ธนาคารสหรัฐฯ ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับก่อนเข้าร่วมกิจรรมคริปโทฯ
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า หน่วยงานกำกับหลักในสหรัฐฯ ออกมาระบุว่า ธนาคารในสหรัฐฯ จะต้องทำเรื่องขอและได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากหัวหน้างานธนาคารของตัวเองก่อนที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี ทั้งนี้ สำนักงานบัญชีกลางของเงินตรา หรือ OCC ชี้ว่า ธนาคารจะต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมก่อนที่จะเข้าไปร่วมกิจกรรม เช่น การให้บริการดูแลลูกค้าที่ถือครองคริปโทฯ Michael Hsu รักษาการผู้บังคับการบัญชี OCC กล่าวว่า เนื่องจากเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำนวนมากมีความเสี่ยงใหม่ๆ ดังนั้นธนาคารต้องมีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการได้อย่างปลอดภัย ท่าทีใหม่ของหน่วยงานกำกับนี้ออกมา ทำให้ธนาคารต้องพิจารณามากขึ้นเกี่ยวกับกิจกรรมคริปโทฯ จากเดิมที่หน่วยงายภายใต้อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เคยเปิดทางให้ธนาคารเข้าร่วมในงานด้านคริปโทฯ ได้ ตามจดหมายฉบับใหม่ของหน่วยงานกำกับ ธนาคารไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทฯ เช่น การดูแลทรัพย์สินคริปโทฯ และการใช้เงินฝากดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงเงินสำรองเพื่อหนุนหลัง stablecoins (คริปโทฯ ที่มีสินทรัพย์ในโลกจริงหนุนหลัง) โดยปราศจากการแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาของธนาคารทราบถึงความตั้งใจในการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ส่วนผู้บังคับบัญชาจะต้องพิจารณาเครื่องมือและระบบจัดการความเสี่ยงของธนาคารและอนุญาตให้ทำกิจกรรมได้ก็ต่อเมื่อธนาคารแสดงให้เห็นว่าสามารถทำได้อย่างปลอดภัยและถูกต้อง
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 พ.ย. 2564 ปิดตลาดที่ 1,646.42 จุด ลดลง 3.12 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 พ.ย. 2564 ปิดตลาดที่ 1,646.42 จุด ลดลง 3.12 จุด (-0.19%) ระหว่างวัน ดัชนีสูงสุดที่ 1,654.49 จุด และต่ำสุดที่ 1,644.02 จุด มูลค่าการซื้อขาย 90,227.64 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 143.50 บาท ลดลง 3.50 บาท (-2.38%) มูลค่าการซื้อขาย 3,661.94 ลบ. 2.TRUE ปิดที่ 4.76 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 3,595.78 ลบ. 3.ADVANC ปิดที่ 215.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 […]
เวียดนามเปิดแผนปฏิรูปเศรษฐกิจปี 2021-2025 มุ่งเน้นเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
เว็บไซต์ vietnamplus.vn รายงานว่า Tran Thi Hong Minh ผู้อำนวยการสถาบันกลางสำหรับการจัดการเศรษฐกิจ (CIEM) ของเวียดนาม กล่าวว่า แผนปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจระหว่างปี 2021-2025 ของเวียดนาม ได้รับการอนุมัติออกมาแล้วในการประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งที่ 15 ช่วงที่ 2 ของวันที่ 12 พ.ย. โดยแผนนี้จะมุ่งเน้นยกระดับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกและเวียดนามหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศต้องเร่งกระบวนการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งหากการปฏิรูปเศรษฐกิจล่าช้าหรือชะลอตัวก็จะยากต่อการที่เวียดนามจะลดช่องว่างการพัฒนาที่มีเมื่อเทียบกับโลก รวมถึงการเอาชนะกับดักรายได้ปานกลาง การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และประโยชน์จากการรวมกลุ่มระหว่างประเทศด้วย สำหรับแผนฉบับนี้ถูกจัดทำออกมาโดยมีเป้าหมายสร้างโครงสร้างที่เหมาะสมในทุกอุตสาหกรรม ทุกพื้นที่ ระหว่างอุตสาหกรรม และทั้งระบบเศรษฐกิจ โดยจะมองหาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับชาติบนพื้นฐานเทคโนโลยีใหม่หรือเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างความสามารถแข่งขันในภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ แบบจำลองการเติบโต ประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งเพิ่มความเป็นอิสระ ความสามารถในการปรับตัว และความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจด้วย
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 พ.ย. 2564 ปิดตลาดที่ 1,649.54 จุด เพิ่มขึ้น 4.48 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 พ.ย. 2564 ปิดตลาดที่ 1,649.54 จุด เพิ่มขึ้น 4.48 จุด (+0.27%) ระหว่างวัน ดัชนีสูงสุดที่ 1,653.33 จุด และต่ำสุดที่ 1,645.09 จุด มูลค่าการซื้อขาย 94,488.27 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.TRUE ปิดที่ 4.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.44 บาท (+10.19%) มูลค่าการซื้อขาย 11,361.52 ลบ. 2.ADVANC ปิดที่ 209.00 บาท เพิ่มขึ้น 13.00 บาท (+6.63%) มูลค่าการซื้อขาย 7,244.27 ลบ. 3.DTAC ปิดที่ 45.00 บาท […]
