เศรษฐกิจอินโดนีเซียในไตรมาส 2 โต 5.05% YoY ตามที่ตลาดคาด
BF Economic Research เศรษฐกิจอินโดนีเซียในไตรมาส 2/2019 ขยายตัว 5.05% YoY จาก 5.07% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นการเติบโตจากการบริโภคในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเร่งใช้จ่ายของรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งที่ทำให้การบริโภคภาครัฐเติบโตถึง 8.2% YoY ด้านการบริโภคภาคครัวเรือนยังขยายตัวได้แม้จะชะลอลงเล็กน้อยจาก 4.7% เป็น 4.4% ในขณะที่การส่งออกสุทธิหดตัว จากการนำเข้าที่ขยายตัวมากกว่าการส่งออก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศที่เติบโตชะลอลง โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมยานยนต์ และการก่อสร้าง ทั้งนี้ เรามองว่าทั้งปี 2019 เศรษฐกิจอินโดนีเซียน่าจะขยายตัวที่ 5.2% สำหรับอัตราเงินเฟ้อ ล่าสุดในเดือนก.ค. ขยายตัวที่ 3.32% โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจาก 3.28% YoY ในเดือน มิ.ย. จากราคาหมวดเครื่องนุ่งห่ม การศึกษา และคมนาคมที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี เราคาดว่าอัตราเงินเฟ้อน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 3.0-3.5% ตลอดทั้งปี 2019 ส่งผลให้เราคาดว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank […]
วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,665.99 จุด ลดลง 18.72 จุด หรือ -1.11%
ดัชนีตลาดหุ้นไทย วันที่ 5 ส.ค. 2562 ปิดที่ 1,665.99 จุด ลดลง 18.72 จุด หรือ -1.11% ระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,681.36 จุด และต่ำสุดที่ 1,681.36 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 48,470.80 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 45.75 บาท ลดลง -0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,504.07 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 69.50 บาท ลดลง -1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,484.61 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ 85.50 บาท ลดลง […]
เงินหยวนอ่อนค่าทะลุระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2008
The Financial Times รายงานว่า เงินหยวนอ่อนค่าลงเนื่องจากแนวโน้มของข้อตกลงทางการค้าระหว่างปักกิ่งและวอชิงตันเลือนหายไปอีกครั้ง อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน ซึ่งถูกดูแลให้เคลื่อนไหวขึ้นลงวันละ 2% โดยธนาคารกลางของจีน ร่วงลงมาผ่านระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ในเช้าวันจันทร์ที่ 5 ส.ค. 2019 นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนพ.ค. 2008 โดยอ่อนค่าไป 1.3% ไปแตะระดับ 7.0297 ต่อดอลลาร์สหรัฐ การอ่อนค่าของหยวนทะลุระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดความกังวลใจว่า จีนจะตอบโต้สงครามการเงินกับสหรัฐ เพื่อดูแลภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์
หัวเว่ยเริ่มทดสอบสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการซึ่งสร้างขึ้นเองแล้ว คาดออกขายได้ปีนี้
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ออกมาเปิดเผยว่า ได้ทดสอบสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ “หงเหมิง” ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาเองแล้ว โดยคาดว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการหงเหมิงมีโอกาสจะนำออกขายได้จริงภายในสิ้นปีนี้ การเปิดตัวสมาร์ทโฟนซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการหงเมิงครั้งนี้ เป็นก้าวที่สำคัญของหัวเว่ย บริษัทจีนซึ่งมีฐานะเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของโลก หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐเคยคุกคามหัวเว่ยในการเข้าถึงระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล สำนักข่าวรอยเตอร์ส ยังอ้างอิงข้อมูลที่แหล่งข่าวเปิดเผยกับเดอะ โกลบอล ไทม์ส ว่า สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการหงเหมิง