นักวิจัยคิดค้นผิวหนังของหุ่นยนต์ ช่วยให้รู้สึกต่อการสัมผัส ทำงานได้ใกล้ชิดคนมากขึ้น
รายงานจากซีเอ็นเอ็น บิสซิเนส ระบุว่า ล่าสุดผลวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ได้เปิดตัวผิวหนังเทียมที่ทำให้หุ่นยนต์รู้สึกและตอบสนองต่อการสัมผัสทางกายภาพ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็น เมื่อให้พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกับผู้คนมากขึ้น ตามรายงานของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (International Federation of Robotics ) คาดการณ์ว่า อุปทานทั่วโลกของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14% ต่อปีจนถึงปี 2021 โดยในปี 2018 ผู้ผลิตทั่วโลกใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมประมาณ 85 ตัวต่อพนักงาน 10,000 คน Chiara Bartolozzi ผู้เชี่ยวชาญหุ่นยนต์ เป็นอิสระจากการวิจัยบอกซีเอ็นเอ็น บิสซิเนส ว่า ‘สัมผัส’ ช่วยให้การทำงานของหุ่นยนต์ปลอดภัย โดยการตรวจจับการสัมผัสกับสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น และทำให้การประมวลในการใช้กำลังของหุ่นยนต์ในการทำงานมีความถูกต้อง โดยไม่ทำลายวัตถุ ผู้คน และหุ่นยนต์กันเอง สำหรับผิวที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับหุ่นยนต์ จะช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในอนาคตอาจนำไปสู่การพัฒนาให้หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ดูแล ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพอีกด้วย
ดัชนีหุ้นไทย 2 ธ.ค. ปิดตลาด 1,569.53 จุด ลดลง 21.06 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 ธ.ค. 2562 ปิดตลาดที่ 1,569.53 จุด ลดลง 21.06 จุด หรือ -1.32% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,589.34 จุด ต่ำสุดที่ 1,566.68 จุด มูลค่าการซื้อขาย 54,756.50 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.ADVANC ปิดที่ 207.00 บาท ลดลง 5.00 บาท (-2.36%) มูลค่าการซื้อขาย 3,439.91 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 74.75 บาท ลดลง 0.75 บาท (-0.99%) มูลค่าการซื้อขาย 3,363.98 ลบ. 3.PTT ปิดที่ 42.50 บาท […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 29 พ.ย. 62 ปิดตลาดที่ 1,590.59 จุด ลดลง 7.09 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 พ.ย. 2562 ปิดตลาดที่ 1,590.59 จุด ลดลง 7.09 จุด หรือ -0.44% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,594.54 จุด ต่ำสุดที่ 1,580.08 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,843.30 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 75.50 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 3,568.17 ลบ. 2.ADVANC ปิดที่ 212.00 บาท ลดลง -7.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,760.66 ลบ. 3.INTUCH ปิดที่ 58.75 บาท ลดลง -2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย […]
อินเดียเล็งจำกัดแอปบริการขับขี่คิดค่าคอมมิชชั่นได้ไม่เกิน 10% พร้อมคุมเข้มปลอดภัยมากขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า อินเดียวางแผนจำกัดเพดานค่าคอมมิชชั่นของแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ เช่น อูเบอร์ และโอลา ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันการขับชี่ในอินเดีย โดยจะจำกัดการคิดค่าธรรมเนียมทั้งหมดไม่เกิน 10% ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม มองว่า ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และการดำเนินงานได้ รัฐบาลกลางอินเดีย มีเป้าหมายลดค่าคอมมิชชั่นจากประมาณ 20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คิดในปัจจุบัน โดยร่างแนวปฏิบัติไว้ 23 หน้า นอกจากนี้รัฐบาลยังเสนอให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยเข้มงวดมากขึ้นกับผู้ขับขี่ และต้องการให้จำกัดชั่วโมงการทำงานของพวกเขาไว้ที่ 12 ชั่วโมงต่อวัน ท่ามกลางความกังวลว่า หากผู้ขับขี่ใช้เวลาขับรถบนถนนนานเกินไป จะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยกับผู้โดยสารได้ แนวทางเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงอีกก็ได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม คาดการณ์ว่า แนวทางนี้จะทำให้อูเบอร์ รวมถึงโอลา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซอฟต์แบงก์ ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากบริการขับขี่ โดยที่ผ่านมา อูเบอร์ มีสัดส่วนรายได้จากอินเดียประมาณ 11% ของรายได้บริการขับขี่ทั่วโลก “ระบบให้บริการนี้จะอยู่รอดไม่ได้ถ้ามีค่าบริการต่ำ ค่าคอมมิชชั่นเพียง 10% ไม่สามารถทำได้ ต้องประมาณ 20%” Joy Bandekar อดีตผู้บริหารของโอลา กล่าว อินเดีย เป็นตลาดสำคัญของการเติบโตสำหรับบริษัทด้านการขับขี่ […]
BF Monthly Economic Review – พ.ย. 2562
BF Economic Research ประเด็นสำคัญ และทิศทางเศรษฐกิจปี 2020 1. การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่กำลังดำเนินไปช่วยผ่อนคลายความกังวลของตลาดในระยะสั้น ปัจจุบันสหรัฐฯ และจีน กำลังอยู่ในช่วงการเจรจาข้อตกลงทางการค้าในระยะที่ 1 ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าจะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวในการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ที่มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงกลางเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากชิลีได้ประกาศยกเลิกการจัดประชุมในครั้งนี้ไป ทำให้กำหนดเวลาสำหรับการลงนามมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศมีแนวโน้มที่จะลงนามก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ ระบุว่า จะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ฯ เพิ่มขึ้นเป็น 15.0% แม้สถานการณ์ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน แต่ตลาดเริ่มคลายความกังวลลง เนื่องจากอย่างน้อยความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนก็ไม่มีท่าทีทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงนี้ กระนั้น จากประสบการณ์ในช่วงปลายปี 2018 ถึงครึ่งปีแรกของปี 2019 ทำให้เรายังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่การเจรจาการค้าสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหาร (CEO Survey) โดย UBS นั้น ผู้บริหารส่วนใหญ่เชื่อว่า ผลการเจรจาอาจไม่ราบรื่นนัก […]
B-GLOBAL B-GLOBALRMF Product Update
กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอล (B-GLOBAL) และกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นโกลบอลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-GLOBALRMF)
สรุปผลการดำเนินงานและมุมมองด้านการปรับพอร์ตของกองทุนหลัก Wellington Global Opportunities Equity fund สรุปผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก หุ้นโลก เมื่อวัดจากดัชนี MSCI AC World Net สร้างผลตอบแทนช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. 2019 ทรงตัว 0% พิจารณาจากทั้งหมด 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนีชี้วัด (สาธารณูปโภค สินค้าบริโภคจำเป็น อสังหาริมทรัพย์ ไอที บริการด้านการสื่อสาร สินค้าบริโภคฟุ่มเฟือย อุตสาหกรรม สถาบันการเงิน เฮลธ์แคร์ วัสดุก่อสร้าง พลังงาน) พบว่า มี 6 กลุ่มอุตสาหกรรมให้ผลตอบตอบแทนเป็นลบ (เช่น พลังงาน วัสดุก่อสร้าง) ส่วนอีก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่เหลือให้ผลตอบแทนเป็นบวก (เช่น สาธารณูปโภค สินค้าบริโภคจำเป็น) ขณะที่ กองทุนหลักสร้างผลตอบแทน -2.5% ช่วงเดือน ก.ค. – […]
กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ)