ยอดนำเข้ารถยนต์ของเวียดนาม 10 เดือน พุ่งถึง 50%
เว็บไซต์ vnexpress.net รายงานว่า ยอดนำเข้ารถยนต์ในเวียดนามพุ่งขึ้นถึง 61% ไปสู่ระดับ 129,733 คัน ในช่วง 10 เดือนของปีนี้ กรมศุลกากรเวียดนาม เผยว่า ในช่วง 10 เดือน รถยนต์สำหรับโดยสาร มียอดนำเข้าอยู่ที่ 90,029 คัน เพิ่มขึ้น 50% โดย 3 ตลาดสำคัญที่นำเข้ามา ได้แก่ ไทย 8,320 คัน ตามด้วยอินโดนีเซีย 3,925 คัน และจีน 1,733 คัน มีรถยนต์มากกว่า 11,700 คัน เป็นรถยนต์ 9 ที่นั่ง หรือน้อยกว่านั้น ถูกนำเข้ามายังเวียดนามในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเดือน ก.ย. สื่อของแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่น กล่าวว่า ยอดนำเข้ารถยนต์มายังเวียดนามเพิ่มขึ้น […]
B-INCOME B-INCOMESSF Product Update
กองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME) และกองทุนเปิดบัวหลวงอินคัมเพื่อการออม (B-INCOMESSF)
Highlight กองทุน B-INCOME มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติครั้งที่ 17 เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2564 อัตรา 0.056701 บาทต่อหน่วย กองทุนบัวหลวงคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นจะยังทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% โดยคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบันไปจนถึงสิ้นปี 2566 ทำให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กองทุนบัวหลวงมีมุมมองเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) น่าจะฟื้นตัวได้ในปลายปีนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจาก การฉีดวัคซีนที่เพิ่มมากขื้นและจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่ลดลง จนรัฐบาลผ่อนคลายมาตรเข้มงวดในเดือนตุลคม เปิดให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ Global REITs ปรับตัวดีขึ้นจากการเร่งฉีดวัคซีนในหลายประเทศและการเปิดเมือง เช่นเดียวกับ REITs ไทยที่ปรับตัวดีขึ้นจากการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวกว่า 46 ประเทศ ผู้จัดการกองทุนมองว่าไตรมาส 3 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือนต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นแทบช่วงอายุเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการที่ตลาดปรับลดโอกาสที่กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหลังจากการประชุม กนง. ในวันที่ 29 ก.ย. ที่มีมติเอกฉันท์ (7:0) […]
กองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ เอ็กซ์ตร้า (B-SENIOR-X)
Highlight กองทุนบัวหลวงคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นจะยังทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% โดยคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบันไปจนถึงสิ้นปี 2566 ทำให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กองทุนบัวหลวงมีมุมมองเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) น่าจะฟื้นตัวได้ในปลายปีนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจาก การฉีดวัคซีนที่เพิ่มมากขื้นและจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่ลดลง จนรัฐบาลผ่อนคลายมาตรเข้มงวดในเดือนตุลคม เปิดให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ Global REITs ปรับตัวดีขึ้นจากการเร่งฉีดวัคซีนในหลายประเทศและการเปิดเมือง เช่นเดียวกับ REITs ไทยที่ปรับตัวดีขึ้นจากการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวกว่า 46 ประเทศ ผู้จัดการกองทุนมองว่าไตรมาส 3 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือนต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นแทบช่วงอายุเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการที่ตลาดปรับลดโอกาสที่กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหลังจากการประชุม กนง. ในวันที่ 29 ก.ย. ที่มีมติเอกฉันท์ (7:0) ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี จึงส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุคงเหลือไม่เกิน 5 ปี โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุคงเหลือ 3-5 ปี ปรับตัวขึ้นในกรอบ 15-20 […]
กองทุนผสมบีซีเนียร์สำหรับวัยเกษียณ (B-SENIOR)
Highlight กองทุนบัวหลวงคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นจะยังทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% โดยคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบันไปจนถึงสิ้นปี 2566 ทำให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กองทุนบัวหลวงมีมุมมองเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) น่าจะฟื้นตัวได้ในปลายปีนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจาก การฉีดวัคซีนที่เพิ่มมากขื้นและจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่ลดลง จนรัฐบาลผ่อนคลายมาตรเข้มงวดในเดือนตุลคม เปิดให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ Global REITs ปรับตัวดีขึ้นจากการเร่งฉีดวัคซีนในหลายประเทศและการเปิดเมือง เช่นเดียวกับ REITs ไทยที่ปรับตัวดีขึ้นจากการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวกว่า 46 ประเทศ ผู้จัดการกองทุนมองว่าไตรมาส 3 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือนต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นแทบช่วงอายุเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการที่ตลาดปรับลดโอกาสที่กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหลังจากการประชุม กนง. ในวันที่ 29 ก.ย. ที่มีมติเอกฉันท์ (7:0) ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี จึงส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุคงเหลือไม่เกิน 5 ปี โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุคงเหลือ 3-5 ปี ปรับตัวขึ้นในกรอบ 15-20 […]
B-USALPHARMF B-USALPHASSF B-VIETNAMRMF News Update Press Release
กองทุนบัวหลวงเสิร์ฟ IPO 3 กองทุนประหยัดภาษี วันที่ 23-30 พ.ย. นี้ ให้ผู้ลงทุนเติมครบทุกโอกาสในพอร์ตลงทุนระยะยาว กับหุ้นสหรัฐฯ และเวียดนาม
ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Release กองทุนบัวหลวงเสนอขาย IPO กองทุน B-USALPHASSF กองทุน B-USALPHARMF และ B-VIETNAMRMF ระหว่างวันที่ 23-30 พ.ย. นี้ เอาใจสายลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสการเติบโตได้ยาวๆ กับหุ้นสหรัฐอเมริกา ประเทศมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในโลกและหุ้นเวียดนาม ตลาดดาวรุ่งที่จ่อคิวยกระดับเป็นตลาดเกิดใหม่ เติมเต็มพอร์ตลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว พ่วงด้วยประหยัดภาษี นายวศิน วัฒนวรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ Head of Business Distribution บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันนักลงทุนมีความสนใจลงทุนระยะยาวผ่านกองทุนประหยัดภาษี ในกองทุนหุ้นต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากต้องการกระจายความเสี่ยงลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย พร้อมๆ กับเพิ่มโอกาสการเติบโตให้พอร์ตลงทุนได้มากยิ่งขึ้น ล่าสุดกองทุนบัวหลวงก็เตรียมเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) 3 กองทุนใหม่ มาเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนได้เติมเต็มโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ที่มีมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ใหญ่ที่สุดในโลก และประเทศดาวรุ่งมีโอกาสเติบโตอย่างเวียดนาม สำหรับ […]
B-ACTIVE B-FLEX B25RMF BFLRMF Product Update
กองทุนเปิดบีเฟล็กซ์ (B-FLEX), กองทุนเปิดบีแอ็คทีฟ (B-ACTIVE), กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้น 25% เพื่อการเลี้ยงชีพ (B25RMF) และ กองทุนเปิดบัวหลวงเฟล็กซิเบิ้ลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BFLRMF)
Highlight กองทุนบัวหลวงคาดว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นจะยังทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% โดยคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบันไปจนถึงสิ้นปี 2566 ทำให้ภาวะการเงินโดยรวมผ่อนคลายต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กองทุนบัวหลวงมีมุมมองเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) น่าจะฟื้นตัวได้ในปลายปีนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจาก การฉีดวัคซีนที่เพิ่มมากขื้นและจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่ลดลง จนรัฐบาลผ่อนคลายมาตรเข้มงวดในเดือนตุลคม เปิดให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยในเดือนต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นแทบช่วงอายุเมื่อเทียบกับสิ้นเดือนก่อน โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการที่ตลาดปรับลดโอกาสที่กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายหลังจากการประชุม กนง. ในวันที่ 29 ก.ย. ที่มีมติเอกฉันท์ (7:0) ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี จึงส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยรุ่นอายุคงเหลือไม่เกิน 5 ปี โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุคงเหลือ 3-5 ปี ปรับตัวขึ้นในกรอบ 15-20 bps ตลาดยังมีความกังวลต่อปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาลไทยในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยเฉพาะพันธบัตรรุ่นอายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยยังได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและภูมิภาคที่ปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มตลาดตราสารหนี้ไทย […]










