BSIRICG BSIRIRMF Product Special
กองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาล (BSIRICG) และกองทุนเปิดบัวหลวงสิริผลบรรษัทภิบาลเพื่อการเลี้ยงชีพ (BSIRIRMF)
BSIRICG และ BSIRIRMF เด่น เมื่อแบงก์ชาติ เซอร์ไพรส์ตลาด ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ผลออกมาค่อนข้างเซอร์ไพรส์ตลาด เนื่องจาก ที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากเดิม 1.75% เหลือ 1.50% ประเด็นสำคัญที่ต้องปรับลดในครั้งนี้ อาจเพราะมีแรงฉุดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะจากต่างประเทศ ทั้งการปรับลดดอกเบี้ยในหลายๆประเทศทั่วโลก ประเด็นที่อังกฤษจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (BREXIT) ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุน และข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น จนจีนต้องปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่ามาเกิน 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแน่นอนจากเมื่อต้นปี ค่าเงินบาทต่อหยวน 4.7 บาทต่อหยวน แต่ ปัจจุบัน (วันที่ 7 ส.ค. 2562) อยู่ที่ 4.38 บาทต่อหยวน […]
หุ้นไทย 7 สิงหาคม ปิดตลาดที่ 1,669.44 จุด ลดลง 2.04 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ 7 สิงหาคม 2562 ปิดตลาดที่ 1,669.44 จุด ลดลง 2.04 จุด หรือ -0.12% ระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,681.81 จุด และต่ำสุดที่ 1,665.14 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 84,465.14 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.KBANK ปิดที่ 167.50 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,589.63 ลบ. 2.BBL ปิดที่ 171.50 บาท ลดลง -5.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,119.75 ลบ. 3.BEM ปิดที่ 11.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 […]
ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าสู่ภาวะขาลงตาม Fed แม้ Fed จะแทงกั๊กแล้วว่าอาจลงดอกครั้งเดียว
BF Economic Research ภายหลังจากที่ FOMC ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bpsในช่วงเดือนก.ค. เพื่อ “Mid-cycle Adjustment” และได้ทำความเข้าใจกับตลาดว่าจะไม่เข้าสู่ Easing Mode แต่ธนาคารกลางอื่นๆ กลับเข้าสู่โทนดอกเบี้ยขาลง นำโดย อินเดีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง และล่าสุด กนง. ของไทย ได้ปรับลดอัตราลง 25 bps ในวันนี้ด้วยเสียงโหวต 5:2 นับตั้งแต่ปีที่แล้ว ธปท. เป็นหนึ่งในไม่กี่ธนาคารกลางที่ยืนยันจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.75% เนื่องด้วยมีความกังวลต่อ เสถียรภาพทางการเงิน และหนี้ครัวเรือน อย่างไรก็ตามในการประชุมครั้งนี้ กนง. มีโทนที่กังวลต่อโมเมนตัมเศรษฐกิจที่ชะลอลง จากการส่งออก และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ กนง. ได้แสดงความกังวลต่อทิศทางค่าเงินบาท ทั้งนี้ด้วยอัตราเงินเฟ้อไทยยังทรงตัวต่ำและยังยืนต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-4% จึงเป็นผลให้ กนง. […]
JASIF ประกาศจ่ายปันผลผู้ถือหน่วยลงทุน 0.23 บาท กำหนดจ่าย 4 ก.ย. นี้
นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า กองทุนบัวหลวง ในฐานะบริษัทจัดการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ขอแจ้งกำหนดการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 18 จากผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 2562 – 30 มิ.ย. 2562 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.23 บาท (คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,265 ล้านบาท) ทั้งนี้ กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 21 ส.ค. นี้ พร้อมกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 4 ก.ย. นี้ เมื่อนับรวมการจ่ายเงินปันผลและเงินลดทุนของกองทุน JASIF ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนกระทั่งล่าสุด JASIF จ่ายเงินปันผลไปแล้วรวมทั้งสิ้น […]
จับตาบราซิลจัดประมูลคลื่นความถี่สำหรับ 5G ครั้งใหญ่ที่สุดในโลกต้นปีหน้า