โดยคาดว่าจะมีราคาประมาณ 2,000 หยวน หรือ 288 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะทำให้สมาร์ทโฟนนี้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อระดับรองในตลาดสมาร์ทโฟน ก่อนหน้านี้ผู้บริหารระดับสูงของหัวเว่ย ออกมาอธิบายเกี่ยวกับหงเหมิงว่า เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกออกแบบมาเพื่อผลิตภัณฑ์อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ (IoT) โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมาบริษัทระบุว่า อุปกรณ์เครื่องแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการหงเหมิง น่าจะอยู่ในสายการผลิตสมาร์ททีวีแบรนด์ Honor
ไอเอ็มเอฟแนะอินโดนีเซียปฏิรูปโครงสร้างเน้นเพิ่มการพึ่งพาในประเทศหนุนเศรษฐกิจเติบโต
เดอะ จาการ์ตา โพสต์ รายงานว่า คณะกรรมการบริหาร กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาให้ความเห็นชื่นชมฝ่ายนโยบายของอินโดนีเซียว่าสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ภายนอกที่ถาโถมในปี 2018 ได้เป็นอย่างดี เป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้เศรษฐกิจมีผลการดำเนินงานในเชิงบวก นอกจากนี้ ยังให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าด้วยว่า แนวโน้มหน่วยงานกำกับยังคงต้องระมัดระวังความเสี่ยง โดยเฉพาะด้านการไหลของเงินทุน เพราะอินโดนีเซียพึ่งพิงเงินทุนจากภายนอกประเทศมาก ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟ เปิดเผยในรายงานเศรษฐกิจอินโดนีเซีย โดยระบุว่า กรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า หากต้องการให้เศรษฐกิจของประเทศมีศักยภาพในการเติบโตสูงจะต้องมีแพ็กเกจปฏิรูปโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มรายได้ในประเทศ การจัดหาเงินทุนในประเทศ เพื่อช่วยลดความผันผวน รวมทั้งมีการอำนวยความสะดวกในการปฏิรูปทรัพยากรบุคคล โครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน และผลิตภัณฑ์ในตลาด ไอเอ็มเอฟ ยังระบุว่า คณะกรรมการไอเอ็มเอฟ คาดการณ์เศรษฐกิจอินโดนีเซียจะเติบโตได้อย่างมั่นคงที่ 5.2% ในปีนี้ และปีหน้า รวมทั้งขยับขึ้นเป็น 5.3% ในระยะกลาง ภายใต้เงื่อนไขการเพิ่มความต้องการในประเทศให้มากขึ้น
B-TOPTENLTF B-TOPTENRMF BTP Product Special
กองทุนตระกูลบัวหลวงทศพล ได้แก่ BTP B-TOPTENRMF และ B-TOPTENLTF
อัพเดทตลาดหุ้นไทย หุ้นไทย เมื่อวัดจาก ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) ในเดือน ก.ค. ปรับลดลง -1.01% และเฉพาะในวันที่ 2 ส.ค. 62 ปรับลดลง -0.88% แม้ตั้งแต่ต้นปีปรับขึ้นมา 11.63% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าไทยอย่างเร็วและแรง ความคาดหวังรัฐบาลใหม่จะเดินหน้าออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ MSCI ประกาศเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นไทย ส่วนด้านเงินลงทุนจากต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยทั้งปี ซื้อสุทธิที่ 60,703 ล้านบาท จากปัจจัยกดดันกองทุนหุ้นไทยในช่วงนี้ ในช่วงปรับฐานน่าจะเหมาะกับการทยอยลงทุนสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว 1.เดือน ส.ค. MSCI เพิ่มหุ้นประเทศอื่น กดดันสัดส่วนหุ้นไทยลดลง แนวโน้ม Fund Flow เดือน ส.ค. 2562 มีโอกาสชะลอตัว จากการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Emerging Market รอบใหม่ (Rebalance) ในเดือน […]
ดัชนีหุ้นไทย 2 ส.ค. ปิดตลาด 1,684.71 จุด ลดลง 15.04 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทย วันที่ 2 ส.ค. 2562 ปิดที่ 1,684.71 จุด ลดลง 15.04 จุด หรือ -0.88% ระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,687.15 จุด และต่ำสุดที่ 1,671.97 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 82,045.40 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 46.00 บาท ลดลง -1.25 บาท (-2.65%) มูลค่าการซื้อขาย 5,069.76 ลบ. 2.AOT ปิดที่ 70.75 บาท ลดลง -1.00 บาท (-1.39%) มูลค่าการซื้อขาย 4,623.29 ลบ. 3.PTTGC ปิดที่ 57.75 บาท […]
BF Monthly Economic Review – ก.ค. 2562
