หุ้นไทยปิดตลาดบวกกว่า 24 จุด มาอยู่ที่ 1,671.06 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ ( 20 ก.ค. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,671.06 จุด เพิ่มขึ้น 24.17 จุด หรือ 1.47% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,674.32 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,648.44 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,269.23 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.PTT ปิดที่ 51.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,982.01 ลบ. 2.KBANK ปิดที่ 210.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,193.25 ลบ. 3.TMB ปิดที่ […]
ส่งออกไทยเดือนมิ.ย. ขยายตัวที่ 8.2% YoY Trade War ไม่กระทบ
BF Economic Research การส่งออกไทยเดือนมิ.ย.มีมูลค่า 21,799 ล้านดอลลาร์ฯ (prev. 22,256.8 ล้านดอลลาร์ฯ) ขยายตัว +8.19% (prev. +11.59%YoY) ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 20,201 ล้านดอลลาร์ฯ (prev. 21,053 ล้านดอลลาร์ฯ ) ขยายตัว +10.83% YoY เท่าเดือนที่แล้วส่งผลให้ดุลการค้า มิ.ย. เกินดุล +1,578 ล้านดอลลาร์ฯ (prev. +1,203.8 ล้านดอลลาร์ฯ) การส่งออกเดือนมิ.ย.มีมูลค่า 21,799 ล้านดอลลาร์ฯ (prev. 22,256.8 ล้านดอลลาร์ฯ) ขยายตัว +8.19% (prev. +11.59%YoY) ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 20,201 ล้านดอลลาร์ฯ (prev. 21,053 ล้านดอลลาร์ฯ ) […]
เงินเฟ้อยูโรโซนเดือนมิ.ย. ขยายตัว 2.0% YoY สูงสุดในรอบ 16 เดือน
BF Economic Research อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนเดือน มิ.ย. 2018 ขยายตัว 2.0% YoY เร่งขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาที่ขยายตัว 1.9% YoY และสูงสุดในรอบ 16 เดือน เป็นผลมาจากราคาพลังงานที่เร่งตัวขึ้น 8.0% YoY (prev. 1% YoY) ประกอบกับราคาอาหาร แอลกอฮอล์ และยาสูบเร่งขึ้นเล็กน้อยที่ 2.7% YoY (prev. 2.5% YoY) ประเทศขนาดใหญ่ในยูโรโซนที่อัตราเงินเฟ้อขยายตัวสูงที่สุดคือฝรั่งเศสและสเปนโดยขยายตัวเท่ากันที่ 2.3% YoY อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนเดือน มิ.ย. 2018 ขยายตัว 2.0% YoY เร่งขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาที่ขยายตัว 1.9% YoY และสูงสุดในรอบ 16 เดือน โดยเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่เร่งตัวขึ้น 8.0% YoY (prev. 6.1% YoY) […]
News Update SET Stocks Thailand
ธนาคารกรุงเทพ เผยไตรมาส 2 กำไรสุทธิ 9,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3%
ธนาคารกรุงเทพ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2018 กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) โดยระบุว่า ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 9,194 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2017 มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 17,573 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.33% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมี 13,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.1% สำหรับสาเหตุหลักที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาจาก กำไรสุทธิในธุรกรรมเพื่อค้าและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ และกำไรสุทธิจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมจากบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานมี 13,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 42.8% ทั้งนี้ สิ้นเดือน มิ.ย. 2018 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อ 2,065,487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากสิ้นปี […]
หุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,646.89 จุด เพิ่มขึ้น 11.04 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดวันนี้ ( 19 ก.ค. 2018) อยู่ที่ระดับ 1,646.89 จุด เพิ่มขึ้น 11.04 จุด หรือ 0.67% โดยระหว่างวันดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,650.85 จุด และทำระดับต่ำสุดที่ 1,637.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,436.68 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่ 1.AOT ปิดที่ 63.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,675.19 ลบ. 2.PTT ปิดที่ 49.50 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 2,667.57 ลบ. 3.KTC ปิดที่ 32.25 บาท […]