มุมมองต่อตลาดหุ้นจีน ท่านผู้ถือหน่วยลงทุน คงจะพบว่า ตลาดหุ้นจีนในปีนี้ สามารถปรับตัวขึ้นมาได้เป็นอย่างดี แม้จะเผชิญกับสงครามการค้ารอบสองที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน พ.ค. 2019 หากเทียบกับปีที่แล้ว (2018) หุ้นจีนที่เคยลดลงมากกว่า -30% ในปีนี้กลับพลิกมาบวก +15.25% (MSCI China All Shares Index: YTD ถึงสิ้นไตรมาสสาม) ได้ โดยมีสาเหตุจากสามปัจจัย คือ 1.สภาพคล่องในระบบ (Liquidity Condition) การเติบโตที่รวดเร็วของสินเชื่อในประเทศจีน โดยเฉพาะสินเชื่อภาคธนาคารท้องถิ่น (Shadow banking) ที่เคยปล่อยกู้ให้กับโครงการที่ไม่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ จนทำให้ทางการจีนต้องเข้ามาควบคุมดูแลภาคสถาบันการเงิน ประเด็นนี้มีความสำคัญสูง เพราะธุรกิจภาคเอกชนประสบกับความลำบากในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจนทำให้เศรษฐกิจจีนเข้าสู่วัฏจักรเศรษฐกิจขาลงในปีที่แล้ว ส่วนในปีนี้ปริมาณหนี้ที่เริ่มลดระดับลง ทำให้ทางการจีนเห็นว่าสามารถใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบต่อไป นโยบายดังกล่าวมีส่วนช่วยให้หุ้นจีนเพิ่มขึ้นในปีนี้ 2.พื้นฐานบริษัทจดทะเบียน (Fundamental) นักลงทุนคาดไว้อยู่แล้วว่าในปีนี้ (2019) ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน คงจะออกมาไม่ดี แค่ประคองตัวให้รอดพ้นจากสงครามการค้าก็เป็นที่น่าพอใจอยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือ ผ่านไป 6 เดือน หลังสงครามการค้ารอบสองที่เริ่มในเดือน […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 28 พ.ย. 62 ปิดตลาดที่ 1,597.68 จุด ลดลง 9.59 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 พ.ย. 2562 ปิดตลาดที่ 1,597.68 จุด ลดลง 9.59 จุด หรือ -0.60% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,608.67 จุด ต่ำสุดที่ 1,595.11 จุด มูลค่าการซื้อขาย 43,111.77 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 75.50 บาท ลดลง -2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,036.74 ลบ. 2.BDMS ปิดที่ 24.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,590.84 ลบ. 3.ADVANC ปิดที่ 219.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย […]
โบอิ้ง 737 แม็กซ์ อาจยังไม่ได้กลับมาบินภายในเดือน มี.ค. 2020
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางอากาศ ออกมาประเมินว่า เครื่องบินรุ่น โบอิ้ง 737 แม็กซ์ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ อาจจะยังไม่พร้อมกลับมาบินได้ภายในช่วงต้นเดือน มี.ค. 2020 Alan Diehl เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในสำนักบริหารการบินแห่งชาติ (เอฟเอเอ) และคณะกรรมการความปลอดภัยในการขนส่งทางอากาศแห่งชาติของสหรัฐ ระบุว่า สายการบินหลักๆ ในสหรัฐ ยังคงต้องเลื่อนเวลาการนำโบอิ้ง 737 แม็กซ์กลับมาบินออกไปอีก ส่งผลให้เกิดปัญหากับตารางการบินที่วางไว้ อย่างไรก็ตามสายการบินทั้งหลายก็ยังมีความหวังอยู่ว่าจะได้นำเครื่องบินรุ่นนี้กลับมาบินโดยเร็ววัน สิ่งแรกที่ โบอิ้ง 737 แม็กซ์ ต้องรีบทำให้กระจ่างในเวลานี้ก่อนที่จะกลับมาให้บริการบินได้อีกครั้งก็คือ การได้รับใบรับรองการบินจากเอฟเอเอ ซึ่งล่าสุดเอฟเอเอ เพิ่งจะออกแถลงการณ์ว่า ยังทบทวนเรื่องความปลอดภัยของเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ ไม่เสร็จสิ้น ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ เอฟเอเอ เผยแพร่ต่อสาธารณชนว่าต้องการใช้เวลาทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อดูเรื่องความปลอดภัยของ 737 แม็กซ์ นับเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้วที่โบอิ้งถูกจับตาเกี่ยวกับเรื่องการได้รับใบรับรองภายในสิ้นปี 2019 […]
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 พ.ย. 62 ปิดตลาดที่ 1,607.27 จุด ลดลง 2.11 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 27 พ.ย. 2562 ปิดตลาดที่ 1,607.27 จุด ลดลง 2.11 จุด หรือ -0.13% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,613.81 จุด ต่ำสุดที่ 1,604.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 51,261.85 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.CPF ปิดที่ 27.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,841.10 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 78.25 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,305.89 ลบ. 3.ADVANC ปิดที่ 219.00 บาท ลดลง -2.00 […]