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ผู้บริหารอาวุโสของโนเกีย ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมจากฟินแลนด์ คาดการณ์ว่า บราซิลจะเป็นเจ้าภาพจัดการประมูลคลื่นความถี่ 5G ครั้งใหญ่ที่สุดโลก ในปีหน้า หลังจากที่โนเกียเป็นพันธมิตรกับ Antel ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือที่ดำเนินการโดยรัฐในอุรุกวัย เพื่อให้บริการเครือข่าย 5G ในละติน อเมริกาเป็นครั้งแรก โนเกียก็เตรียมเข้าไปบุกตลาดบราซิลต่อ เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ “เราเห็นว่าฝ่ายการเมืองจะจัดการประมูลคลื่นความถี่ครั้งใหญ่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 เราคิดว่าสมาร์ทโฟน 5G น่าจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ในช่วงคริสมาสต์ของบราซิลในปีหน้า” Wilson Cardoso ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของโนเกีย ในละติน อเมริกา กล่าว Anatel หน่วยงานกำกับโทรคมนาคมของบราซิล ยังอยู่ระหว่างกำหนดเกณฑ์การประมูล หลังจากตัดสินใจเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า คลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ และ 3.5 กิกะเฮิรตซ์ จะนำมาจัดสรรเพื่อเครือข่าย 5G ส่วนคลื่นความถี่อื่น เช่น 26 กิกะเฮิรตซ์ และ 700 เมกะเฮิรตซ์ […]
ลุ้นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลชุดใหม่เสนอที่ประชุมครม.เศรษฐกิจนัดแรก 19 ส.ค. นี้
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยคาดอีก 2 สัปดาห์จะแล้วเสร็จ และนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ พิจารณาได้ เบื้องต้นคาดว่าจะมีการประชุมนัดแรกวันที่ 19 ส.ค.นี้ ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานทั้งหมดพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนจะเป็นมาตรการยาแรงหรือไม่ใช่ยาแรง และใช้งบประมาณในการดำเนินการเท่าไหร่นั้น ต้องไปสอบถามจาก รมว.คลัง นายสมคิด ยังกล่าวด้วยว่า มาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังพร้อมให้การสนับสนุน แต่ในรายละเอียดเป็นอย่างไรนั้น เป็นหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งยังไม่ได้มีการนำเสนอเข้ามาให้พิจารณา หลังจากนี้จะมีการหารือกันอีกครั้งเพื่อสรุปรายละเอียดก่อนเสนอครม.เศรษฐกิจและ ครม.ชุดใหญ่ ตามขั้นตอนต่อไป
B-ASEANRMF B-ASIARMF B-GLOBALRMF B-INDIAMRMF B-SM-RMF B-TOPTENRMF BBASICRMF BCARERMF BERMF BF Knowledge Center BFRMF BGOLDRMF BSIRIRMF IN-RMF MM-RMF RMF
เรื่องต้องรู้ กับเงินชดเชยเมื่อว่างงาน
เรื่องต้องรู้ กับเงินชดเชยเมื่อว่างงาน โดย…อรพรรณ บัวประชุม CFP® ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนทางการเงิน BF Knowledge Center Grab Food, Grab bike, Kerry, Food Panda หลากหลายธุรกิจที่เติบโตและพัฒนาตามการเปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่กิจกรรมต่างๆ ที่ทำผ่านแอปพลิเคชัน ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคสมัยนี้ รูปแบบของการทำงานเองก็เช่นกัน หน้าที่การทำงานในรูปแบบเดิมๆ บางอย่างก็หายไป มีการใช้เครื่องมือทันสมัยมากขึ้น ลดการใช้คนลง และอาจจะมีอีกหลายอย่าง ที่เครื่องมือสามารถทดแทนคนได้ ดังนั้น ต้องมีการเตรียมพร้อมกับโลกที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และนี่ก็อาจจะส่งผลทำให้หลายคนประสบกับภาวะได้เงินชดเชยแทนการทำงานก็เป็นได้ หากใครที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ หรืออาจจะต้องพบกับเหตุการณ์แบบนี้ในระยะเวลาอันใกล้ ก็ต้องหันมามองดูรอบๆ ตัวว่าถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้เพียงพอไหม สามารถหางานที่ใหม่ได้ทันทีหรือเปล่า หรือหากอยากทำเองอิสระเรามีความสามารถที่จะทำเองได้หรือเปล่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศให้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายเรียบร้อย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 […]
ดัชนีหุ้นไทย 6 ส.ค. ปิดตลาด 1,671.48 จุด เพิ่มขึ้น 5.49 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทย วันที่ 6 ส.ค. 2562 ปิดที่ 1,671.48 จุด เพิ่มขึ้น 5.49 จุด หรือ +0.33% ระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,673.38 จุด และต่ำสุดที่ 1,647.49 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 70,439.73 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.DOHOME <ST> ปิดที่ 8.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท (+11.54%) มูลค่าการซื้อขาย 3,826.14 ลบ. 2.CPALL ปิดที่ 85.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 3,375.91 ลบ. 3.PTT ปิดที่ 45.50 บาท ลดลง […]
จีนระงับซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐตอบโต้ที่ ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษีนำเข้ารอบใหม่
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า จีนยืนยันระงับการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐเพื่อเป็นการตอบโต้จากกรณีที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนรอบใหม่ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนออกมายืนยันว่า บรัทจีนได้หยุดการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐเพื่อเป็นการตอบโต้ที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะจัดเก็บภาษี 10% กับสินค้านำเข้าของจีนที่เหลืออีก 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ “นี่เป็นการละเมิดที่ร้ายแรงจากการประชุมระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุผ่านแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า จะยังไม่จัดเก็บภาษีกับสินค้าเกษตรใหม่ที่จะซื้อหลังจากวันที่ 3 ส.ค. จีนถือเป็นผู้ซื้อสินค้าเกษตรรายใหญ่ของสหรัฐ โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนอาจจะหยุดนำเข้าสินค้าเกษตรของสหรัฐโดยสมบูรณ์แบบเพื่อตอบโต้การปรับขึ้นภาษีรอบใหม่ที่สหรัฐดำเนินการ และอาจพิจารณาเก็บภาษีสินค้าเกษตรของสหรัฐที่ซื้อมาแล้วด้วย เรื่องราวนี้ส่งผลกระทบทำให้ตลาดเกิดความกังวล ผลักดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงแย่ที่สุดในรอบปี โดยหลังจากจีนยืนยันการระงับสั่งซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐได้เพิ่มแรงกดดันในตลาดหุ้น ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สก็ตกลงเช่นกันในวันจันทร์ ทั้งนี้ภาคการเกษตรของสหรัฐถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในสงครามการค้า ประธานาธิบดีสหรัฐพยายามผลักดันให้จีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐจำนวนมาก ในช่วงที่เขาพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ในการประชุม G20 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นทรัมป์ออกมาประกาศว่า จีนไม่ได้ทำตามข้อตกลง พร้อมประกาศจัดเก็บภาษี 10% กับสินค้านำเข้าจีนที่เหลืออีก 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ จีนยังมีการจัดการค่าเงินของตัวเอง ส่งผลให้เงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงไปอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบมากกว่า 10 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
อินโดนีเซียเร่งชดเชยผู้บริโภค 21.3 ล้านรายที่ได้ร้บผลกระทบไฟดับเมื่อวันอาทิตย์
เดอะ จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า บริษัทไฟฟ้าของรัฐอินโดนีเซีย PLN วางแผนที่จะชดเชยให้กับผู้บริโภคไม่น้อยกว่า 21.3 ล้านราย ซึ่งรวมถึงภาคธุรกิจด้วย จากกรณีที่พวกเขาได้รับความเสียหายเนื่องจากเหตุการณ์ไฟดับเป็นระยะเวลานานหลายชั่วโมงทั่วทางตะวันตกของหมู่เกาะชวา และใจกลางกรุงจาการ์ตา Sripeni Inten Cahyani รักษาการประธานผู้อำนวยการ PLN กล่าวว่า บริษัทจะชดเชยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกา กระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ ฉบับที่ 27/2017 เกี่ยวกับการปรับปรุงบริการของ PLN สำหรับการชดเชยจะอยู่ในรูปแบบของการลดค่าไฟฟ้า ตามระยะเวลาของไฟดับว่านานเท่าใด รวมถึงจำนวนกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงที่หายไประหว่างเกิดเหตุการณ์ ซึ่งการชดเชยนี้จะทำให้ผู้บริโภคใช้พลังงานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปหลายวัน Djoko Rahardjo Abumanan ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การจัดซื้อ กล่าวว่า เหตุไฟดับส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างน้อย 21.3 ล้านราย ประกอบด้วยภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน เหตุไฟดับเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น นับเป็นเหตุการณ์ไฟดับทั่วกรุงจาการ์ตา และทางตะวันตกของหมู่เกาะชวาที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ในเมืองหลวงและบางเมืองของภูมิภาคพบกับประสบการณ์เลวร้ายจากปัญหาการจราจรติดขัด และทำให้ธุรกิจรวมถึงการสื่อสารหยุดชะงัก โดยรวมระยะเวลาที่ไฟดับประมาณ 8 ชั่วโมง และหลังจากนั้นแม้ไฟจะติดแล้วแต่ก็จะยังคงไม่เสถียร […]










