ยอดขายสินค้าเกษตรออนไลน์จีนปี 2018 แตะ 3 แสนล้านหยวน
ไชน่าเดลี รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของจีน เปิดเผยว่า ยอดขายสินค้าเกษตรจีนผ่านออนไลน์เมื่อปีที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านหยวน หรือ 44,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Han Chanfu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท กล่าวว่า พื้นที่ชนบทของจีนเห็นการเติโตอย่างรวดเร็วและการกระจายอุตสาหกรรมที่หลากหลายในปี 2018 ขณะที่การผลิตข้าวของจีนปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 657.9 ล้านตัน เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 600 ล้านตัน ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 Han กล่าวว่า เกษตรสมัยใหม่กำลังอยู่บนเส้นทางการเติบโตอย่างรวดเร็ว นวัตกรรม และการบรรเทาความยากจน กำลังพัฒนาพื้นที่แถบชนบทของจีน ทั้งนี้ พบว่า มีผู้ประกอบการแปรรูปสินค้าเกษตรทั้งหมด 79,000 ราย ถือเป็นจำนวนที่สูงมาก โดยทั้งหมดนี้สร้างรายได้รวมกัน 14.9 ล้านล้านหยวน โดยรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการท่องเที่ยวพื้นที่ชนบท คิดเป็นมากถึง 800,000 ล้านหยวน จากจำนวนรายได้ทั้งหมด ขณะที่รัฐบาลจีนยังคงวางนโยบายอย่างเข้มแข็งเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมในชนบท
กองทุนรวมบัวหลวงหุ้นธรรมาภิบาลไทย (B-THAICG)
BBLAM’s 2019 INVESTMENT THEMES “รุ่งเรืองด้วยโครงสร้างพื้นฐาน บนสายพานของโลจิสติกส์” มุมมองการลงทุน ในเดือน มี.ค. ปัจจัยต่างประเทศถูกขับเคลื่อนโดยการส่งสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากที่เดิมคาดการณ์ไว้ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดการเงิน รวมทั้งยังชะลอการปรับลดงบดุลในเดือน พ.ค. จากระดับ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน เหลือ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ก่อนจะยุติการปรับลดงบดุลในเดือน ก.ย. ส่งผลให้แนวโน้มการดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลกอยู่ในภาวะผ่อนคลายมากขึ้น และมีผลในเชิงบวกต่อตลาดทุนหลายแห่ง ขณะที่ทิศทางราคาน้ำมันดิบและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทยอยปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นที่คลายความกังวลลง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับการแยกตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ของสหราชอาณาจักร (Brexit) ที่มีการขอผ่อนผันเลื่อนระยะเวลาออกไป จากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 29 มี.ค. 2019 เป็นวันที่ 12 เม.ย. 2019 เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากการที่ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ ซึ่งจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจทั้งของสหราชอาณาจักร และ EU ซึ่งยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด ด้านปัจจัยภายในประเทศ […]
กองทุนบัวหลวง เสนอขายกองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 14/19 (BP 14/19) ระหว่างวันที่ IPO 23-30 เม.ย. 2562
สำหรับกองทุนรวมบัวหลวงธนสารพลัส 14/19 (BP14/19) เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศ และหรือเงินฝากต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน และหรือภาคเอกชน ในระดับ Investment grade กองทุน BP 14/19 อายุประมาณ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทน 1.75% ต่อปี ขนาดโครงการ 7,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าว เหมาะสมกับเงินลงทุนของผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารแห่งหนี้ต่างประเทศ โดยเลือกลงทุนในตราสารหนี้ของกิจการที่มีความมั่นคง และมีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนที่ดี อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนที่จะนำมาลงทุนในกองทุนนี้ ควรเป็นเงินส่วนที่สามารถลงทุนได้ตามอายุกองทุน ลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท ที่ราคาเสนอขาย 10 บาทต่อหน่วยลงทุน สำหรับตราสารหนี้ และ / หรือประเทศที่จะลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ของตลาดตราสารหนี้ขณะนั้นๆ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนบัวหลวง […]
