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มุ่งจัดการวิกฤติโควิด-19
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติร่างงบประมาณประจำปี 2021 (เริ่มปีงบประมาณ เม.ย. 2021) วงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 106.61 ล้านล้านเยน (1.03 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยงบประมาณดังกล่าวใช้รับมือกับผลกระทบของโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดในญี่ปุ่น รวมทั้งสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และความท้าทายต่างๆ ด้านความมั่นคง ทั้งนี้ งบประมาณประจำปี 2021 ของญี่ปุ่น มีมูลค่าสูงกว่างบประมาณประจำปี 2020 ซึ่งอยู่ที่ 102.66 ล้านล้านเยน นอกจากนี้ประมาณประจำปี 2564 ยังทำสถิติที่เหนือระดับ 100 ล้านล้านเยนติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งทำให้หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่น ขณะที่งบประมาณค่าใช้จ่ายทางทหารและสวัสดิการปรับเพิ่มขึ้นมากสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มขึ้น 4% จากต้นปีที่ผ่านมาและเพิ่มติดต่อกันในรอบ 9 ปี สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้วางแผนที่จะออกพันธบัตรล็อตใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 43.60 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มครั้งแรกในรอบ 11 ปี อีกทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประมาณการตัวเลขรายได้จากการจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณ 2564 เอาไว้ที่ […]
ปริมาณของเงินและตลาดทั้งโลก
โดย…ทนง ขันทอง Visualcapitalist.com ได้รวบรวมตัวเลขปริมาณของเงินและตลาดบนโลกใบนี้ว่ามีจำนวนมากเพียงใด เพื่อให้ได้เห็นภาพรวมของสถานภาพล่าสุดของความมั่งคั่ง หรือขนาดของทรัพย์สินแต่ละประเภท เป็นที่น่าสังเกตว่า สหรัฐฯ ขาดดุลงบประมาณอย่างมากในปี 2020 นี้ โดยมีการขาดดุล 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความจำเป็นในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อฟันฝ่าวิกฤติโควิด-19 ตลาดของเงิน (silver) และทองคำยังคงมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับทรัพย์สินอื่นๆ ส่วนตลาดเงินคริปโตโดยรวมกำลังมีการเติบโต งบดุลของเฟด หรือธนาคารกลางของสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่กว่าปริมาณเงินเหรียญและธนบัตรที่หมุนเวียนในโลกเสียอีก ตลาดอนุพันธุ์มีขนาดใหญ่มาก โดยคนนอกไม่รู้แน่ชัดว่ามีการทำธุรกรรมกันอย่างไร ต่อไปนี้คือรายละเอียดของประเภทและขนาดของทรัพย์สินต่างๆ ในโลก ที่น่าเป็นกังวลใจ คือ ขนาดของหนี้โลกที่อยู่ในระดับสูง และความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีระดับพันล้านที่เพิ่มเป็นทวีคูณทำให้เกิดประเด็นปัญหาของนโยบายของรัฐบาลในระยะที่ผ่านมาที่สร้างความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง ในขณะที่ชนชั้นกลางหรือชนชั้นใช้แรงงานมีปัญหาเรื่องหนี้สินจากรายได้ที่ไม่เพิ่มมาก หรือลดลงด้วยซ้ำเมื่อเทียบเงินเฟ้อ
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 ธ.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,482.38 จุด ลดลง 1.51 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 ธ.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,482.38 จุด ลดลง 1.51 จุด หรือ -0.10% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,489.78 จุด ต่ำสุดที่ 1,475.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 117,095.61 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 42.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท (+1.18%) มูลค่าการซื้อขาย 5,739.70 ลบ. 2.BANPU ปิดที่ 11.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท (+8.65%) มูลค่าการซื้อขาย 4,049.30 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ 62.00 บาท […]
ขอเชิญชวนนักลงทุนร่วมตอบแบบสำรวจ Bualuang Fund Market Survey
กองทุนบัวหลวง จัดทำแบบสำรวจ Bualuang Fund Market Survey ขึ้นมา จึงขอเชิญชวนนักลงทุนทุกท่าน มาร่วมตอบแบบสำรวจ เพื่อมีส่วนร่วมในการออกแบบการลงทุนที่เหมาะสมร่วมกัน โดยสามารถคลิกเพื่อทำแบบสำรวจได้ที่นี่ https://www.bblam.co.th/market-survey/?channel=Application ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมตอบแบบสำรวจในครั้งนี้
ไทยคว้าที่ 1 ตลาดเกิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพเศรษฐกิจและการเงินชนะความคาดหวังในปี 2021
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับตลาดกำลังพัฒนา 17 แห่ง โดยประเมินแนวโน้มในปี 2021 พิจารณาจาก 11 ตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 1 เนื่องจากมีเงินทุนสำรองที่มั่นคงและมีศักยภาพสูงที่เงินลงทุนจะไหลเข้ามาลงทุน ขณะที่รัสเซียอยู่ในอันดับที่ 2 เนื่องจากบัญชีต่างประเทศและข้อมูลทางการเงินที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ค่าเงินรูเบิลยังมีราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น ขณะที่ จีนได้คะแนนค่อนข้างแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากมีความคาดหวังสูงอยู่แล้ว ส่วนบราซิลเป็นประเทศที่ล้าหลังเนื่องจากการขาดดุลการคลังและความกังวลเรื่องหนี้ที่เพิ่มขึ้น ผลสำรวจของบลูมเบิร์ก ยังมองว่า เศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่จำนวนมากมีโอกาสที่จะฟื้นตัวจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยเห็นได้จากตัวเลขต่างๆ ที่ทำการสำรวจ อย่างเช่น ทุนสำรองระหว่างประเทศที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบเอเชีย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำหรับแรงกระทบจากปัจจัยภายนอก อย่างไรก็ตามหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีผลต่อความเสี่ยงด้านเสถียรภาพ ทั้งนี้ สินทรัพย์ต่างๆ ในประเทศกำลังพัฒนา กำลังมุ่งหน้ากลับไปสู่ปีแห่งชัยชนะ เนื่องจากมาตรการกระตุ้นทางการเงินและการคลังอย่างมากแบบไม่เคยมีมาก่อน เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่การฟื้นตัวของตลาดโลก และมาตรการทางการเงินที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงใช้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ อาจส่งผลให้ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2021 ท่ามกลางการประเมินมูลค่าที่ดีและผลตอบแทนที่แท้จริงที่ดึงดูดผู้ซื้อจากต่างประเทศ
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 ธ.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,483.89 จุด เพิ่มขึ้น 1.80 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 17 ธ.ค. 2563 ปิดตลาดที่ 1,483.89 จุด เพิ่มขึ้น 1.80 จุด หรือ 0.12% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,495.37 จุด ต่ำสุดที่ 1,483.32 จุด มูลค่าการซื้อขาย 112,756.84 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.TMB ปิดที่ 1.19 บาท ลดลง -0.01 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,403.70 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 121.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,326.22 ลบ. 3.SCGP ปิดที่ 42.25 บาท ลดลง -1.25 […]