BF Economic Research สรุปประเด็นเศรษฐกิจสำคัญเดือน ก.ค. 2562 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงจากประเด็นการกีดกันทางการค้าเป็นหลัก และแม้เราคาดว่าจีนกับสหรัฐฯ จะสามารถเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันได้ในที่สุด แต่กระบวนการเจรจาอาจไม่ราบรื่นนัก ซึ่งการกลับมาเจรจากันอีกครั้งของสหรัฐฯ และจีนในครั้งนี้ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า หลังจากนี้ทั้งสองประเทศจะไม่มีความขัดแย้งระหว่างกันอีก รวมไปถึงว่าแม้จะมีข้อตกลงกันแล้วก็ตาม โดยสองมหาอำนาจทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างหันมาใช้นโยบายกีดกันทางการค้าที่ต่างออกไปจากนโยบายเดิมๆ อาทิ การขึ้นอัตราภาษีนำเข้า เป็นการใช้มาตรการกีดกันที่มีเป้าหมายเจาะจงเฉพาะบางอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ยิ่งมีเสียงว่า ทั้งสหรัฐฯ และจีน อยากให้ข้อขัดแย้งทางการค้าดังกล่าวจบลง ยิ่งทำให้ความผันผวนในระยะข้างหน้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราสามารถมองนัยของความขัดแย้งทางการค้าต่อเศรษฐกิจและการลงทุนได้เป็นสองส่วนคือ 1) ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก 2) การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของธนาคารกลาง 1) ผลกระทบเศรษฐกิจจากความตึงเครียดด้านการค้า จนถึงปัจจุบัน สหรัฐฯ ได้มีการใช้นโยบายกีดกันทางการค้าแล้วกับหลายประเทศทั่วโลก อาทิ จีน อินเดีย เม็กซิโก และเวียดนาม รวมไปถึงกับหลายประเภทสินค้า เช่น เหล็ก อลูมิเนียม และเครื่องซักผ้า เป็นต้น โดยในแต่ละประเด็นข้อพิพาททางการค้าล้วนส่งผลให้การค้าโลกชะลอตัว ที่ชัดเจนคือ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ […]
ดัชนีหุ้นไทย 1 ส.ค. ปิดตลาด 1,699.75 จุด ลดลง 12.22 จุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทย วันที่ 1 ส.ค. 2562 ปิดที่ 1,699.75 จุด ลดลง 12.22 จุด หรือ -0.71% ระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,709.05 จุด และต่ำสุดที่ 1,694.93 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 54,654.98 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTG ปิดที่ 19.40 บาท ลดลง -3.10 บาท (-13.78%) มูลค่าการซื้อขาย 3,630.56 ลบ. 2.BBL ปิดที่ 179.00 บาท ลดลง 2.50 บาท (-1.38%) มูลค่าการซื้อขาย 2,208.03 ลบ. 3.CPALL ปิดที่ 86.75 […]
อังกฤษตั้งงบ 2.1 พันล้านปอนด์ เตรียมพร้อมเบร็กซิท
รายงานข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า อังกฤษกำลังเตรียมการเกี่ยวกับการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) หากไม่มีข้อตกลง โดยเตรียมงบประมาณเพิ่มอีก 2.1 พันล้านปอนด์ (2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศออกจากสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นแบบมีหรือไม่มีข้อตกลงในปลายเดือน ต.ค. นายซาจิด จาวิด (Sajid Javid) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ ประกาศงบประมาณเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิทแบบไม่มีข้อตกลง วงเงิน 2.1 พันล้านปอนด์ นายจาวิด กล่าวว่า จะใช้งบประมาณ 1.1 พันล้านปอนด์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่สำคัญๆ ทันทีหลังการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ในวันที่ 31 ต.ค. ขณะที่เงินอีก 1 พันล้านปอนด์ มีไว้เพื่อใช้กระตุ้นการดำเนินงานในปีนี้หากจำเป็น ทั้งนี้ การใช้จ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นสองเท่าในการเตรียมพร้อมสำหรับข้อตกลงเบร็กซิทที่ไม่มีทางออกในปีนี้ หลักๆ จะอยู่ที่เงินซึ่งนำไปใช้สนับสนุนการโฆษณาทั่วประเทศ ช่วยเหลือชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ รวมถึงการจัดหายาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เร่งการเตรียมพร้อมบริเวณรอบๆ ชายแดนอังกฤษ เขายังระบุว่า งบประมาณดังกล่าวจะช่วยให้เกิดความมั่นใจได้ว่า รัฐบาลได้เตรียมการดำเนินงานที่สำคัญทั่วประเทศแล้ว เนื่องจากอังกฤษจะแยกตัวออกจาก EU ในวันที่ […]