ดัชนีหุ้นไทย 22 เม.ย. ปิดตลาด 1,673.48 จุด ลดลง 0.62 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 เม.ย. 2019 ปิดตลาดที่ 1,673.48 จุด ลดลง 0.62 จุด หรือ -0.04% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,683.79 จุด ต่ำสุดที่ 1,673.44 จุด มูลค่าการซื้อขาย 47,075.54 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 49.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท (+1.55%) มูลค่าการซื้อขาย 4,202.24 ลบ. 2.PTTEP ปิดที่ 134.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท (+1.90%) มูลค่าการซื้อขาย 2,733.93 ลบ. 3.PTTGC ปิดที่ 71.25 บาท เพิ่มขึ้น […]
สิงคโปร์ประกาศเน้นให้ความสำคัญรับมือโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี
เดอะ สเตรทไทม์ส รายงานว่า Heng Swee Keat รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสิงคโปร์ พบปะกับสื่อมวลชนในซานฟรานซิสโก ระหว่างร่วมฟอรั่มด้านเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา โดยในงานนี้สื่อมวลชนได้แสดงความกังวลต่อสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งเขาก็ตอบกลับไปว่า หากมีความจำเป็นก็จะใช้นโยบายการเงินและการคลังเพื่อจัดการ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าสำหรับเราคือการมุ่งให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักที่กำลังเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสิงคโปร์ “เราต้องยืนหยัดให้ความสำคัญกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมและมองหาแนวทางสร้างการทำงานร่วมกัน ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่ต้องผลักดันคือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม โดยเราคิดว่าต้องวางตำแหน่งสิงคโปร์เป็นเสาหลักสำคัญด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมมและองค์กรระดับโลกของเอเชีย Heng ยังกล่าวระหว่างที่เดินทางไปเยือนซิลิคอน วัลเลย์ด้วยว่า เขาพบว่าควรมุ่งความสำคัญไปที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากนี้เขายังมองเห็นความตั้งใจของคนในซิลิคอน วัลเลย์ที่มุ่งสู่การเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและการนำมาใช้ในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ที่แตกต่างกัน และทำให้เขาพบว่า นี่เป็นสิ่งที่สิงคโปร์ต้องลงทุนทั้งเวลาและทรัพยากรเข้าไปให้มาก เขายังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลสิงคโปร์นั้นสามารถสร้างสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาเทคโนโลยีได้ไม่ยาก เพราะมีรัฐบาลเพียงชุดเดียว ทำให้การตัดสินใจอะไรเกิดขึ้นได้รวดเร็ว แต่สิ่งที่สิงคโปร์ต้องการคือการวางกฎระเบียบเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เทคโนโลยีมีช่องทางไปได้
ส่งออกเดือนมี.ค. -4.88% YoY (vs prev 5.9% YoY) ทั้งไตรมาสหดตัว -1.64% YoY
BF Economic Research ภาพรวมการส่งออกเดือน มี.ค. การส่งออกไทยเดือน มี.ค. หดตัว -4.88%YoY จากเดือนก่อนที่ 5.9% การนำเข้ายังคงหดตัว -7 .63% YoY เทียบกับเดือนก่อนที่หดตัว -10.03% ดุลการค้าของไทยเดือน มี.ค. ยังคงเกินดุลที่ 2.005 พันล้านดอลลาร์ฯ แต่ลดลงจากเดือนก่อนที่เกินดุล 4.027 พันล้านดอลลาร์ฯ YTD ไตรมาส 1 ปี 2019 (ม.ค.-มี.ค.) การส่งออกมีมูลค่า 61,987.8 ล้านดอลลาร์ฯ หดตัว -1.64% การนำเข้ามีมูลค่า 59,981.1 ล้านดอลลาร์ฯ ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า YTD 2,004.7 ล้านดอลลาร์ฯ การส่งออกไทยได้รับผลกระทบตามแนวโน้มการค้าโลกและอุปสงค์ของคู่ค้าสำคัญ ซึ่งมาจากประเด็นข้อพิพาททางการค้าที่ยังคงยืดเยื้อ รวมทั้งจากปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาทิ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าในสหรัฐฯ และการเมืองในยุโรป รวมถึงความเสี่ยงของภาคสินเชื่อและธนาคารของจีน […]
วันนี้ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,674.10 จุด ลดลง -0.90 จุด
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 เม.ย. 2019 ปิดตลาดที่ 1,674.10 จุด ลดลง 0.90 จุด หรือ -0.05% โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดที่ 1,679.75 จุด ต่ำสุดที่ 1,671.83 จุด มูลค่าการซื้อขาย 36,009.90 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 69.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,164.29 ลบ. 2.SCB ปิดที่ 129.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,562.15 ลบ. 3.PTTGC ปิดที่ 70.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 […]
สงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ทำต่างชาติย้ายฐานผลิตเข้าเวียดนาม
BF Asean Corner ประเด็น Trade tension ที่ยืดเยื้อตั้งแต่ปี 2018 แม้ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอลง เนื่องจากสหรัฐและจีน เป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจ แต่ท่ามกลางความท้าทายนี้ เราจะเห็นสัญญาณการย้ายฐานผลิตมาประเทศแถบอาเซียนมากขึ้นโดยเฉพาะเวียดนาม เห็นได้จากตัวเลขเศรษฐกิจ 2 รายการของเวียดนาม ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ คือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการส่งออกของเวียดนามไปยังสหรัฐ 1) ตัวเลขการขอลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI Register) ของเวียดนาม 2 เดือนแรก ขยายตัว 58% โดยจากจีนขยายตัวสูงสุด 46% บ่งบอกภาพการย้ายฐานผลิตของบริษัทจากต่างชาติมาเวียดนามชัดเจนมาก โดยเวียดนามเป็นฐานผลิตสำคัญของอาเซียน เพราะเป็นประเทศกำลังพัฒนา มีแรงงานวัยหนุ่มสาวมากกว่า 55 ล้านคน 5 ปีที่ผ่านมายอดลงทะเบียน FDI ไหลเข้าเพิ่มเป็น 2 เท่า ส่วนยอดลงทุนจริงขยายตัวเฉลี่ย 8-10% ต่อเนื่องทุกปี ทำให้ปัจจุบันยอดส่งออกเวียดนามกว่า 70% มาจากบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาตั้งฐานผลิตในเวียดนาม พลิกโฉมเวียดนามจากประเทศขาดดุลการค้าเป็นเกินดุลการค้า […]
(ซีรีส์ ตอนที่ 1) กองทุน BKIND กับภารกิจ “การลงทุนเพื่อสังคม”
หากพูดถึงการลงทุนแล้ว จุดประสงค์หลักของผู้ลงทุน ก็คือ แสวงหาผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่คงจะดีมากกว่า ถ้าการลงทุนนั้นได้ กลับคืนสิ่งดีๆ สู่สังคมไปพร้อมๆ กับการสร้างผลตอบแทน ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เป็นผู้ริเริ่มของประเทศไทยที่นำแนวคิด “การลงทุนเพื่อสังคม” มาใช้ในการจัดตั้ง “กองทุนรวม คนไทยใจดี” หรือ กองทุน BKIND นับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปี กองทุน BKIND สนับสนุนโครงการทำดีเพื่อสังคมไปแล้ว รวม 46 โครงการ เม็ดเงินรวมทั้งสิ้น 36.94 ล้านบาท (ณ สิ้นปี 2561) โดยโครงการสนับสนุนเพื่อสังคม แบ่งเป็น 3 ระดับ กล่าวคือ ระดับแรก ต้องการความช่วยเหลือแบบเร่งด่วน ระดับที่สอง คือ โครงการที่สามารถขยายผล และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในอนาคตได้ […]
เกาหลีใต้เล็งเพิ่มสัดส่วนแหล่งพลังงานทดแทนแตะระดับ 30-35% ภายในปี 2040
เกาหลีใต้จะลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานดั้งเดิมอย่างถ่านหินลง และเปลี่ยนไปใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยหวังว่าจะช่วยให้ขยายตัวอย่างยั่งยืนมากขึ้น กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ เปิดเผยภายในการรับฟังความคิดเห็นภาคสาธารณะ สำหรับร่างแผนแม่บทพลังงานของเกาหลีใต้ว่า รัฐบาลจะเพิ่มสัดส่วนแหล่งพลังงานทดแทน สู่ระดับ 30-35% ของพลังงานทั้งหมด ภายในปี 2040 จากที่กำหนดไว้ในปี 2017 ที่ระดับ 7.6% ทั้งนี้ แผนแม่บทดังกล่าวจะได้รับการปรับปรุงใหม่ทุกๆ 5 ปี โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่ 20 ปี และคาดว่ารายละเอียดของแผนแม่บทจะร่างขอบเขตการปรับลดแผนอุปทานด้านพลังงานจะประกาศในช่วงต่อไปของปีนี้ ข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปตามการผลักดันของรัฐบาลประธานาธิบดีมูน แจ-อิน เพื่อหันไปใช้แหล่งพลังงานสะอาด และปลอดภัยในการตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าภายในประเทศ โดยมีเป้าหมาย คือ นโยบายใหม่จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างความต้องการพลังงาน แทนการขยายอุปทาน โดยแผนแม่บทมีเป้าหมายที่จะสร้างตลาดพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง และการบริโภคต่ำลง รัฐบาลเกาหลีใต้จะลดการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลงอย่างมาก โดยสั่งห้ามการสร้างโรงงานใหม่ และปิดโรงงานเก่าๆ ลง เพื่อรับมือกับมลภาวะทางอากาศจากฝุ่นละเอียด และก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งรัฐบาลเกาหลีใต้จะพยายามใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในพื้นที่ที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งยุติการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่ๆ