ผู้บริโภคมือเติบในยุคเทคโนโลยี The Series ตอนที่ 18
บริษัท เทนเซ็นต์ ของจีนเตรียมขยายบริการด้านการชำระเงินผ่านระบบ WeChat Pay ในตลาดสหรัฐ แม้ว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนกำลังดำเนินอยู่อย่างเข้มข้น ผู้ใช้ระบบวีแชทเพย์สามารถชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการได้ผ่านบาร์โค้ดของตัวเองที่เทนเซ็นต์ให้บริการผ่านแอพส่งข้อความของวีแชท ร้านค้าจะสแกนบาร์โค้ด เสร็จแล้วผู้ใช้สามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อของได้โดยจะมีการหักเงินจากบัญชีของตัวเอง ตอนนี้มีผู้ใช้วีแชทถึง 1,000 ล้านคน ในจำนวนนี้ 800 ล้านคนมีบัญชีเพื่อชำระเงินผ่านวีแชทเพย์ เทนเซ็นต์กำลังขยายธุรกิจการให้บริการด้านการชำระเงินไปยังตลาดต่างประเทศ โดยให้ร้านค้าในประเทศต่างๆ เข้าร่วมผ่านการยอมรับการจ่ายเงินผ่านระบบวีแชทเพย์ ระบบนี้จะรองรับนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ สามารถชำระสินค้าและบริการได้อย่างสะดวก เทนเซ็นต์ เตรียมประกาศรายชื่อห้างร้านในสหรัฐที่จะรับการชำระเงินผ่านวีแชทเพย์ในปีนี้ ไม่นับประเทศในเอเชียแล้ว นักท่องเที่ยวจีนนิยมไปเที่ยวสหรัฐอเมริกามากที่สุด โดยเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยวจีนจะใช้เงิน 4,462 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนในการท่องเที่ยวในอเมริกา ด้วยเหตุนี้ เทนเซ็นต์จึงต้องการขยายการให้บริการระบบชำระเงินวีแชทเพย์เพื่อให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจีน หรือผู้ที่ใช้ระบบวีแชท
ผู้บริโภคมือเติบในยุคเทคโนโลยี The Series ตอนที่ 17
อเมซอนโกยส่วนแบ่งตลาดธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเกือบ 50% ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้น eMarketer รายงานว่า ในปีนี้ ส่วนแบ่งการตลาดของอี-คอมเมิร์ซ ของอเมซอน แตะระดับ 49.1% ของยอดขายตลาดค้าปลีกทั้งหมดของสหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโต 29.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ส่วนบริษัทที่มียอดขายออนไลน์รองลงมาจากอเมซอน คือ อีเบย์ มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 6.6% และแอปเปิ้ล มีส่วนแบ่งตลาดจากการขายออนไลน์ 3.7% วอลมาร์ท ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกใหญ่ที่สุดของสหรัฐยังไม่ได้เข้าตลาดออนไลน์มากนัก มีส่วนแบ่งตลาดจากการขายออนไลน์เพียง 3.7% สำหรับอเมซอน สินค้าที่ขายดีที่สุดคือ เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์เทคโนโลยี โดยคาดว่ามียอดขาย 65,820 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้ รองลงมาคือ สินค้ากลุ่มเสื้อผ้า และเครื่องประดับ คาดว่าจะมียอดขาย 39,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามด้วยสินค้าสุขภาพ สินค้าของใช้ส่วนตัว เสริมความงาม ที่มียอดขายรวมกัน 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มมียอดขายต่ำสุดที่ 4,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ […]
ผู้บริโภคมือเติบในยุคเทคโนโลยี The Series ตอนที่ 16
รายงานของ Prudential Financial ระบุว่า คนที่เกิดในยุคเบบี้บูมที่ทำงานไม่ประจำ สามารถหารายได้มากกว่า หรือมีความพอใจกับตัวเองมากกว่าคนที่เกิดในยุคหลัง Prudential Financial ได้ทำการวิจัยคนงานอเมริกัน 1,491คน ซึ่งประกอบด้วยคนที่ทำงานเต็มเวลา กับคนที่ทำงานไม่เต็มเวลาในเศรษฐกิจที่ใช้แรงงานชั่วคราว ปรากฎว่า งานวิจัยพบว่า คนอเมริกันรุ่นเบบี้บูม หรือคนที่มีอายุอย่างน้อย 56 ปีขึ้นไปมีรายได้เฉลี่ย 43,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยทำงาน 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในขณะที่กลุ่มคนมิลเลนเนียลได้รายได้ 27,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคนยุคเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ได้รายได้ 36,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในการเซอร์เวย์พบว่า 34% ของคนยุคเบบี้บูมที่ทำงานไม่เต็มเวลาเป็นผู้ที่เกษียณไปแล้ว อีก 46% บอกว่าพวกเขาจำต้องทำงานพาร์ทไทม์เพื่อที่จะมีรายได้ชนเดือน มีเพียง 32% ของคนยุคเบบี้บูมที่บอกว่ามีปัญหาทางการเงิน เทียบกับ 49% สำหรับคนมิลเลนเนียล และ 63% สำหรับคนในเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ 75% […]
เอดีบีประเมินเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกปีนี้ถึงปีหน้าโตแข็งแกร่ง
ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) หรือ เอดีบี ออกรายงานวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียปี 2018 (Asian Development Outlook 2018 Supplement) โดยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแปซิฟิกในปี 2018 และ 2019 จะยังแข็งแกร่ง เนื่องจากการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งทั่วทั้งภูมิภาค แม้ว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เอดีบี คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกปีนี้จะเติบโต 6% และปี 2019 จะเติบโต 5.9% เท่ากับที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน เม.ย. แต่หากไม่นับรวมเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ของเอเชีย คือ ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ และไต้หวัน คาดว่าภูมิภาคจะเติบโต 6.5% ในปีนี้ และ 6.4% ในปีหน้า เท่ากับที่คาดการณ์เมื่อเดือน เม.ย. เช่นกัน สำหรับ ประเทศไทย เอดีบี […]
การปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน (Rebalancing)
By… พิชญ ฉัตรพลรักษ์ Portfolio Management สำหรับนักลงทุนที่คุ้นเคยกับการจัดสรรเงินลงทุนมาบ้างแล้วมักจะได้ยินคำว่า พอร์ตการลงทุนนั้นต้องมีการปรับสมดุลตามมาด้วย คำว่าสมดุลที่ว่านั้นหมายถึงสมดุลตามอัตราผลตอบแทนที่ต้องการหรือความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ การปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนมักจะเกิดขึ้นเมื่อสัดส่วนน้ำหนักของสินทรัพย์ที่ได้ลงทุนไว้มีความแตกต่างไปจากสัดส่วนการลงทุนระยะยาว (Strategic Asset Allocation) เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนกลับมาสู่สมดุลตามรูปแบบเดิมที่กำหนด ข้อดีของการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนได้แก่ การทำให้ความเสี่ยงจากเงินที่ลงทุนไว้ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เช่น กรณีตลาดมีการปรับฐานลงอย่างรุนแรงจากวิกฤตการทางการเงิน จะทำให้มูลค่าของเงินที่ลงทุนไว้นั้นลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนก็คือการลดความผันผวนให้อยู่ในกรอบที่กำหนดไว้นั่นเอง ระยะเวลาที่นักลงทุนควรทำการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนได้แก่ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เช่น ทุกๆรอบ ไตรมาส ครึ่งปี หรือ รายปี แต่ไม่ควรถี่หรือบ่อยนักเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่อาจไม่คุ้มค่า หรือ เมื่อสัดส่วนการลงทุนเปลี่ยนไปจนแตกต่างจากเกณฑ์ที่กำหนด (Threshold) เช่น มากกว่าหรือน้อยกว่า 5%ทั้งนี้ระดับของสัดส่วนที่ตั้งไว้อย่างน้อยก็ต้องมากกว่าค่าใช้จ่ายในการปรับสัดส่วนในแต่ละครั้ง และไม่ควรกำหนดให้กว้างเกินไป เนื่องจากจะทำให้ความผันผวนของพอร์ตการลงทุนสูงขึ้นจนคล้ายกับว่าไม่ได้ทำการปรับสมดุลเลย หรือ เมื่อนักลงทุนมีการยอมรับความเสี่ยงหรืออัตราผลตอบแทนเปลี่ยนไป เช่น อายุมากขึ้นและเริ่มรับความผันผวนได้น้อยลง หรือมีเป้าหมายการลงทุนเปลี่ยนไป อย่างไรก็ดีอัตราผลตอบแทนจากการไม่ปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนเลยมักจะให้ผลลัพธ์ที่สูงกว่า ถ้าหากสินทรัพย์เสี่ยงมีมูลค่าและสัดส่วนปรับขึ้นมามาก (พร้อมกับความผันผวนที่จะสูงกว่าตามมาด้วย) ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนพึงระลึกก่อนการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนได้แก่ ปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์นั้น หากนักลงทุนพิจารณาแล้วว่าสินทรัพย์ที่เลือกลงทุนนั้นยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี สามารถสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงหรือเพิ่มขึ้น รวมถึงมูลค่าหรือราคามีมีศักยภาพที่จะเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต การปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่นที่มีสัดส่วนหรือมูลค่าลดลงก็อาจยังไม่ควรทำ […]







